ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 43 : แกลลอนที่ 21 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ค. 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใต้ร่มใบภักดิ์



หลังจากทานไอศกรีมกับลัลนาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว จิรเมธก็ขับรถพาหญิงสาวกลับมาส่งยังทางเข้าด้านหลังหมู่บ้าน ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะไม่สบอารมณ์ หากเขาพาเธอผ่านรีสอร์ตบวรภัคทางด้านหน้า ขนาดเมื่อเช้าเขารีบขับผ่านเส้นทางนั้นมาด้วยความจำเป็น เพราะต้องขนของเต็มคันรถ จึงไม่สะดวกที่จะหอบหิ้วทั้งแกลลอนและกล่องสบู่เดินผ่านสะพานแขวน เธอยังทำหน้าหงิกหน้างอใส่เขาอยู่เลย ทั้งที่ปากก็บอกว่าเข้าใจแท้ๆ

ที่สำคัญก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพในตอนเย็นวันนี้ จิรเมธยังมีภารกิจอีกอย่างที่ต้องไปเจรจากับนายวิชาญและลูกสาวให้ยับยั้งการขายรีสอร์ตตามแผนที่วางไว้ จึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่เขาจะพาลัลนาติดสอยห้อยตามไปด้วย เพราะความใจร้อนของหญิงสาวยามที่เจอคู่อริอย่างวิรดานั้น จะพานทำให้เขาเสียแผนซะเปล่าๆ ฉะนั้นทางที่ดีเขาน่าจะแอบแวะไปหาหล่อนตามลำพังดีกว่า

เมื่อมาถึงทางข้ามสะพานแขวน จิรเมธก็ให้เหตุผลในการจากลาอย่างเร่งรีบว่า

ฉันส่งเธอแค่นี้ได้ไหม เพราะฉันยังต้องกลับไปเก็บของ และต้องโทร. หาเลขาให้รีบมาทำสัญญาซื้อขายแทนฉันอีก จิรเมธบอกอีกฝ่ายเสียงนุ่ม ราวกับจะขอโทษที่ไม่ได้เดินข้ามฝากไปส่งหญิงสาวด้วยตัวเองจนถึงที่

ไม่เป็นไรหรอก เดินข้ามสะพานกลับแค่นี้สบายมาก นายรีบไปจัดการธุระเถอะ ลัลนาบอกอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยคำหวานกับเขาด้วยความเก้อเขิน แล้วก็อย่ารีบร้อนจนลืมพักผ่อนบ้างละ ฉันไม่อยากไปเยี่ยมใครที่โรงพยาบาลตอนนี้นะ

กำลังใจเพียงเล็กน้อยที่มาจากท่าทีแข็งทื่อของแม่สาวห้าว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นขุมพลังทำให้เขาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อเธอและคนในหมู่บ้านต่อไปโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สายตาหวานซึ้งที่มองสบมายังสาวข้างกายจึงเปี่ยมไปด้วยแววพึงพอใจ จนลัลนาต้องรีบเอ่ยปากขอตัวอย่างกระดากอาย

งั้นฉันไปก่อนดีกว่า นายจะได้รีบไปเหมือนกัน

ลัลนาเอี้ยวตัวไปหมายจะเปิดประตูรถ ทว่ามือหนากลับเอื้อมมารั้งต้นแขนกลมกลึงให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาก่อน ชายหนุ่มอาศัยมืออีกข้างที่ว่างเคลื่อนมากอบกุมดวงหน้าคมขำเอาไว้ แล้วค่อยๆ บรรจงจดเรียวปากอุ่นลงกลางกระหม่อมกว้างอย่างแผ่วเบา เพียงชั่วเสี้ยววินาทีก็ถอนริมฝีปากออก พลางเลื่อนสายตามาประสานกับเธอนิ่งนาน

ทะ... ทำอะไรน่ะ? ใบหน้าหวานแดงก่ำยามเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก

ไม่น่าเชื่อเลยว่า... เวลาสาวทโมนออกอาการเขินจัดแบบนี้ จะดูเหมือนลูกแมวน้อยแสนน่ารักไปได้

จิรเมธคิดอย่างขำๆ อมยิ้มกระหยิ่มใจไม่ยอมหุบ ก่อนจะแกล้งตีมึนเสบอกกับสาวใต้ว่า

เธอลืมอะไรบางอย่างไปรึเปล่า?

ฉันไม่ได้ลืมอะไรสักหน่อย เธอตอบเสียงแข็ง ก่อนจะวกกลับมาถามเจ้าตัวอีกที ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านเลยไปเฉยๆ แต่นายนั่นแหละ เมื่อกี้ทำอะไรฉัน!?

ฉันทำอะไรเธอล่ะ? คนเจ้าเล่ห์ฉีกยิ้มกว้าง

กะ... ก็... นาย... จะ... จะ…” ลัลนาจิ้มนิ้วลงบนหน้าผากตัวเองย้ำๆ หลายทีแทนคำพูด

เธอไม่เข้าใจจริงๆ เหรอ? เขามองตาเธอหยาดเยิ้ม

ฉันไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่อยากจะรู้ว่านายทำแบบนี้ทำไม? แม่สาวหัวโบราณขึ้งโกรธเกินกว่าจะรับรู้ความจริงใจของอีกฝ่ายได้                                                                           

ไม่เอาน่าหนูนา เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องถามเลย ฉันทำออกจะชัดเจน หรือเธอจะให้ฉันทำอีกรอบ จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างอีกว่า เมื่อกี้ฉันปัดแมลงวันบนหน้าผากของเธอรึเปล่า... เอาไหม?คนช่างกวนเลิกคิ้วถาม

แต่ฉันไม่ชอบ!” เธอโพล่งออกมาตรงๆ ที่หลังนายห้ามทำแบบนั้นอีกเด็ดขาด

เธอเป็นคนไทยนะ และก็ยึดมั่นถือมั่นอยู่ในจารีตประเพณีอันดีงามอย่างเคร่งครัดเสียด้วย แล้วจะให้มาปล่อยตัวปล่อยใจยอมให้ใครเชยชมง่ายๆ ได้อย่างไรกันล่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เธอนึกสนใจอยู่ก็ตามที

เชยจัง!” คนที่โตมากับสังคมและวัฒนธรรมในต่างเมืองกลับเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

นายพูดว่าอะไรนะ?!” คราวนี้เธอแหวกลับทันควัน

ก็มันจริงนี่นา ที่ไหนๆ เขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ คนฟังรีบพูดเสียงอ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ พร้อมทั้งหยิบยกเหตุผลขึ้นมากล่าวอ้างว่า มันเป็นการให้กำลังใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ เธอรู้ไหม?

ด้วยการเอาเปรียบกันแบบนี้เนี่ยนะ?!”

เขาเรียกว่าเป็นการสัมผัสกันต่างหากละ

แต่แถวบ้านฉันมันเรียกว่า แต๊ะอั๋ง เพราะนายแอบมาขโมยจูบฉัน โดยที่ฉันไม่ได้ยินยอมพร้อมใจซะหน่อย ลัลนาบอกอย่างเอาเรื่อง ดวงหน้าคมขำก็พานแดงระเรื่อขึ้นอีก เมื่อนึกไปถึงฉากวาบหวิวเมื่อครู่

โอ๊ย! ถ้าเธอหาว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้เป็นการแต๊ะอั๋งละก็ ป่านนี้คนที่เขาจูบกันให้เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองไปทั่วโลกไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันทุกวันเลยเหรอ? จิรเมธถามกลับขำๆ

ก็นั่นมันที่อื่น... แต่ที่นี่เป็นเมืองไทย แล้วอีกอย่างหัวใจของฉันก็ไม่ได้เป็นฝรั่งมังค่าด้วย จะให้ชอบเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ? เธอย้ำเสียงหนักให้อีกฝ่ายพึงสังวรถึงวัฒนธรรมไทยเอาไว้มากๆ

ท่าทางแข็งกร้าวเกรี้ยวกราดผิดแผกไปจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง ทำให้จิรเมธต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะขี้เกียจสร้างปัญหาขี้ปะติ๋วให้กลายเป็นเรื่องระดับชาติขึ้นมา ไม่อย่างนั้นแทนที่เขาจะได้เอาสมองไปคิดทำประโยชน์อื่นๆ คงต้องมานั่งหาวิธีงอนง้อเจ้าหล่อนให้เหนื่อยจนลิ้นห้อยอีกเป็นแน่

โอเคๆ ฉันผิดเอง ฉันขอโทษ ทีหลังฉันจะไม่ทำอีก ตกลงไหม... เธอพอใจรึยัง?

หนุ่มหัวนอกชูแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่เจ้าหล่อนก็ยังนั่งนิ่งเงียบ เขาเลยจำต้องรีบอธิบายถึงความคิดคำนึงในใจตนให้สาวใต้รับรู้เป็นการด่วน หล่อนจะได้เข้าใจถึงเหตุผลว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะฉวยโอกาสหรือคิดเอาเปรียบเธออย่างที่เจ้าตัวคิดไปไกล

ที่ฉันทำไป ไม่ใช่เพราะคิดจะล่วงเกินเธอนะ แต่เป็นเพราะฉันรู้สึกดีกับเธออย่างนั้นจริงๆ ต่างหากละ ฉันถึงอยากจะแสดงออกให้เธอได้รับรู้

อ้างตลอด!” ลัลนาประชดกลับ แม้ว่าในใจจะอดเป็นปลื้มถ้อยคำที่เขากล่าวออกมานิดๆ มิได้

ฉันไม่ได้อ้างนะ!” คนที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอดูแคลนแย้งเสียงดังขึ้นบ้าง ก็แล้วแต่เธอจะคิดละกัน จะหาว่าฉันเป็นผู้ชายฉวยโอกาสก็ได้ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเธอนี่นา

ถ้อยคำประชดประชันที่บ่งบอกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไม่ปิดบัง ทำให้สาวปากหนักต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเองบ้าง แล้วจึงสำนึกว่าเธอกล่าวกับคนที่คอยเหน็ดเหนื่อยเรื่องของเธอและคนในหมู่บ้านแรงเกินไปจริงๆ ปากน้อยๆ จึงพลันอ้าออกเตรียมจะเอ่ยขอโทษ

ทว่า... กลับได้ยินเสียงของอีกฝ่ายดังแทรกขึ้นเสียก่อน

เอาละ ฉันว่าเธออย่าอยู่กับผู้ชายอย่างฉันให้นานไปกว่านี้เลย เพราะเดี๋ยวฉันจะฉวยโอกาสกับเธออีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ท่าทางเพิกเฉยที่มาพร้อมกับสำเนียงตุปัดตุป่อง ทำเอาลัลนาหุบปากทันควัน แล้วหันมาเปิดประตูรถเตรียมจะก้าวลงไปแทน  ในใจก็พลันคิดอย่างเจ้าแง่แสนงอนขึ้นว่า

ก็ในเมื่อเขาไล่แล้ว จะให้เธอนั่งหัวโด่อยู่ทำไม?

เดี๋ยวก่อน...

ทว่าเท้าของเธอยังไม่ทันจะแตะพื้น เสียงของชายหนุ่มก็เอ่ยดังขึ้นอีกคราว ทำให้คนฟังนึกดีใจขึ้นมาแวบๆ ว่า เขาอาจจะกำลังเอ่ยปากง้อเธอก็เป็นได้

ของทั้งหมดน่ะ เอาเก็บไว้ในรถฉันก่อนก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยขนข้ามไปข้ามมา

ความหวังของคนฟังดับมอดลง หัวใจที่แอบพองโตขึ้นนิดๆ ก็กลับห่อเหี่ยวลงเหมือนเดิม เมื่อเสียงห้าวเอ่ยอย่างราบเรียบ แถมยังไม่ยอมมองหน้าเธออีกต่างหาก ใจที่แป้วอยู่แล้วยิ่งหายวาบ รู้สึกชาดิกไปทั้งตัว กระทั่งสองขาแทบจะขยับก้าวลงจากรถไม่ไหว

อืมลัลนาขานรับเสียงเบาหวิว

ปั้ง! ทว่าเสียงปิดประตูกลับดังปึงปังตามแรงสะท้อนในอก ก่อนที่ร่างบางจะรีบวิ่งหนีจากไปด้วยหัวใจที่กวัดแกว่ง เต็มไปด้วยแรงอารมณ์สับสนปนเปที่ก่อเกิดขึ้นภายใน

คนที่นั่งอยู่ในรถมองตามเจ้าหล่อนหายลับไปด้วยความหงุดหงิดหัวเสียไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ขัดหูขัดตาไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา ตัวเธอ และไอ้ตัวที่เรียกว่า ความแตกต่าง ซึ่งเป็นต้นเหตุของความไม่เข้าใจกันอยู่นี้

ทำไมนะ... ในเมื่อตัวเขาเองมีใจให้แก่เธอ

ส่วนตัวเธอเองก็มีท่าทีสนใจเขาอยู่ไม่น้อย...

แล้วกับอีแค่เขาขอแสดงความรักระหว่างกันเพียงเท่านี้ มันเป็นเรื่องที่ผิดบาปมหันต์มากเลยเชียวหรือ... เธอถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเสียขนาดนั้น

มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ทั้งที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเหนื่อยยากลำบาก ทำเพื่อเธอทุกอย่าง แต่เขากลับถูกตราหน้าหาว่าเป็นไอ้มนุษย์บ้ากาม เพียงแค่อยากจะขอเติมพลังชีวิตให้กับตัวเองเสียหน่อย ด้วยการสัมผัสคนที่เขารักใคร่อย่างแผ่วเบาตรงหน้าผากเท่านี้เนี่ยนะ!?

แล้วนี่ถ้าเกิดเขากระโดดจูบปากหล่อนขึ้นมาล่ะ เขาไม่ต้องถูกจับไปยิงเป้าเป็นการลงโทษเลยรึไง...

โธ่เว้ย! รู้ยังงี้เขาไม่น่าด่วนผลีผลามใจเร็วไปก่อนเลย

จิรเมธนั่งโมโหตัวเองที่ดันเผลอใจแสดงกิริยาไม่เหมาะไม่ควรออกไปจนได้เรื่อง แล้วก็พานนึกฉุนสาวใต้ขึ้นมาด้วยว่า

แต่หล่อนก็ไม่น่าจะหวงเนื้อหวงตัวขนาดนั้นนี่นา

เอ๊ะ! หรือว่าเธอจะรังเกียจเขากันแน่นะ?

จิรเมธถอนใจทิ้งดังเฮือกใหญ่ เพื่อสลัดเรื่องวุ่นๆ ในหัวออกไปซะ เพราะถึงจะดึงดันคิดให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่รู้คำตอบอยู่ดี ชายหนุ่มหันมาติดเครื่องเหยียบคันเร่งไปยังจุดหมายอีกแห่ง ด้วยอารมณ์ที่พยายามจะปรับให้เป็นปกติที่สุด

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เฮ้ออออออออ

รักกันไม่ถึงสามวิ ก้ตีกันอีกแว้ววววว

งานนี้สงสัยคนอ่านต้องตามลุ้นกันยาวๆๆๆๆๆๆๆ แล้วละค่ะ

ตอนหน้าเขาจะง้อกันอีท่าไหน อย่าลืมมาตามช่วยเชียร์ช่วยลุ้นกันน้า


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น