ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 34 : แกลลอนที่ 16 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ค. 60



จิรเมธเร่งฝีเท้ากลับมาขึ้นรถด้วยความร้อนใจ เพราะเป็นกังวลถึงแม่สาวตาคมขึ้นมาว่า

ยายตัวแสบเอ๊ย! เอาแต่ทำอะไรวู่วาม ไม่คิดหน้าคิดหลังเล้ย

แล้วดูสิ! แดดก็ร้อน ลมก็แรง ฝุ่นก็เยอะอย่างนี้...

จะไปเดินเป็นลมเป็นแล้งอยู่ตรงไหนรึเปล่าก็ไม่รู้?

ยิ่งความห่วงหามันล้นจุกอก เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็ยิ่งถูกเหยียบคันเร่งจนฝุ่นแทบตลบ เพื่อรีบรุดตามหาร่างบางเป็นการด่วน แต่ก่อนที่จิรเมธจะได้พบกับคนที่ต้องการ เขากลับเจอสิ่งก่อสร้างโล่งๆ แทบไม่เป็นรูปเป็นร่างอะไรขึ้นมาเลย นอกเสียจากเสาเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น

เฮอะ!... นี่น่ะเหรอโครงการดีๆ?

ดูยังไงมันก็เป็นแค่พื้นที่ก่อสร้างร้างชัดๆ

ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างนึกรังเกียจในพฤติกรรมของสองพ่อลูก แล้วเขาก็พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ท่าทางนายวิชาญคงจะหมุนเงินไม่ทันแล้วล่ะสิ...

ถึงได้ลนลานหาเหยื่อรายใหม่มาซื้อที่ดินโก่งราคาขนาดนี้

ถ้าหากเป็นดังที่คิดจริงๆ เห็นทีงานนี้เขาคงจะต้องโทร. ไปสอบถามข้อมูลจากเพื่อนหนุ่มนายธนาคารคนเดิมอีกแล้วกระมัง

จิรเมธพักความคิดเรื่องนี้เอาไว้ชั่วคราว เพื่อหันกลับมาสอดส่ายสายตาแลหาลัลนาอีกครั้ง

พอขับเคลื่อนรถหรูต่อมาอีกสักระยะ คนสายตาดีก็เหลือบเห็นแม่สาวทอมบอยกำลังเดินดุ่มๆ  อยู่ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อบนขมับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำเอาความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศภายในรถลดลงทันควันตามความรู้สึกของคนมอง ที่ออกอาการร้อนรุ่มแทนเจ้าตัว

จิรเมธจึงเร่งเครื่องขึ้นอีก จนขับมาเทียบอยู่ข้างกายหญิงสาว

ขึ้นรถเร็ว!” เขาปรับกระจกลง พร้อมทั้งชะโงกหน้าร้องบอกอีกฝ่าย

แต่คำตอบของลัลนานั้นคือ... การสะบัดหน้า เดินหนี ไร้ซึ่งถ้อยคำพูดจาอันใดทั้งสิ้น

คราวนี้รถแวนคันใหญ่จึงขับพุ่งจอดปาดหน้าหญิงสาว ก่อนที่คนตัวสูงจะเดินกระแทกเท้าลงมาหาเธอด้วยความเกรี้ยวกราด

บอกให้ขึ้นรถไง... อย่าดื้อได้ไหม? เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ พยายามฉุดรั้งบังคับให้หล่อนเดินไปขึ้นรถ

ทว่าสาวแสบเองก็ฤทธิ์เยอะใช่ย่อย เพราะเธอขืนตัวต่อต้านจนสุดแรงเกิด พลางดิ้นรนสะบัดมือจนหลุดออกจากอาณัติของเขาได้อย่างรวดเร็ว แล้วถอยหลังไปตั้งหลักอยู่ในระยะที่ปลอดภัย

ฉันไม่ได้ดื้อ! แต่ไม่อยากไปกับนาย เสียงหวานร้องบอกอย่างกระเง้ากระงอด

เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ... ผีเข้าหรือไง? คนฟังเท้าสะเอวถามกลับอย่างเซ็งจัด

นายน่ะสิผีเข้า ลัลนาเลยเอ่ยสวนด้วยความเดือดดาล พานให้ยิ่งโมโหมากขึ้น นึกอยากรู้นักเชียวว่า

เวลาที่คุยกับยายชะนีหลงฝูง จะพูดจาสุนัขไม่รับประทานแบบนี้บ้างไหม?

หรือจะเป็นกับแค่เธอคนเดียว สาวบ้านนอก... ผู้หญิงบ้านๆ ... ที่ไม่มีอะไรดีในสายตาเขา

น่าสงสารแฟนนายจริงๆ ห่างกันยังไม่ทันไร นายก็ออกลายหน้าหม้อทำตัวชีกอ เที่ยวระริกระรี้วิ่งเร่เข้าหายายลิงปากแดงแบบแม่วิรดาซะแล้ว น่าเกลียดที่สุด เธอเบะปากบอกอย่างหมั่นไส้

เออหนอ... ทั้งที่เจ้าหล่อนเอาแต่ด่าว่าเขาฉอดๆ อยู่แท้ๆ

แต่ทำไมเขาถึงยืนฟังอยู่ได้... แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบซะอีกต่างหาก

เขานี่ท่าจะบ้าไปแล้วอย่างที่หล่อนพูดแน่ๆ

เอ๋! อย่าบอกนะว่า... ที่เธอโกรธฉันเป็นฟืนเป็นไฟอยู่เนี่ย เพราะเธอหึงฉันกับคุณวินนี่ เสียงหัวเราะพออกพอใจดังขึ้น ท่ามกลางใบหน้าบูดบึ้งที่ยิ่งตึงลงเรื่อยๆ

ใครบอก? หญิงสาวตวาดแว้ด ที่ฉันพูดก็เพราะสงสารแฟนนายต่างหากละยะ

สงสารแฟนฉัน? คนหนุ่มเลิกคิ้วสูง หรือสงสารตัวเองกันแน่?

บ้า! ฉันจะมาสงสารตัวเองทำไม ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ลัลนาแหวใส่ สีหน้าแดงก่ำสลับกับขุ่นเขียว โน่น! แฟนนายต่างหากที่น่าเห็นใจ เพราะต้องอดทนความเจ้าชู้ประตูดินของนายไงละ... คนทุเรศ!”

ยายหนูน้า หนูนา ฮะๆๆ แทนที่คนฟังจะรู้สึกทุกข์ร้อนหรือเจ็บจนหน้าชา เขากลับเงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นยิ่งกว่าเดิม ที่เธอพูดมาทั้งหมดเนี่ย มันไม่เหมือนกับว่าเธอกำลังโมโหแทนแฟนฉันเลยนะ แต่มันเป็นอาการของคนขี้หึงซะมากกว่า เธอคิดว่าผู้ชายทั้งแท่งอย่างฉันจะดูไม่ออกเหรอไง?

เชอะ! ใครไปหึงนายมิทราบ ถึงนายจะมีแฟนหรือไม่มี มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลยนี่ ดวงหน้าคมขำยิ่งทวีความปั้นปึ่ง แถมยังเอาเสียงเข้าข่มให้ยิ่งดังขึ้นไม่แพ้กัน

แม้หล่อนจะยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่จิรเมธก็ยังคงมั่นอกมั่นใจในความคิดตน และเขาจะไม่มีทางยอมแพ้ จนกว่าจะทำให้ลัลนายอมรับว่า

เธอได้ตกหลุมรักผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างเขาเข้าให้ซะแล้ว!!!’

ทว่า... เจ้าตัวกลับมิได้ฉุกใจย้อนมองตัวเองเสียบ้างเลยว่า...

เขาเองก็รู้สึกไม่แตกต่างไปจากหญิงสาวสักเท่าไรนักหรอก

จริงอะ? จิรเมธจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้สาวใต้อย่างยั่วเย้า เธอไม่สนใจหรือไม่อยากจะรู้เลยรึไงว่า... ฉันมีแฟนรึยัง?

ไอร้อนระอุจากดวงอาทิตย์ที่แผดเผาใบหน้าและร่างกาย ยังไม่เท่ากับอุ่นไอจากลมหายใจหอมสะอาด ยามเมื่อใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาสบตากับเธอใกล้ๆ พลอยทำให้หัวใจสาวใต้กวัดแกว่งสั่นไหวไปตามแรงสะท้านสะเทือนภายในอกมิได้

ลัลนารีบสะบัดหน้าหนี เชอะ! ไม่เห็นจะอยากรู้เลย เพราะมันไม่ได้ทำให้ชีวิตฉันมีความสุขขึ้นมาสักหน่อย

น่าโมโหตัวเองซะจริงเชียว! ทั้งที่คิดว่าเธอเพียรพยายามข่มจิตข่มใจได้ดีแล้วแท้ๆ แต่พออ้าปากออกมาเท่านั้นแหละ ปลายเสียงก็สั่นระริกขึ้นมาเสียดื้อๆ เสมือนกับจะเป็นการประจานตัวเองให้อีกฝ่ายล่วงรู้ว่า

เธอกำลังหวั่นไหวในเสน่ห์ของพ่อหนุ่มยียวนตรงหน้าอย่างเหลือล้น

ไม่เอาน่าหนูนา เธออย่าทำเป็นปากแข็งไปหน่อยเลย เขาชูนิ้วจุ๊ปากบอกอย่างอารมณ์ดี ถ้าเธอชอบฉันถึงขนาดนั้นละก็ หัดทำตัวให้มันน่ารักมากกว่านี้หน่อยสิ  ฉันจะได้หันมาสนใจเธอบ้างไงละ

ยิ่งเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ของคนพูด ลัลนาก็ยิ่งโกรธตัวเองเป็นฟืนเป็นไฟที่ดันห้ามความอ่อนไหวในหัวใจมิได้ หญิงสาวเลยพาลลงอารมณ์ยกขาขึ้นขยำขยี้ลงไปบนปลายเท้าใหญ่ๆ อย่างเต็มแรง

โอ๊ย!” คนพูดมากร้องโอดโอยทันที เมื่อเจอคนปากหนักฝากรอยรักเอาไว้ สองตาของเขาเลยฝากความขัดเคืองไปยังคนผิดที่สะบัดก้นเดินหนีเขาคืนกลับบ้าง

เดี๋ยวสิ เธอจะหนีฉันไปไหน? จิรเมธร้องถามเสียงขุ่น ยังไม่หยุดไล่ต้อนหญิงสาวง่ายๆ หรือเธอไม่กล้ารับความจริงว่า... เธอตกหลุมรักฉันเข้าให้แล้ว

คำพูดจี้จุดสะกิดใจที่เจ้าตัวเพียรกรอกหูเธออยู่นั้น ทำให้สองขาเรียวยาวหยุดชะงักลง ก่อนจะพลิกกายหันขวับกลับมาจ้องหน้าคนที่ยืนห่างออกไปด้วยแววตาเรืองรอง

เธอชักจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้วนะ

เขาเป็นใคร... มีสิทธ์อะไร... มาพูดจาล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้

โดยเฉพาะกับเธอ!... ลูกสาวผู้ใหญ่ธม ที่รักเกียรติและศักดิ์ศรียิ่งชีพ!!!

หลงตัวเองไปหน่อยละมั้ง ฉันขอบอกให้นายรู้ตัวเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่า... ต่อให้ชาติหน้า ฉันก็ไม่มีวันแลคนอย่างนายหรอกลัลนากดใบมีดโกนจากริมฝีปากบางทิ่มทะลุเข้าไปถึงหัวใจของคนฟัง

ทำไม! คนอย่างฉันมันไม่ดีตรงไหน หรือเพราะว่าฉันมีแฟนแล้ว? จิรเมธกระชากเสียงถามห้วน ดวงตาไม่มีแววขี้เล่นเหมือนดังเดิมอีกต่อไปแล้ว

ไม่เกี่ยว! นายจะมีหรือไม่มี มันก็เรื่องของนาย ฉันไม่สนหญิงสาวไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อย ที่เธอกำลังโมโหอยู่นี่ มันเป็นเพราะเรื่องอะไรกันล่ะ?

คำถามนั้นสั้น เรียบง่าย ไม่สลับซับซ้อน แต่ตอบยากเหลือเกินในความรู้สึกของคนฟัง

..... อาการดื้อเพ่งที่ก่อเกิดทำให้ลัลนานิ่งเงียบ ไม่ยอมกล่าวสิ่งใดออกมาสักคำ

คนถามเลยชิงตอบเสียเอง ไม่ยอมให้ประเด็นสำคัญนี้ตกไปง่ายๆ

ถ้าเธอไม่พูด งั้นฉันจะบอกให้

จิรเมธค่อยๆ ก้าวย่างอย่างมั่งคงตรงเข้ามาหาลัลนาด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมกว่าทุกครั้ง ใบหน้าขาวเนียนละเอียดลออราวกับผิวพรรณของผู้หญิงที่เธอเคยมองข้าม บัดนี้กลับรู้สึกว่ามันแลดูคมเข้ม เปี่ยมไปด้วยเสน่เย้ายวนเยี่ยงชายชาตรีเสียเหลือเกิน จนพานทำให้หัวใจของเธอกระตุกเต้นตุบตับ ประหนึ่งกำลังขาดอากาศหายใจ

มันทั้งอึดอัด หวั่นไหว จิตใจไม่เป็นสุขในทุกๆ ก้าวเดินที่คนตัวสูงย่างกรายเข้ามาใกล้

และแล้วสิ่งที่ลัลนาไม่อยากได้ยิน! ไม่ยอมรับ! ก็ดังมาจากปากหยักเชิด เมื่อเขายืนผงาดอยู่ต่อหน้าเธอ

เพราะเธอตกหลุมรักฉันยังไงละ เธอถึงได้พาลโมโหใส่ฉัน ยอมรับซะเถอะ... หนูนา!”

 


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาละซี้....สายรุกมาเองแล้วค้าบท่าน

งานนี้สาวปากกล้าของเราจะเอาตัวรอดมั้ย

หรือจะถุกเสือจิมขย้ำแทะจนไม่เหลือกระดูก หุหุ....

ตามต่อตอนหน้าค่า


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น