ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 49 : แกลลอนที่ 24 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ส.ค. 60









ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใต้ร่มใบภักดิ์





เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความสดชื่นแจ่มใสของใครหลายคน หลังจากผ่านพ้นคืนวันศุกร์ แต่สำหรับใครบางคนนั้นกลับคิดว่าราตรีก่อนหน้านี้ช่างยาวนานและเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเสียเหลือเกิน กระทั่งเช้านี้เธอต้องรีบบึ่งรถมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านเขากะหมอกด้วยใบหน้าบูดบึ้งถมึงทึง จนไม่เหลือเค้าความสะสวยเหมือนเดิม เพราะอดหลับอดนอนมาทั้งคืน

นังลัลนา! อีนังตัวแสบ! ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มันเป็นเพราะแกร่วมมือกับไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นมาหลอกฉันใช่ไหม?

แววตาอาฆาตมาดร้ายของวิรดารุนแรงมากเสียจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า เมื่อย้อนนึกไปถึงความเจ็บปวดเสียใจและความคับแค้นที่เธอได้รับจากน้ำมือของคนผิดนัดเมื่อวานนี้ ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะถีงเส้นตายที่นายธนาคารหนุ่มยอมผ่อนผัน ทั้งเธอและบิดาต้องรีบลนลานหาเหยื่อรายใหม่มาซื้อที่ดินอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการร้องขอเพื่อนฝูงที่สนิทสนมของท่าน หรือจะเป็นการวิงวอนออดอ้อนออเซาะให้บรรดาอาเสี่ยคู่ขาของเธอทั้งหลายยอมช่วยเหลือก็ตาม...

... แต่มันก็ยังไม่ทันการอยู่ดี ในที่สุดผืนดินซึ่งเคยเป็นของเธอก็ถูกธนาคารยึดไปจนได้

ในวันนี้วิรดาจึงยิ่งทวีความเคียดแค้นจนอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบร้อนมาดูน้ำหน้าไอ้ผู้ชายปลิ้นปล้อนตลบตะแลงกับนางผู้หญิงดัดจริตจอมโกหกให้เห็นจะจะกับตา

เชอะ! ชอบวางตัวทำเป็นคนดีมีอุดมการณ์ แต่กลับใช้วิธีสกปรกแบบนี้ลอบกัดเธอ ชั่วช้าที่สุด!!!

พวกมันคงจะคิดวางแผนกันไว้ก่อนละสิว่า หากที่ดินของเธอถูกยึดครองไปเมื่อไหร่ ก้างขวางทางอย่างเธอก็จะถูกกำจัดไปให้พ้นหูพ้นตา ถึงตอนนั้นพวกมันจะได้ทำอะไรตามอำเภอใจอย่างสบายอุรา

พวกแกรู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว ฉันจะตามจองล้างจองผลาญแกสองคนให้ถึงที่สุด

รถคันหรูที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงอยู่แล้ว ยิ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างด่วนจี๋ราวกับจะเหาะได้ ตามความรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนมีเพลิงมาสุ่มทรวงของคนขับที่เหยียบคั่นเร่งเสียเกือบมิดด้าม เพื่อให้ไปถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด

 

ลัลนาตื่นขึ้นมาทำงานยังโรงศาลาผลิตน้ำมันไบโอดีเซลแต่เช้าตรู่ ด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ตามปกติเหมือนทุกวัน มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นภายในร่างกายของเธอที่กลับสวนทางกับสิ่งที่แสดงออกให้คนอื่นเห็นภายนอก นั่นก็คือ หัวใจเพราะมันเจ็บจี๊ดๆ ปวดแปลบๆ มาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว...

วันที่เธอไม่เห็นเงาของใครบางคนปรากฏกายเหมือนอย่างทุกครั้ง

ใครบางคนที่เป็นเหมือนเงาตามตัวของเธอในทุกๆ วันหยุดปลายอาทิตย์

ใครบางคนที่ต้องเดินทางจากกรุงเทพลงมาหาเธอถึงที่นี่

แต่วันนี้... ใครคนนั้นกลับไม่มา แล้วทิ้งให้เธอเป็นฝ่ายชะเง้อคอมองหารถแวนสีดำอันคุ้นตาแทบจะทุกวินาทีว่า เมื่อไหร่จะได้พบเขา?

ตราบจนรุ่งเช้าตอนนี้... สิ่งที่เธอเฝ้าหา คนที่เธอตั้งตารอก็ยังไม่มีวี่แววจะปรากฏตัวต่อสายตาเธอเลยสักนิด ความรู้สึกปวดหนึบในหัวอกที่ยังมิได้รับการเยียวยาให้ทุเลาเบาบางลง จึงเริ่มรวดร้าวคล้ายกับคนที่มีอาการแทรกซ้อนขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เธอยิ่งเกิดอาการอึดอัดหายใจไม่ออกหนักขึ้นไปอีก

ตาบ้า! นี่นายจะหันไปร่วมหุ้นกับยายชะนีนั่นจริงๆ เหรอ?

หรือนายจะยังโกรธฉันอยู่ เรื่องที่ฉันต่อว่านายไปเมื่อคราวก่อน นายถึงได้หายไปแบบนี้...

ไม่มีการพูดจา... ไม่โทร. หา... ไม่แม้แต่จะติดต่อกลับมาเลย

นายรู้ไหมว่ามันทำให้ฉัน... ฉัน... คิดถึงนาย... จนจะบ้าตายอยู่แล้ว!’

ลัลนาร่ำร้องตะโกนตัดพ้อหนุ่มกรุงเทพอยู่ในใจ น้ำตาก็พานจะรินไหลออกมาจนต้องรีบแหงนหน้าขึ้น เพื่อให้ของเหลวในตาไหลย้อนกลับไปดังเดิม

ถึงตัวเธอจะควบคุมปฏิกิริยาภายนอกไว้ได้ดี แต่ความรู้สึกหวาดหวั่นภายในจิตใจนี่สิกลับไม่ยอมเลือนหายไปแม้แต่เศษเสี้ยว มันยังคงติดแน่นและตราตรึงอยู่ในทุกอณูความรู้สึก ทั้งยังฝังลึกในห้วงแห่งความคิดที่เธออยากจะส่งไปถึงคนใจร้ายให้ได้รับรู้เหลือเกิน

ลัลนายืนถอดถอนใจอย่างเหม่อลอยอยู่เช่นนั้น จนไม่ทันสังเกตรถเก๋งสีขาวคันเมื่อวานที่ดั้นด้นแล่นมาหาเรื่องเธอถึงหน้าเรือนชาน กระทั่งเสียงปิดประตูรถดังนั้นสนั่นไปทั่ว พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดที่หวีดร้องขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด ขณะร่างสูงสมส่วนพุ่งปรี่เข้าใส่เธอ

ลัลนา... นางสารเลว!”

เพี้ยะ!

ทันทีที่ลัลนาหันกลับไปทางต้นเสียง ฝ่ามือพิฆาตของคู่อริสาวก็ฟาดลงบนซีกแก้มข้างหนึ่งของเธอเข้าเต็มๆ แรงปะทะทำให้คนที่ถูกจู่โจ่มถึงกับหน้าหันสะบัดไม่เป็นท่า

เป็นแกใช่ไหม... ที่ร่วมมือกับมัน? วิรดาตะเบ็งถามอย่างโกรธแค้น เสียงดังก้องยังกับโทรโข่งแตกทะลุทะลวงไปถึงสามบ้านแปดบ้าน ทำให้ชาวบ้านรีบวิ่งกรูกันออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่น ไม่เว้นแม้แต่ไก่แจ้ที่นั่งกินข้าวอยู่บนบ้านของผู้ใหญ่ธมอย่างเอร็ดอร่อย

ตายละวา! นางยักษ์ผีเสื้อสมุทรมาถล่มหมู่บ้านเขากะหมอกรึไงเนี่ย?คนมองละล่ำละลักพูดอย่างหวาดๆ แล้วรีบวิ่งแจ้นลงมาช่วยระงับเหตุอย่างด่วนจี๋ เมื่อเห็นสาวสวยที่ถูกไฟอาฆาตพยาบาทสุมทรวงพยายามจะถาโถมเข้าไปทำร้ายลัลนาให้แหลกย่อยยับคามือ

แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน เมื่อคนที่ทำท่าจะเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำสามารถยืนทรงกายขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรงเล็บแหลมคมของฝ่ามืออสูรสาวที่เงื้อขึ้นสุด และกำลังตวัดลงมาหมายจะให้โดนเธอแบบเน้นๆ จะหวดลมไปตามระเบียบ เพราะลัลนาเอี้ยวตัวหลบได้ทัน  ผลก็คือวิรดากลับเป็นฝ่ายซวนเซด้วยยั้งแรงไว้ไม่อยู่ จึงล้มกลิ้งลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแทนเสียเอง

บรรดาชาวบ้านที่ยืนลุ้นกันจนตัวโก่งเหมือนกับนั่งเชียร์มวยคู่เอก ต่างก็คาดหวังว่าจะได้เห็นสาวเจ้าถิ่นลงไปนั่งคร่อมตะลุมบอนสั่งสอนแม่คนแจ๊ดแจ๋ให้รู้สึกนึกเสียบ้าง แต่พวกเขาก็ต้องผิดหวังกันยกใหญ่ เมื่อสาวทโมนกลับยืนเฉยๆ ไม่ตามเข้าไปซ้ำอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไปซะนี่

ลัลนาเลือกที่จะเก็บสองมืออันบริสุทธิ์ของเธอเอาไว้ เพราะไม่อยากจะให้แปดเปื้อนความเลวทรามต่ำช้าของพวกคนป่าเถื่อนไร้การศึกษา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ใช่นางเอกคนดีศรีสมรเสียด้วยสิ จะได้ยืนทำหน้าเป็นแม่พระที่มาโปรดสัตว์โลกด้วยความอารี แล้วยอมให้ใครทำร้ายกันฟรีๆ เช่นนี้

ยังไงซะก็ต้องมีการแก้เผ็ดกันสักหน่อยละ ไม่อย่างนั้นเธอได้นอนไม่หลับกันพอดี!

สาวใต้เหลียวมองไปยังรอบๆ กาย ที่เต็มไปด้วยน้ำมันไบโอดีเซล กลีเซอรีนหรือแม้แต่ปุ๋ยหมัก ดูยังไงก็ล้วนแต่มีประโยชน์มากกว่ายายชะนีหน้าขาวที่วันๆ เอาแต่นั่งแต่งตัวทาปากแดงเป็นไหนๆ ลัลนาจึงไล่มองสิ่งของที่วางกองไว้เป็นสัดส่วนถัดออกไป และแล้วสายตาของเธอก็พบกับอะไรบางอย่างเข้า...

นี่แหละ ของที่เหมาะกับคนต่ำๆ อย่างเธอ

ลัลนายกถังขยะใบใหญ่ที่เอาไว้ใส่เศษพัสดุเหลือใช้ไม่มีประโยชน์อันใดขึ้นมา แล้วจัดการละเลงเทสิ่งปฏิกูลทั้งหลายลงบนศีรษะของคู่กรณีที่ยังคงนอนเจ็บจุกลุกไม่ขึ้นอยู่ตรงนั้น

อ๊าย! แก!!” วิรดากรีดร้องเสียงหลง พลางก้มลงมองดูสภาพตัวเองที่เลอะเทอะเปอะเปื้อน เต็มไปด้วยเศษผง เศษฝุ่นและสิ่งสกปรกด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์เป็นที่สุด

คนแบบเธอน่ะมันเหมาะกับของไร้ค่าพวกนี้ที่สุดแล้ว ลัลนาเท้าสะเอวมองเจ้าหล่อนดวงตาวาวโรจน์อย่างสาแก่ใจ  ก่อนจะชี้นิ้วไล่ตะเพิดคนที่มาหาเรื่องกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรำคาญเต็มที จำใส่สมองน้อยๆ ของเธอเอาไว้ด้วยว่าอย่ามาเหยียบที่นี่อีก เพราะคนในเขากะหมอกไม่ต้องการให้พื้นดินแถวนี้มีราคีจากพวกคนจิตใจสกปรก!”

แก!” วิรดาได้แต่นั่งตีอกชกลมระบายโทสะ พลางชี้หน้าด่าคู่แค้นด้วยความเดือดดาลที่ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ แถมตัวเธอเองนั่นแหละที่กลับเป็นฝ่ายโดนนังตัวแสบกลั่นแกล้งให้ยิ่งแค้นจัดจนแทบกระอักเลือดอยู่รอมร่อ

เธอจะไม่ยอมแพ้นังสารเลวคนนี้เด็ดขาด!

เป็นตายยังไงก็ไม่ยอม!!!’

วิรดาตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเหยื่อสาวอย่างรวดเร็ว หมายจะขอฝากรอยแค้นแก่นังตัวดีเสียให้สาสม แต่ความหวังเล็กๆ ของเธอกลับต้องดับมอดลง เมื่อสองแขนของเธอถูกฝ่ามืออันแข็งแกร่งของใครบางคนจับตรึงล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่เธอจะทันประชิดตัวคู่อริเพียงแค่ไม่กี่ก้าว

 เอ๊ะ! อะไรกันเนี่ย แกมาจับฉันทำไม ปล่อยฉันนะไอ้บ้านนอก เสียงแหลมๆ เหมือนกับนกหวีดตะโกนก้องไปทั่วจนแสบแก้วหูของคนฟัง

ปล่อยให้โง่น่ะสิครับ คุณผู้หญิง ไก่แจ้ลอยหน้าบอกอย่างยั่วเย้า พลางแอบทำจมูกฟุตฟิต คิดไปแวบๆ ว่า

แหม... กลิ่นของสาวเมืองกรุงมันหอมแบบนี้นี่เอง

ครั้นพอระลึกถึงแม่ยอดยาหยีขึ้นมาได้ หนุ่มใต้เลยรีบเอ่ยแก้ตัวกับหล่อนอยู่ในใจเป็นพัลวันว่า

ขอโทษนะจ๊ะน้องปู่ไข่ พี่ไก่แจ้เผลอไปนิดดด

ยังไงซะ... พี่ก็รักน้องปูไข่คนเดียว

เอายังไงดีจ๊ะน้องหนูนา ไก่แจ้หันมาถามความเห็นลูกสาวผู้ใหญ่กล้า

นี่พวกแกคิดจะเล่นหมาหมู่กับฉันใช่ใหม?สาวเปรี้ยวถามอย่างหวาดๆ

มาได้จังหวะพอดีเลยจ้ะพี่ไก่แจ้ หนูนาฝากเอาขยะตายซากไปทิ้งที่นอกหมู่บ้านให้ทีได้ไหมจ๊ะ พอดีหนูนาอยากจะทำงานต่อสักหน่อยน่ะจ้ะลัลนาหันมาเอ่ยปากขอร้องหนุ่มใต้ โดยไม่ชายตาแลแม่สาวเจ้าปัญหาเลยแม้แต่นิด

ได้เลยจ้า เดี๋ยวพี่จัดให้เป็นพิเศษเลยนะจ๊ะน้องหนูนา หนุ่มภูธรแสนทะเล้นแกล้งขยิบตาสองทีอย่างรู้งาน ก่อนจะหันมาขู่สาวสวยที่ถูกเขากักกันอิสรภาพไว้เสียจนอยู่หมัด มากับพี่เลยครับน้องคนสวย ชอบป่วนชาวบ้านเขานักใช่ไหม เดี๋ยวพี่จะจัดที่สบายๆ ให้อยู่

ไก่แจ้ลากตัวหญิงสาวต่างถิ่นให้ติดตามเขาไปอย่างไม่เบามือนัก แต่ก็ไม่ถึงกับป่าเถื่อนรุนแรงจนวิรดาได้รอยฟกช้ำ

ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไอ้บ้านนอก ไอ้คนตัวดำเหม็นสาบ…” และอีกสารพัดที่สาวแปดสาแหรกจะสรรหามาด่าทออีกฝ่ายได้

แต่คนฟังก็มิได้ใส่ใจเสียงนกเสียงกาที่ดังไปตลอดทางมากมายนัก แถมเขายังเกณฑ์พวกชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ในละแวกนั้นให้มาช่วยขนของชิ้นใหญ่เอาไปทิ้งพร้อมๆ กับผู้เป็นเจ้าของในคราวเดียวกันเลย

มาพวกเรา มาช่วยกันเข็นรถยายคนสวยไปทิ้งที่หน้าหมู่บ้านที น้องหนูนาเค้าว่าเกะกะการทำงานน่ะ

กรี๊ดดด ไอ้พวกสถุลรุนชาติ พวกแกอย่ามาแตะต้องรถของฉันนะ อย่านะ!!” วิรดาตะโกนห้ามเสียงหลง มองทุกคนในหมู่บ้านด้วยแววตาอาฆาตแค้น โดยเฉพาะกับคู่อริที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพน่าอนาถแบบนี้

ลัลนายืนมออาการดิ้นเร่าๆ เหมือนคนเป็นบ้าเป็นบอของวิรดาด้วยความละเหี่ยใจ ก่อนจะหวนกระหวัดไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงอีกหนึ่งคน ผู้ชายที่ทำให้หล่อนตามมาอาละวาดเธอถึงสองครั้งสองครา คนที่คู่ปรับของเธอคงจะมีใจให้อยู่ไม่น้อย และเขาก็เป็นคนเดียวกับพ่อหนุ่มนักพัฒนาคนนั้น คนที่แสนเฉลียวฉลาด คนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อหมู่บ้านของเธอ

ที่สำคัญเขายังเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองด้วย เขาเป็นคนทำให้เธอรับรู้ถึงอารมณ์หลายๆ ด้านที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเธอ

สุข... จนต้องอมยิ้มกับทุกๆ คำพูดทะเล้นของเขา

เหงา... เมื่อคนยียวนชอบชวนตีหายหน้าไป

คิดถึงยามเมื่ออยู่ไกลกัน จนอยากพบหน้าคนที่ฉกเอาหัวใจของเธอไปแบบไม่ทันตั้งตัว

ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แล้วแบบนี้เธอควรจะทำอย่างไรกับจิตใจที่ดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อฟังดีล่ะ...

เธอควรจะโกรธเขา หรือปล่อยให้เรื่องกวนใจที่มีวิรดาเป็นต้นเหตุ ผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

ลัลนาแทบจะหาคำตอบให้กับตัวเองต่อจากนี้ไม่ได้เลย ในเมื่อตัวการหนุ่มยังไม่มาปรากฏกาย และอธิบายข้อเท็จจริงให้เธอรับรู้อะไรทั้งสิ้น เขาทำราวกับว่านึกอยากจะมาก็มา คิดอยากจะหายก็หาย ไม่มีการบอกกล่าวอันใดให้เธอได้รับทราบ

ยิ่งคิด ลัลนาก็ยิ่งฟุ้งซ่าน จนก่อให้เกิดอาการน้อยอกน้อยใจหนุ่มเมืองกรุงเป็นนักหนา แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกเสียจากหันกลับไปทำงานที่คั่งค้างไว้ดังเดิม แล้วอดทนรอคนที่จะมาไขข้อข้อใจให้แก่เธอ ไม่แน่เขาอาจจะติดภารกิจสำคัญบางอย่างอยู่ เลยไม่สามารถจะปลีกเวลามาหาเธอได้เหมือนเคย

ถ้าเป็นเช่นนั้น เธอจะตั้งใจรอวันพรุ่งนี้ วันที่บางทีเขาอาจจะมา...



 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


โถววววว

คนมีฟามรักมักจะอ่อนไหวนิสนึง

แถมงานนี้ยังมีนางร้ายเข้ามาป่วนชวนให้เข้าใจผิดกันอีก

แบบนี้หนูนาของเราจะทำยังไงต่อไป แล้วตาจิมอยู่ไหน

มาตามเอาใจช่วยคู่นี้กันต่อตอนหน้าค่า


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น