ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 36 : แกลลอนที่ 17 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 พ.ค. 60



รถแวนคันหรูเคลื่อนตัวผ่านเขตหมู่บ้านเข้ามาไม่กี่นาที ก็จอดลงตรงหน้าเรือนผู้ใหญ่ธม ก่อนที่คนทั้งสองจะก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก

เมื่อหนึ่งหนุ่มตีสีหน้าเมินเฉยต่อทุกสิ่ง ในขณะที่หญิงสาวกลับมีสีหน้าซึมเซาเศร้าสลด

เป็นไง กลับกันมาแล้วเหรอจ๊ะ มาลินีที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน เป็นผู้เดินตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง

จ้ะ ลัลนาพยักหน้ารับ

ส่วนจิรเมธก็ยกมือไหว้ผู้สูงวัยด้วยความเคารพ สวัสดีครับ

ไหว้พระเถอะจ้ะ หญิงสูงวัยยิ้มรับอย่างมีเมตตา

เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนกล่องใส่สบู่พวกนี้ทั้งหมดเลยครับ มีใครพอจะช่วยผมทำได้บ้างไหมครับคุณน้า?

ตอนแรกมาลินียังไม่เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง กระทั่งจิรเมธแยกตัวเดินไปหยิบสบู่ทั้งหมดที่เก็บคืนมาจากตอนหลังของรถ ก่อนจะเดินเอามาวางลงบนแคร่ แล้วหันมาถามคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องอย่างเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แทนที่จะหันไปปรึกษาหารือสาวข้างกายที่ช่วยกันดูแลโครงการนี้อยู่เสียมากกว่านั่นแหละ คนฟังเลยนึกเอะใจขึ้นมา

ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าที่แลดูไม่ค่อยสดชื่นของบุตรสาวด้วยแล้ว เธอก็ฟันธงได้เลยว่า

สงสัยจะทะเลาะกันมาอีกแล้วล่ะสิท่า... เฮ้อ!’

หญิงสูงวัยคิดอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนจะหันไปตอบคำถามของคนหนุ่ม

เดี๋ยวน้าให้หนูนาไปตามคนอื่นๆ มาช่วยก็แล้วกันนะจ๊ะ

จากนั้นเธอก็หันมาสั่งบุตรสาวเสียงนุ่มว่า

หนูนา... ไปตามพวกปู่ไข่ ไก่แจ้ แล้วก็ป้างามมาช่วยกันหน่อยไป

จ้ะ แม่จ๋าคนเป็นลูกผงกหัวรับ แล้วเดินจากไป เหลือให้คนต่างวัยทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังที่ใต้ถุนบ้าน มาลินีเลยได้โอกาสถามเรื่องที่นางสงสัย

มีอะไรกันรึเปล่าจ๊ะ? รอยยิ้มเอ็นดูมิได้จางหายไปจากแววตาอารีเลยสักนิด

อะไรเหรอครับ? ทั้งๆ ที่รู้ แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

พ่อหนุ่มทะเลาะกับหนูนามาเหรอจ๊ะ? มาลินีเลยเอ่ยถามตรงๆ ถ้าเป็นไปได้...นางอยากให้คนหนุ่มคนสาวปรับความเข้าใจกันเสีย เพื่อการทำงานที่ราบรื่น

เปล่านี่ครับคนหนุ่มแย้มยิ้มตอบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติเข้าไว้ ไม่อยากให้คนตรงหน้าเป็นกังวล

อีกอย่าง...เขาจะบอกได้อย่างไรล่ะว่าไปพูดจาหยอกเย้าลูกสาวของท่านจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเข้า มีหวังเขาได้โดนด่าเตลิดเปิดเปิงกันพอดี

จริงเหรอจ๊ะ? คนดูออกถามย้ำอย่างไม่เชื่อ แต่น้าว่าท่าทางของพ่อหนุ่มกับลูกสาวน้าดูตึงๆ ต่อกันยังไงอยู่นะ

เธองอนที่ผมปล่อยให้ยืนตากแดดรออยู่นานน่ะครับ ชายหนุ่มหยิบยกหนึ่งในความขุ่นเคืองที่สาวใต้มีต่อเขาบอกกล่าวให้มารดาของหล่อนทราบ

 “ปกติหนูนาไม่เคยเกเรแบบนี้เลยนะจ๊ะ ถึงลูกสาวน้าจะขี้หงุดหงิดไปสักหน่อย แต่ก็พอจะฟังเหตุผลอยู่บ้าง ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจกันละก็ อย่าปล่อยให้มันยืดเยื้อไปนานๆ นะ น้าเชื่อว่าพ่อหนุ่มน่าจะมีวิธีลอมชอมกับยายหนูนาได้แม้มาลินีจะไม่รู้ถึงข้อบาดหมางของคนทั้งสองก็ตาม แต่นางก็อยากจะช่วยชี้ทางแก้ไขให้พวกเขาบ้าง

ขอบคุณมากครับ จิรเมธยกมือไหว้อีกครั้งด้วยความซาบซึ้ง

คนมองจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินจากไปในที่สุด

ใต้ถุนบ้านหลังใหญ่จึงเหลือเพียงหนุ่มกรุงเทพอยู่ตามลำพัง เขาอาศัยช่วงเวลาว่างหยิบยกปัญหาที่ดินที่เขาพักเอาไว้ชั่วคราวนำมาคบคิดอีกครั้ง แล้วมือข้างหนึ่งก็ล้วงหยิบมือถือขึ้นกดเบอร์ไปยังเพื่อนหนุ่มนายธนาคารนามไววิทย์ เพื่อถามข้อมูลบางอย่างทันที

จิรเมธรอเพียงไม่นาน เสียงทางปลายสายก็ดังขึ้น

ฮัลโหล มีอะไรให้ฉันรับใช้อีกล่ะ?

เออ

คนทางปลายสายแทบจะดีดนิ้วดังเปาะที่ตนเองเดาถูก เมื่อจิรเมธยอมรับด้วยการงึมงำในลำคอ

คราวนี้เรื่องอะไร? เสียงร้องถามจึงเปี่ยมไปด้วยความอิดหนาระอาใจเล็กๆ จนอดที่จะพร่ำบ่นไม่ได้ จริงๆ เล้ย ไอ้แต่ละเรื่องที่แกให้ฉันไปสืบมาเนี่ยนะ มันเป็นต้องหนีไม่พ้นคุกพ้นตะรางซะทุกทีสิน่า

เว่อร์ไปแล้ว ฉันเคยใช้งานแกหนักขนาดนั้นซะที่ไหน? คนโดนกล่าวหาไม่ยอมรับ

โถๆๆ คุณชายจิมครับ คราวที่แล้วคุณก็ให้กระผมไปล้วงความลับของลูกค้าระดับวีไอพีมาบอก แค่นี้ก็ติดคุกหัวโตแล้วนะคร้าบ ไววิทย์พูดประชดเสียงยานคาง

แต่แกก็ไม่เคยถูกจับซะทีนี่หว่า

แหม... ช่างเป็นการแถชนิดที่เรียกว่าเอาสีข้างเข้ากระแทกจนโชกเลือดได้น่าเตะมากที่สุดเท่าที่ไววิทย์เคยได้ถกเถียงกับเจ้าตัวมา เจ้าตัวเลยสบถใส่เพื่อนรักอย่างอดมิได้

พูดหมาๆ นะไอ้นี่ ถ้าฉันเกิดโดนจับได้ขึ้นมาจริงๆ แกจะเลี้ยงแม่ เลี้ยงหมา เลี้ยงแฟนฉันให้ไหมล่ะ ฉันกำลังจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้วนะเว้ย ขืนมากลายเป็นคนขี้คุกไปซะก่อนละก็ มีหวังแฟนฉันโบกมือลาแน่ๆ

ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ถ้าแกดันซวยถูกจับขึ้นมาจริงๆ พอออกจากคุกแล้ว ฉันจะหาเมียใหม่ให้แกเป็นสิบคนเลยเอ้า จิรเมธพูดอย่างใจป้ำ

ไอ้บ้า ถ้าหาไม่ได้อย่างที่ปากพูดละก็ พ่อจะโดดไปเตะก้นถึงบ้านเลยเชียว คนฟังเอ่ยคาดโทษคนพูดขำๆ ทำเอาพ่อหนุ่มกรุงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างพออกพอใจ

จิรเมธรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่เอ่ยขอร้องให้เจ้าตัวลงทุนทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้เพื่อเขา และใช่ว่าเขาเองจะไม่เป็นห่วงสวัสดิภาพของไววิทย์เสียเมื่อไหร่ แต่เรื่องที่เขากำลังคิดจะทำจำเป็นต้องรู้ข้อมูลที่สำคัญเสียก่อน เขาถึงจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านตาดำๆ อีกหลายชีวิตที่หมู่บ้านในถิ่นทุรกันดารอย่างเขากะหมอกได้

และที่สำคัญ...เขาเชื่อว่าไววิทย์ฉลาดและมีความสามารถมากพอที่จะเอาตัวรอดได้อย่างสบายๆ

แต่ถ้าวันใดเพื่อนรักของเขาเกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ เขานี่แหละจะใช้อำนาจบารมีและอิทธิพลของตระกูลเดชาธร รวมไปถึงเส้นสายทั้งหมดที่มี ช่วยเหลือเพื่อนรักให้รอดพ้นจากคดีความอย่างแน่นอน

ฉันจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้จริงๆ แกช่วยฉันหน่อยนะ จิรเมธเอ่ยปากขอร้องอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เป็นงานเป็นการ

เออ...ฉันรู้น่า  แล้วคนฟังก็ยอมใจอ่อนอีกจนได้ ว่าแต่แกจะให้ฉันสืบเรื่องอะไรล่ะ?

ต้องให้ได้อย่างนี้สิ ไอ้เพื่อนยาก คนทางต้นสายยิ้มแฉ่ง ฉันอยากจะรู้สถานะการเงินของนายวิชาญ บวรภัค นักธุรกิจที่ชอบปั่นราคาที่ดินและโครงการหลายๆ แห่งน่ะ เอาข้อมูลทั้งหมดเท่าที่แกรู้เลยนะ

 “เฮ้ย!” คนฟังร้องเสียงหลง ทำไมแกถึงถามเรื่องนี้วะ?

เวร! ไอ้เพื่อนตัวดีมันหาคุกของจริงมาวางเอาไว้บนหัวเขาแล้วไหมล่ะ...

ให้สืบเรื่องใครไม่สืบ ดันจะต้องมาเป็นไอ้จอมวายร้ายชื่อเสียกะฉ่อนรายนี้วะได้ งานนี้ถ้าโชคดีไม่ต้องติดคุก เขาอาจจะตายศพไม่สวยแทนก็ได้

พอดีฉันสนใจที่ดินในจังหวัดตรังอยู่ผืนหนึ่ง แต่นายวิชาญที่เป็นเจ้าของโก่งราคาเหลือเกิน ฉันเลยอยากจะรู้ข้อมูลเผื่อเอาไว้ต่อรองน่ะ จิรเมธอธิบายสาเหตุให้เพื่อนหนุ่มฟัง โดยไม่ใคร่สนใจท่าทีอิดออดของเจ้าตัวมากนัก

อย่าบอกนะว่าแกจะซื้อที่จากหมอนั่นไววิทย์ดักคอถาม

ใช่ เขายอมรับ กะจะเอาไว้ลงทุนทำอะไรบางอย่างน่ะ

ที่เขาไม่บอกเพื่อนรัก มิใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เขาอยากจะให้โครงการเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ซะก่อน แถมเขาไม่ต้องการให้ความลับรั่วไหลไปถึงหูมารดาด้วย

อย่าดีกว่า ไม่คุ้มหรอก เชื่อฉันสิ คนที่รู้ตื้นลึกหนาบางรีบเอ่ยปากห้ามเพื่อนรัก รู้ไหมว่านายวิชาญกู้เงินจากธนาคารของฉันไปลงทุนสร้างรีสอร์ตตรงนั้นสองรอบแล้ว  แต่ละรอบไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน ฉันไม่เห็นหมอนั่นจะเอาเงินไปสร้างอะไรจริงจังสักเท่าไรเลย นอกจากจะเอาไปใช้อย่างสำราญบานใจ แถมตอนนี้มันยังกล้ามาขอกู้รอบที่สามเพิ่มอีก ทั้งที่เงินต้นและดอกเบี้ยก็ยังจ่ายคืนไม่ครบ ขาดส่งมาตั้งหลายเดือนแน่ะ

อ้อ... เป็นเพราะกู้รอบที่สามไม่ผ่านนี่เอง หมอนั่นก็เลยต้องรีบขายโก่งราคา จะได้เอาเงินก้อนใหญ่ไปใช้หนี้จิรเมธถึงบางอ้อทันที

ถูก! และที่ฉันบอกว่าไม่คุ้ม ก็เพราะโครงการและที่ดินผืนนั้นกำลังจะถูกธนาคารยึดอยู่อีกไม่กี่วันนี้แล้ว

แกหมายความว่าถ้าฉันหลวมตัวซื้อที่ตอนนี้เข้าละก็ มีหวังคงถูกไอ้เฒ่านั่นต้มเชิดเงินเอาไปใช้ แล้วก็ปล่อยให้ที่ดินถูกธนาคารยึด ส่วนฉันก็ซวยเสียทั้งเงิน ที่ดินก็ไม่ได้...ถูกไหม?

แม่นแล้วเพื่อน แกนี่หัวไวแฮะ ฉลาดสมกับเป็นลูกคุณนายอำไพพรรณจริงๆ

นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมเสียเหลี่ยมให้ใครเกิดอาการของขึ้นทันตา

หน็อย! คิดจะมาหัวหมอกับคนอย่างเขางั้นเหรอ... มันต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกกันซะหน่อยแล้ว!

เขาขอจัดเต็มชนิดที่ดุเด็ดเผ็ดมันแบบ  เกลือจิ้มเกลือหรือไม่ก็ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ไปเลย

ธนาคารจะยึดที่นายวิชาญวันไหน?

อาทิตย์หน้านี่แหละไววิทย์ตอบกลับ รอฟังว่าเพื่อนจะเอาอย่างไร...

แล้วพอเขาเห็นคนฟังเงียบไปนาน จึงเอ่ยถามขึ้น

แกกำลังคิดอะไรดีๆ อยู่ใช่ไหม?

ประมาณนั้น คนมีแผนบอกเสียงเรียบ ฉันมีเรื่องจะให้แกช่วยอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดที่ดินผืนนี้ถูกยึดเมื่อไหร่ละก็ ส่งข่าวให้ฉันรู้ด่วนเลยนะ เพราะฉันอยากจะได้ที่ดินบางส่วนตรงนั้น

ไม่มีปัญหา นายธนาคารหนุ่มรีบรับปาก พลางบอกถึงอำนาจข้อจำกัดของตน แต่ฉันไม่มั่นใจหรอกนะว่า นายวิชาญจะขายที่ไปได้ก่อนรึเปล่า?

ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำให้ที่ดินของมันว่างรอฉันคนเดียวจนถึงตอนนั้น จิรเมธเอ่ยอย่างมั่นใจ

แกมีวิธีเหรอ... ยังไงล่ะ? เสียงที่เอ่ยถามตื่นเต้น ลุ้นระทึก ราวกับเจ้าตัวมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องในครั้งนี้เสียเอง

หึๆ เอาไว้ถึงวันนั้นแกก็จะรู้เอง เขาอุบไต๋อย่างเจ้าล่ห์  สายตาเหลือบเห็นชาวบ้านเริ่มทยอยเดินตามหลังลัลนาเข้ามา ชายหนุ่มจึงรีบรวบรัดตัดความบอกเพื่อนรักว่า แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องรีบไปทำงานต่อแล้ว

 “เฮ้ย! อะไรวะ มาบอกให้อยากแล้วจากไปแบบนี้ไม่สวยนะเว้ย ไววิทย์โวยวายด้วยความขัด

เออน่า...ฉันกำลังรีบ พอดีมีงานเข้าด่วน แต่คนโดนว่ากลับแสร้งทำเป็นไม่สน แถมยังย้ำนักย้ำหนาถึงเรื่องที่เขาสั่งเจ้าตัวเอาไว้อีกต่างหาก แกอย่างลืมเรื่องที่เราคุยกันไว้นะ มีอะไรรีบโทร. มาส่งข่าวฉันด่วนเลย ยังไงฉันก็จะเอาที่ดินตรงนั้นให้ได้ ถ้างานนี้ชวดละก็ ฉันจะยุให้แฟนแกนอกใจไปหากิ๊กใหม่ คอยดู!”

เฮ้ย! ไอ้เพื่อนบ้า เล่นแรงนะนี่

ตื้ดดด

คนถูกแช่งถึงกับเสียวสันหลังวาบ กลัวจะต้องเป็นโสดตามปากเพื่อนรักจริงๆ แต่ไอ้ครั้นเขาจะเอะอะใส่เจ้าตัวชุดใหญ่ให้สมใจเสียหน่อย ไอ้เพื่อนตัวดีก็ดันรีบชิงตัดสายทิ้งไปซะก่อนแล้ว ไววิทย์จึงได้ถอนหายใจอย่างระอา

ส่วนพ่อคนเอาแต่ใจก็เดินเข้าไปสมทบกลับกลุ่มชาวบ้านที่ใต้ถุนเรือนอีกครั้ง ภายในหัวคอยคิดแผนการเล่นงานสองพ่อลูกตัวแสบด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มใจ

แน่นอนละว่าที่เขาทำไปทั้งหมด ก็เพื่อให้คนในหมู่บ้านได้เส้นทางสัญจรของพวกเขากลับคืนมา มิหนำซ้ำเขายังได้สอนเชิงคนที่ริอ่านหาญกล้ามาหลอกล่อเล่นตลกกับคนอย่างเขา... ลูกชายเจ้าแม่นักธุรกิจตระกูลใหญ่ผู้คร่ำหวอดในแวดวงนี้มาช้านานรวบยอดไปด้วยเลย

หน็อย! รู้จักเสือจิมลูกแม่พรรณจอมเค็มคนนี้น้อยไปซะแล้ว

 


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไม่รู้เสือจิมของเรามีวิธีแก้เผ็ดสองพ่อลูกจอมละโมบยังไงนะคะ

แล้วคราวนี้หนูนาของเราจะยอมเห็นใจในความดีของพี่เขารึเปล่า

บอกได้แค่ว่า...อยากรู้ต้องตามค่า!


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น