ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 42 : แกลลอนที่ 20 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.ค. 60





จิรเมธขับรถมาจอดที่หน้าร้านไอศกรีมตามที่หญิงสาวเป็นผู้บอกทาง พอทั้งคู่ก้าวลงจากรถและเดินมาตามทางเพียงไม่กี่ก้าว เสียงเจี้ยวจ้าวของใครบางคนก็ดังลั่นลอยมากระทบโสตประสาทหูของลัลนาทันที หญิงสาวจึงหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความสงสัย

ใครมาเอะอะโวยวายแถวนี้นะ?

โธ่เอ๊ย! ไอ้พวกเฮงซวย! ไอ้คนชั่ว! รู้ยังงี้ฉันไม่น่าให้มันเช่าตึกเลยจริงๆ ดูสิ! มันอยู่กันประสาอะไร แค่ปีเดียว ทำไมตึกฉันถึงได้โทรมอย่างกับคอกหมูคอกหมาขนาดนี้

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่บ่นตีโพยตีพายไม่ยอมหยุด ทำให้สาวใต้นึกอยากรู้ขึ้นมาตงิดๆ จนต้องขอชะแวบแอบเดินผ่านไปดูหน้าค่าตาเจ้าตัวใกล้ๆ เสียหน่อย

แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็พลันบังเกิดขึ้น เมื่อคนที่หญิงสาวได้เห็นนั้นคือคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

อ้าว! สวัสดีค่ะอาจารย์สุดโฉม ลัลนาอุทานเรียกชื่อคนที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาดใจ พลางเอ่ยถามทันควัน จำหนูได้รึเปล่าคะ ลัลนาห้องหกทับหนึ่งไงคะอาจารย์

เธอเดินปรี่เข้าไปยกมือไหว้หญิงชราวัยกลางคน ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทยสมัยที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมตอนปลายปีสุดท้าย

อ้าว! สวัสดีลูก ไปยังไงมายังไงล่ะเนี่ยลัลนา สาวใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทผ้าไหมกระโปรงยาวหันมายกมือรับไหว้เด็กสาว พร้อมทั้งรีบปรับสีหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่ให้ดูเป็นปกติเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังมีริ้วรอยแห่งความตึงเครียดอยู่มาก

หนูแวะมาทานไอติมกับ อะ... เอ่อ... เพื่อนน่ะค่ะ พอจะเอ่ยปากแนะนำชายหนุ่ม ลัลนาก็พลันตะขิดตะขวงใจ ไม่รู้จะให้เขาอยู่ในฐานะไหนดี

ทว่าอีกฝ่ายเองก็ดูท่าจะมีเรื่องยุ่งยากอยู่ไม่น้อย เลยไม่ติดใจสงสัยอะไรมากนัก สังเกตได้จากน้ำเสียงขานรับแบบผ่านๆ และหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นด้วยความกลัดกลุ้ม

อาจารย์มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าคะ เผื่อหนูจะพอช่วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้างลูกศิษย์สาวเอ่ยถามอย่างห่วงใย

ขอบใจมากจ้ะ สุดโฉมบอกอย่างตื้นตัน แล้วเอ่ยเล่าด้วยสีหน้าคับแค้นใจ ตอนนี้ครูละกลุ้มเหลือเกิน ก็ไอ้เจ้าคนที่มันเช่าตึกครูล่าสุดนี่น่ะสิ มันติดค่าเช่าครูมาสามเดือนแล้ว พอครูขู่มันว่าหากยังไม่ยอมมาจ่ายอีกละก็ ครูจะยึดข้าวของในบ้านมัน  เชื่อไหม...เมื่อคืนนี้มันแอบขนของย้ายหนีครูไปซะแล้ว ครูละเบื่อจริงๆ เจอแต่คนเช่านิสัยแย่ๆ แบบนี้

แย่จังเลยนะคะ ลัลนาเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ แล้วอาจารย์จะทำยังไงต่อคะเนี่ย?

ครูกะว่าจะเอาป้ายมาติดขายมันซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจ๊ะ จะได้หมดปัญหาเดิมๆ แบบนี้สักที

ก็ขายเลยสิครับ ผมจะซื้อ จู่ๆ เสียงห้าวทุ้มก็เอ่ยแทรกขึ้นอย่างสนับสนุน

จิรเมธยืนเหลียวซ้ายแลขวาวิเคราะห์ทำเลแถวนี้อยู่นานพอสมควร แล้วจึงเห็นว่ามีความเหมาะสมจะเปิดกิจการค้าขายสินค้าจากภูมิปัญญาของคนในหมู่บ้านตามที่เขาคิดไว้ ด้วยตึกเช่าตรงนี้ตั้งอยู่ในชัยภูมิกลางเมือง เลยมีภาษีดีกว่าพื้นที่ตรงอื่น มีผู้คนพลุกพล่านเดินผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเวลา แถมยังใกล้กับตลาดและร้านค้าอีกมากมายหลายชนิด ที่สำคัญการสัญจรก็สะดวกสบายไม่ได้ลำลากลำบนเลยสักนิด

นี่แหละ! ร้านเขากะหมอกที่เขาต้องการ และเขาก็จะต้องเอาให้ได้ด้วย!’

ขณะที่คนฟังทั้งสองต่างก็พากันทำตาโต มองเขาอย่างตกใจ ก่อนที่ลัลนาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปรามขึ้น

นายนี่ล้อเล่นไม่เป็นเวล่ำเวลาเลยนะ คนเขากำลังเครียดกันอยู่แท้ๆ เธอยกมือหยิกแขนอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการลงโทษ

ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ฉันตั้งใจจะซื้อจริงๆ ถ้าอาจารย์ท่านจะขายละก็ จิรเมธย้ำเสียงหนักจริงจัง

แล้วนายจะซื้อไปทำอะไร? สาวใต้ถามด้วยความสงสัย

ก็เอาไว้เปิดร้านของเราเองไงละ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปง้อพวกที่ไม่เห็นค่าสินค้าเราให้เมื่อยปากด้วย เขาอธิบายสั้นๆ แล้วจึงละความสนใจมายังเจ้าของตึกเช่าอีกคราว

ตกลงอาจารย์จะขายไหมครับ?

คนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับทำหน้าเหลอหลา เพราะอันที่จริงแล้วเธอก็แค่พูดประชดออกไปด้วยความโมโหเท่านั้น จึงยังไม่ได้ตัดสินใจว่าควรจะขายตึกดีหรือไม่ แล้วถ้าขาย จะเรียกราคาเท่าไหร่ถึงจะคุ้ม?

ถ้าฉันขาย คุณจะซื้อไหวเหรอ เงินมันเป็นล้านนะ ไม่ใช่แค่บาทสองบาท

ใช่ว่าสุดโฉมจะคิดดูถูกคนหนุ่มตรงหน้าประการใด เพราะการแต่งกายที่ภูมิฐานก็บ่งบอกฐานะของเจ้าตัวได้ดีอยู่แล้ว แถมเขายังขับรถแวนคันหรูมาอีกต่างหาก ทว่าคนเราสมัยนี้ดูกันแค่หน้าตาและเครื่องประดับประดาบนตัวได้ซะที่ไหน บางคนมีบ้านช่องใหญ่โตก็จริง แต่กลับมีหนี้สินรุงรังบ้างละ ส่วนบางคนก็อวดร่ำอวดรวย แต่ที่จริงแล้วกำลังจะถูกธนาคารฟ้องล้มละลายก็มี

แล้วอย่างนี้เธอจะมั่นใจได้ยังไงว่า พ่อหนุ่มมาดไฮโซคนนี้จะไม่คิดโกงเธอเช่นกัน ถึงแม้เขาจะรู้จักกับลูกศิษย์สาวของเธอก็ตามที

เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาครับ จิรเมธบอกยิ้มๆ ถ้าราคาไม่เกินร้อยล้านละก็ ผมมีปัญญาซื้อแน่นอนครับ

ลัลนามองหน้าคนพูดตาค้าง พลางอดคิดค่อนขอดเจ้าตัวไม่ได้ว่า

ดูเขาสิ ทำตัวเป็นเพ่อค้าซะเต็มขั้นเชียว

ถึงได้พูดจาตกลงซื้อขายสั้นๆ ห้วนๆ กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เธอรู้จักแบบนั้น

อย่างน้อย... ก็น่าจะเกรงอกเกรงใจกันบ้างสักนิดนะยะ

แต่คนที่ทำให้สาวใต้ถึงกับอึ้งมากกว่ากลับเป็นคนที่เธอนับถือเสียเอง เมื่อท่านแสดงท่าทางว่ายินยอมพร้อมใจไปกับพ่อหนุ่มเมืองกรุงซะอย่างนั้น

ก็เอาสิ ถ้าพ่อหนุ่มจะซื้อจริงๆ ฉันก็จะขายให้ แต่ขอเวลาฉันตั้งราคาที่เหมาะสมก่อนนะ  พ่อหนุ่มจะรอไหวไหมล่ะ? ปลายเสียงหญิงวัยกลางคนลองหยั่งเชิงถาม

ได้สิครับ จิรเมธยักไหล่ตอบอย่างไม่ยี่หระ ผมให้เวลาอาจารย์ตัดสินใจหนึ่งวัน แล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คนถือเช็คมาหาอาจารย์ถึงที่บ้านเลยนะครับ

นักธุรกิจหนุ่มสมองใสพูดจาหว่านล้อมให้คนฟังตัดสินใจขายตึกให้แก่เขาง่ายขึ้นอีก และยิ่งเมื่อดูจากแววตาพึงพอใจเป็นอย่างมากของท่านแล้ว เชื่อเถอะว่าเขาได้คว้าสิ่งที่ตนต้องการมาไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว

อ้อ... ผมรบกวนให้อาจารย์คิดคำนวณราคาที่จะขายเอาไว้ก็พอนะครับ ส่วนเรื่องเอกสารสัญญาต่างๆ เดี๋ยวคนของผมจะเป็นผู้จัดเตรียมมาเอง ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกงนะครับ เพราะผมจะซื้อในนามของบริษัทเดชาธรครับ

แค่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของบริษัทชื่อดังที่อีกฝ่ายจงใจกล่าวอ้างออกมา คนฟังก็ถึงกับตาโตแล้ว

บริษัทใหญ่ๆ นั่นน่ะเหรอจ๊ะ? สุดโฉมเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ก็ใครจะไม่รู้จักบริษัทชั้นนำที่ทำธุรกิจด้านการลงทุนต่างๆ รวมไปถึงมีโรงงานผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคภายใต้แบรนด์ดังๆ ครอบคลุมประเทศไทยกันบ้างล่ะ

ครับ เขายิ้มรับอย่างมั่นใจ หวังว่าชื่อบริษัทของผมคงพอจะเป็นเครดิตให้ตัวผมได้บ้างนะครับ

งั้นเป็นอันว่าตกลงฉันจะขายตึกให้พ่อหนุ่มจ้ะ เดี๋ยวเรามาแลกเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อกันไว้ก่อน ถ้าคนของพ่อหนุ่มมาถึงที่นี่เมื่อไหร่ ก็โทร. มาหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะจ๊ะ

คนได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจนมั่นใจพลันรู้สึกโล่งอก รีบตอบตกลงอย่างคล่องปาก เพราะการที่เธอขายตึกให้เขาเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นก็ยังดีกว่าปล่อยให้คนเช่ามักง่ายมาทำทรุดโทรมจนไร้ค่า แถมไม่ต้องถูกเชิดเงินค่าเช่าที่ค้างๆ ไว้ แล้วหนีไปทุกครั้งดังที่เธอเจอมาแล้วหลายราย

โอเคครับ จิรเมธควักนามบัตรในกระเป๋ายื่นส่งให้สุดโฉม แล้วจึงบันทึกเบอร์ของอีกฝ่ายตามที่เจ้าตัวบอกกล่าวมา

ส่วนลัลนาก็ได้แต่ยืนจับจ้องมองดูคู่ค้าทั้งสองตกลงซื้อขายทำสัญญากันง่ายๆ ด้วยความงงงันเป็นที่สุด จนต้องร้องตะโกนถามตัวเองในใจว่า

ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่า... นี่มันเกิดอะไรขึ้นนน

กระทั่งการเจรจาจบสิ้นลงแล้วนั่นแหละ คู่ค้าฝ่ายชายจึงหันมายิ้มแป้นแล้นบอกกับเธอว่า

ฉันซื้อตึกจากอาจารย์ท่านแล้วนะหนูนา เดี๋ยวพอเย็นนี้ฉันกลับไปถึงกรุงเทพปุ๊บ ฉันจะรีบให้เลขาลงมาจัดการเรื่องที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อยภายในสองสามวันนี้แหละ ส่วนเธอก็ช่วยดูแลคนของฉันหน่อยแล้วกันนะ เดี๋ยวฉันจะทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ให้ พวกเธอจะได้ติดต่อกันสะดวก

ลัลนาจำได้แต่ว่า เธอคอยพยักหน้ารับคำสั่งจากจิรเมธเพียงอย่างเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะงานนี้คนที่ตัดสินใจไม่ใช่เธออยู่แล้ว แถมตัวเธอกับพวกชาวบ้านนั่นแหละที่ได้ประโยชน์จากเขาเต็มๆ หญิงสาวจึงไม่กล้าพูดมาก ทำตัวเรื่องเยอะ ด้วยรู้สึกเกรงอกเกรงใจชายหนุ่มเป็นนักหนา

ที่สำคัญ... เธอเข็ดแล้วกับการที่ไม่เชื่อใจและไม่เชื่อถือความสามารถของเขา จนทำให้ตัวเองและตัวเขาต้องเดือดร้อนอยู่อย่างนี้

โอเค งั้นก็เอาตามนี้นะ นักพัฒนาหนุ่มกล่าวสรุป แล้วจึงหันมาเอ่ยถามเรื่องสำคัญของเธอบ้าง ฉันไม่มีอะไรแล้ว เธอละอยากจะอยู่คุยกับอาจารย์ท่านต่อรึเปล่า เราจะได้ชวนท่านแวะทานไอศกรีมด้วยกันซะเลย

สุ้มเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยถามลูกศิษย์สาวอย่างอ่อนโยนเอาใจใส่ ทำให้ฉุดโฉมอดนึกสงสัยถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ไม่ได้ว่า

ตกลงแล้วพ่อหนุ่มคนนี้เป็นแค่เพื่อน หรือว่า... เป็นคนรู้ใจของลัลนากันแน่!?

แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดออกไป เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนสอดรู้ เที่ยวไปยุ่งก้าวก่ายเรื่องของคนสองคน

ขอบใจนะจ๊ะพ่อหนุ่ม หญิงวัยกลางคนส่งยิ้มเอ็นดูให้สองหนุ่มสาว แต่พอดีว่าฉันยังมีธุระต้องไปทำต่อน่ะจ้ะ คงนั่งคุยด้วยไม่ได้หรอก ขอโทษนะจ๊ะ

เมื่อเอ่ยกับจิรเมธเสร็จ ก็หันกลับมาล่ำลาลูกศิษย์สาวของตนต่อ

แล้วไว้เจอกันนะจ๊ะลัลนา ครูดีใจมากนะที่ได้เจอเธอ สุดโฉมยกมือลูบผมเด็กสาวอย่างรักใคร่เมตตา

ค่ะ หญิงสาวผงกหัวรับอย่างนุ่มนวล ผิดไปจากภาพลักษณ์สาวแก่นแก้วที่ทำตัวเหมือนลิงทโมนอย่างที่จิรเมธเคยเห็น หนูก็ดีใจที่ได้เจออาจารย์นะคะ

จ้ะ สุดโฉมยิ้มรับ พลางก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเร่งรีบ  ถ้าอย่างนั้นครูขอตัวก่อนนะ แล้วเอาไว้เจอกันใหม่ โชคดีนะจ๊ะ

ลัลนายกมือไหว้อาจารย์ที่เธอเคารพรักอีกครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันหลังเดินจากไป เหลือแค่เพียงเธอกับหนุ่มเมืองกรุงที่ยืนอยู่ตรงนี้

หมดเรื่องแล้วนะหนูนา ที่นี้เราก็เข้าไปกินไอศกรีมเติมพลังกันเถอะ เพราะหลังจากนี้เรายังมีเรื่องที่ต้องทำกันอีกเยอะแยะเลย!” จิรเมธหันมาคลี่ยิ้มบอกสาวใต้ มือหนาก็คว้ามือบางมาเกาะกุมเอาไว้ เตรียมจะเดินจูงหล่อนเข้าไปภายในร้านอย่างที่ตั้งใจ 

แล้วประโยคที่เขาไม่คิดฝันว่าจะได้ยินมันเป็นครั้งที่สอง ก็ดังมาจากกลีบปากอิ่มของสาวดื้อรั้นอีกคราว

ตาจิม... ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ได้นายละก็ ป่านนี้ฉันก็ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงเหมือนกัน ลัลนาก้มหน้าบอกเสียงแผ่วด้วยความซาบซึ้งตรึงใจ ยินยอมให้อีกฝ่ายสัมผัสจับต้องเธอได้แต่โดยดี

คนตัวสูงหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า แล้วหันกลับมามองสบตาเธอด้วยรอยยิ้มกว้างที่ปรากฏขึ้นอย่างปลื้มปิติ พลันคำบางคำที่มารดาของหญิงสาวเคยบอกกับเขาเอาไว้ก็ผุดขึ้นมาทันที

ความอิ่มเอมใจที่เขาเคยสงสัยมาโดยตลอด มันคงจะเป็นความรู้สึกประมาณนี้ละมั้ง

ดีใจที่ผู้รับเห็นค่า แม้ว่าผู้ให้อย่างเขาจะไม่ได้สิ่งตอบแทนอันใดกลับมาก็ตาม ขอเพียงให้ความทุกข์ตรมเลือนหายไปจากใบหน้างาม และถูกเติมเต็มด้วยความสุขเปี่ยมล้นที่เขาตั้งใจหยิบยื่นให้แทน

เอาน่า...อย่าคิดมาก ถือซะว่าชาตินี้ฉันช่วยเธอก่อน แล้วชาติหน้าเธอค่อยตามไปช่วยตอนที่ฉันตกอับก็แล้วกัน เราสองคนจะได้เจอกันทุกๆ ชาติไงล่ะ ฮะๆๆ

คนที่เพิ่งจะค้นพบความหมายของ การให้อย่างแท้จริงจึงบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจับจูงมือเล็กให้เดินเข้าไปภายในร้านอีกครั้งด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะสุขสันต์

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หุหุ...งานนี้ตาจิมเป็นพ่อบุญทุ่มตัวจริงเสียงจริงเลย

สาวๆคนไหนอยากให้พี่เขาเปย์ เข้าแถวต่อคิวรอเลยค่า

เดี๋ยวไรเตอร์จะโยนพ่อหนุ่มหล่อ สปอร์ต ใจดี มีเวลาคนนี้ไปให้น้าาาา

ว่าแต่จะซื้อได้ง่ายๆ เหรอ เพราะมีด่านยอดคุณแม่จอมเค็มรออยู่ทั้งคน

อยากรู้ ต้องตามต่อตอนหน้าค่ะ


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น