ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 67 : แกลลอนที่ 30 (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.พ. 61












คุณแม่ครับ จิรเมธเดินตรงเข้ามาหามารดาอย่างแน่วแน่ เมื่อเห็นท่านกำลังนั่งคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ตามลำพังตรงหน้าเรือนชาน

ผมมาให้คำตอบกับคุณแม่ ตามที่เราสัญญากันไว้ครับ

เอาสิ ไปคุยกันทางนู้นก็แล้วกัน อำไพพรรณบอกเสียงเรียบ พลางคิดไปว่า

ถึงคราวที่เธอจะต้องกลายเป็นตัวแสดงเอกของเรื่องนี้บ้างเสียแล้วละ

เธอพยักพเยิดให้บุตรชายเดินตามลงมายังใต้ต้นไม่ใหญ่ที่จิรเมธนั่งดูดาวเป็นประจำ เพราะเห็นว่าเป็นส่วนตัวดี

อ้าว...แกตัดสินใจยังไงก็ว่ามา

คนเป็นแม่เอ่ยถามลูกชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่บ่งบอกความรู้สึกอันใด พลางหย่อนกายลงนั่งบนพื้นหญ้าอย่างไม่รังเกียจรังงอน ส่งผลให้คนที่กำลังจะเอ่ยปากรู้สึกตรึงเครียดขึ้นมา เพราะคาดเดาจิตใจของมารดาไม่ถูกว่า หลังจากเขาเปิดปากบอกการตัดสินใจออกไปแล้ว ท่านจะยังนิ่งสงบอยู่อย่างนี้ได้หรือไม่...

เอ่อ... จิรเมธรีบพนมมือขอขมาท่านเอาไว้ก่อนแต่เนินๆ ผมขอโทษครับคุณแม่

แล้วก็เป็นไปตามที่คิด ระเบิดเวลาที่ผูกติดอยู่ในกายของมารดาก็จุดเวลาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

แม่ยอมไม่ได้หรอกนะจิม!” อำไพพรรณร้องขัดขึ้นมาทันควัน ไม่อยากจะรับรู้เหตุผลกลใดจากบุตรชายทั้งนั้น ถึงเธอจะเพิ่งซาบซึ้งที่ได้เห็นภาพแห่งความประทับใจระหว่างเพื่อนรักและบุตรสาวมาหยกๆ แต่เธอกับสามีก็ไม่สามารถขาดผู้สืบทอดอย่างจิรเมธได้ เพราะตัวเธอไม่มีใครช่วยดูแลกิจการเหมือนดั่งธมและมาลินี ซึ่งมีชาวบ้านในเขากะหมอกคอยแบ่งเบาภาระ และรับช่วงโครงการอยู่อีกหลายต่อหลายคน ดังนั้นเธอจึงจำต้องเอ่ยออกไปอย่างคนใจร้าย

ถ้าแกอยู่ที่นี่ แล้วพ่อกับแม่จะไปหาใครมารับช่วงบริษัทต่อล่ะ?

คนถามรีบเบือนหน้าหนี เพราะเกรงจะนึกสงสารแววตาวิงวอนของบุตรชาย จนทำให้เธอยิ่งพานใจอ่อนยวบยาบ

คุณแม่ใจเย็นๆ แล้วฟังผมก่อนนะครับ คนเป็นลูกร้องบอกมารดา ที่ผมขอโทษคุณแม่ ไม่ใช่เพราะผมคิดจะอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตนะครับ

แล้วมันหมายความว่ายังไง?

มันจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดไว้ได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อคำพูดและท่าทางของเจ้าตัวส่อเค้าออกมาชัดๆ ว่า

จิรเมธตัดสินใจเลือกจะอยู่ที่นี่

คือว่า... ผม... เอ่อ... คนพูดออกอาการติดอ่างขึ้นมากะทันหัน เมื่อเจอแววตาคาดคั้นของท่าน แต่เขาก็ต้องกลั้นใจเอ่ยออกไปอยู่ดีนั่นแหละ

ผมตัดสินใจจะกลับไปดูแลบริษัทของเราครับ

จริงเหรอตาจิม!? อำไพพรรณแย้มยิ้มด้วยความยินดี

จริงครับ เจ้าตัวพยักหน้ารับ แล้วบอกเงื่อนไขของเขา แต่ผมขอเวลาอยู่พัฒนาที่นี่ต่ออีกสองปีก่อนนะครับ แล้วผมถึงจะกลับไปรับตำแหน่งต่อจากคุณพ่อ…”

ตาจิม!” อำไพพรรณตวาดบุตรชายเสียงดัง เพื่อให้เขาได้สติรู้ตัวว่ากำลังพูดอะไรออกมา

แต่ดูเหมือนลูกชายของเธอจะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี จึงไม่รู้สึกตื่นตระหนกตกใจอะไรเลยสักนิด ซ้ำยังตรงเข้ามาบีบมือเผะอเบาๆ อย่างประจบ พลางเอ่ยปากออดอ้อนเธอเสียงอ่อนเสียงหวานอีกต่างหากว่า

อนุญาตให้ผมได้ทำตามใจสักสองปีเถอะนะครับคุณแม่ คุณแม่ก็เห็นนี่ครับว่าโครงการที่ผมดูแลอยู่กำลังจะไปได้สวย คนที่นี่เริ่มหันมาให้ความสนใจน้ำมันไบโอดีเซลกันมากขึ้น อีกหน่อยพอผมสร้างหมู่บ้านเขากะหมอกจนเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตไบโอดีเซลแล้ว ผมก็จะวางมือปล่อยให้พวกชาวบ้านเขาพัฒนาต่อยอดไปจังหวัดอื่นๆ เอง ส่วนผมจะกลับไปดูแลบริษัทเดชาธรของเราตามเดิมครับ

อำไพพรรณนิ่งคิด ฟังที่บุตรชายกล่าวกับเธอด้วยท่าทางมุ่งมั่นเอาจริง ก่อนจะเอ่ยปากถามเรียบๆ

สองปีมันพอเหรอ กับการที่แกจะพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูยน์กลางการผลิตน่ะ? ดวงตาคมดุหลิ่วมองเจ้าตัวคล้ายกับจะประเมินความสามารถของเขา

คนฟังไม่ตอบ แต่ถามกลับยิ้มๆ ให้อีกฝ่ายได้คิดว่า

คุณแม่ไม่เชื่อใจฝีมือลูกชายคนนี้เหรอครับ?

จริงสิ... ลูกชายเธอคนนี้เก่งกาจมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา

เพราะฉะนั้น... ถ้าเขาเอาจริงขึ้นมาละก็ เวลาแค่สองปีกับการพัฒนาหมู่บ้านเล็กๆ อย่างนี้ ไม่คณามือจิรเมธหรอก

แล้วถ้าสมมุติว่าแม่เชื่อ แกจะมีเหตุผลอะไรดีๆ ที่ทำให้แม่ยอมรับข้อเสนอนี้ได้บ้างล่ะ? เธอเอ่ยถามบุตรชายอย่างลองภูมิ

มีสิครับ ข้อแรก...ผมลงทุนซื้อที่ซื้อตึกให้คนที่นี่เช่าไปแล้ว แต่ถ้าผมทิ้งทุกอย่างไปซะเฉยๆ สิ่งที่ผมลงทุนทำมาทั้งหมดก็จะเสียเปล่าและขาดทุน ซึ่งมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของนักธุรกิจที่ดีตามที่คุณแม่เคยบอกเลยนะครับ

อำไพพรรณมองบุตรชายจอมเจ้าเล่ห์เจื้อยแจ้วเจรจาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยปากถามเจ้าตัวต่อไป

แล้วข้อสองล่ะ?

ผมอยากจะทำหน้าที่ของประชาชนที่ดีครับ คราวนี้แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น ผมกับผู้ใหญ่ธม คุณน้ามาลินี และชาวบ้านในเขากะหมอกทุกคนตั้งใจจะช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีๆ สนองตอบตามแนวทางพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ และความสำคัญของน้ำมันไบโอดีเซลในอนาคตครับ

จิรเมธสบตากับคนเป็นแม่อย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนจะเชิดหน้าบอกถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ของเขาให้ท่านรับรู้และเข้าใจ

เพราะฉะนั้นผมจึงยังทิ้งคนที่นี่ไปไม่ได้ครับคุณแม่

สรุปก็คือแกจะอยู่ที่นี่ให้ได้ว่างั้นเถอะ?

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เจอคำถามแทงใจของยอดคุณแม่แบบนี้ ตาจิมจะตอบยังไง...

จะเลือกหัวใจหรือเลือกความกตัญญู

ไรเตอร์ละกลุ้มแทน เลือกยากซะด้วยสิ

ฝั่งหนึ่งก็แม่ ฝั่งหนึ่งก็ว่าที่เมียในอนาคต

ยังไงสาวๆก็มาช่วยตาเชียร์พี่จิมหน่อยหน่อยนะคะ



 

อีกตอนเดียวก็จบแล้วน้า มาเอาใจช่วยตาจิมกับหนูนากันเยอะๆนะคะ

หลังจากลงตอนสุดท้ายจบ ไรเตอร์จะยืดเวลาให้นักอ่านซึมซับความประทับใจกัน 1 อาทิตย์เต็มๆ 

แล้วหลังจากนั้นขออนุญาตลงให้ติดตามกัน 15 ตอนนะคะ

หลังจากนี้ใครอ่านไม่ทันหรืออยากอ่านต่อ ขอให้ตามกันในรูปแบบอีบุ๊คในราคาย่อมเยาว์แทนค่ะ



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น