ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 64 : แกลลอนที่ 29 (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.พ. 61












ช่วงหัวค่ำ หลังจากจิรเมธอาบน้ำอาบท่าและทานข้าวปลาอาหารจนอิ่มหนำดีแล้ว เขาก็เดินลงมานั่งเล่น มองดูดาวที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ห่างจากตัวเรือนของผู้ใหญ่ธมเหมือนทุกที

ตอนนี้มารดาก็รู้เรื่องที่เขาและบิดาอุตส่าห์ปกปิดไว้ทุกอย่างแล้ว และถึงแม้ท่านจะยังไม่ได้กล่าวอะไร แต่จิรเมธก็รู้ดีว่า การที่มารดาไล่บิดาให้กลับไปดูแลงานที่บริษัทในกรุงเทพล่วงหน้าก่อน ส่วนตัวท่านจะอยู่ค้างอ้างแรมเพื่อพูดคุยกับเพื่อนรักให้หายคิดถึงอีกสักพักนั้น มันเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง ต้นเหตุที่ทำให้ท่านยังไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น คงหนีไม่พ้นตัวเขากับโครงการในเขากะหมอกนั่นเอง!

เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ จิรเมธรู้สึกได้ถึงสายตาของมารดาที่คอยจับจ้องมองมายังเขาและลัลนาอยู่ตลอดเวลา ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรมากนักหรอก เพียงแต่ทำให้เขาต้องกลับมานั่งใคร่คราญหาทางรับมือถึงเรื่องที่เขาคาดการณ์ว่า ท่านจะต้องเอ่ยอะไรบางสิ่งที่ทำให้เขานั้นปวดหัวในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอย่างหนักอยู่นั้น จู่ๆ ฝ่ามือของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะบนสองบ่ากว้าง โดยที่ผู้เป็นเจ้าของนั้นไม่ทันระวังตัว

เฮ้ย!” เสียงห้าวร้องดังลั่น รีบหันขวับไปดูข้างหลังทันทีว่า มือที่สัมผัสเขาอยู่ตอนนี้มันเป็นคนหรือ... ผี!

คิกๆ เสียงหวานๆ หัวเราะชอบใจที่อีกฝ่ายทำหน้าเหวอ ก่อนจะเอ่ยแซว ปอดแหกประจำเลยนะ

เฮ้อ! ตกใจหมดเลย คนที่ออกอาการขนพองสยองเกล้าจนเกินเหตุเป่าปากอย่างโล่งอก เพราะเรื่องผีสางนางไม้มันไม่ถูกโรคกับเขาเลยสักนิด เอาเป็นว่าต่างคนต่างอยู่ อย่าได้มาข้องแวะกันนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

ทีหลังอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีกเชียวนะ จิรเมธันมาเอ็ดแม่ตัวแสบเสียงเข้ม

เจ้าค่ะ ฮิๆ ลัลนาบอกทะเล้น ก่อนจะย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ทางเบื้องหลังของเขา จนอีกฝ่ายรู้สึกสงสัย

ไปทำอะไรตรงนั้น มานั่งคุยกันข้างๆ สิ จิรเมธตบมือลงกับพื้นหญ้าเป็นเชิงเรียก

ฮื้อ เด็กสาวส่ายหัวปฏิเสธ ไม่เอาหรอก ถ้านั่งข้างๆ ก็นวดให้คนขี้เมื่อยไม่ได้น่ะสิ

คำพูดเอาใจที่เอื้อนเอ่ยราวกับเสียงกระซิบ ทำให้คนฟังต้องเอี้ยวคอกลับไปมองดูเจ้าหล่อนให้ชัดๆ อีกที เพื่อความแน่ใจว่า

เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม... หล่อนบอกจะนวดให้เขาแน่ะ

แม่ลิงทโมนก็ทำตัวหวานแหววเหมือนกับสาวๆ คนอื่นเป็นด้วยหรือ?

ตัวร้อนรึเปล่า? จิรเมธเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ปากไม่ดี... เดี๋ยวก็ไม่นวดให้ซะเลย คนตั้งใจจริงเลยแหวกลับอย่างแสนงอน

อ้าว...พูดแล้วห้ามคืนคำนะ คนที่คอยโอกาสแบบนี้มานานแล้วแกล้งตีหน้ายักษ์ ก่อนจะรีบหลังหันให้หล่อนอย่างว่องไว คนยิ่งกำลังเมื่อยๆ อยู่ นวดเร็วๆ หน่อยสิ

มือเรียวจึงเริ่มขยับบีบนวด ส่วนปากก็แอบเบ้ใส่คนช่างสั่งด้วยความหมั่นไส้

ลัลนากดแรงลงน้ำหนักค่อยๆ เน้นไปทีละส่วนจากต้นคอจนถึงช่วงไหล่ลาดไปเรื่อยๆ แล้ววกกลับมาใช้หัวแม่มือนวดคลึงช่วงท้ายทอยให้คนตัวสูงใหม่ ก่อนจะวนกลับมาทำแบบนี้อีกสองสามครั้ง แล้วเปลี่ยนไปกดช่วงขมับให้เขาคลายเครียดบ้าง เพราะตอนที่เดินเข้ามา เธอเห็นเขาเอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างไม่ตก

อืม... ดีจัง คนถูกนวดบอกอย่างเคลิบเคลิ้ม กดตรงนี้แรงๆ อีกหน่อยสิ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเกิดไม่มีแรงยกแกลลอนน้ำมันละก็ ไม่รู้ด้วยนะ

ได้ที เอาใหญ่เชียวนะยะ

ลัลนานึกหมั่นไส้คนได้คืบจะเอาศอกอยู่ในใจ เธอเลยลงแรงกดไปบนขมับเขาอย่างเต็มๆ เป็นการแก้เผ็ดที่เจ้าตัวเอาแต่สั่งๆๆ ท่าเดียว ส่งผลให้คนที่เคร่งเครียดคิดอะไรตั้งเยอะแยะมาเป็นเวลาหลายๆ วัน รู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาที่หัวทันที

โอ๊ย!” จิรเมธรีบสะบัดศรีษะออกจากปลายนิ้วเรียว พลางร้องบอกหล่อนด้วยสีหน้าบึงตึง เจ็บนะ

ฉันขอโทษ ฉันแค่ออกแรงเพิ่มขึ้นนิดเดียวเองนะ คนผิดบอกเสียงอ่อย รีบขยับย้ายมานั่งตรงหน้าเขาเร็วจี๋ เพื่อดูอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ขอดูหน่อยสิว่าเจ็บตรงไหน เดี๋ยวฉันจะคลึงนิ้วคลายเส้นให้ใหม่นะ

มือบางเอื้อมมาลูบบนขมับเพียงแผ่วเบา พร้อมๆ กับที่หมอนวดจำเป็นชะโงกหน้าเข้ามาหาเขาใกล้ๆ

ไม่ต้องหรอก จิรเมธเงยหน้าสบตาหล่อนด้วยแววลึกซึ้งไม่ปิดบัง แต่เจ้าตัวไม่ทันสังเกตเห็น เพราะมัวแต่สนใจอาการปวดของเขาอยู่

ทำไมล่ะ? คนพูดถามอย่างเป็นกังวล

ก็เพราะว่าทำไป มันก็ไม่หายยังไงละ จิรเมธเชยค้างมนขึ้นมาให้มองสบกับแววตาหวานซึ้งของเขาได้อย่างถนัดถนี่

ถึงตอนนี้ดวงหน้าของสาวใต้กลายเป็นสีแดงปลั่ง สองตาคมโตคอยหลุกหลิกหลบแววตาอ่อนหวานที่สื่อความในมาอย่างประหม่าสะเทิ้นอาย ความตื่นเต้นหวั่นไหวพานให้หัวใจของเธอเต้นระรัว เมื่อใบหน้าคมโน้มเข้ามาหาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จวบจนห่างกันแค่เพียงคืบ ลัลนาจึงต้องพยายามจะไม่เพ่งมองอีกฝ่าย แต่ก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกินยามที่หัวใจของเขาและเธออยู่ใกล้ชิดกันเยี่ยงนี้

หรือว่า... แววตาคมคู่นี้จะมีเวทมนตร์ดึงดูด สามารถบังคับสายตาของใครๆ ให้จับจ้องมองแต่เขาเพียงผู้เดียวได้กันหนอ...

แล้วเธอก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงอยู่ในแรงดึงดูดนั้นด้วย!

ไอร้อนจากลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดใบหน้าเพียงบางเบา แต่กลับทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว จนหญิงสาวต้องเร่งคิดหาทางออกให้สามารถหลุดพ้นจากวังวนสิเน่หาอันแสนรัญจวนใจเช่นนี้ได้

ถ้านวดให้ไม่หาย... งะ... งั้นฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงแล้วนะ.

ลัลนาเพียรพยายามรวบรวมสติ ผ่อนลมหายใจ เพื่อคลายความตื่นเต้น แต่ก็เหมือนชายหนุ่มจะยิ่งกลั่นแกล้ง เมื่ออยู่ดีๆ ใบหน้าคมขาวก็โผเข้ามาซบบ่าของเธอเสียดื้อๆ

ไม่ต้องทำอะไรหรอก ขอแค่เพียงมีเธออยู่ใกล้ๆ ฉันก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว ต่อให้มีปืนมาจี้หัวฉันตอนนี้ ฉันก็จะไม่ยอมแยกจากเธอเป็นอันขาด

เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบคล้ายดังจะพร่ำบอกกับตัวเองเสียมากกว่า ถึงกระนั้นคนที่พยายามจะเงี่ยหูฟังก็ยังได้ยินอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ ลัลนารู้สึกราวกับว่าตัวเธอเปรียบเสมือนดอกไม้ไฟที่กำลังแตกกระจายออกเป็นสีสันสวยงามและเปี่ยมไปด้วยความซาบซ่าน จนก่อให้เกิดเป็นความอิ่มเอมไปทั่วทุกอณูของหัวใจ เธอจำได้เพียงแค่ร้องตอบเขาไปว่า

ถึงตรงนี้จะมีปืนอยู่จริงๆ ฉันก็จะไม่ยอมให้นายตายก่อนฉันอย่างแน่นอน!’

เสียงจากลำคอถูกกลืนหายกลายเป็นความเงียบสงัด เหมือนดั่งห้วงเวลาได้หยุดลงไว้เพียง ณ ที่ตรงนี้ หากไม่มีเสียงดังระรัวที่บ่งบอกถึงอัตราการเต้นแรงของสองดวงใจละก็ ทั้งลัลนาและจิรเมธคงจะคิดว่าพวกตนโดนคำสาบให้กลายเป็นหุ่น ปราศจากซึ่งชีวิต เลือดเนื้อและความรู้สึกไปเสียแล้วกระมัง

สาวใต้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ เพียรจะขยับแข้งขยับขาให้คลายความเมื่อยขบเพียงเล็กน้อย แต่กลับถูกอีกฝ่ายส่งเสียงวิงวอนขึ้นอย่างน่าสงสาร

หนูนา ช่วยอยู่แบบนี้อีกสักพักนะ ขอให้ฉันได้เติมแรงกายแรงใจ ชารต์แบตจนเต็มซะก่อน แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเดินหน้าลุยอย่างเต็มที่ เพื่อเธอและเพื่อหมู่บ้านของพวกเรา

ความตื้นตันเอ่อล้นจุกอกจนน้ำตาซึม เมื่อลัลนาได้ยินเขาพูดว่า หมู่บ้านของเราเพราะแปลว่านอกจากเขาจะไม่คิดรังเกียจเดียดฉันท์หรือแบ่งแยกชนชั้นกับเธอเหมือนแต่ก่อนแล้ว เขายังคิดว่าพวกเราคือคนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันอีกด้วย

อาการปวดแปลบยิบๆ ที่เกิดจากเหน็บชาจึงพลันหายวับไปในทันที ต่อให้เธอต้องนั่งอยู่อย่างนี้จนถึงเช้า ลัลนาก็ไม่นึกหวั่นเลยสักนิด หากมันจะแลกกับความเหน็ดเหนื่อยของชายหนุ่มได้ละก็

หัวนายไม่ได้หนักเท่ากับลูกแตงโมสักหน่อย พิงไปเถอะ กี่ชั่วโมงฉันก็ไม่ว่า

น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยออกมาตามสไตล์ยียวนของสาวทโมน ทำให้คนฟังคลี่ยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ

จิรเมธไม่ได้พูดอะไรอีก ส่วนลัลนาก็นั่งนิ่งเงียบเช่นกัน ทั้งสองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสายลม ราตรีกาลและบรรยากาศอันสงบร่มรื่น เป็นตัวชักพาให้โลกของเขาและเธอเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน โดยไม่ต้องมีคำพูดจา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นานๆ พระ-นางเขาจะมาโชว์หวานออกสื่อกันสักที

ต้องอ่านวนไปให้ฟินแล้วฟินอีกค่าาาา

เพราะไม่รู้ว่าจะตอนหน้าจะเลิฟหรือจะกัดกัน 555



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น