ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 60 : แกลลอนที่ 28 (35%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ธ.ค. 60














ลัลนาสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของพ่อตัวดีทันทีที่พ้นระยะสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองแล้ว

คนบ้า... ทำไมนายถึงได้กล้าจูงมือฉันต่อหน้าพวกแม่จ๋าแบบนั้นฮะ?เธอเอ่ยถามเสียงเขียวอย่างเอาเรื่อง อดที่จะส่งค้อนวงโตให้เจ้าตัวไมได้ มืออีกข้างก็เลื่อนมากุมข้อมือที่ถูกเขาจับจูงเอาไว้ด้วยความขัดเขิน เพราะไออุ่นจากกายเขายังติดตรึงอยู่บนผิวเนื้อของเธอไม่จางหาย

อ้าว!” จิรเมธร้องเสียงสูง รู้สึกไม่เข้าใจจิตใจของผู้หญิงเลยสักนิด กะอีแค่จับมือกันเนี่ยจะผิดตรงไหน ฉันไม่ได้จูบเธอต่อหน้าพวกคุณแม่สักหน่อย  

คนที่ฟังอีกฝ่ายพูดเรื่องน่าอายได้หน้าตาเฉยร้องแหว

ตาบ้า! ยังจะมีหน้ามาพูดอีก แค่นี้ก็ผิดมากแล้ว นายไม่เคยได้ยินคำโบราณเขาบอกรึไงว่า ห้ามชายหญิงที่ยังไม่ได้เข้าหอลงโลงหรือแต่งงานกันแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายเด็ดขาด เพราะมันไม่งาม?

 “ไม่เคย เพราะฉันโตที่เมืองนอก แล้วสาวๆ ที่กรุงเทพเขาก็ไม่มีใครยึดถือไอ้คำโบราณที่เธอพูดหรอก จิรเมธเบ้หน้าตอบ พลางคิดในใจอย่างเซ็งๆ ว่า

อะไรจะหวงเนื้อหวงตัวปานน้านนน

นั่นมันเรื่องของนาย แต่ที่นี่เขาห้าม เพราะฉะนั้นนายก็ห้ามทำกับฉัน... คนที่ไม่ชอบใจในคำกล่าวของเขาบอกเสียงแข็ง พลางหน้าสะบัดใส่อีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันที่ลัลนาจะพูดจบดี คนขี้เกียจฟังก็เอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเธอไว้เหมือนเดิม

อุ๊ย!” สาวตาคมร้องอุทานเมื่อตัวเองถูกจู่โจ่มอีกครั้ง นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ไหม?

คราวนี้สุ้มเสียงที่ถามกลับมาเต็มไปด้วยแววขุ่นจัด แถมสาวใต้ยังชูมือโชว์หลักฐานคาตาให้เจ้าตัวได้พึงสังวร ขณะที่สองตาก็ทำหน้าที่คอยกดดันจ้องหน้าเขาให้ยอมคลายมือออกจากเธอเสียที

แต่พอจ้องไปจ้องมา จากตอนแรกที่เกิดความฉุนเฉียว เพราะเขาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอ ทำไมตอนนี้ลัลนาถึงกลับรู้สึกว่าใบหน้าของเธอเริ่มอุ่นขึ้น... อุ่นขึ้น... จนแทบจะเรียกว่าร้อนซู่เลยทีเดียว หญิงสาวจึงหลบสายตาวิบวับที่มองกลับมาด้วยแววหวานเชื่อม พาให้หัวใจสาวล่องลอยสะท้านไหว ก่อนจะจมหายเข้าไปในดวงตาคู่นั้นราวกับโดนดูด

วินาทีนั้น... เธอก็รู้ทันทีว่า เหตุใดจึงรู้สึกถึงความร้อนผะผ่าวที่แผ่ซ่านอยู่เต็มดวงหน้าของเธอ ถ้ามิใช่เพราะดวงตาหวานฉ่ำราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าคู่นั้น ที่เล่นสะกดคำพูดพร่ำบ่นให้กลืนหายเข้าไปในลำคอจนหมดสิ้น

อย่าบ่นนักเลยนะหนูนา? เสียงทุ้มเอ่ยอย่างแผ่วเบา เพราะคนตรงหน้าจงใจแสดงออกให้เธอรับรู้ถึงแวววิงวอนของเขา

แล้วอย่างนี้ใครจะไปขัดขืนเขาได้ล่ะ?

หญิงสาวแอบประชดเจ้าตัวกลับในใจ ก่อนจะตั้งใจฟังสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยต่อไป

ฉันแค่อยากพาเธอไปคุยกับคนในหมู่บ้านเร็วๆ เท่านั้นเอง เราจะได้เริ่มวางแผนและแบ่งงานให้เสร็จภายในอาทิตย์หน้าซะที แล้วพอเราตกแต่งร้านสร็จเมื่อไหร่  ที่นี้จะได้คิดแผนโปรโมทสินค้ากันต่อไงละ

จิรเมธยื่นหน้าเข้ามากระซิบบอกสาวใต้เสียงนุ่ม ความใกล้ชิดที่ผนวกกับน้ำเสียงห่วงใย และแถมท้ายด้วยคำพูดจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้คนฟังเฝ้าแต่บอกตัวเองว่า

เธอจะกล้าแผลงฤทธ์ใส่เขาได้ยังไงกัน?

ลัลนาจึงยืนนิ่งๆ แล้วซึมซับความอ่อนโยนอ่อนหวานจากชายหนุ่มเพียงอย่างเดียว ในใจก็อดขำตัวเองไม่ได้ว่า

เธอกำลังจะตาย เพราะแพ้ลูกอ้อนของเขา

จิรเมธยืนอมยิ้ม ยิ่งเห็นท่าทางโอนอ่อนของหญิงสาว ก็ยิ่งมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนการต้านความแสบสันด้วยความอ่อนหวานให้เจ้าหล่อนหวั่นไหวใจสะท้านนั้น... ได้ชะงักผลดีนักแล

ตกลงว่าเธอจะเลิกอารมณ์เสียใส่ฉันแล้วนะเขาพูดเหมาเอาเอง ก่อนจะยืนรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายอยู่เพียงครู่ และเมื่อเจ้าหล่อนไม่มีทีท่าจะเอ่ยปากแย้งอะไรขึ้นมา นอกเสียจากก้มหน้างุดเพียงอย่างเดียว เขาจึงเอ่ยรวบรัดด้วยรอยยิ้มละไมที่แฝงแววเจ้าเล่ห์นิดๆ งั้นเราเดินจูงมือกันแบบนี้ต่อไปนะ

คนพูดเปิดปากยิ้มแฉ่งอย่างเบิกบาน ขณะที่สอดปลายนิ้วเข้าไปประสานกับฝ่ามือบางของหญิงสาวด้วยความนุ่มนวล จากนั้นก็ก้าวเท้าออกเดินพร้อมกับแกว่งไกวสองมือของพวกตนไปด้วยเบาๆ อย่างรื่นรมย์

การที่เขาฉวยโอกาสเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ มิใช่เพราะเห็นเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางดอกหนึ่ง ที่นึกอยากจะเด็ดมาดอมดมเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วพอเบื่อ ก็ทิ้งขวางไปอย่างไม่ไยดี เหมือนยามที่เขาหน่ายจะเล่นของเล่นชิ้นเดิมๆ ในสมัยตอนเด็กๆ แต่เป็นเพราะความรู้สึกในใจของเขาตอนนี้เอ่อล้นออกมา จนต้องรีบหาทางจับจองแม่สาวตาคมให้พ้นจากหมู่มวลแมลงต่างหากเล่า...

เขาจึงอยากจะประกาศให้คนทั้งโลกและคนในที่นี่ได้รับรู้ว่า อีกไม่นานคงจะถึงคราวที่ผู้ใหญ่ธมต้องจัดงานเลี้ยง ดังที่ลุงกล่ำแกหวังไว้อย่างแน่นอน

ทว่า... เรื่องของเจ้าบ่าวนั้น เขาเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าแกจะรับได้หรือไม่... ที่เป็นตัวเขาเอง!

 

หนุ่มนักพัฒนายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านหญิงชายหลายสิบคน โดยมีบุตรสาวของผู้ใหญ่กล้ายืนอยู่ข้างๆ คอยช่วยสนับสนุนคำบอกเล่าแผนการของเขาในบางช่วง ตลอดเวลาที่จิรเมธอธิบายถึงโครงการที่เขาตั้งใจจะพลิกฟื้นขึ้นมาให้หมุ่บ้านเขากะหมอกเจริญก้าวหน้า  

มีใครสงสัยจะถามอะไรอีกไหมครับ? จิรเมธเอ่ยย้ำเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเขาชี้แจงทุกเรื่องจนหมดแล้ว พอไม่เห็นมีใครยกมือหรือเอ่ยถามสิ่งใดออกมา เขาจึงกล่าวเข้าเรื่องสำคัญต่อไป เอาละ ถ้าทุกคนเข้าใจกันแล้ว งั้นผมจะขอแบ่งหน้าที่ของแต่ละคนเลยนะครับ โดยจะมีหนูนาช่วยตัดสินใจให้อีกทีว่าใครเหมาะจะทำอะไรบ้าง

ชาวบ้านที่ตั้งตาฟังต่างก็พยักหน้ารับด้วยความพอใจ เพราะเชื่อมือบุตรสาวผู้ใหญ่บ้านของตนอยู่แล้ว

งานแรก...เราต้องการคนทาสีตึกครับ ใครจะอาสาบ้าง?

ผมทำได้ ไก่แจ้รีบยกมือ เพราะอยากจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านตามความมุ่งมั่นตั้งใจที่เขาสัมผัสได้จากหนุ่มกรุง

จิรเมธส่งยิ้มให้กับผู้อาสาด้วยความยินดี ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากคนข้างกาย ลัลนาเองก็พยักหน้ารับอย่างเห็นดีด้วย เธออธิบายเหตุผลให้ชายหนุ่มทราบเพิ่มเติมว่า

พี่ไก่แจ้น่ะเป็นช่างตกแต่งทาสีมือหนึ่งของหมู่บ้านเราเลยนะ รับรองว่างานเนี้ยบไม่มีที่ติ

ลัลนาหันไปขยิบตา ยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้แก่หนุ่มใต้ด้วยความชื่นชม ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง

งั้นก็ตกลงให้ไก่แจ้รับหน้าที่นี้ไป แล้วก็ผมขอคนอาสาไปช่วยอีกสักสี่-ห้าคนนะครับ จิรเมธเอ่ยปากยังแทบไม่ทันจะจบ คนหนุ่มฉกรรจ์ในหมู่บ้านสี่ห้าคนที่ว่าต่างก็พากันลุกขึ้นยืนเดินกรูไปรวมตัวใกล้ๆ ไก่แจ้ทันที

ขอบคุณมากครับ เขาเลยยิ้มกว้างอย่างตื้นตันในความสามัคคี ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องถัดมา งานที่สอง ผมต้องการช่างไม้มาประกอบโต๊ะ เก้าอี้และชั้นวางของ พอจะมีใครช่วยได้บ้างไหมครับ?

เดี๋ยวข้ากับพรรคพวกอีกสามสี่คนจะทำให้เอง กล่ำเอ่ยขึ้นอย่างเต็มใจ

จิรเมธหยุดมองตาแกเพียงนิด แล้วเขาก็ได้เห็นแววจริงใจแกมชื่นชมสะท้อนกลับมา ผิดแผกจากวันแรกที่เขาเจอแกในถ้ำเลเขากอบอย่างลิบลับ

ขอบคุณมากครับลุงกล่ำ จิรเมธยกมือไหว้ชายชรา พร้อมกับเอ่ยว่า ผมได้เตรียมท่อนไม้หลายๆ ไซซ์เอาไว้ให้ที่บ้านของหนูนาแล้ว ลุงกล่ำไปเลือกได้ตามใจชอบเลยนะครับ

คนฟังพยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจ คนมองจึงข้ามไปถึงเรื่องใหม่ด้วยความรวดเร็ว

งานที่สามเป็นการตกแต่งร้าน ซึ่งตรงส่วนนี้ผมกับหนูนาจะเป็นคนรับผิดชอบดูแลเอง แต่ผมอยากจะได้ผู้ช่วยหลายคนหน่อย มีใครอยากจะทำบ้างไหมครับ?

งานถนัดตรงส่วนนี้เป็นหน้าที่ของพวกคนหนุ่มคนสาวที่ชอบประดิดประดอย ซึ่งก็มีหลายคนที่รับอาสา

งานสุดท้าย ผมอยากจะให้ทุกคนที่เหลือช่วยกันเตรียมการปลูกสบู่ดำกับต้นปาล์มเพิ่มในที่ดินผืนใหม่ครับ

ได้จ้ะ เสียงตอบประสานดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงดังที่เขาหวังไว้

ถ้าอย่างนั้นหน้าที่ดูแลข้าวปลาอาหารของทุกคนก็ปล่อยให้เป็นงานของพวกเราเองนะจ๊ะคุณจิม ปูไข่รีบเสนอตัว โดยมีป้างามและแม่บ้านอีกสองสามคนคอยเป็นแรงหนุน

ได้แบบนั้นก็ดีเลยครับ จิรเมธยิ้มรับอย่างขอบคุณ แต่ยังไม่เว่อร์เท่ากับพ่อหนุ่มภูธรที่ออกอาการเป็นปลื้ม คิดว่าสาวเจ้าทำเพื่อตนอย่างนอกหน้า

ถ้าน้องปูไข่ยอมมาเป็นแม่ศรีเรือนทำกับข้าวกับปลาให้พี่ไก่แจ้กินแบบนี้ละก็ พี่สู้ตายเลยจ๊ะ จะให้ไปบุกป่าฝ่าดงที่ไหน พี่ไก่แจ้ก็ไม่หวั่น คนพูดส่งสายตาหวาดหยาดเยิ้มมายังยอดยาหยีอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่แถวนั้นแทนที่จะอิจฉา กลับฟังแล้วรู้สึกคลื่นไส้มากกว่า ไม่เว้นแม้แต่คนที่ถูกเกี้ยวด้วย

แม่ศรีเรือนน่ะฉันไม่เป็นหรอก แต่ถ้าจะให้เป็นผีพรายไปตามหักคอพี่ละก็ ฉันจะรีบรับทันทีเลย

ปูไข่ประชดกลับด้วยความหมั่นไส้ เรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากเหล่าชาวบ้านได้อย่างครึกครื้น ส่วนคนถูกด่าก็ได้แต่นั่งทำหน้าหงอยๆ

เอาละครับ ผมหมดเรื่องแล้ว ขอปิดประชุมเพียงเท่านี้ครับ

นักพัฒนาหนุ่มกล่าวสรุป พร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องที่ดังก้องไปทั่ว เสมือนกับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ตัวเองและพวกพ้อง ก่อนที่บรรดากลุ่มชาวบ้านจะค่อยๆ ทยอยสลายตัว แยกย้ายกันกลับเรือนในที่สุด

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ดีค่าาาาา

ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปหลายวัน

พอดีไรฯติดภารกิจเเม่ค้ามือใหม่ อะไรๆยังไม่เข้าที่เข้าทาง 

หัวเลยฟูอยู่ทุกวันนี้ แทบไม่มีเวลาว่างเลย

วันนี้พอจะมีเวลานิดหน่อย ก็รีบมาอัปนิยายให้สาวๆต่อเลยค่ะ

ไรฯลงให้ทุกเรื่องเลยน้า ใครตามเรื่องไหนอยู่ไปอ่านได้เลยค่า

ช่วงนี้อาจจะหายไปบ้าง แต่จะพยายามมาอัปนิยายให้บ่อยๆน้า

สาวๆอย่าเพิ่งน้อยใจ หนีไปก่อนล่ะ 

รักไรฯน้อยๆ แต่รักนานๆ นะคะ จุ๊บๆๆๆๆ ^3^



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น