ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 59 : แกลลอนที่ 27 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60














อำไพพรรณสำรวจใบหน้ารูปไข่ คิ้วเข้มเรียวยาว ดวงตาคมโตดำขลับ จมูกโด่งปลายเชิดนิดๆ และกลีบปากอวบอิ่มเป็นรูปกระจับของบุตรสาวเพื่อนรักอย่างละเอียดลออ ก่อนจะปราดมองไปทั่วเรือนร่างบอบบางที่แลจะหาส่วนเว้าส่วนโค้งได้น้อยนัก ผิดกับสีผิวสีน้ำผึ้งที่ชวนให้ดูเซ็กซี่ตามสไตล์ฝรั่งของเจ้าตัวเป็นยิ่งนัก

เชื้อแรงจริงๆ นะไอ้ธม...

ขนาดมีลูกเป็นผู้หญิงแท้ๆ หน้าตายังถอดแบบแกมาอย่างกับแกะ

เห็นแล้วก็อดโมโหพ่อมันขึ้นมาไม่ได้

สวัสดีค่ะคุณน้าพรรณ ลัลนาย่อกายเดินคุกเข่าเข้ามานั่งตรงหน้าแขกคนสำคัญของมารดา ก่อนจะยกแก้วมาบริการด้วยความเต็มใจ ปากก็บอกกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า แม่จ๋าบอกให้หนูนาเอาน้ำเย็นๆ มาให้คุณน้าดื่มก่อนค่ะ เดี๋ยวสักพักแม่จ๋าจะตามออกมา

คำพูดไพเราะเสนาะหูที่มาพร้อมกับท่าทางอ่อนช้อยของแม่สาวที่จิรเมธเคยสบประมาทว่าเป็นลิงทโมน ยามเมื่อกล่าวกับมารดาของเขานั้น ทำให้คนฟังที่เดินขึ้นมาบนเรือนชานพอดีถึงกับทำตาโตตะลึงงัน

โอ้โห! นี่เขาฝันไปรึเปล่าเนี่ย?

ถึงหูเฝื่อนได้ยินหล่อนพูดจาซะน่ารักเชียว

แหม... ทีกับเขาละไม่ยักจะพูดแบบนี้บ้าง แค่สักคำก็ยังดี

คนที่แอบอิจฉามารดานิดๆ หมั่นไส้สาวใต้หน่อยๆ เลยพูดเย้าแหย่เจ้าหล่อนอย่างสนุกปากว่า

โอ๊ย! คุณแม่ครับ ขืนไปนั่งใกล้ๆ ลิงทโมนแบบนั้น ระวังจะถูกข่วนเอานะครับ ผมโดนมาหลายทีแล้ว

หนุ่มขี้เล่นเดินยักคิ้วหลิ่วตาผ่านหน้าลัลนามานั่งหย่อนกายลงข้างมารดา ด้วยหวังจะให้หล่อนสติแตกลุกขึ้นมาออกยักษ์ออกโขน หลุดมาดเก๊กของสาวอ่อนหวาน แต่สิ่งที่เขาคาดไว้กลับเป็นหมัน สาวใต้เอาแต่นั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยราวกับเป็นกุลสตรีที่ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี ทำให้คนมองยิ่งทำตาลุกตาพอง ต้องเขยิบเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่ายด้วยความสงสัย ฝ่ามือหนาก็โบกหยอยๆ ตรงหน้าสาวเจ้า พลางเอ่ยปากถาม

เฮ้ยๆ นี่เธอใช่หนูนาตัวจริงรึเปล่าเนี่ย!?

ลัลนาส่งยิ้มมาให้เขาเพียงนิดแทนคำตอบ แม้ว่าในใจชักจะเดือดปุดๆ

หนอย! ตาจิม รอให้ฉันหลุดไปจากตรงนี้ซะก่อนเถอะ

นายตายแน่!’

จิรเมธยิ่งได้ใจ แกล้งแลบลิ้นปลิ้นตาให้หญิงสาวชุดใหญ่อย่างสนุกสนาน โดยไม่ทันระวังตัวเลยว่ายังมีสายตาแหลมคมของคนที่ผ่านประสบการณ์ช่วงวัยนี้มาก่อน แอบลอบพินิจถึงความสนิทสนมระหว่างเด็กทั้งสองด้วยความครุ่นคิด กระทั่งเพื่อนรักของเธอเดินตามเข้ามาสมทบ

คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ ท่าทางครึกครื้นเชียว มาลินีหันไปถามอำไพพรรณ

เปล่าหรอกจ๊ะ ฉันก็นั่งรอเธออยู่นี่แหละ

ขอโทษนะจ๊ะ พอดีฉันไปเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เธอผลัดเปลี่ยนอยู่น่ะ เจ้าบ้านชี้แจงเหตุที่ล่าช้า

ขอบใจมากนะจ๊ะ งั้นฉันจะตอบแทนเธอด้วยการนอนคุยกันทั้งคืนเลยดีไหม?ผู้เป็นแขกเอ่ยเอาใจ

ดีจ้ะ มาลีนีเลยยิ้มรับด้วยความยินดี

จิรเมธมองมารดาทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอด้วยความสุขใจ  เขากะจะเปิดโอกาสให้เพื่อนรักที่ห่างเหินกันมานานได้มีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง ส่วนตัวเขาเองอยากจะมีเวลาอยู่ตามลำพังกับสาวใต้ให้หัวใจได้ชุ่มชื่นเช่นเดียวกัน และเหตุผลสุดท้ายจริงๆ ที่เขาอยากจะพาลัลนาออกไปจากที่ตรงนี้เสียที ก็เพราะกลัวว่าแม่ลิงทโมนจะนั่งเป็นตะคริวจนขาแข็งเสียก่อน หลังจากที่แอบสังเกตเห็นหล่อนนั่งหยุกหยิกด้วยความเมื่อยขบ

ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนคุณแม่กับคุณน้าดีกว่านะครับ เพราะผมกับหนูนายังมีเรื่องงานที่ต้องไปคุยกับพวกชาวบ้านอยู่อีกน่ะครับ  คนพูดลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันไปคว้ามือของหญิงสาวให้ลุกขึ้นตามมา งั้นผมลานะครับ

เขาปล่อยมือบาง เพื่อหันมาไหว้ลาผู้เป็นแม่และผู้เป็นน้า

ลัลนารีบยกมือไหว้ท่านทั้งสองอย่างงงๆ พอรู้ตัวอีกทีอุ้งมือของเธอก็ถูกพ่อคนฉวยโอกาสเกาะกุมไว้อีกครั้งเสียแล้ว จากนั้นจิรเมธก็เดินจับจูงเธอไปอย่างสบายใจเฉิบ ท่ามกลางสายตาสงสัยของผู้เป็นแม่ที่ว่า

ปกติบุตรชายของเธอเป็นสุภาพบุรุษออกจะตาย

คงไม่มีทางจับมือถือแขนหรือทำอะไรรุ่มร่ามสาวคนไหนเป็นอันขาด

นอกเสียจากว่า... สาวคนนั้นจะเป็นคนพิเศษที่เขาชอบพอจริงๆ

เด็กสองคนนั่น... อำไพพรรณเอ่ยถามยังไม่ทันจบ คนตอบก็ชิงเปิดปากขึ้นซะก่อนว่า

ฉันก็คิดเหมือนอย่างที่เธอกำลังคิดนั่นแหละ มาลินีส่งยิ้มละมุนแก่เพื่อนสนิท แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจสักเท่าไรหรอกนะ

ทั้งที่มันออกจะชัดเจนขนาดนี้น่ะเหรอ? เธอนิ่วหน้าถาม ก็ท่าทางของสองหนุ่มสาวที่แสดงออกนั้น บ่งบอกอยู่โต้งๆ ว่ามีความรู้สึกพิเศษต่อกันมากมายเพียงใด

ฉันว่ามันยิ่งกว่าชัวร์อีกนะ เธอหันมาบอกมาลีนีอย่างมั่นใจ

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอไม่ดีใจเหรอจ๊ะ มาลินีดักคอถามยิ้มๆ เอ๋... หรือว่าเธอจะรังเกียจลูกสาวฉันล่ะจ๊ะ?

คนที่นั่งฟังอยู่แทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ก่อนจะรีบบอกปัด เพราะกลัวเพื่อนรักจะเข้าใจผิด

ปละ... เปล่า ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ

งั้นก็แปลว่าเธอเห็นด้วยแล้วนะจ๊ะ มาลินีได้ทีรีบพูดรวบรัดด้วยรอยยิ้มหวาน ซึ่งเป็นยิ้มที่คนมองได้แต่เพียงพยักหน้ารับ เพราะไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยสักครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ครั้งนี้!

ถ้าอย่างนั้นเราลองมาจับตาดูเด็กสองคนนี้ให้มั่นใจกันอีกหน่อยดีไหมจ๊ะ? เธอกล่าวเสนอแนะ

และแน่นอนละว่า อำไพพรรณก็จำต้องพยักหน้ารับตามเดิม

มาลินีจึงยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก เมื่อเธอสามารถหาข้ออ้างให้เจ้าตัวอยู่ที่นี่ต่อได้ ระหว่างนี้เธอก็จะคอยทำหน้าที่เป็นกาวใจให้เพื่อนรักได้ซึมซับถึงโครงการและความตั้งใจจริงในสิ่งที่พวกเธอทำว่ามีปะโยชน์แค่ไหน ทีนี้คนที่เคยนึกดูถูกสามีของเธอมาตลอดจะได้มองเขาในแง่ดีขึ้นมาบ้าง

และสิ่งที่เป็นผลดีอย่างที่สุดก็คือ เธอจะได้เลิกปวดหัวเวลาที่คนทั้งสองเปิดศึกกันเสียที

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เมื่อคุณนายแม่เกลียดพ่อ แต่เลิฟแม่

ว่าที่ลูกสะใภ้อย่างหนูนาจะเจอศึกหนักหรือว่าที่คุณแม่สามีจะอ้าแขนรับล่ะเนี่ย?

แฟนคลับหนุ่มทะเล้นกับสาวทโมนมาช่วยกันชูป้ายเชียร์หน่อยเร็ววววว



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น