ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 71 : บทส่งท้าย...ปิดฝาแกลลอนรับความสุข (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 เม.ย. 61






Image result for ใต้ร่มใบภักดิ์






นี่...อยากจะหันมาเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นเดชาธรดูบ้างไหม มันเข้ากับชื่อของเธอมากๆ เลยนะ ลัลนา เดชาธร... เพราะออก จิรเมธเอ่ยถามทีเล่นทีจริง

คนฟังที่ถูกเจ้าตัวรุกล้ำพื้นที่หัวใจไปทั้งดวงเสียแล้วได้แต่เพียงก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้น ตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใจแล้วว่า...ความรักสามารถเปลี่ยนนิสัยคนได้จริงๆ

ก็ดูอย่างเธอสิ...แต่ก่อนเคยหรือที่จะออกอาการเขินอายแบบนี้ ไม่มีซะล่ะ!

พอมาตอนนี้ เธอกลับเอาแต่ยีนม้วนต้วนเหมือนนางอายไม่มีผิด เพียงแค่เขาพูดจาแหย่เย้าอะไรเข้านิดหน่อยเท่านั้น เธอก็ก้มหน้ามุดหนีดวงตาวิบวับของเขาเสียอย่างเดียว

โอ๊ยยย! อย่างนี้มันเสียชื่อลูกสาวผู้ใหญ่ธมกันพอดี

แหม...มีคนมาจีบกันโต้งเป็นครั้งแรกทั้งที ขอฉันเล่นตัวนิดๆ หน่อยๆ ก็แล้วกันนะตาจิม

อืม...แล้วถ้าฉันสนใจขึ้นมาจริงๆ จะมีโปรโมชั่นอะไรให้บ้างละคะคุณพ่อค้า ลัลนาต่อปากกับเขาอย่างนึกสนุก

คนฟังยิ้มกริ่ม เข้าทางเขาพอดี จะได้งัดกลยุทธ์แพรวพราวขึ้นมาดักล่อของสาวแต่งงานสักที จิเรมธจึงรีบแปลงกายเป็นพ่อค้าชวนเชื่อโฆษณาสรรพคุณตัวเองทันที

ถ้าคุณลัลนาสนใจจะเปลี่ยนนามสกุล วันนี้เรามีสิทธิพิเศษสุดคุ้มมามอบให้มากมายเลยครับ อย่างแรก...คุณจะได้กลายเป็นคุณนายของบริษัทยักษ์ใหญ่เดชาธรกรุ๊ปครับ

ฟังดูโก้ดีนะ แต่ยังไม่น่าสนใจสักเท่าไร ลูกค้าสาวกิตติมศักดิ์ยักไหล่บอก

งั้นก็โปรโมชั่นชั้นที่สอง...นายจิมคนนี้จะขออาสาแต่งหน้าทาปากให้คุณผู้หญิงทุกวันเลยครับ

บ้า!...นี่แน่ะ...ฉันแต่งหน้าเป็นที่ไหนกันเล่าลัลนายกมือขึ้นตีแขนเขาหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ แล้วเอ่ยคาดคั้นเจ้าตัวตาเขียวว่า พูดแบบนี้แปลว่าชอบไปฝึกทำกับสาวอื่นมาซะจนเชี่ยวชาญเลยละสิท่า เชอะ!”

 อะไรกัน ยังไม่ทันจะแต่งกันเลย เธอกลายเป็นเมียจอมขี้หึงซะแล้วเหรอ เขาเอ่ยปากกระเซ้า จึงได้รับกำปั้นน้อยๆ มาเป็นของตอบแทนเสียสองสามตุบ ทำให้เจ้าตัวยิ่งหัวเราะด้วยความถูกอกถูกใจ ก่อนจะเชยคางมนขึ้นมาสบตากับเขาอย่างอ่อนหวาน จริงใจ

เปล่าเลย ฉันไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครและไม่ก็คิดจะทำด้วย เธอเป็นคนแรกและคนสุดท้ายเท่านั้น ที่ฉันเต็มใจทำให้แบบนี้

พูดอย่างนี้ค่อยรื่นหูหน่อย คนฟังอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา พลางร้องถามถึงสรรพคุณข้อถัดไป แล้วข้อที่สามล่ะ?

สิทธิพิเศษข้อที่สาม...เป็นข้อสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด ฉันจะรักเธอเพียงคนเดียวไปตลอดทั้งชีวิต ฉันจะดีกับเธอให้มากๆ และจะไม่ทำให้เธฮเสียใจเป็นอันขาด

จิรเมธให้คำมั่นกับหญิงสาวอย่างจริงจัง แต่ดวงตากลับเปี่ยมไปด้วยแววหวานไหว ทำให้คนมองถึงกับยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบปริ ลัลนาเขย่งปลายเท้ากระซิบข้างกกหู เพื่อให้ชายหนุ่มได้ยินชัดๆ

ข้อนี้เข้าท่าที่สุด งั้นตกลงว่าฉันจะยอมเปลี่ยนนามสกุลเป็นเดชาธรก็ได้

เท่านั้นแหละ...คนฟังก็โผเข้าสวมกอดร่างบางเอาไว้ทันทีด้วยความเบิกบานใจเป็นนักหนา ทว่าคนเหลี่ยมจัดก็ยังไม่วายทิ้งลายเจ้าเล่ห์ เขาจึงเอ่ยปากต่อรองสาวใต้อย่างฉอเลาะต่อว่า

แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ สิทธิพิเศษที่ท่านจะได้รับไปทั้งหมดในวันนี้นั้น มันต้องมีเงื่อนไขกันเล็กน้อย

เงื่อนไขอะไรล่ะ? คนฟังนิ่วหน้าถาม

เธอต้องบอกรักฉันก่อนคนตอบคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

หา!”

ไม่มีหา!” ชายหนุ่มส่ายนิ้วเป็นเชิงห้าม พลางบ่นกระปอดกระแปด อย่ามาเบี้ยวกันสิ ทีฉันยังบอกรักเธอเลย แต่ดูเธอทำเข้าสิ แกล้งทำเป็นเนียนๆ ไม่ยอมบอกรักให้ฉันชื่นใจสักคำ แบบนี้ฉันก็ขาดทุนกันพอดี

 “ตะ... แต่ ลัลนามีสีหน้าหนักใจ จะให้เธอมาพูดจาหวานเลี่ยนให้ฟังเขาโต้งๆ เนี่ยนะ เธอเคยทำซะที่ไหนกันล่ะ

คนที่ตั้งหน้าตั้งรอฟังคำรักใจจนหูผึ่งออกอาการฮึดฮัดขัดใจ เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่อึกอักไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดออกมาสักที จิรเมธจึงทำหน้างอ พลางปล่อยมือออกจากร่างบางทันที

ถ้าไม่พูด ก็แปลว่าเธอไม่รักฉัน

คนที่กลัวเขาจะคิดน้อยใจไปกันใหญ่จึงสลัดความกลัว แล้วรวมความกล้าร้องบอกออกไปว่า

ฉันรักนาย!”

แม้เสียงที่เจ้าตัวเอ่ยออกมาจะไม่หวาน แต่เปี่ยมไปด้วยความน่ารักในสายตาของคนมอง และที่สำคัญช่วยเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเขาให้สมบูรณ์

ฉันก็รักเธอมากที่สุดจิรเมธตอบกลับอย่างไพเราะเสนาะหูเป็นที่สุด ก่อนจะล้วงมือหยิบของขวัญชิ้นสำคัญ ที่จะใช้ขอเธอแต่งงานอย่างจริงจังออกมาเสียที

ชายหนุ่มยกแท่งลิปสติกสีชมพูอ่อนขึ้นสัมผัสกับปากหยัดเชิดหนักๆ หนึ่งที ก่อนจะบรรจงวางมันบนกลีบปากอวบอิ่มด้วยความนุ่มนวล ตรงกับด้านที่เขาประทับตรา พร้อมสรรหาถ้อยคำหวานซึ้งตรึงใจมาเอ่ยแก่เธอว่า

จูบทางอ้อมนี้จะเป็นสัญญาใจและกายของฉันว่า...นายจิรเมธ เดชาธร จะเขียนคิ้วทาปากให้ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดในทุกๆ วันที่เราได้อยู่ด้วยกัน และเขาก็จะซื่อสัตย์ต่อเธอไปจนวันตาย...

คนพูดสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกนิด เพราะอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เมื่อต้องเอ่ยปากในสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตลูกผู้ชาย

แต่งงานกับฉันนะ... ลัลนา

ดวงตาเว้าวอนออดอ้อน ทำให้สาวผู้โชคดีที่ไม่ทันตั้งตัวได้แต่ผงกหัวรับตามเสียงหัวใจที่เรียกร้องเพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้สมองของเธอเบลอไปหมด จนไม่รับรู้รับเห็นอะไรเสียแล้ว

ขอบคุณนะ...ที่ทำให้ฉันสมหวัง ปากหยักเชิดยิ้มกว้าง ขณะสวมกอดสาวใต้เอาไว้แน่นด้วยความสุขสมหวัง ก่อนที่ตัวเขาจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องตลกขึ้นมาได้หนึ่งเรื่อง

นายขำอะไรเหรอ? ลัลนาแหงนหน้าถามเขาอย่างสงสัย

ฉันขำเรื่องของเราน่ะ ฉันกำลังคิดว่าความบังเอิญบนโลกใบนี้มีอยู่จริง และมันก็นำพาให้เรามาพบกัน แต่เธอรู้ไหม...ความบังเอิญที่เกิดขึ้นกับพวกเราหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ฉันประหลาดใจจนอยากจะเรียกมันว่า...

เจ้าตัวแกล้งจงใจเว้นวรรคให้อีกฝ่ายยิ่งอยากรู้ แล้วเชื่อเถอะว่า...เดี๋ยวหล่อนต้องส่งเสียงร้องเร่งเขาแน่ๆ

เรียกว่าอะไรล่ะ? ลัลนาอยากรู้จนเต็มแก่

พรหมลิขิตของสองเราเขาบอกคนฟังเสียงนุ่มเต็มไปด้วยความรักใคร่สนิทเสน่หา

ลัลนาเลยได้แต่ยิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบ ที่เธอเสียท่าให้กับความหวานของเขาอีกแล้ว

ใครจะเชื่อละว่า...บทพ่อเจ้าประคุณจะเล่นฉากเข้าพระเข้านางแบบนี้ขึ้นมาที จะซาบซึ้งดื่มด่ำน่าประทับใจเสียขนาดนี้  สองแขนบางจึงโอบกระชับตอบเขาในสิ่งที่เธอก็คิดเห็นแบบเดียวกัน จากนั้นหญิงสาวก็เป็นฝ่ายหัวเราะขึ้นมาบ้าง เมื่อเธอเอ่ยปากบอกเขาถึงสิ่งที่คิดขึ้นมาได้เช่นกัน

อืม...ฉันว่าบางทีพรหมลิขิตของเราต้องเกี่ยวข้องกับถ้ำเจ้าสาวแน่ๆ เลย นายคงจะโชคร้ายโดนอาถรรพ์ของที่นั่นเข้าให้ซะแล้วล่ะ เลยต้องกลายมาเป็นหนุ่มผู้โชคดีของฉัน

นั่นน่ะสิเนอะ สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กันอย่างชื่นมื่น ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผูดขึ้นมาในสมองของเขาว่า

งานนี้เขาคงจะต้องไปแก้บนที่ถ้ำเจ้าสาวซะแล้วละมั้ง ที่สิ่งศักดิ์สิทธ์อุตส่าห์ประทานคู่แท้อย่างลัลนามาให้แก่เขา

จิรเมธยังบังเกิดความเชื่อขึ้นมาอย่างเต็มหัวใจอีกว่า หมู่บ้านไบโอดีเซลแห่งนี้ คงจะมีจิตวิญญาณของความดีอยู่อย่างเปี่ยมล้นเป็นแน่ ถึงได้ทำให้ใครต่อใครที่แวะเวียนผ่านเข้ามา เป็นต้องเปลี่ยนความคิดในทางที่ดีไปกันหมด ไม่เว้นแม้แต่มารดาของเขาเอง!

ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาครบกำหนดสองปีที่เขาจำต้องวางมือลาจากหมู่บ้านเขากะหมอกไป ตัวเขาเองยังไม่อยากจะคิดเลยว่า เขาจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่นี่เสียขนาดไหนกันหนอ...

แต่ก็นั่นแหละ ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา...

สิ่งที่เขาจะทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ การสร้างครอบครัวของเขาและเธอให้มั่นคงเสียก่อน

แล้วหลังจากนั้นเขาจะทุ่มเทแรงกายแรงใจอันสุขสมบูรณ์ พัฒนาโครงการน้ำมันไบโอดีเซลให้ก้าวไกลเป็นที่รู้จัก มีรากฐานมั่งคงแข็งแกร่งสืบต่อไปอีกนานเท่านาน ชนรุ่นหลังจะได้เรียนรู้และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำริค้นคว้าวิธีการสร้างพลังงานทดแทน เพื่อให้เราชาวไทยยังมีพลังงานเชื้อเพลิงเอาไว้ใช้ ไม่ต้องเดือดร้อน แม้ในยามที่เข้าสู่ยุคน้ำมันขาดแคลน

ถึงแม้พวกเขาจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกมากมายสักแค่ไหน เขาก็จะท้อถอยไม่ได้!

และเมื่อถึงวันนั้น เขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาและคนในหมู่บ้านช่วยกันทำในวันนี้ จะมีคนอีกหลายสิบล้านชีวิตในวันข้างหน้านึกขอบคุณอย่างแน่นอน...

มิใช่การขอบคุณเขาหรือคนในเขากะหมอก!

แต่เป็นการสำนึกในบุญคุณของ พ่อที่รักเป็นห่วงและเสียสละเพื่อลูกๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอันใด เหมือนดังคำที่บิดาของเขาได้เคยพร่ำสอนอยู่เสมอมา จนทำให้วันนี้เขาประจักษ์แจ้งเห็นจริงว่า

ในโลกนี้...ยังมีคนที่ยอมเสียสละกายใจของตนเพื่อผู้อื่นอยู่

แล้วรอยยิ้มแห่งความสุขของผู้ให้อีกคนหนึ่งก็ผุดขึ้น....

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบแล้วจ้าาาาาาา

หวังว่าบทส่งท้ายความสนุกของนิยายรักกุ๊กกิ๊กเรื่องนี้จะถูกอกถูกใจคนอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ

นอกจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คนเขียนหวังเชิดชูพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ของพวกเรา

หวังว่าคนอ่านจะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

และเดินรอยตามพระบาทของพระองค์ต่อไป ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงค่ะ

สุดท้ายที่หวังคืออยากให้นิยายเรื่องนี้เติมความสุข ความประทับใจ และแรงบันดาลใจให้แก่คนอ่านในการทำความดีสืบต่อไปนะคะ

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่คอยติดตามกันมาตั้งแต่ต้นจนจบ 

แถมยังน่ารัก ไม่เคยเข้ามาต่อว่าหรือทวงตอนต่อเลย ตรงนี้ชมจันท์ต้องขอโทษด้วยที่อาจจะมาลงช้าบ้าง เร็วบ้างนะคะ อย่างที่บอกว่านอกจากเขียนนิยาย ตอนนี้ชมเป็นแม่ค้าเต็มตัว เวลาที่มีเลยอยากจะถูกแบ่งไปไม่เท่ากัน แต่ก็พยายามจะมาลงให้ได้อ่านกันเร็วที่สุดเท่าที่จะอำนวย พอเห็นมีคนมาตามอ่านอยู่ตลอด ก็อดปลื้มไม่ได้ค่ะ ขอขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนจากใจจริงๆ ค่ะ

แม้จะจบแล้ว แต่ชมจะขอทิ้งทวนความสนุกของนิยายไว้ให้คนอ่านอีก 1 อาทิตย์เต็มๆ นะคะ

ชมจะทำการลบจนเหลือ 15 ตอน ในวันอาทิคย์ที่ 8 เมษายน เวลา 2  ทุ่มค่ะ

ใครที่อ่านไม่ทันหลังจากนี้ ขอให้ติดตามต่อได้รูปแบบของอีบุ๊คที่พี่เมพแทนนะคะ

แล้วพบกันใหม่ในเรื่องต่อไปนะคะ... 




ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ณัชพล / supawit (@supawit-1234) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 10:36
    ขอบคุณที่เขียนนวนิยายดีๆ ให้อ่านนะครับ^^ ซาบซึ้งกินใจมากๆ เลยครับ^^
    #2
    1
    • #2-1 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 71)
      24 เมษายน 2561 / 12:15
      ขอบคุรสำหรับการติดตามเช่นกันค่ะ
      หวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขและข้อคิดดีๆให้คนอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ
      #2-1