ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 48 : แกลลอนที่ 23 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ส.ค. 60




เวลาผันผ่านไปตามปกติ แต่มันช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกินในความคิดของสองพ่อลูก กว่าจะถึงวันศุกร์ วันที่พวกเขาจะได้รับเกินก้อนโตจากหนึ่งในหลายๆ ส่วนที่นักธุรกิจหนุ่มจะนำมาวางกองเอาไว้ตรงหน้า เพราะวิ่งเข้ามาติดกับยอมซื้อโครงการพร้อมที่ดินซึ่งเขาโก่งราคาไว้ซะสูงลิ่ว

ลูกนัดเขาไว้วันนี้แล้วใช่ไหม? วิชาญถามอย่างตื่นเต้น

เขายอมบินลงมาจากกรุงเทพเพื่อค้างอยู่ที่ตรัง หลังจากได้รับทราบข่าวดีจากบุตรสาวเมื่อหลายวันก่อน และตั้งหน้าตั้งตารอการมาถึงของจิรเมธตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ด้วยความยินดีปรีดาเป็นนักหนา เพราะในที่สุดเขาก็สามารถหาเหยื่อหน้าโง่ได้เสียที หลังจากที่ข่าวในแง่ลบของตนแพร่สะพัดออกไปในวงกว้าง กระทั่งรับรู้กันไปทั่วในหมู่แวดวงนักธุรกิจ จึงกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาขายที่ดินผืนนี้ไม่ได้สักที

ใช่ค่ะ หนูนัดเขาไว้ตอนเก้าโมง ป่านนี้คงจะขึ้นเครื่องเดินทางมาแล้วละค่ะ วิรดาก้มมองดูนาฬิกาบนข้อมือ เตรียมนับเวลาถอยหลัง เหลืออีกแค่ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น เธอและบิดาก็จะได้เงินเอาไปขัดดอกเสียที แล้วอีกไม่นานเงินก้อนใหญ่กว่านี้ที่เธอเฝ้าฝันถึงก็จะลอยมาอยู่ในมือด้วยเช่นกัน

ทีนี้ละเธอจะเลือกซื้อชุดแบรนด์เนมสวยๆ สักร้อยชุด รองเท้าราคาแพงลิบอีกหลายสิบคู่ แถมท้ายด้วยเครื่องสำอางชุดใหญ่อีกหลายคอลเลคชั่น โดยที่กระเป๋าไม่ฉีก เพราะยังมีเงินทองนอนกองเหลือไว้ให้ใช้เล่นอีกตั้งเยอะแยะ

สาวสวยคิดด้วยความกระหยิ่มใจ พลางหย่อนกายลงนั่งรอคอยชายผู้เป็นความหวังอย่างใจจดใจจ่อ เวลาก็ค่อยๆ ผ่านไปจากหนึ่ง... เป็นห้า... และเป็นหลายสิบนาที... กระทั่งปาไปเป็นชั่วโมง... จวบจนมันเดินทางมาถึงเวลานัดหมาย วิรดาจึงได้หยิบมือถือขึ้นมาโทร. . หาแขกคนสำคัญด้วยความตื่นเต้นจนระงับไม่อยู่

ตื้ด... หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

รอยยิ้มยินดีพลันลบเลือน แล้วถูกแทนที่ด้วยความฉงนสงสัย วิรดาจึงลองกดหมายเลขเดิมซ้ำอีกครั้ง...อีกครั้ง... และอีกครั้ง แต่ผลปรากฏก็ยังเป็นเหมือนเดิม

เธอไม่สามารถติดต่อจิรเมธได้เลย

ปลายนิ้วเรียวยาวเคลือบสีสันควานหานามบัตรที่ชายหนุ่มเคยให้ไว้ในกระเป๋าแบรนด์เนม ก่อนจะพลิกดูคร่าวๆ ไปมาสองสามครั้ง แล้วต่อสายตรงเข้าออฟฟิคเดชาธรทันที แต่คนที่รับสายกลับเป็นเลขาหน้าห้องเสียนี่ แถมหล่อนยังโง่ซื่อบื้อไม่รู้อีกว่าผู้เป็นนายหายหัวไปอยู่ที่ไหน...

 วิรดาวางโทร. ศัพท์ลงอย่างอ่อนแรง พร้อมกับลางสังหรณ์เลวร้ายที่กำลังสังหารทั้งความเชื่อมั่น ความคาดหวัง ความปรารถนาและทุกสิ่งที่เธอหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ไปจนหมดสิ้น

เป็นยังไงบ้างยายวินนี่ ติดต่อเขาไม่ได้เหรอ? วิชาญเห็นลูกสาวเพียรกดโทร. ศัพท์อยู่หลายรอบ จึงเอ่ยถามอย่างร้อนรน

ค่ะ วิรดาบอกด้วยสีหน้าสลด แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะโทร. ต่อไป ปากก็คอยพูดพร่ำเอ่ยปลอบคนเป็นพ่อ รวมไปถึงตัวเองด้วยว่า ไม่ต้องห่วงนะคะคุณพ่อ สงสัยคุณจิมคงจะลืมเปิดมือถือตอนลงจากเครื่องแน่ๆ เลยค่ะ หนูว่าเรารออีกสักพัก เดี๋ยวคุณจิมก็ต้องโทร. มาหาเราเองนั่นแหละค่ะ

แน่ใจเหรอยายวินนี่... ไม่ใช่ว่ามันคิดจะเบี้ยวเรานะ น้ำเสียงที่เอ่ยถามเปี่ยมไปด้วยแววกังวล

แน่ใจสิคะคุณพ่อ ก็หนูตกลงกับคุณจิมไว้ดิบดีแล้วนี่คะ คุณพ่อไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ คุณจิมเขารวยล้นฟ้าขนาดนั้น ยังไงเขาก็มีปัญญาซื้อที่ดินของเราแน่ๆ ค่ะ ที่สำคัญหนูเชื่อว่าคุณจิมเขาไม่ใช่คนขี้โกหก พูดพล่อยๆ แบบนั้นด้วย วิรดาหันมาบอกคนเป็นพ่อเสียงเข้ม คล้ายจะตำหนิที่บิดาเอ่ยออกมาเช่นนั้น

งั้นก็ตามใจแก แต่ฉันจะนั่งรอจนถึงบ่ายนี้เท่านั้นนะ ถ้ามันยังไม่โผล่หัวมาละก็ แปลว่าแกน่ะโดนมันเบี้ยวเข้าให้ซะแล้วละคนที่ยิ่งกระวนกระวายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยสะบัดเสียงบอกลูกสาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินหนีมานั่งบนโซฟาตัวใหญ่ แล้วเปิดทีวีดูไปพลางๆ พยายามทำใจให้สงบด้วยความลำบากยากเย็น เพราะยามนี้มีแต่ความร้อนรุ่มกลุ้มใจไปต่างๆ นานา

ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเงินที่จะกำลังชวดเท่านั้น แต่มันยังหมายรวมถึงหนี้สินก้อนโต ซึ่งเขาจะต้องหาเงินมาส่งธนาคารให้จงได้ ก่อนเส้นตายที่เขาโทร. ไปขอผ่อนผันมาแล้วหลายงวดจะสิ้นสุดลงในบ่ายวันศุกร์นี้

มิเช่นนั้น ทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ จะต้องมลายหายไปในพริบตาอย่างแน่นอน!

 

วิชาญหยุดยืนมองดูนาฬิกาแขวนบนฝาผนังห้อง ที่บ่งบอกเวลาว่าล่วงเลยเข้าสู่ยามบ่ายแก่ๆ แล้วก่อนจะเดินวนไปเวียนมาเป็นหนูติดจั่น นั่งไม่ติดที่ พานให้รู้สึกปวดหัวตุบตับไปหมด แถมยังอดนึกโมโหขุ่นเคืองบุตรสาวเป็นอย่างยิ่งไม่ได้ ที่ดันหลงเชื่อคนแปลกหน้าเสียจนเกิดเรื่อง

เอายังไงดีล่ะยายวินนี่ นี่มันบ่ายมากแล้วนะ ไอ้คุณจิมของแกมันมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฮ้า? เขาหันมาคาดคั้นบุตรสาวอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน

รออีกนิดนะคะคุณพ่อ บางทีคุณจิมเขาอาจจะ... คำพูดแก้ต่างที่เธอเพียรคิดปลอบใจตนเองและบิดาขาดหายไปในลำคอ ไม่รู้จะหาเหตุผลกลใดขึ้นมาบอกให้คนฟังสบายใจดี เพราะขวัญและกำลังใจของเธอเองก็ลดเลือนจนแทบไม่เหลือหลอ

เป็นอะไรไปล่ะ หาข้ออ้างให้มันไม่ได้แล้วล่ะสิ คนฟังหันมาถามลูกสาวเสียงเครียด ก่อนจะกล่าวสรุปอย่างเชื่อมั่นว่า พ่อว่าเราโดนหลอกซะแล้วล่ะ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่แกโทร. ไปตั้งหลายครั้งแล้ว ไอ้หมอนั่นจะยังไม่เปิดเครื่องเสียที ทั้งที่วันนี้มันมีนัดเซ็นสัญญากับเราเนี่ยนะ

แต่หนูตกลงกับเขาเอาไว้อย่างดิบดีแล้วแท้ๆ นะคะสาวสวยที่ทำใจไมได้ยังคงหลอกตัวเองต่อไป

แล้วป่านนี้มันหายหัวไปอยู่ซะที่ไหนล่ะ ทำไมถึงยังไม่โผล่มาอีก วิชาญหันกลับมาตะคอกถามหล่อนอย่างสุดจะทน จนขนาดนี้แล้วบุตรสาวของเขายังจะมัวโง่งมงายหลงเชื่อวาจาเลื่อนลอยของไอ้คนปลิ้นปล้อนอยู่อีก คนเป็นพ่อเช่นเขาเลยยิ่งรู้สึกฉุนเฉียวเข้าไปใหญ่

วิรดาถึงกับนั่งอึ้ง หัวสมองเต็มไปด้วยความครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะทุกสิ่งมันฟ้องถึงการกระทำของเจ้าตัวอยู่ทนโท่ ถ้าจิรเมธคิดจะเซ็นสัญญากับเธอจริงๆ ละก็ ป่านนี้เธอได้นอนกอดเงินถุงเงินถังไปนานแล้ว และคงไม่ต้องมานั่งเป็นแม่สายบัวรอเก้ออยู่แบบนี้หรอก

หญิงสาวเตรียมจะหันไปปรึกษาหาทางแก้ไขกับบิดา แต่เสียงโทร. ศัพท์มือถือของท่านดังขึ้นเสียก่อน คล้ายจะเป็นการตอกย้ำให้หล่อนยิ่งรับรู้ถึงความโง่งมของตนมากขึ้น

ฮัลโหล วิชาญกดรับสาย ก่อนจะรีบปรับโทนเสียงให้ฟังดูปกติมากที่สุด เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนโทร. มา

สวัสดีครับคุณวิชาญ อีกฝ่ายเอ่ยทักทายอย่างสบายอุรา

สวัสดีครับคุณไววิทย์ โทร. มารวดเร็วดีเหลือเกินนะครับ ปลายเสียงนั้นติดแววแดกดัน ด้วยรู้ถึงเจตนาของนายธนาคารหนุ่มดี

อ้าว...อย่างนั้นเหรอครับ  แต่ผมคิดว่าตัวเองก็โทร. มาตามเวลานัดเป็นปกตินะครับ

ไววิทย์แกล้งพูดประสาซื่อ ไม่คิดถือสาหาความอีกฝ่ายให้หงุดหงิดหัวใจเปล่าๆ เพราะเขาชินเสียแล้วกับการถูกต่อว่าต่อขานจากบรรดาลูกหนี้ เวลาที่ต้องโทร. ตามทวงถามเรื่องเงินๆ ทองๆ เช่นนี้

ส่วนคนเหนียวหนี้ที่ยังไม่มีเงินจ่าย เลยได้แต่นิ่งอึ้ง พูดไม่ออก ปล่อยให้ไววิทย์ถามต่อยู่ฝ่ายเดียว

แล้วว่ายังไงครับ คุณวิชาญนัดจะโอนเงินให้ผมวันนี้ช่วงบ่าย แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้รับการติดต่อขอชำระยอดเลยนะครับ ผมเองก็ไม่อยากจะโทร. มาเร่งรัดแบบนี้หรอกนะครับ แต่ผมคงต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าถ้าคุณวิชาญยังไม่ยอมจ่ายเงินงวดนี้ตามสัญญาอีกละก็ ผมคงจำเป็นจะต้องดำเนินการยึดทรัพย์ โดยไม่มีการผ่อนผันให้กับทางคุณอีกแล้วนะครับ

คนฟังสะอึกทันทีที่ได้ยินคำว่า ยึดทรัพย์ เพราะมันช่างแสลงใจเสียจนคนเจ้าเล่ห์ยังต้องยอมเอ่ยปากร้องขอเสียงสั่นอย่างหมดเขี้ยวเล็บ ด้วยกลัวว่าคำๆ นั้นมันจะเกิดขึ้นจริง

โธ่... ทำไมคุณไววิทย์ถึงได้พูดจาเหมือนกับคนแล้งน้ำใจแบบนั้นล่ะครับ ผมไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรือไม่ยอมจ่ายซะหน่อย ตอนนี้ผมกำลังรอลูกค้าคนสำคัญมานัดเซ็นสัญญาซื้อที่กันอยู่น่ะครับ แต่ป่านนี้เขายังไม่มาเลย ไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นรึเปล่า

ลูกหนี้หัวหมอแสร้งทำสุ้มเสียงร้อนรนกระวนกระวายเป็นห่วงคนที่เขาเอ่ยถึงเสียเต็มประดา ก่อนจะขอบ่ายเบี่ยงการชำระหนี้สินไปตามฟอร์ม

เอาแบบนี้ดีไหมครับ เดี๋ยวพอทางผมติดต่อซื้อขายเรื่องที่กับลูกค้าได้เรียบร้อยแล้ว ผมจะรีบนำเงินไปคืนให้กับทางคุณถึงที่เลยนะครับ

คงจะไม่ได้หรอกครับ เพราะผมยืดเวลาให้คุณมาหลายครั้งแล้ว ถ้าลูกค้าคนอื่นรู้เข้า เดี๋ยวจะมาขอเข้าคิวต่อรองผ่อนผันเหมือนกันหมด คุณวิชาญคงจะเข้าใจผมนะครับ

ไอ้เวรเอ๊ย!’

ทั้งที่วิชาญอยากจะเอ่ยคำผรุสวาทด่าออกไปเยี่ยงนั้นเหลือหลาย ยามเมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สิ่งที่ทำได้กลับมีเพียงเสียงโอดครวญเรียกคะแนนสงสารจากเจ้าตัวอย่างออดอ้อนให้มากที่สุด เหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา เรียกว่าได้ฟังแล้วไพเราะเสนาะหูมากกว่าเวลาที่เจ้าตัวพูดจีบสาวเมื่อตอนสมัยเป็นหนุ่มๆ ซะอีก

โธ่ คุณไววิทย์ ผมขออีกแค่ครั้งเดียว แค่ครั้งสุดท้ายนะครับ

ไม่ได้จริงๆ ครับ แต่ตัวแทนธนาคารหนุ่มก็ทำได้เพียงใจแข็งเท่านั้น

ผมขอละครับ คุณไววิทย์ช่วยเห็นใจผมสักหน่อยเถอะ ผมไม่ได้หลอกคุณจริงๆ นะครับ เพราะคนที่จะมาซื้อที่ดินต่อจากผมก็คือคุณจิรเมธ เดชาธร ไงละครับ เขากำลังจะเดินทางมาถึงอยู่แล้ว คุณช่วยรออีกสักนิดนะครับ ผมสัญญาว่าจะชำระเงินให้ภายในวันสองวันนี้อย่างแน่นอนครับ

วิชาญพยายามกล่าววิงวอนเจ้าหนี้อย่างสุดความสามารถ พร้อมทั้งเอ่ยอ้างชื่อนักธุรกิจหนุ่มตระกูลดัง หวังเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือให้ทางฝ่ายตน นี่ถ้าสมมติว่าไววิทย์มายืนอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ด้วยละก็ เขาจะยอมก้มลงกราบเจ้าตัวอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรีไว้เลยสักนิด เพราะยังไงก็ยังดีกว่าการที่เขาจะสูญเสียแหล่งทำกินผืนนี้ไป ซึ่งนั่นก็หมายถึงเขาอาจจะโดนฟ้องให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายทันที

แต่เจ้าตัวหารู้ไม่ว่า บุคคลที่เขาเอ่ยพาดพิงถึงออกมานั่นแหละ จะยิ่งทำให้คนฟังนึกขันอยู่ในใจ

แล้วเมื่อไหร่เขาจะมาถึงล่ะครับ? ตอนนี้ไววิทย์พอจะล่วงรู้ถึงแผนการอันแยบยลของพ่อคนช่างคิดแล้วละ ถึงแม้เจ้าตัวจะยังมิได้เปิดปากบอกเล่าให้เขาฟังก็ตามที

เออ... ก็คงอีกไม่นานหรอกครับ ผมสัญญาว่าเขาต้องมาแน่ๆ คนใกล้จะโดนยึดทรัพย์รีบกล่าวมั่วซั่วออกไปก่อน เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

งั้นก็ได้ครับ แต่ผมจะยืดเวลาให้คุณถึงแค่หกโมงเย็นของวันนี้เท่านั้นนะครับ และถ้าทางคุณยังไม่ยอมโอนเงินเข้ามาชำระหนี้อีกละก็ ผมจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ไววิทย์รู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่า ไม่มีทางที่วิชาญจะได้แอ้มเงินของเพื่อนรักแม้แต่สตางค์แดงเดียว จึงยอมโอนอ่อนผ่อนปรนยืดระยะเวลาให้อีกฝ่ายหายใจหายคอคล่องขึ้นอีกสักหน่อย ก่อนที่เจ้าตัวจะต้องถูกประหารจริงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

เมื่อหมดธุระแล้ว นายธนาคารหนุ่มก็วางสายจากไปโดยไม่เอ่ยล่ำลาคู่สนทนาเลยสักคำ ทิ้งให้สองพ่อลูกนั่งมองตากันปริบๆ สลับกับยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความกลัดกลุ้มว่า ต่อจากนี้พวกตนจะหาทางรอดมิให้ที่ดินเกือบสองร้อยไร่ที่ถือสิทธิ์ครอบครองอยู่ถูกยึดทรัพย์ไปได้อย่างไร...

 

หลังวางสายจากสองพ่อลูกบวรภัคตัวแสบแล้ว ไววิทย์ก็รีบกดเบอร์โทรศัพท์ถึงจิรเมธต่อทันที แต่เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเป็นระบบตอบรับ เขาจึงกระตุกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะต่อสายไปที่หน้าห้องของเจ้าตัวโดยตรงแทน

คุณจิรเมธคะ คุณไววิทย์อยากจะเรียนสายด้วยค่ะ เลขาสาวแจ้งความจำนงของแขกหนุ่มให้เจ้าของห้องรับทราบผ่านทางเครื่องสปีกเกอร์โฟน เพราะถ้าหากเป็นคนในสกุลบวรภัคละก็ เธอคงจะบอกปัดไปแล้วตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

ต่อสายเข้ามาเลยครับ จิรเมธสั่ง แล้วรอเพียงไม่นาน เขาก็ได้ยินเพื่อนหนุ่มส่งเสียงล้งเล้งมาแต่ไกล

ไงไอ้เพื่อนรัก มีข่าวดีมาบอกฉันแล้วใช่ไหม? จิรเมธเอ่ยถามอารมณ์ดี เพราะกะเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าไม่เกินเย็นนี้ไววิทย์จะต้องโทร. มาหาเขาอย่างแน่นอน

ใช่ ไววิทย์ตอบ แถมยังแอบสัพยอกเพื่อนสนิทกลับซะอีก ฉันกำลังจะยึดที่ดินของตระกูลบวรภัคตามแผนของแกตอนหกโมงเย็นวันนี้

ฮะฮ่าๆๆ คนฟังส่งเสียงหัวเราะชอบใจ

นั่นเป็นไร ถูกเผงอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด

ว่าแต่แกเถอะ ไปหลอกสองพ่อลูกนั่นอีท่าไหนล่ะ ป่านนี้พวกนั้นยังนั่งรอแกเป็นกระเหรี่ยงคอยาวอยู่เลยนะ นายธนาคารหนุ่มเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ที่อดรนทนไม่ไหว เพราะขืนให้รอเจ้าตัวหยุดขำซะก่อนละก็ เขาคงได้ขาดใจตายกันพอดี

เล่าแล้วเรื่องมันยาวน่ะ คนเจ้าเล่ห์บอกสั้นๆ กลั้วเสียงหัวเราะ

ถึงยาวก็ต้องเล่ามา คนใคร่รู้คาดคั้นคนเล่นองค์ด้วยความหมั่นไส้ อ้อ...แล้วก็ห้ามหมกเม็ดแม้แต่คำเดียวนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่แบ่งที่ขายให้แกจริงๆ ด้วย

พอเจอทีเด็ดของเพื่อนรักเข้าไปเท่านั้นแหละ จิรเมธก็รีบคายความลับทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับรู้ตั้งแต่ต้นจนหมดเปลือก จากที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะของหนุ่มนักธุรกิจเพียงคนเดียวเท่านั้น บัดนี้กลับมีเสียงสอดประสานของนายธนาคารหนุ่มเพิ่มขึ้นอีกคน

ฮะๆๆ นายนี่แสบจริงๆ เลยนะ เล่นลบเหลี่ยมนายวิชาญซะจนล้มคว่ำไม่เป็นท่าเชียว

ก็คนพวกนั้นอยากมาโก่งราคาฉันก่อนทำไมล่ะ? จิรเมธพูดอย่างสะใจ หน็อย! คิดจะขายที่ให้ฉันเป็นร้อยล้านเลยเว้ย ขนาดเสาสักต้นยังสร้างไม่เสร็จเลยแท้ๆ ใครจะโง่ไปซื้อ สู้รอให้ทางธนาคารมายึดไปก่อนดีกว่า แล้วฉันค่อยซื้อต่อในราคาที่สมน้ำสมเนื้อทีหลัง

ไอ้เค็ม!” คนฟังอดค่อนแคะในสิ่งที่เพื่อนรักสาธยายความเขี้ยวของตัวเองให้ฟังไมได้

ไม่เค็มโว้ย จิรเมธร้องโต้ เขาเรียกว่าใช้เงินอย่างไม่ประมาท ตามที่คุณหญิงแม่ท่านว่าไว้ต่างหากละ

เออดี คนรู้ตัวว่าเถียงไปก็ไม่ชนะไอ้พวกช่างจำนรรจาจึงแกล้งยอมแพ้เสียเอง ก่อนจะวกมาพูดเข้าธุระจริงๆ ของตน เออ ที่ฉันโทร. มานี่ก็จะบอกแกว่า ฉันกับทีมงานอีกสามสี่คนจะลงไปตรัง เพื่อวัดที่ดินของนายวิชาญวันพุธหน้านี้แหละ แกจะลงมาพร้อมกับฉันไหม จะได้วัดส่วนและประเมินราคาที่ดินที่แกจะซื้อซะด้วยเลย

ก็เอาสิ แล้วแกจะลงไปตอนกี่โมงล่ะ?

คงจะเป็นช่วงบ่ายๆ หน่อยน่ะ

อืม...งั้นเหรอ คนฟังลองคำนวณระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสารสัญญา และงานที่คั่งค้างอยู่เพียงสักครู่ เมื่อเห็นว่าน่าจะเสร็จทันไม่เกินวันอังคารช่วงเย็น เขาจึงพอจะมีเวลาลงไปพบหน้าสาวตาคมให้หายคิดถึงได้ก่อนในช่วงเช้า จากนั้นก็ค่อยไปจัดการธุระที่เหลือกับเพื่อนหนุ่มให้สำเร็จลุล่วงไปซะที 

งั้นเอายังงี้ ฉันจะลงไปรอแกก่อนช่วงเช้าก็แล้วกัน พอแกมาถึงตรังเมื่อไหร่ ค่อยโทร. บอกฉันอีกที

โอเคตามนั้น คู่นัดพยักหน้าเข้าใจตรงกัน แล้วจึงเอ่ยขอตัว ถ้างั้นฉันปทำงานต่อก่อนนะ ว่าจะไปเตรียมเอกสารยึดที่น่ะ ฮะๆๆ

ก่อนจะวางโทรศัพท์ ไววิทย์ก็ยังไม่วายจะพูดติดตลก เรียกเสียงหัวเราะให้แก่ตัวเองและคนฟังได้ขำกลิ้งไปตามๆ กัน จากนั้นเขาจึงวางสายในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา



 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อ่านตอนนี้จบ หลายคนคงสะใจที่นางร้ายโดนเท

อยากไปรังแกหนูนาของเจ้ๆดีนัก

ว่าแต่...โดนความแตก ตาจิมจะโดนฉีกมั้ย บรื้อออออออ

มาตามลุ้นกันต่อตอนหน้าค่ะ


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น