ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 57 : แกลลอนที่ 27 (35%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ย. 60














เกริกเกรียติยืนมองสีหน้าตกอกตกใจของสองหนุ่มสาว ที่ได้รับรู้เรื่องอย่างกะทันหันด้วยความสงสาร ยิ่งเมื่อหันไปเห็นเมียสุดที่รักกับเพื่อนรักกำลังฟาดเนตรใส่กันอย่างดุเดือด โดยมีมาลินีคอยห้ามศึกอยู่ตรงกลาง จึงไม่มีโอกาสจะได้ตอบข้อสงสัยของลูกๆ เขาเลยตัดสินใจเป็นฝ่ายเอ่ยปากเล่าเรื่องราวให้จิรเมธและลัลนารับทราบเสียเอง

ใช่แล้วลูก พวกพ่อกับแม่เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่สมัยเรียนโน่นแน่ะ

ใครบอกว่าฉันคิดจะนับญาติกับมันคะคุณเกริก?

อำไพพรรณหันมาแว้ดคนเป็นสามี เจ้าตัวเลยหุบปากฉับทันที ร้อนถึงคนกลางต้องเป็นฝ่ายขยายความต่อไปว่า

พ่อกับแม่และเกริกน่ะเกิดและเติบโตที่นี่ พอจบชั้นมัธยมปลายแล้ว พวกเราก็ขึ้นไปเรียนต่อที่กรุงเทพ เลยได้รู้จักและสนิทสนมกับเพื่อนรักที่สุดของแม่อย่างน้าพรรณไงละลูกมาลีนีจงใจหยอดคำหวานให้คนฟังรื่นหู

ถ้าเธอเห็นฉันเป็นเพื่อนรักจริงๆ เธอก็ย้ายไปอยู่กับฉันที่โน่นสินี แล้วก็ได้ผล คนฟังพูดกับเธอด้วยสุ้มเสียงที่อ่อนลงทันตา แม้จะยังคงมีทีท่าแง่งอนอยู่บ้างก็ตาม

ไม่ได้หรอกจ้ะพรรณ มาลินีปฎิเสธเสียงนุ่ม พลางยกเหตุผลมากล่าว ถ้าฉันย้ายไปอยู่กับเธอละก็ ใครจะอยู่ดูแลลูกสาวและครอบครัวของฉันล่ะจ๊ะ

ทว่าคนเข้าใจยากและถือทิฐิอย่างแรงกล้าแบบอำไพพรรณ ก็ใช่จะยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ เพราะหล่อนมีเพียงความต้องการของตัวเองเป็นศูนย์กลางเท่านั้น

ได้สิ ถ้าเธอเป็นห่วงครอบครัว เธอพาลูกสาวขึ้นไปอยู่ที่บ้านฉันก็ได้นี่นา เรื่องแค่นี้จะไปยากอะไรละ ยกเว้น... คนพูดเว้นวรรค พร้อมกับปรายตามองไปยังตัวถ่วงความเจริญของเพื่อนสนิทเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยต่อ เธอจะเลือกไอ้หมอนี่ แล้วก็ต้องมาอยู่กระต๊อบซอมซ่อ ทนลำบากลำบนกับมันที่ตรังแบบนี้

เหลวไหลน่าพรรณ!”

มาลินีส่ายหัว รู้สึกเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของเพื่อนรักเสียเหลือเกิน เช่นเดียวกับผู้เป็นสามีที่ทนฟังมานาน จนจำต้องเอ่ยต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด

“หยุดพูดจาหาเรื่องคนอื่นเขาแบบนี้ซะทีเถอะคุณพรรณ เจ้าธมมันก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดีใส่คุณสักหน่อย แล้วทำไมคุณถึงได้จ้องจงเกลียดจงชังมันนักหนาล่ะ

คุณนั่นแหละที่ต้องเงียบ!” อำไพพรรณหันขวับมาส่งสายตาพิฆาตใส่สามีที่คิดแปรพรรค มันน่ะเหรอไม่เคยทำ คุณไม่เห็นรึไงว่าไอ้ธมมันชอบพูดจากระแหนะกระแหนฉันขนาดไหน การที่ฉันไม่ยอมพูดดีกับไอ้คนปากเสียพรรค์นี้มันก็สมควรแล้วละ

หล่อนสะบัดหน้าใส่คนที่ตนเอ่ยพาดพิงอย่างไม่พอใจ

อ้อ... ไม่ชอบคนพูดตรง เพราะจะเก็บขาตัวเองไว้ให้คนอื่นเลียนี่เองคนถูกต่อว่ายอกย้อนเข้าให้อย่างแสบสัน ตัวเขาเองก็ไม่ชอบไอ้นิสัยเจ้ายศเจ้าอย่าง แถมเค็มยังกับเกลือชนิดที่เรียกว่าแม้แต่ขี้ก็ไม่ให้หมากินของเจ้าหล่อนเหมือนกัน

เชอะ! คนอย่างแกน่ะเขาไม่ได้เรียกว่าพูดตรงหรอกนะ  แต่เรียกว่าปากปีจอซะมากกว่า

ถึงข้าจะเป็นคนปากหมา แต่ก็ยังดีกว่าพวกคนเอาแต่ใจ นิสัยเห็นแก่ตัวละว้า

ไอ้ธม!... มันจะมากไปแล้วนะ อำไพพรรณกระทืบเท้าเร่าๆ ยกมือชี้หน้าด่าคู่อริด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดจะทน

มันไม่มากไปหรอกนางคุณนาย ทีเธอยังเที่ยวอ้าปากพะงาบๆ ไล่ด่าคนอื่นเขาอยู่เลย แล้วพอโดนเข้าบ้าง มันจะเป็นไรไปธมที่สติหลุดไปแล้วเอ่ยเสียดสีอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า ก็ใครริให้หล่อนคิดจะมาพรากเมียพรากผัวออกจากกันละ ให้ตายยังไงเขาก็จะไม่มีวันยอมเด็ดขาด

คนอย่างแกนี่มัน... อำไพพรรณกัดปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะตัดสินใจล่าถอยไปเองในที่สุด เพราะรู้ดีว่าทุกครั้งที่มีปากเสียงกับผู้ชายคนนี้ ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะชนะ เอาเถอะ... ฉันไม่อยากจะมานั่งเถียงอยู่กับพวกคนป่าคนเขาแบบแก ให้เสียเวลาอันมีค่าของฉันหรอก เพราะที่ฉันยอมมาเหยียบไอ้หมู่บ้านจนๆ ของแกเนี่ย ก็เพื่อจะมาตามลูกชายของฉันกลับบ้านเท่านั้น!”

เธอเอ่ยย้ำถึงเจตนาอย่างชัดแจ้ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินหันหลังกลับไปคล้องแขนคนเป็นลูก แล้วออกแรงฉุดกระชากลากถูเจ้าตัวให้สาวเท้าตามเธอมาทันที โดยไม่อยู่รอฟังคำถากถางจากเสียงนกเสียงกาที่ตามไล่หลังมาอย่างผู้ชนะ

เฮอะ! รีบกลับไปให้ไวๆ เลยนะนางคุณนาย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวดินของข้าคงได้เค็มตาย ใช้ปลูกอะไรไม่ได้กันพอดี

แล้วผู้ใหญ่กล้าที่ออกอาการหัวเสียมิใช่น้อยก็หันหลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน ทิ้งให้คนเป็นภรรยายืนจับมือกับบุตรสาวเอาไว้แน่น พลางมองสามีที เพื่อนรักที ด้วยความกลัดกลุ้ม จนปัญญาที่จะแก้ไขความไม่ลงรอยกันของคนทั้งสองได้

มาลินีปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้ทำตัวเป็นน้ำกับน้ำมัน เจอกันทีไรเป็นต้องฟาดปากปะทะคารมราวกับเด็กอายุห้าขวบเสียทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสมัยก่อนหรือตอนนี้ นิสัยของทั้งคู่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ทั้งที่เพื่อนรักและสามีต่างก็เป็นคนดีและมีข้อดีกันไปคนละแบบ

อำไพพรรณนั้นแม้จะดูถือเนื้อถือตัวและออกจะตระหนี่ไปบ้าง แต่สำหรับคนที่เป็นเพื่อนแล้วละก็ หล่อนเทใจให้เต็มร้อย ในขณะที่ธมเองถึงดูจะไม่ค่อยชอบใจในความเย่อหยิ่งของเพื่อนรักเธอสักเท่าไร แต่เขาไม่ได้เกลียดชังอีกฝ่ายดังที่ปากพูด เพียงแต่ชอบพูดแขวะด้วยความรำคาญเท่านั้นเอง

ซึ่งตรงนั้นแหละ...ที่เป็นประเด็นหลักทำให้คนทั้งสองเข้ากันไม่ได้!

แล้วเธอที่เป็นคนกลางก็เลยต้องพลอยมานั่งประนีประนอมมวยคู่เอกอยู่เป็นประจำ ทว่าตอนนี้เธอเองกลับโดนลูกหลงเข้าไปเหมือนกัน เมื่ออำไพพรรณออกอาการกระเง้ากระงอดคิดว่าเธอเห็นสามีดีกว่า กระทั่งเกิดน้อยอกน้อยใจจนพานจะตัดเพื่อนกับเธอเสียแล้ว

ดังนั้นมาลินีจึงตัดสินใจเดินตามเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอหน้ามานานไปก่อน เพื่อหาทางปรับความเข้าใจกันให้จงได้

 

คุณแม่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันได้นี่ครับ

จิรเมธพยายามกล่าวทักท้วงมารดามาตลอดทาง แต่เขาไม่กล้าขัดขืนท่านมากนัก เพราะกลัวผู้เป็นแม่จะยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม สายตาก็เพียรเหลียวมองบิดาที่เดินตามหลังมาอยู่ไม่ขาดสาย เพื่อหวังให้ท่านช่วยเหลือเขาสักหน่อย

ทว่าเกริกเกรียติก็จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน เขาเลยได้แต่เพียงเดินตามสองแม่ลูกมาต้อยๆ ด้วยความสงสารบุตรชายเป็นที่สุด จนกระทั่งภรรยาสามารถลากตัวจิรเมธให้มาถึงรถตู้ได้เป็นผลสำเร็จ

ขึ้นรถไปเดี๋ยวนี้ตาจิม เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว อำไพพรรณสั่งเสียงเฉียบ ไม่ฟังคำทัดทานอันใดทั้งสิ้น

ไม่ครับ!” ลูกชายออกอาการดื้อแพ่ง ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เพราะผมยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำอยู่ครับ

เรื่องอะไร!? เธอหันมามองเจ้าตัวตาเขียวที่กล้าขัดใจ

ก็เรื่องที่ผมสัญญากับคนที่นี่ไว้ว่า จะพัฒนาโครงการและหมู่บ้านเขากะหมอกให้เจริญขึ้นยังไงละครับเขาบอกกับผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

แม่ไม่อนุญาต และลูกก็ต้องกลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้!” อำไพพรรณกล่าวบังคับบุตรชายทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ  แต่เธอไม่ต้องการให้จิรเมธมาเกลือกกลั้วกับคนพวกนี้อีกแล้ว แม้จะแค่วินาทีเดียวก็ตาม

ผมไม่กลับครับ เจ้าตัวยังคงยืนกรานคำเดิม

นี่แกจะดื้อกับแม่เหรอตาจิม แกเห็นว่าคนที่นี่มันดีกว่าแม่ของแกใช่ไหม แกถึงคิดจะทิ้งฉันมาอยู่ที่นี่น่ะ...ฮ้า!?

คนที่เห็นมารดาโกรธในเป็นฟืนเป็นไฟเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุจึงเป็นฝ่ายยอมโอนอ่อน ก่อนจะรีบพนมมือขึ้นกราบแนบอกของท่านอย่างสำนึกผิด พลางบอกถึงสาเหตุความจำเป็นของเขาให้ท่านได้รับทราบ

ผมขอโทษนะครับคุณแม่ ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คุณแม่รู้สึกไม่ดีแบบนั้นเลย เพียงแต่ผมไม่อยากจะกลายเป็นคนสับปลับ พูดอะไรกับใครไว้แล้วไม่รักษาคำพูด

แม้จะเข้าใจในสิ่งที่คนเป็นลูกกล่าวออกมา แต่ขอแค่เฉพาะเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวที่เธอจะยอมทำตัวไม่มีเหตุผล

ไม่รู้ละ ถ้าจิมไม่อยากจะเห็นแม่เสียใจจริงๆ ละก็ ลูกต้องขึ้นรถกลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้

โธ่!” คนเพียรอธิบายครางเสียงอ่อน คุณแม่เห็นใจผมหน่อยเถอะครับ ถ้าเกิดใครเขารู้เข้าว่าลูกชายของคุณแม่เป็นคนปลิ้นปล้อนขึ้นมาละก็ ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะครับ?

ก็วางไว้บนหัวแกเหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่รู้จะไปสนใจพวกมันทำไมนักหนา คนที่ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาอีกคราวกระแทกเสียงบอก

คุณแม่ช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหมครับ?

ตาจิม นี่แกกล้าว่าแม่เพราะไอ้ธมเชียวเหรอ? อำไพพรรณร้องถามบุตรชายด้วยความผิดหวัง น้อยอกน้อยใจเหลือคณา ดี! ถ้าแกรักมันมากนักละก็ งั้นก็ไม่ต้องมาสนใจฉัน

ทำไมหนอ... แม้แต่ลูกชายของเธอแท้ๆ ยังเห็นขี้ดีกว่าไส้ เห็นไอ้ผู้ชายยโสคนนั้นดีกว่าเธอเสียได้

แล้วอย่างนี้เธอจะทนยืนอยู่ต่อไปเพื่ออะไรกันละ...

คุณเกริก กลับบ้านเดี๋ยวนี้ อำไพพรรณจึงหันมาสั่งสามีเสียงห้วน โดยไม่ยอมมองหน้าบุตรชายอีกเลย

ผมก็ยังไม่อยากกลับเหมือนกันเกรกเกียรติบอกภรรยาด้วยสีหน้าเรียบเฉยผิดแผกไปจากทุกที เขาทนยืนฟังเจ้าหล่อนอาละวาดออกฤทธิ์ออกเดชกับคนอื่นมากจนเกินพอแล้ว ฉะนั้นถึงคราวที่เขาจะต้องเอาจริงขึ้นมาบ้างเสียที

คุณเกริก!” คนฟังแผดเสียงลั่นที่ถูกทั้งลูกทั้งผัวขัดใจ นี่สองพ่อลูกคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหม?

ไม่ใช่ว่าพวกเราคิดจะลองดีหรอกนะ แต่ตัวคุณเองต่างหากละที่ควรจะมีเหตุผลซะบ้าง เกริกเกียรติตำหนิภรรยาตรงๆ อย่างไม่หวั่นเกรง เขาต้องการปกป้องอิสรภาพของบุตรชาย

นางพญาผู้เป็นใหญ่ในบ้านถูกทั้งสามีและลูกชายที่เคยอยู่ในโอวาทเสมอมาก่อกบฏแข็งข้อ จนกลายเป็นพวกหัวเดียวกระเทียมลีบยิ่งทวีความเดือดาลหนักขึ้นอีกอักโข ด้วยคิดน้อยใจไปต่างๆ นานา

ใช่สิ! สองพ่อลูกตัวแสบนั้นรู้ดีว่า เธอไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวโดยปราศจากพวกเขาได้หรอก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอก็มีแต่สามีและลูกรักเพียงเท่านั้น และด้วยเหตุนี้เองทั้งสองคนก็เลยได้ใจรวมหัวกันต่อต้านเธอ โดยไม่แคร์สักนิดว่า

คนเป็นเมียเป็นแม่นั้น จะรู้สึกเจ็บปวดเสียใจอย่างไรบ้าง

ฉันขอเตือนนะคะคุณเกริกว่าให้รีบมาขึ้นรถเดี๋ยวนี้ อำไพพรรณกล่าวเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเขียวปั๊ดจ้องสามีเขม็ง แต่เจ้าตัวก็ยังคงยืนนิ่งเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาว จนตัวเธอเองแทบจะยืนเต้นแร้งเต้นกาให้สาสมกับความขึ้งโกรธในใจเสียจริงๆ คนเป็นแม่จึงเปลี่ยนเป้าหมายหันไปส่งสายตาเคี่ยวเข็ญลูกชายแทน แต่ก็มีเพียงความเงียบงันไม่แตกต่างจากผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย

ทีนี้อำไพพรรณเลยอยากจะกลายเป็นบ้าซะให้รู้แล้วรู้รอดไปนักเชียว!

เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย สมกับเป็นพ่อลูกกันดีเหลือเกินนะ

อำไพพรรณส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนทั้งสองด้วยความเข่นเขี้ยว ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นงัดกลยุทธ์นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวขึ้นมาต่อกรกับเธอแบบนี้ งั้นเธอเองก็ควรจะตอบโต้กลับไปให้แสบสันสมน้ำสมเนื้อกันสิถึงจะถูก

คนเจ้าความคิดยืนใคร่ครวญหาหนทางเอาชนะสามีและลูกชายอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน แต่ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าในสถานการณ์เช่นนี้ควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เธอเลยได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียด พลางมองหน้าสองหนุ่มต่างวัยด้วยควมโมโห กระทั่งมีน้ำเสียงอ่อนหวานของใครบางคนเอ่ยดังไล่หลังมา

พรรณ... มาลินีวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากอดแขนเพื่อนรักเอาไว้ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะหนีกลับไปเสียก่อน จนพลาดโอกาสปรับความเข้าใจต่อกัน อย่าเพิ่งกลับเลยนะจ๊ะ รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอจะแย่ แล้วใจคอเธอจะไม่อยู่คุยกับฉันให้หายคิดถึงกันก่อนเลยเหรอจ๊ะ?

อำไพพรรณเองที่ยังกลับไม่ได้เพราะสามีและลูกดื้อแพ่งจะอยู่ที่นี่ต่อ เลยเกิดนึกแผนการอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เพราะเพื่อนสนิทของเธอแท้ๆ

คุยเรื่องอะไรล่ะ เรื่องที่ว่าฉันเข้าใจผิด จริงๆ แล้วสามีเธอเป็นคนดีเด่อย่างนั้นน่ะเหรอ? เธอแกล้งกล่าวประชดให้เพื่อนรักลงทุนง้อนิดง้อหน่อย แล้วจะตอบรับคำชวนแต่โดยดี เพื่อมิให้เสียหน้าเท่านั้น อีกอย่างที่เธอยินยอมอยู่ต่อ ก็เพราะดีใจที่มาลินียังเห็นความสำคัญของตน จนอุตส่าห์วิ่งตามมารั้งตัวเธอเอาไว้

ใครบอกล่ะจ๊ะพรรณ ฉันมีเรื่องสนุกๆ จะคุยกับเธอตั้งเยอะแยะเชียวแหละ คนที่รู้จุดอ่อนของเพื่อนดีฉีกยิ้มหวาน พลางโอบไหล่อำไพพรรณให้เดินตามเธอเข้าไปในตัวเรือนอีกคราว แล้วหันไปขยิบตาให้สองหนุ่มเป็นเชิงรับรู้ว่า เรื่องที่เหลือเธอจะจัดการต่อเอง

ไปเถอะ เราไปนั่งคุยกันที่บ้านฉันก่อน เดี๋ยวฉันจะไล่พี่ธมให้ไปนอนบ้านอื่นแทน?มาลีนีเอ่ยเอาใจคนฟัง อำไพพรรณเลยทำปากมุบมิบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบ รู้สึกสะใจขึ้นมานิดๆ ที่สามารถแก้เผ็ดคู่ปรับได้ ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี

ก็ได้ คนตอบเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง แต่เธอต้องไล่เจ้าธมไปนอนที่อื่นจริงๆ นะ ฉันถึงจะยอมค้างด้วย

จ้ะ มาลีนีรีบพยักหน้ารับ แล้วชวนเพื่อนรักเดินคุยกระหนุงหระหนิงกันไปด้วยความชื่นมื่น ทำเอาคนที่ออกอาการโมโหโทโสวีนแตกไปทั่วเมื่อครู่ลืมความขุ่นข้องหมองใจซะสนิท ลืมแม้กระทังสามีและลูกชายด้วย 

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


งานเข้าทั้งคุณพ่อคุณลูกเลยค่า

เพราะยอดคุณแม่แผลงฤทธิ์ใส่ไม่ยั้ง ขนาดเพื่อนรักยังต้องง้อหลายตลบ

แล้วว่าที่ลูกสะใภ้อย่างหนูนาจะเอาตัวรอดได้รึเปล่า

จะปราบพยศแม่ผัวหรือจะโดนแม่ผัวจัดหนักล่ะทีนี้...?



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น