ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 70 : บทส่งท้าย...ปิดฝาแกลลอนรับความสุข (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 เม.ย. 61






Related image






หนูนา!” จิรเมธเอ่ยชื่อเธอเสียงขุ่น ที่เธอพูดแบบนี้ เพราะตั้งใจเยาะเย้ยฉันรึไง?

ชายหนุ่มมองหน้าเธอนิ่ง สิ่งที่เขาเห็นจากใบหน้าคมขำก็คือดวงตาแป๋วแหววที่จับจ้องเขาอย่างใจจดใจจ่อ คล้ายดังมิให้พลาดวินาทีแห่งความเจ็บปวดของเขาเลยแม้แต่ช็อตเดียว เจ้าตัวจึงยิ่งโกรธเคืองเข้าไปอีก

โกรธ... ที่ตัวเขาไม่สามารถทำใจแข็งกับเธอได้เลยสักที

เคือง... ที่เธอทำเหมือนไม่รับรู้ความรู้สึกของเขาเลยแม้เพียงเศษเสี้ยว

ก็ได้! ในเมื่อเธออยากรู้นัก ฉันก็จะบอก สองมือหนาคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่มนอย่างแน่นหนา ด้วยแววตาขึงขังเอาจริง ใช่! ฉันทั้งเจ็บทั้งเสียใจจนอยากจะหนีกลับกรุงเทพฯ วันนี้ เดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลย ที่เห็นเธอทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สนใจกับการที่ฉันจะอยู่หรือจะตาย เธอรู้ไหมลัลนาว่ามันเลือดเย็นเกินไปสำหรับฉัน คนที่รักเธอจนหมดหัวใจ!”

จิรเมธพรั่งพรูความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างไม่อาย ตอนนี้อารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจมันครอบงำจิตใจของเขาให้มืดมนไปหมดเสียแล้ว

นายรักฉัน? สาวใต้ร้องถามเสียงสูงอย่างไม่คาดฝัน ใบหน้าก็พลันแดงซ่านขึ้นมาจากกระแสโลหิตที่สูบฉีดมาจากหัวใจที่เต้นตึกตัก กระทั่งเธอต้องรีบยกฝ่ามือขึ้นมาบิดบังความเก้อเขินเอาไว้ให้มิดชิด

ใช่! ฉันรักเธอ คนตอบบอกเสียงหนักแน่น จะหัวเราะเยาะฉันก็เชิญเลยนะ

ทำไมต้องหัวเราะเยาะนายด้วยล่ะ? ลัลนาเอ่ยถามเสียงแผ่วลอดช่องว่างบนฝ่ามือของตน

ก็หัวเราะเรื่องที่ฉันกลืนน้ำลายตัวเองยังไงละ ปากเคยบอกว่าไม่ชอบเธอแท้ๆ แต่ผลสุดท้ายฉันก็ดันมาตกหลุมรักยายลิงทโมนอย่างเธอเข้าซะได้ แบบนี้มันไม่น่าขำรึไง?

ของมันแน่อยู่แล้ว... ที่หล่อนจะคิดเช่นนั้น!

และหล่อนก็คงจะไม่ช้า รีบกระหน่ำซ้ำเติมความเจ็บให้เขายิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ด้วย

ไม่เห็นจะน่าขำเลยสักนิด ลัลนาค่อยๆ เงยหน้าสบตาชายหนุ่มอย่างจริงใจ แม้จะยังรู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อเขาบ้าง เพื่อความยุติธรรม เพราะขนาดจิรเมธเองยังกล้าที่จะเฉลยความในออกมาให้เธอได้รู้เลย แล้วไยเธอถึงจะต้องกลัวอีกเล่า...

ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกับนายเหมือนกัน

ฮะ!” คนไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปรึเปล่าร้องอุทานตาโต พร้อมกับถามย้ำ เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

ทว่าครั้งนี้ลัลนากลับเอาแต่ยืนหลบตา ก้มหน้างุดไม่ยอมตอบ คนใจร้อนจึงต้องรีบเคลื่อนมือจากหัวไหล่มาเชยคางมนไว้อย่างนุ่มนวล เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่เป็นความจริงจากใจของเธอ แล้วดวงหน้าหวานที่แต่งแต้มสีแดงระเรื่อไปทั่วใบหน้ายามที่เขามองสบ กับแววตาคมซึ้งที่เต้นไหวระริกอยู่ข้างใน ก็ทำให้เขาล่วงรู้ถึงความตื่นเต้นที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของเจ้าหล่อน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ดีทีเดียวว่า...

...เขาคงจะฟังไม่ผิดจากที่ได้ยินเป็นแน่แท้!

ฉันฝันไปรึเปล่าเนี่ย?เขากระซิบบอกตัวเองราวกับคนละเมอ

อื้อ... กระนั้นคนแสนดีก็ยังอุตส่าห์ส่ายหน้าแทนคำตอบให้เขาชื่นใจ แม้จะอารมณ์ดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ยังคงงอนนิดๆ ไม่ได้

แล้วทำไมตอนที่ฉันบอกว่าจะไป เธอถึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจฉันล่ะ?

ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย เพียงแต่ฉันรู้อยู่แล้วว่านายกำลังจะกลับกรุงเทพฯ

เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? คนถามขมวดคิ้วอย่างสงสัย แล้วภาพเหตุการณ์ที่เขาสนทนากับมารดาเมื่อคราวก่อนก็แล่นปราดเข้ามาในสมอง ทำให้เจ้าตัวถึงกับร้องอ๋อ เธอคงจะได้ยินเรื่องที่ฉันพูดกับคุณแม่หมดแล้วละสิ

หญิงสาวพยักหน้ารับ แถมยังยิ่งก้มหน้าจนแทบจะมุดลงพื้นอย่างละอายใจ ที่ตัวเองทำเรื่องไร้มารยาท

มิน่าละ...หลายวันมานี้เธอถึงดูแปลกๆ ไป ซึมกะทือยังไงชอบกล คงกลัวว่าฉันจะดุเอาใช่ไหม?

คำตอบของอีกฝ่ายยังเป็นการพยักหน้าเหมือนเดิม

โธ่เอ๊ย! ที่หลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ รู้ไหมว่าฉันใจหายหมดเลย คนพูดเป่าปากโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก ก่อนจะหันมาบอกกับคนผิดเสียงนุ่มว่า ต่อให้เธอจะผิดมากกว่านี้อีกสักร้อยเท่า ฉันก็ไม่มีทางโกรธเกลียดเธอได้ลงคอหรอก เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องอะไร เราก็ควรจะพูดกันตรงๆ พวกเราจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดคิดน้อยใจไปคนเดียวแบบนี้อีก

ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายเสียใจเลยนะ ลัลนาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วบอกถึงการใคร่ครวญตกลงปลงใจของเธอให้เขารับรู้อย่างกล้าหาญ แต่ที่ฉันไม่ได้รู้สึกตกอกตกใจอะไร ก็เป็นเพราะฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะตามนายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

เธอพูดจริงๆ เหรอ? จิรเมธร้องถามสาวใต้ด้วยความปลาบปลื้ม แต่ก็อดเป็นกังวลแทนหล่อนไม่ได้อยู่ดี ถ้าเธอไปกับฉัน แล้วเธอไม่เป็นห่วงที่นี่รึไง?

ห่วงสิ ลัลนาตอบตามจริง แต่ฉันคุยเรื่องนี้กับแม่จ๋าแล้ว และท่านก็บอกให้ฉันทำสิ่งที่หัวใจต้องการ เพราะที่นี่ยังมีชาวบ้านคอยช่วยดูแลโครงการอยู่อีกตั้งหลายคนแน่ะ

รอยยิ้มเบิกบานไร้แววหวาดวิตกอวดโฉมอยู่ต่อหน้าเขา เพื่อบ่งบอกถึงความมั่นใจในสิ่งที่เธอครุ่นคิดตริตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เธอก็จะไม่มีวันเสียใจอย่างเด็ดขาด!

เพื่อฉัน...เธอถึงกับยอมทิ้งโครงการและบ้านเกิดที่เธอรักเลยเหรอ? จิรเมธไม่รู้จะเปรียบความดีใจของเขากับอะไรดี เขารู้แค่ว่ามันมากล้นเสียจนน้ำทะเลในมหาสมุทรยังไม่อาจจะเทียบเคียงได้ มือข้างหนึ่งล้วงกำของที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงอย่างหมายมั่น

ของขวัญ... ที่เขาตั้งใจจะขอหล่อนแต่งงานในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้านี้

ใช่

แววตาแน่วแน่ถูกส่งมาให้เขายิ่งตื้นตันใจมากขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ยินเสียงหวานๆ ถามกลับมาบ้าง

แล้วนายล่ะ ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม ที่บอกว่ารักฉันน่ะ?

พูดยังไม่ทันจบ สาวใต้ก็รีบก้มหน้างุดลงตามเดิมด้วยความกระดากอาย คนฟังจึงขยับเข้าใกล้ร่างบางขึ้นอีกนิด ก่อนจะก้มหน้าลงกระซิบเสียงนุ่มอยู่ข้างแกมนวลของสาวเจ้าอย่างว่า

ถ้าพูดแล้วยังไม่เชื่อ งั้นฉันคงจะต้องแสดงให้ดูซะแล้วละ

คนขี้อายรีบเบือนหน้าหนีกันอุตลุด ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นระส่ำจนแทบจะระเบิดอยู่รอมร่อ รีบร้องปรามด้วยความขัดเขินเกินจะกล่าว

มะ...ไม่ต้องหรอก ฉันมะ...ไม่ติดจะ...ใจแล้วละ

แต่ฉันกลัวเธอไม่เชื่อนี่นา ก็เลยอยากให้เห็นจะจะกับตา

ฉันชะ...เชื่อแล้วละว่านะ...นายรู้สึกยังไง? ลัลนาพูดเสียงสั่น เปี่ยมไปด้วยความหวั่นไหว จากสาวห้าว...บัดนี้กลับอ่อนระทวยเหมือนคนที่เพิ่งจะถูกกระแสไฟแห่งรักช็อตร่าง จนมือไม้ปวกเปียกไม่มีเรี่ยวมีแรงเสียดื้อๆ

แต่เมื่อกี้เธอยังสงสัยฉันอยู่เลยนะ? จิรเมธพูดยิ้มๆ อย่างเจ้าเล่ห์

มะ...ไม่สงสัยแล้ว ก็ถ้านายไม่ได้รักฉัน นายจะยอมทำโน่นทำนี่เพื่อฉันตั้งมากมายเหรอ?

จิรเมธมองท่าทางลนลานของหญิงสาวอย่างขำๆ ดูหน้าดูตาของหล่อนสิ แดงก่ำไปหมดทั้งตัวเชียว

แน่ะ! หล่อนก้มหน้างุดอีกแล้ว คงเขินมากละสิ ถึงได้ทำท่าทำทางยังกะจะหาเหรียญบาทอย่างนั้นแหละ

แม้จะนึกเอ็นดูความน่ารักน่าชังของหล่อนเป็นนักหนา แต่พอเขาไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ของสาวเจ้าแล้ว มันพานให้รู้สึกขัดจิตขัดใจเสียเหลือเกิน ครั้นจะใช้ปลายนิ้วเชยคางหล่อนขึ้นมาอีก เขาก็เบื่อจะทำ คนตัวสูงเลยกระหวัดเกี่ยวเอวกิ่วของอีกฝ่ายมาโอบเอาไว้อย่างหลวมๆ แล้วกระชับร่างน้อยเข้ามาแนบสนิทติดกายของเขา ให้ได้กลิ่นไออุ่นกรุ่นกายและเสียงหัวใจที่ดังสะท้อนขึ้นลงพร้อมๆ กัน เหมือนดังคำกล่าวที่ใครต่อใครชอบพูดว่า

นี่แหละ... ที่เขาเรียกว่าหัวใจตรงกัน

อุ๊ย!” ลัลนาอุทานออกมาเบาๆ กับการจู่โจมอันแสนหวานของเจ้าตัว เธอจึงจำใจต้องเงยหน้ามองเขา เพราะอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อไป

ก็จริงอยู่ว่าเรื่องที่ฉันซื้อที่ซื้อตึกเป็นเพราะเธอ แต่รู้ไหมฉันยังทำอะไรเพื่อเธอได้มากกว่านั้นอีกนะ?

อะไรเหรอ? สาวใต้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ จนลืมความขวยเขินไปขั่วขณะ

ก็ทีเธอยังยอมตัดใจจะตามฉันกลับไปกรุงเทพเลย แล้วทำไมฉันจะยอมขัดใจคุณแม่ เพื่อมาอยู่กับเธอที่นี่บ้างไม่ได้ล่ะ?

คนฟังถึงกับเบิกตากว้าง ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นดีใจและประหลาดใจเท่ากับครั้งนี้มาก่อนเลย ที่อีกฝ่ายยอมทำเพื่อเธอถึงขนาดนี้

หมายความว่านายจะไม่กลับกรุงเทพฯ แล้วเหรอ?

ตอนนี้น่ะยังไม่กลับ

หมายความว่าไง ฉันงงไปหมดแล้ว

ก็หมายความว่าฉันมีเวลาอยู่กับเธอและพัฒนาหมู่บ้านเขากะหมอกต่ออีกสองปีไงละ แล้วหลังจากนั้นฉันจะต้องกลับกรุงเทพฯ ทันทีตามสัญญา เขาอธิบายให้เธอเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้งว่า ถึงตอนนั้นเธอยังอยากจะไปอยู่กับฉันรึเปล่า?

ไม่ต้องคิดให้มากความ หญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับในสิ่งที่เขาร้องขอทันที อย่าว่าแต่กรุงเทพฯ เลย ต่อให้ไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียวขนาดไหน เธอก็ยินยอมพร้อมใจตามติดเขาไปทุกแห่ง ในเมื่อเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวกับการใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง โดยปราศจากผู้ชายยียวนจอมยโสที่สุดในรอบปีคนนี้แล้วนี่นา

ว่าแต่แล้วงานที่กรุงเทพฯ ของนายล่ะ ใครจะดูแล? ลัลนายังอดเป็นกังวลแทนเขาไมได้

เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ที่บริษัทยังมีคุณพ่อคุณแม่ของฉันคอยช่วยดูแลอยู่ พอครบกำหนดเมื่อไหร่ เราค่อยกลับไปดูแลงานที่นู่นต่อด้วยกันนะ จิรเมธทอดเสียงหวานบอกหล่อนอย่างออดอ้อน ทำเอาคนฟังรีบพยักหน้ารับ พร้อมกับส่งยิ้มให้เขาด้วยความเต็มใจ

เอาละ ที่นี้หมดเรื่องวุ่นๆ ไปซะที จะเหลือก็แค่เรื่องของฉันนี่แหละที่เธอต้องเป็นห่วงให้มากๆ คนพูดมองหญิงสาวด้วยแววตากรุ้มกริ่มมีเลศนัย

ห่วงนาย! คนกะล่อนอย่างนายมีอะไรให้น่าห่วงกันล่ะ?คนมองรีบหลบดวงตาหวานฉ่ำเป็นพัลวัน

ก็ห่วงเรื่องที่ว่าต่อไปนี้ฉันจะใช้ชีวิตยังไง ในเมื่อฉันไม่สามารถหนีไปไหนได้ เพราะมีทั้งขุนเขา ทั้งน้ำมัน และลูกสาวของผู้ใหญ่ธมเล่นมายึดตัวยึดหัวใจจนฉันดิ้นไม่หลุดแล้วน่ะสิ

คำพูดหวานๆ ถูกโปรยปรายดังคลอเคลียอยู่ข้างหูเธอไม่ห่าง ทำเอาลัลนาเขินจัด ต้องรีบก้มหน้าซุกลงกับอกกว้างเป็นการหลีกหนี อีกฝ่ายเลยได้โอกาสกระชับวงแขนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น หมายจะถ่ายทอดความรักและความห่วงใยที่ตัวเขามีต่อเจ้าหล่อนอย่างเต็มตื้น

นี่...อยากจะหันมาเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นเดชาธรดูบ้างไหม มันเข้ากับชื่อของเธอมากๆ เลยนะ ลัลนา เดชาธร... เพราะออก จิรเมธเอ่ยถามทีเล่นทีจริง 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

อร๊ายยยยยยยย 8(>///<)8

ในที่สุดเขาก็สารภาพ "รัก" กันแล้วน้าาาาาา 

สมใจแม่ยกกันมั้ยคะ???

แต่ยัง! ความหวานความฟินยังไม่หมดแค่นี้ ตอนนี้ชมเอามาลงให้เป็นน้ำจิ้ม

ตอนหน้าสิตอนหน้า จีบกันทั้งหวานทั้งเขินแทนหนูนาแน่

มาดูลีลาจีบสาวของตาจิมทิ้งท้ายทั้งทั้งตลก น่ารัก และสุดแสนจะประทับใจกันค่ะ




หลังจากลงตอนสุดท้ายจบ ไรเตอร์จะยืดเวลาให้นักอ่านซึมซับความประทับใจกัน 1 อาทิตย์เต็มๆ 

แล้วหลังจากนั้นขออนุญาตลงให้ติดตามกัน 15 ตอนนะคะ

หลังจากนี้ใครอ่านไม่ทันหรืออยากอ่านต่อ ขอให้ตามกันในรูปแบบอีบุ๊คในราคาย่อมเยาว์แทนค่ะ



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น