ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 8 : แกลลอนที่ 3 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ย. 59

ตกเย็นวันนั้น หลังจากนำแขกแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวยังหาดใกล้เคียง และพักรับประทานอาหารทะเลเลิศรสในร้านอาหารชื่อดังประจำจังหวัดแล้ว ลัลนาก็พาลูกทัวร์มาส่งรีสอร์ตที่เพื่อนสาวทำงานอยู่ ก่อนจะขอติดรถมอเตอร์ไซค์ปูไข่กลับมายังหมู่บ้านเขากะหมอกด้วยคน

ระหว่างทางเธอก็ถูกอีกฝ่ายรบเร้าให้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าโดยละเอียด เพื่อเป็นข้ออ้างที่เจ้าตัวนั้นช่างสรรหามาเจรจาว่า

เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ให้หล่อนระวังตัว

ลัลนาเลยใช้ช่วงเวลานั้นแหละ บอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้หล่อนรับรู้คร่าวๆ จนกระทั่งทั้งสองแยกกันไปบ้านใครบ้านมัน

 “ทำงานเหนื่อยไหมลูก? คำถามแห่งความรักใคร่ห่วงใยเอื้อนเอ่ยดังขึ้นจากผู้เป็นแม่ทันทีที่เท้าของหญิงสาวแตะพื้นเรือน

ไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะ คนฟังส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเอวมารดาราวกับลูกลิงน้อย

เพราะไอ้ที่เหนื่อยแสนเหนื่อยจริงๆ น่ะก็คือ การที่ต้องมานั่งตอบคำถามของยายปูไข่ซะมากกว่า

ลัลนาอดเหน็บเพื่อนสาวด้วยความเข่นเขี้ยวไม่ได้ แล้วหันมาสนทนากับมารดาต่อไป

พรุ่งนี้หนูต้องพาแขกไปดำน้ำอีกวันหนึ่งนะจ๊ะ ถึงจะได้เงินมากินขนม

ดีแล้วลูก ได้เงินมาก็เก็บไว้นะ อย่าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยละ ผู้ใหญ่ธมพร่ำสอนบุตรสาวเช่นนี้เป็นประจำตั้งแต่เล็กยันโต

จ้ะพ่อจ๋า หนูกะจะเก็บเงินเอาไว้ส่วนหนึ่ง แล้วส่วนที่เหลือหนูจะเอาไปสมทบทุนเข้าโครงการของเราจ้ะ ลัลนาบอกผู้เป็นพ่อด้วยความภาคภูมิ เธอถูกปลูกฝังไว้เสมอว่า

เกิดมาเป็นคน ต้องพึงทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น

ขอบใจเอ็งมากนะ คนฟังกล่าวอย่างตื้นตัน ไม่เสียแรงที่เขาสู้อุตส่าห์อบรมบ่มนิสัยบุตรสาวมากับมือ

หนูเต็มใจอยู่แล้วจ้ะ ลัลนายิ้มรับหน้าบาน ก่อนจะเอ่ยถามถึงมอเตอร์ไซค์คู่ชีพของเธอ ว่าแต่พ่อจ๋าเจออีแก่ของหนูไหมจ๊ะ?

เจอลูก พ่อเลยให้ไอ้ไก่แจ้มันไปลากเอามาซ่อมแล้วละ คงอีกสองสามวันนั่นแหละกว่าจะเสร็จ ผู้ใหญ่ธมเอ่ยถึงไอ้หนุ่มภูธรที่ชื่นชอบเพลงลูกทุ่งเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าถ้ามีเพลงขึ้นเมื่อไหร่ละก็ เจ้าตัวเป็นครวญได้หมด

 “ขอบคุณจ้ะพ่อจ๋า เธอยกมือไหว้บิดา ก่อนจะพร่ำบ่นต่อไป อีแก่มันชอบมาตายกลางทางประจำเลย เล่นเอาวันนี้หนูก็เกือบไปทำงานไม่ทันแน่ะ แล้วพรุ่งนี้หนูยังมีนัดกับแขกตอนเช้าซะด้วยสิ ว่าจะพาไปล่องเรือ ดำน้ำชมปะการังกันจ้ะ

ถึงแม้ผู้เป็นเจ้าของรถจะรู้สึกเอือมระอาขนาดไหน แต่เธอก็ไม่เคยนึกจะขายเศษเหล็กอย่างมันทิ้งไปสักที เพราะความผูกพันที่อยู่กันมานมนานหลายปี

 “งั้นเอ็งก็ติดรถกระบะพ่อไปทำงานก่อนก็แล้วกัน ผู้ใหญ่ธมเอ่ยอาสา แล้วจึงเลยหันมาถามมาลินีผู้เป็นภรรยาของตนเสียด้วยว่า แล้วแม่เอ็งจะเข้าไปในตัวเมืองด้วยรึเปล่า จะได้ติดรถไปซะด้วยกันเลย

ได้จ้ะพี่ มาลินีตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานไม่แปรเปลี่ยนไปจากวัยแรกรุ่น งั้นฉันขอตัวไปดูข้าวของเครื่องใช้สักหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรขาดเหลือบ้าง จะได้ซื้อกลับมาซะทีเดียว

ฝ่ายภรรยาสาวลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินไปที่ห้องครัว แต่ก็ยังไม่วายหันมากำชับสองพ่อลูกว่า

พี่อยู่คุยกับลูกไปก่อนนะจ๊ะ แต่อย่าให้ดึกมากนักละ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูนายังต้องไปทำงานแต่เช้าอีก

จ้ะแม่เอ็งผู้ใหญ่ธมตอบกลับเมียรักที่ร่วมเรียงเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันเสียงนุ่ม

หลังมาลินีเดินหายลับไป เหลือเพียงแต่สองพ่อลูกที่ยังคงนั่งสนทนากันอยู่ไปเรื่อยเปื่อย เมื่อได้โอกาสเหมาะ ลัลนาจึงเอ่ยปากบอกเล่าเรื่องราวที่เธอประสบมาในวันนี้

พ่อจ๋า วันนี้หนูมีเรื่องตลกมาเล่าให้พ่อฟังด้วยจ้ะ เด็กสาวยิ้มแฉ่ง

ยิ้มแบบนี้ แปลว่าเอ็งไปสร้างเรื่องปวดหัวให้ใครเขามาล่ะสิท่า? ผู้เป็นพ่อเอ่ยดักคออย่างรู้ทัน

คนที่ถูกจับไต๋ได้เลยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

หนูเปล่านะจ๊ะพ่อจ๋า แต่ไอ้นายหน้าขาวที่หนูเจอวันนี้มันดูไม่น่าไว้ใจเลยนี่จ๊ะ

ไม่น่าไว้ใจยังไง ไหนเล่าให้พ่อฟังสิ คิ้วของผู้ใหญ่ธมขมวดเข้าหากันเพียงนิด เพราะเริ่มสนใจในสิ่งที่บุตรสาวกล่าวมา

ก็ตอนที่นางแมงกะไซต์ของหนูเกิดเสียอยู่ มีผู้ชายคนหนึ่งน่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ เข้ามาถามหาหมู่บ้านเราด้วยละจ้ะ หมอนั่นอ้างว่ามีเพื่อนแนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ แต่หนูสังเกตดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นพวกนายทุนจอมเคี่ยวมากกว่านะจ๊ะ

ลัลนาเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆ เธอจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าของผู้เป็นพ่อที่เริ่มจะเคร่งขรึมขึ้นเลยสักนิด

แล้วเอ็งทำยังไงล่ะ? เป็นคำแรกที่ธมเอ่ยถามบุตรสาว หลังจากที่นั่งนิ่งฟังมานาน

หนูก็บอกเขาไปว่าที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหรอกจ้ะ

แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?

หมอนั่นก็ยังดึงดันว่าจะมาที่หมู่บ้านของเราให้ได้น่ะสิจ๊ะ หนูเลยหลอกให้เขาขับรถพาไปส่งที่หน้าหาดซะเลย คนเป็นลูกร้องบอกด้วยความสะใจ

แล้วเอ็งก็เลยทิ้งเขาไว้ตรงหน้าหาดนั่นใช่ไหม?คนเป็นพ่อที่ประจักษ์ถึงความแสบสันของบุตรสาวดีจึงคาดเดาตอนต่อได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเอ่ยปากออกมา เล่นเอาคนผิดที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นถึงกับหน้าสลด เพราะเกรงจะถูกดุ

จ้ะ ลัลนาบอกเสียงอ่อย เหล่มองบิดา ก่อนจะรีบแก้ตัวขึ้นมาเป็นพัลวัน แต่ว่านายคนนั้นดูท่าทางล่อกแล่กจริงๆ นะจ๊ะ หนูถึงไม่ยอมพาเขามาที่หมู่บ้านของเรา เพราะกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นน่ะจ้ะ

 ท่าทางออดอ้อน ช่างหยิบยกเอาแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสายขึ้นมาแก้ต่างอย่างเฉลียวฉลาด ทำให้ผู้ใหญ่ธมโกรธบุตรสาวไม่ลง เขาเลยได้แต่เพียงลงโทษยายตัวแสบสถานเบา ด้วยการยกมือเคาะหัวทุยเล็กเบาๆ เพื่อเป็นการติเตียน

คราวนี้พ่อจะยกโทษให้ แต่คราวหน้าเอ็งอย่าไปแกล้งใครเขาแบบนี้อีกนะ มันบาปรู้ไหม?

ไม่ว่ากาลเวลาจะผันแปรเปลี่ยนไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยังคงเห็นลูกสาวเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เปรียบเหมือนดังเป็นโซ่ทองคล้องใจของตนและศรีภรรยาเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย

รู้จ้ะพ่อจ๋า ลัลนายิ้มรับหน้าระรื่นที่โทษหนักถูกผ่อนปรนลง

เอ็งรีบไปอาบน้ำอาบท่าเข้านอนเถอะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นไปทำงานไม่ไหวเอานะ

จ้ะ ลัลนารับคำอย่างว่าง่าย ไม่ลืมส่งความห่วงหากลับไปที่บิดาบ้าง พ่อจ๋าเองก็อย่านอนดึกมากนะจ๊ะ

อืม ธมพยักหน้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

คนเป็นลูกจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปทำกิจส่วนตัวยังห้องของเธอ ปล่อยให้บิดานั่งครุ่นคิดถึงลางสังหรณ์บางอย่างอยู่เพียงลำพัง

ขอให้เรื่องที่เขาคิดไว้อย่าได้เป็นจริงขึ้นมาเลย!’

 

วันรุ่งขึ้น จิรเมธยังคงขับรถตระเวนหาหมู่บ้านเขากะหมอกด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขความลับของบิดาให้จงได้ แต่มันกลับมิใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เมื่อเขาต้องหักรถเข้าจอดข้างทางอยู่หลายรอบ เพื่อกางแผนที่ออกดูเหมือนอย่างวันก่อนเช่นเคย พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ไปมาด้วยความสับสนมึนงงว่า

ไอ้หมู่บ้านนี้ มันเป็นหมู่บ้านลับแลหรือไงวะ!!!?’

เพราะไม่ว่าจะพยายามเพียรหาสักเท่าไร เขาก็ไม่พบหนทางเลยแม้แต่เงา เจ้าตัวจึงเหวี่ยงแผนที่ทิ้งไปยังเบาะข้างๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันมาจับพวงมาลัย กระชากรถตรงออกไปที่หน้าหาด เพื่อหาอะไรลงท้อง เมื่อรู้สึกว่าเขาชักจะเริ่มหิวโหยขึ้นมาตงิดๆ

ระหว่างทางที่ขับรถไป ความคิดหนึ่งก็พลันแวบเข้ามาในหัว ทำให้เขาอดระลึกถึงดวงตาคมๆ  ที่อยู่ภายใต้คิ้วดกดำได้รูปดังคันศร และเรียวปากหนาอวบอิ่มช่างจำนรรจาขึ้นมาไม่ได้

ใช่!... หล่อนช่างพูดเสียจนคนฟังเกิดความไขว้เขว

ขนาดคนอย่างเขายังต้องหลงกลโดนหลอกเข้าเลย

ยิ่งคิด จิรเมธก็ยิ่งเข่นเขี้ยวแม่สาวจอมแสบไม่หาย เมื่อถูกเฉือนคมโดยแม่สาวบ้านนอกคอกนา คนที่เสียหน้าถึงกับอดรนทนไม่ไหว จำต้องตัดสินใจลองคลำหาเส้นทาง ขับรถวกกลับไปยังจุดเดิมที่เขาถูกปล่อยเกาะอีกครั้งตามแต่ที่สมองจะจำเส้นทางได้  เผื่อว่าบางทีโชคชะตาอาจจะพอเข้าข้าง ทำให้เขาได้พบกับจอมวายร้ายเข้าก็เป็นได้….

ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า...เขาจะขอคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับหล่อน ให้น้ำลายฟูมปากตายไปเลยทีเดียว!!!

แต่ถ้าเขาเกิดผิดหวังไม่เจอเจ้าตัวละก็ เขาคงจะแค่แวะทานอาหาร แล้วขับรถวนหาหมู่บ้านลับแลต่อไป

เพียงไม่นานนัก จิรเมธก็สามารถคลำทางจากแผนที่จนหาหน้าหาดเจอ เขาขับฝ่าดงสนที่ยืนต้นเรียงรายโค้งมนคล้ายกับถ้ำมหัศจรรย์ขนาดย่อมๆ อยู่ตามหาดทรายเพียงสักครู่ จึงเริ่มชะลอความเร็วลง ก่อนจะจอดสนิทตรงหน้ารีสอร์ต พร้อมทั้งสอดส่ายสายตามองหาร่างบางไปทั่วบริเวณอย่างสำรวจตรวจตรา

แต่ความหวังของเขาดูไม่เป็นใจเอาเสียเลย ถึงจะนั่งรออยู่นานกว่าหลายนาทีแล้วก็ตาม เขากลับไม่พบการเคลื่อนไหวประการใดทั้งสิ้น จิรเมธจึงนึกถอดใจและเหยียบคันเร่งออกสู่ถนนตามเดิม เพราะท้องของเขากำลังส่งเสียงรบเร้าเรียกร้องหาอาหารจานด่วนอย่างหนัก ชายหนุ่มเคลื่อนรถไปอย่างช้าๆ จนเกือบจะพ้นขอบรั้วรีสอร์ตอยู่ร่อมร่อ

ทันใดนั้นเอง! จากที่เคยคิดว่าโชคช่างไม่เข้าข้างคนอย่างเขา ไม่ว่าตั้งใจจะทำอะไร เขาก็ได้แต่คว้าน้ำเหลวกลับมาทุกครั้ง แต่บัดนี้เขาคงจะต้องเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่เสียแล้ว เมื่อสาวตาคมในชุดดำน้ำสีดำสนิทที่เขาจำได้ติดตาก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับชาวต่างชาติที่เขาคาดว่าน่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หล่อนเดินข้ามถนนตัดหน้ารถของเขามาจากฝั่งหาดทรายสีขาวและท้องทะเลสีคราม จิรเมธจึงบีบแตรเสียงดังลั่น เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าหล่อนพึงสังวรถึงโทษทัณฑ์ที่กำลังจะได้รับคืนจากเขา!

ปี้นนน!!!

เสียงกึกก้องช่างแสบแก้วหูเสียเหลือเกิน ทำให้ไกด์สาวหับขวับไปมองทางต้นเสียงทันทีอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนที่นัยน์คมโตจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อใบหน้าขาวๆ ลอยไปลอยมาส่อแววบูดบึ้งถมึงทึงอย่างน่าสะพรึง กำลังจ้องมองมายังเธอเขม็ง

เฮ้ย!” คนที่พลันรู้ตัวว่าพญามัจจุราชกำลังเรียกหาถึงกับร้องเสียงหลง จนลูกทัวร์ที่อยู่ข้างกายเธอต้องเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

“What?”

หนุ่มฝรั่งตัวโตสังเกตอาการของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่คนฟังกลับไม่มีเวลามานั่งอธิบายไขความกระจ่างให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น...

นอกเสียจาก... ต้องหนี!

เมื่อคนที่นั่งอยู่ภายในตัวรถกำลังดับเครื่องและเตรียมจะก้าวขามาลากตัวเธอไปประหารได้ทุกเมื่อ แม่สาวดวงซวยจึงหันมาบอกแก่ลูกทัวร์เพียงสั้นๆ อย่างด่วนจี๋

“I’ve just known that I forgot something on a boat so I will come back to get it.” เธออ้างกับพ่อหนุ่มหัวทองว่าลืมของไว้ที่เรือและกำลังจะกลับไปเอา ขอให้ตัวเขาและคนอื่นๆ เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารอเธอที่ด้านในรีสอร์ตกันก่อนได้เลย พร้อมกับยื่นอุปกรณ์ดำน้ำแหมะใส่ในมือของอีกฝ่ายด้วย ก่อนที่เธอจะเผ่นหนีวิ่งลงไปที่ชายหาดเหมือนเดิม

แต่จิรเมธเองก็คล่องแคล่วว่องไวพอตัวอยู่ใช่ย่อย เขารีบกระโดดลงจากรถและติดตามแม่สาวแสบไป หมายจะขย้ำคอเรียวๆ ซะให้หนำใจ ทำเอาเหล่านักท่องเที่ยวต่างพากันมองดูอากัปกริยาของคนทั้งคู่ด้วยความงุนงง จนกระทั่งพวกเขาวิ่งห่างออกไปไกลลิบตา

เมื่อไม่มีผู้ใดพอจะอธิบายให้คำตอบแก่พวกตนได้ บรรดาลูกทัวร์ทุกคนจึงเลิกสนใจ ทยอยนำชุดและอุปกรณ์ดำน้ำกลับไปคืนให้แก่พนักงานในรีสอร์ตตามที่ไกด์สาวได้บอกไว้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เริ่มสนุกขึ้นมาแล้วล่ะสิ

คราวที่แล้วตาจิมโดนเทซะหมดฟอร์ม เสียเหลี่ยมพระเอกโม้ดดดด

คราวนี้พ่อคุณเขาจะแก้เผ้ดกลับยังไงละเนี่ย...???

เอาไว้มาตามต่อตอนหน้านะคะ

ใบ้ให้นิดนึงว่า...งานนี้มีเฮ!!!!


ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ อิอิ


ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น