ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 66 : แกลลอนที่ 30 (30%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 61












สนทนาระหว่างสองแม่ลูกในวันก่อน ทำให้ลัลนาเก็บเอามาครุ่นคิดหนักใจ ขณะที่จิรเมธเองก็กำลังวิตกกังวลหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้มิได้เช่นกัน ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก่อนการเปิดร้าน ซึ่งต้องออกไปตระเวนประชาสัมพันธ์ในหลายๆ พื้นที่ ทั้งคู่จึงต่างไม่ค่อยจะได้พูดจาเล่นหัวกันเหมือนอย่างเคยสักเท่าไร นอกเสียจากเรื่องงานจริงๆ

 

กระทั่งมาถึงวันเปิดร้านวันแรก...

ทั้งธม มาลินี และอำไพพรรณ ตลอดจนทุกคนในเขากะหมอก ต่างก็มาช่วยงานกันอย่างพร้อมเพรียงแข็งขัน โดยสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันไปตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขายสินค้า การสาธิตวิธีการใช้งาน การประชาสัมพันธ์บอกล่าวถึงคุณประโยชน์ การแจกใบปลิวและนามบัตร รวมไปถึงการช่วยลำเลียงขนส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าที่มาซื้อหาจับจ่ายกันอย่างมากมาย

การเปิดร้านวันแรกของ ร้านเขากะหมอกในวันนี้ จึงเปี่ยมไปด้วยผู้คนเนืองแน่นจากทั่วทุกสารทิศที่แวะเวียนมาเลือกซื้อเลือกชมกันด้วยความสนใจ เกินกว่าเป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้เสียอีก ทุกคนจึงต้องวิ่งวุ่นจนเหงื่อโทรมกาย โดยเฉพาะคนที่เป็นทั้งมันสมองและหัวเรือใหญ่ของบรรดาชาวบ้านอย่างจิรเมธ จวบจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าแล้วนั่นแหละ พวกเขาถึงได้เพิ่งจะได้เริ่มเก็บร้าน และเดินทางกลับหมู่บ้านไปพักผ่อนด้วยความอ่อนล้า ทว่าใบหน้าของทุกคนนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความสุข มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ต่อไป

อำไพพรรณตัดสินใจเดินเข้าไปหามาลินี เพื่อบอกกล่าวเรื่องที่เธอและบุตรชายกำลังจะเตรียมตัวกลับกรุงเทพตามที่คิดไว้ เพราะตั้งแต่วันที่เธอได้รับทราบความรู้สึกของสองหนุ่มสาวพร้อมๆ กับเพื่อนรักในคราวก่อน ทั้งเธอและหล่อนยังไม่มีโอกาสได้คุยเรื่องนี้กันอีกเลย

อำไพพรรณตั้งท่าจะอ้าปากเรียกเพื่อนสนิท เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ไกลนัก ทว่าสองเท้าก็ต้องชะงักลงเสียก่อน เมื่อมีบุคคลที่สามอย่างบุตรสาวของเพื่อนรักตรงเข้าไปสวมกอดแผ่นหลังของผู้เป็นแม่เสียแน่น ราวกับกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอะไรบางอย่าง

แม่จ๋า... หนูมีเรื่องอยากปรึกษาหน่อยจ้ะ เราไปคุยกันตรงโน้นได้ไหม หนูไม่อยากให้พ่อจ๋าได้ยิน

ทั้งๆ ที่ลัลนาพูดเสียงเบาหวิว แต่อำไพพรรณก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน

ได้สิลูก มาลินีบอกยิ้มๆ ด้วยความเต็มอกเต็มใจ เพราะนานทีปีหนบุตรสาวถึงจะมีเรื่องมาปรึกษานางสักที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวมีอาการซึมเซาตลอดช่วงสองสามวันมานี้อย่างแน่นอน

หนูนามีปัญหาอะไรรึเปล่าลูก? น้ำเสียงอ่อนโยนทอดถามเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย

จ้ะ

อำไพพรรณมองดูสีหน้าลำบากใจระคนเก้อเขินของเด็กสาวแล้ว ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับลูกชายของเธอเป็นแน่แท้ เธอจึงรีบซ่อนกายหลบมุมอยู่ข้างเสาด้วยความใคร่รู้

หนูอยากจะปรึกษาเรื่องตาจิมน่ะจ้ะแม่จ๋า!”

นั่นไงละ! เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด

แสดงว่าเมื่อวันก่อน... ลัลนาคงจะได้ยินเรื่องที่เธอพูดกับบุตรชายทั้งหมดเลยละสิท่า

อำไพพรรณจึงไม่รอช้า แอบย่องตามสองแม่ลูกที่พากันเดินลงจากเรือนไปยังลานปลูกดอกไม้หลังบ้านทันที โดยคอยระมัดระวังมิให้คนทั้งสองรู้ตัว

ไหนบอกแม่มาสิว่าพวกเราไปทะเลาะอะไรกันอีก ลูกถึงได้วิ่งโล่มาฟ้องแม่แบบนี้? มาลินีพูดติดตลกให้บุตรสาวคลายเครียด เมื่อพวกเธอหามุมเหมาะๆ หยุดพักนั่งคุยกันได้แล้ว

เปล่าจ้ะ คนฟังส่ายหน้าบอกอย่างเศร้าสร้อย แต่หนูกำลังกลุ้มใจเรื่องที่ตาจิมจะกลับกรุงเทพ และก็คงจะไม่กลับมาที่หมู่บ้านของเราอีกแล้ว

งั้นเหรอจ๊ะ มาลินีมิได้รู้สึกตกอกตกใจอะไรมากนัก เธอพอจะรู้ลางๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่เพื่อนรักบอกกล่าวกับเธอเป็นนัยๆ เมื่อวันก่อน

แม่จ๋าดูไม่ค่อยแปลกใจเลยนะจ๊ะ ลัลนาเอ่ยถามท่านอย่างฉงนใจ ก่อนจะลองคาดเดา หรือว่า...

ใช่จ้ะ แม่พอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้างจากน้าพรรณเขาน่ะ ว่าแต่หนูไปรู้เรื่องนี้มาได้ยังไงกันจ๊ะ?

คือวันก่อน หนูแอบได้ยินน้าพรรณคุยกับตาจิมน่ะจ้ะ…”

หลังจากนั้นลัลนาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ยินมาให้มารดาทราบ มาลินีเองได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ในใจก็คอยครุ่นคิดถึงสิ่งที่อำไพพรรณกระทำลงไป โดยไม่รู้สึกโกรธเคืองอีกฝ่ายเลยแม้สักนิด เพราะตอนนี้เธอเข้าใจความคิดของหล่อนดีแล้วว่า... ทำไมเพื่อนรักจึงเลือกที่จะพาจิรเมธกลับกรุงเทพทันที

...คงจะเป็นอุปสรรคเรื่องของระยะทางที่แสนห่างไกลละสิ

เพราะในอนาคต หากจิรเมธได้แต่งงานกับบุตรสาวของเธอจริงๆ ละก็ คราวนี้แหละที่จะเกิดปัญหาสำคัญ ทำให้ทั้งเธอและเพื่อนรักต้องคิดหนักว่า จะให้เด็กสองคนเลือกตั้งรกรากครอบครัวใหม่ของพวกเขาที่ไหนดี

และไม่ว่าสองหนุ่มสาวจะเลือกที่ใด ความจริงที่เธอและอำไพพรรณจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความหว้าเหว่ที่ต้องห่างเหินจากบุตรหลานในช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะพวกเธอต่างก็มีแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเท่านั้น

พรรณ... เธอคงไม่อยากให้พวกเราประสบปัญหายุ่งยากใจในตอนนั้นสินะ

เธอก็เลยยอมใจร้าย เลือกตัดไฟเสียแต่ต้นลมแบบนี้

แล้วหนูจะทำอย่างไรต่อไปล่ะลูก? มาลินีหันมาเอ่ยถามบุตรสาว หลังจากที่ฟังเรื่องราวจนจบ

หนู... ลัลนาได้แต่นิ่วหน้าคิดไม่ตก และไม่รู้ว่าควรจะตอบมารดากลับไปเช่นไรดี

แต่ถึงยังไงซะ...เธอก็ต้องบอกให้ท่านรับทราบ เพราะเธอเป็นฝ่ายมาขอคำปรึกษาจากท่านเองนี่นา

หนูก็ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะแม่จ๋า คนเป็นลูกเอ่ยตามตรงด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะพรั่งพรูความในใจออกมาจนหมดเปลือก หนูสับสนไปหมดแล้วจ้ะ ไม่เคยมีใครทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ขาดความมั่นใจ และไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้เหมือนกับเขามาก่อนเลย มันรู้สึกใจหายตอนที่ได้รู้ว่าหนูจะไม่ได้เห็นหน้าของเขาอีก แถมยังปวดในอกแปลกๆ อีกด้วย พอคิดไปว่าใกล้จะถึงวันที่พวกเราต้องจากกันแล้ว

แล้วทำไมหนูถึงรู้สึกสับสนแบบนั้นล่ะลูก?

มาลินีไม่ได้จะคาดคั้นเจ้าตัว เธอเพียงแค่อยากให้เด็กสาวยอมรับความจริงของหัวใจเสียที หลังจากนั้นปัญหาหนักอกก็จะถูกยกออกไป เหมือนกับการปลอกกล้วยเข้าปากยังไงยังงั้น

เพราะหนู.... ลัลนากระดากเกินกว่าที่จะบอกเหตุผลแท้จริงในใจได้ เธอจึงเลี่ยงถามท่านแทนว่า แม่จ๋า... ระหว่างหน้าที่กับหัวใจ หนูควรจะเลือกสิ่งไหนดีล่ะจ๊ะ?

มาลินีมองสีหน้าเป็นกังวลของบุตรสาวด้วยความสงสารอย่างจับใจ

โธ่!... ลูกแม่ นี่คงจะคิดหนักเรื่องนี้อยู่สินะ

แม้ไม่ต้องบอกออกมาตรงๆ แต่เพียงแค่นี้เธอก็รู้แล้วว่าดวงใจบุตรสาวติดอยู่กับใคร... ที่ไหน...

แล้วไยเธอจะต้องดึงคนที่เธอรักเอาไว้ให้จมอยู่กับความปวดร้าวที่เกิดจากการพลัดพรากกันด้วยเล่า...

มันดูไม่เข้าท่าเลยสักนิด!

แม่จะตอบ ถ้าหนูยอมรับความจริงกับแม่มาตรงๆ ว่าหนูนารักพ่อจิมเขาใช่ไหมลูก?คนถามมองตาบุตรสาวอย่างค้นหา

ลัลนาต้องรีบเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ามารดาจะต้องเอ่ยถามเธอเช่นนี้ แต่หญิงสาวยังรู้สึกไม่ชินปากและอายที่จะต้องบอกออกไปอยู่ดี เพราะมันคือการสารภาพความในใจของเธอเป็นครั้งแรกที่มีต่อชายเพียงคนเดียว คนที่เธอนั้นคิดจะรักตราบจนชั่วชีวิต

จ้ะแม่จ๋า

ทันทีที่ทำนบคอยเก็บกักความลับของหญิงสาวพังทลาย หยดน้ำตาก็พานไหลรินลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มันทั้งโล่งใจที่ได้ระบายออก และอึดอัดคับอกกับความจริงอันแสนจะโหดร้ายที่ว่า เธอยังไม่ทันจะได้เปิดเผยหัวใจให้เขาได้รับรู้เลยแม้แต่นิด ก็มีเหตุจะต้องจากกันเสียแล้ว

โอ๋ๆๆ หนูนา อย่าร้องไห้เลยนะลูก ผู้เป็นแม่รับหน้าที่กอดปลอบขวัญลูกสาวไปโดยปริยาย มือบางคอยลูบหัวทุยเล็กเอาไว้ด้วยความรักใคร่ ขณะที่ปากก็เอ่ยบอกกับเด็กสาวว่า น้ำตาช่วยแก้ปัญหาอะไรไม่ได้นะลูก

ฮื้อ... หนูรู้จ้ะ... อึกๆๆ แม่จ๋า สาวขี้แยพูดพลางสะอื้น แต่หนูกลัวว่าวันนั้นมันมาถึงจริงๆ

มาลินีบังเกิดความสงสารบุตรสาวที่กำลังทุกข์ตรมเสียเหลือเกิน ไม่ผิดแผกไปจากหัวอกของคนเป็นแม่อีกหนึ่งคนที่ยืนซุ้มดูอยู่ไม่ไกล อำไพพรรณเองก็ต้องพูดคุยกับจิรเมธถึงเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากสองแม่ลูกสักเท่าไรนัก

หนูควรจะทำยังไงดีจ๊ะแม่จ๋า? ลัลนาร้องถามมารดาอย่างอับจนหนทาง

หนูไม่ต้องคิดอะไรให้มากนักหรอกลูก แววตาอ่อนโยนทอดมองบุตรสาว พลางเลื่อนปลายนิ้วจดลงตรงตำแหน่งของหัวใจ หนูก็แค่ทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้องเท่านั้น แล้วหนูก็จะค้นพบความสุขได้ด้วยตัวเองนะลูก

แต่ความสุขของหนูมันอาจจะทำให้ต้องละทิ้งพ่อจ๋า แม่จ๋า แล้วก็โครงการของเราไปนะจ๊ะ แล้วอย่างนี้แม่จ๋าจะให้หนูทำตามใจตัวเองได้ยังไงล่ะจ๊ะ

ทิ้งเทิ้งอะไรกัน มาลินีเอ่ยอย่างตลกขบขัน ทำให้คนที่ยืนฟังอยู่ทั้งต่อหน้าและลับหลังขมวดคิ้วสงสัย รู้เอาไว้นะหนูนา จริงอยู่ที่แม่เลี้ยงหนูให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีความกตัญญู แต่แม่ไม่สามารถเห็นแก่ตัวดึงหนูให้อยู่กับพ่อแม่ไปตลอดชีวิตได้ เพราะแม่เข้าใจว่าวันหนึ่งลูกก็จะต้องสร้างครอบครัวของตัวเอง จะเป็นวันนี้หรือวันข้างหน้า หนูก็ต้องผละออกจากอกของแม่ไปอยู่ดีนั่นแหละ

น้ำเสียงอบอุ่นเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนของมารดา ทำให้ลัลนายิ่งบังเกิดความซาบซึ้งใจ จนมิอาจจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของเธอได้

แล้วถ้าหนูต้องไปอยู่ที่อื่น ใครจะดูแลพ่อจ๋ากับแม่จ๋าล่ะจ๊ะ?

ดูพูดเข้าสิ เด็กคนนี้นี่ มาลินีตีแขนบุตรสาวเบาๆ ที่หล่อนชอบคิดอะไรให้วุ่นวายนักเชียว หนูแค่ย้ายไปสร้างครอบครัวใหม่ ไม่ได้หมายความว่าหนูล้มหายตายจากกับพ่อแม่ไปนี่ลูก ถ้าหนูคิดถึงที่นี่เมื่อไร หนูก็มาหาพ่อแม่ได้ทุกเมื่อนี่จ๊ะ

แล้วโครงการไบโอดีเซลของเราล่ะจ้ะ ใครจะช่วยพ่อจ๋าแม่จ๋าดูแล? ลัลนายังเอ่ยถามถึงสิ่งที่เธอเป็นห่วงอีกอย่าง

ก็ปู่ไข่ ไก่แจ้ ลุงกล่ำ ป้างามและชาวบานคนอื่นๆ อีกสารพัดยังไงกันละจ๊ะ มาลิตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีแววเป็นกังวล ก่อนจะกล่าวกับบุตรสาวด้วยสีหน้ายินดีอย่างที่สุดว่า ฟังนะหนูนา พ่อจิมเขาอุตส่าห์เสียสละเงินทองตั้งมากมาย เพื่อให้คนในหมูบ้านเขากะหมอกของเราได้มีร้าน มีที่ทำกิน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วทำไมพ่อกับแม่จะเสียสละสิ่งล้ำค่าคืนให้แก่ผู้มีพระคุณบ้างไม่ได้ล่ะ?

มาลินีแย้มยิ้มบอกเด็กสาวเป็นนัยๆ ว่า เส้นทางรักของหล่อนไม่ได้ตีบตัน จนหาทางออกไม่เจออย่างที่เจ้าตัวคิดกลัวในตอนแรกเสียหน่อย

ลัลนายิ้มรับด้วยความดีใจเช่นเดียวกับคนที่ยืนฟังอยู่ในมุมมืด อำไพพรรณเกิดความปลาบปลื้มไม่แพ้กัน เธอจึงตั้งใจฟังสิ่งที่เพื่อนรักจะกล่าวต่อไปมิให้ตกหล่นเลยแม้แต่คำเดียว

 รู้ไหมสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแม่คืออะไร? มาลินีถามบุตรสาว ก่อนจะชิงตอบเสียเองว่า มันคือการที่แม่เลี้ยงหนูให้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความสุขไงละ แม่จึงไม่อยากจะเห็นลูกของแม่ต้องเป็นทุกข์หรือผิดหวังจากความรัก เพราะถูกพ่อแม่กีดกัน แม่ถึงบอกกับหนูว่าให้ทำตามหัวใจไงละจ๊ะ

ใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่ลัลนาได้เห็นนั้นเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจกับความสุขของคนเป็นลูกอย่างเธอ หญิงสาวจึงโผตัวเข้ากอด ซุกหน้าปล่อยโฮอยู่กับอกของท่านด้วยความรักใคร่เทิดทูน ความหวาดวิตกที่เคยนึกกริ่งเกรงมาก่อนหน้านี้พลันเลือนหายวับไปทันที ต่อแต่นี้เธอจะเลือกเดินตามหนทางที่เธอเป็นคนกำหนดอย่างมั่นใจ

ส่วนอำไพพรรณเองก็ยกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาด้วยความตื้นตัน ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายจากไปอย่างช้าๆ ในที่สุด

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โอ๊ยยยยยยยย มันลุ้นค่ะ ลุ้นหนักมากกกกกกก

เรื่องงานสำเร็จลุล่วงชนิดจุดประทัดฉลอง แต่เรื่องหัวใจนี่สิ...

ยังอัรุงตุงนังจนคลำหาทางออกไม่เจอ เพราะดันเจอตอต้นใหญ่เบ้อเร่อเข้าซะได้

อยากชูป้ายไฟเชียร์ทีมหนูนากะตาจิมให้ยอดคุณแม่เบิ่งจริงๆๆๆ

เผื่อชีจะใจอ่อนยกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกับหนูนาสักที

ใครคิดเหมือนไรฯ ช่วยส่งกำลังใจให้หนูนากับตาจิมรัวๆๆๆหน่อยนะคะ

 

อีก 2 ตอนก็จบแล้วน้า มาเอาใจช่วยตาจิมกับหนูนากันเยอะๆนะคะ

หลังจากลงตอนสุดท้ายจบ ไรเตอร์จะยืดเวลาให้นักอ่านซึมซับความประทับใจกัน 1 อาทิตย์เต็มๆ 

แล้วหลังจากนั้นขออนุญาตลงให้ติดตามกัน 15 ตอนนะคะ

หลังจากนี้ใครอ่านไม่ทันหรืออยากอ่านต่อ ขอให้ตามกันในรูปแบบอีบุ๊คในราคาย่อมเยาว์แทนค่ะ



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น