ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 33 : แกลลอนที่ 16 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 60



จิรเมธเดินอาดๆ มายังรถแวน อยากจะรีบกลับหมู่บ้านเขากะหมอก เพราะชักจะไฟแรงอยากลองภูมิตนเองดูสักหน่อยว่า กลยุทธ์ที่เขาจะใช้พัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นนั้นจะประสบความสำเร็จขนาดไหน....

เจ้าตัวจึงลืมใส่ใจคนข้างหลังไปชั่วขณะ พอหันกลับมาดูอีกที เขาก็เห็นสาวแสบวิ่งตามมาอยู่ไกลๆ ตรงปากทางเข้าด้านโน้น

เร็วๆ สิหนูนา เรายังมีอะไรอีกหลายอย่างต้องรีบทำนะ เขาควักมือเร่งหล่อน

ก็นายเล่นขายาวยังกะเปรตขนาดนั้น ใครจะไปวิ่งตามทันล่ะ เธอร้องบอกกระหืดกระหอบ

คนที่เห็นดวงหน้าคมขำของเธอแดงก่ำไปหมดจากพิษแสงแดดรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เขาจึงรีบเปิดประตูให้หล่อนเข้าไปนั่งภายในรถอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเร่งเครื่องปรับอากาศจนเกือบสุด เพื่อคลายความอบอ้าวให้แก่สาวใต้

เป็นยังไงบ้างหนูนา หายร้อนขึ้นไหม? เขาเอ่ยถามอย่างห่วงใย

ไม่มีใครอยู่ตรงนี้แล้ว นายไม่ต้องมาเรียกชื่อประชดฉันแบบนี้หรอก ลัลนาตอบไม่ตรงคำถาม แถมใบหน้าก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาชอบกล ยามที่น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขานเธอแบบนั้น

ทำไมล่ะ ฉันว่ามันเรียกง่ายคล่องปากดีออก เขาบอกยิ้มๆ แล้วเอ่ยสั่ง ต่อไปนี้ฉันจะเรียกเธอว่าหนูนา ส่วนเธอก็เรียกฉันว่าจิมนะ

แหวะ! ไม่เอาหรอก ฉันจะเรียกนายว่านายหน้าขาวนั่นแหละดีแล้ว

อย่ามาตั้งฉายาให้ฉันแบบนั้นนะ ฉันไม่ชอบ เจ้าตัวทำเสียงฮึดฮัดขัดจิต

เขาไม่ใช่หนุ่มหน้ามนคนหน้าขาวเหมือนพ่อพระเอกลิเกคนดังขวัญใจแม่ยกทั้งประเทศเสียหน่อย ขืนหล่อนเรียกเขาอย่างนั้นจนชินหู แล้วเกิดร้องเพลงขยับขาออกสเตร็ป ไม่ธรรมดา โอ้โห ไม่ธรรมดา ขึ้นมาละก็ บรรดาแฟนคลับของพ่อหนุ่มหล่อจะไม่จำสับสนกันแย่หรือ....

นายไม่ชอบก็ช่าง ฉันจะเรียกซะอย่าง ใครจะทำไม ลัลนาลอยหน้าบอก

งั้นฉันก็จะเรียกเธอว่ายายลิงกังเหมือนกัน ยายลิงกังๆๆๆ คนไม่ยอมแพ้สวนกลับ แถมยังพูดล้อเลียนหล่อนอย่างสนุกปากอีกต่างหาก

นาย!” สาวทโมนถลึงตามองเขา

ทำไม ไม่ชอบล่ะสิ เขายิ้มเยาะ ทีว่าคนอื่นล่ะไม่คิด แต่ทีตัวเองโดนบ้างกลับไม่ยอม

สาวแสบไม่เอ่ยตอบโต้อะไร ได้แต่นั่งทำหน้าตูม เพราะเถียงไม่ออก

ตกลงว่ายังไง จะยอมเรียกชื่อฉันดีๆ ไหม หรือจะยอมถูกล้ออยู่แบบนี้ ไอ้ฉันน่ะสบายอยู่แล้ว เพราะชื่อใหม่ที่เธอตั้งให้ฟังดูเท่จะตาย แต่ของเธอนี่สิ...หนุ่มยียวนละคำพูดไว้แค่นั้น แล้วหันมาส่งสายตาสังเวชให้เจ้าหล่อนได้อย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

มาก... ซะจน ลัลนาอยากจะยกนิ้วจิ้มตาเจ้าตัวให้บอดไปเสียเลย

ก็ได้! ตาจิมๆๆๆ สาวใต้จึงกระแทกเสียงตอบอย่างประชดประชัน แต่คนฟังกลับไม่ว่าอะไร นอกเสียจากแย้มยิ้มอย่างเป็นต่อ เพราะสำหรับเขา ตาจิม ยังไงก็ฟังดูดีกว่า นายหน้าขาว เป็นไหนๆ

ฝ่ายลัลนาก็ได้แต่นั่งหน้ามุ่ย เพื่ออำพรางความกระดากที่เกิดขึ้น แถมยังแอบค่อนแคะเจ้าตัวยกใหญ่เสียอีกว่า

ตาบ้า! จู่ๆ มาบังคับให้คนเขาเรียกชื่อเล่น

ไม่รู้รึไงว่าฉันก็เขินเป็นเหมือนกันนะ

แต่จะทำยังไงได้ล่ะ... เธอคงจะต้องฝีกเรียกชื่อเขาให้ชินปากซะแล้วมั้ง เฮ้อ!’

เมื่อชายหนุ่มบรรลุเป้าหมายแล้ว รถแวนสีดำก็มุ่งหน้าตรงกลับสู่หมู่บ้านเขากะหมอกทันที โดยต้องแวะเวียนผ่านเส้นทางพื้นที่ก่อสร้างรีสอร์ตของตระกูลบวรภัคอีกครั้ง ลัลนาเลยแบะปากอย่างไม่ค่อยพึงใจเท่าไรนัก

ยิ่งพอรถขับผ่านหน้าอาคารสำนักงานที่มีสาวสวยเปรี้ยวจี๊ดสวมชุดรัดรูปสั้นจุ๊ดอวดเรียวขา ยืนก้มหน้าหยิบถุงช้อปปิ้งหลายใบอยู่ทางกระโปรงหลังรถ จิรเมธก็ชะลอความเร็วลง ลดกระจกฝั่งที่เธอนั่ง แถมยังเอ่ยทักทายยายลิงปากแดงซะเสียงหวานหยอดอีกต่างหากว่า

สวัสดีครับคุณวินนี่ จิรเมธชะโงกเข้ามาใกล้สาวใต้ เขาเลยได้รับดวงตาเขียวปั้ดจากหล่อนมาเป็นการตักเตือน

ออกไปไกลๆ ฉันเลย ลัลนากระซิบบอกเสียงขุ่นจัด ทั้งที่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเธอและแม่วิรดามีข้อพิพาทบาดหมางระหว่างกันอยู่ แถมเจ้าตัวก็เพิ่งจะสัญญากับเธอเมื่อเช้านี้หยกๆ ว่า

จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับวิรดา หากเธอไม่ชอบ

ยังไม่ทันไร... พ่อตัวดีกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เอาแต่นั่งยิ้มแฉ่งจนปากแทบจะฉีกไปถึงรูหูซะอย่างนั้น

อ้าว...สวัสดีค่ะคุณจิม วิรดาเดินตรงปรี่เข้ามาเกาะขอบประตู เจตนาก้มตัวให้หนุ่มหล่อเห็นสัดส่วนพึงสงวนของหล่อนวับๆ แวมๆ

แต่สิ่งที่สาวสวยได้เจอกลับเป็นสายตาเย้ยหยันของแม่คู่ปรับสาวจอมแสบแทนเสียนี่ ใบหน้าเฉี่ยวล้ำจึงเชิดขึ้นนิดๆ ก่อนจะละสายตาหยิ่งเหยียดหันมาส่งยิ้มหวานกับจิรเมธ จงใจเอ่ยปากสนทนากับเขาเพียงผู้เดียว เพื่อให้ส่วนเกินพึงรู้ตัวว่า

หล่อนมันเป็นแค่ท่อนไม้ที่ตั้งโด่เด่อยู่ตรงนี้เท่านั้น

แหม... คุณจิมนี่น่ารักจังเลยนะคะ อุตส่าห์แวะมาหาวินนี่ทุกครั้งเชียววิรดาหัวเราะต่อกระซิกกับเขา

ก็ผมเป็นคนเอ่ยปากขอผ่านทางนี่ครับ จะให้ทำตัวเสียมารยาทไม่ทักทายเจ้าของที่ได้ยังไงกัน

ฟังเผินๆ เหมือนจิรเมธจะพูดเอาใจสาวสวย แต่แววตานั้นกลับส่งนัยยะบางอย่างมาง้องอนคนข้างๆ ว่า...

เขาทำไปตามมารยาทอันดี ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้

ถึงแม้ลัลนาจะพอเข้าใจเหตุผล แต่ก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ที่เห็น ยายชะนีหลงฝูง ทำตัวระริกระรี้ มีจริตจะก้านกับหนุ่มนักเรียนนอกจนน่าหมั่นไส้ ยิ่งพอหันมามองพ่อตัวดีออกอาการกระดี๊กระด๊า ส่งสายตาหวานเชื่อมไม่แพ้กันด้วยแล้ว อารมณ์ร้ายๆ ในตัวเธอก็พลันพุ่งพรวดขึ้น... เพิ่มสูงขึ้น... ปะทุขึ้น... จนแทบจะระเบิดออกมารอมร่ออย่างห้ามไม่อยู่

แหม...คุณจิมพูดเหมือนกับว่าวินนี่เป็นคนอื่นคนไกลอย่างนั้นแหละค่ะ วินนี่น้อยใจนะคะ สาวสองหน้าเรียกร้องความสนใจด้วยการแสดงท่าทีแง่งอน

เปล่านะครับ คุณวินนี่อย่าคิดมากสิครับ

ขอให้จริงเถอะค่ะ วิรดาย่นจมูกใส่ชายหนุ่มอย่างน่ารักน่าชัง

แต่ดูแล้วมันช่างน่าเกลียดน่ากลัวซะเหลือเกินในสายตาของคนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงกลาง ปล่อยให้สองหนุ่มสาวพูดจีบกันไปมาข้ามหัวตนอยู่ได้ จนเธอชักจะหมดความอดทนแล้วนะ ฮึ่ม!!!

จริงสิครับ ใครจะไปโกหกสาวสวยอย่างคุณวินนี่ได้ลงคอกันล่ะ จิรเมธไหลไปตามน้ำเรื่อยๆ

คลิ๊ก เสียงเข็มขัดนิรภัยถูกปลดล็อค

ปึ้ง! ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระแทกปิดประตูรถดังลั่น

ลัลนาไม่อาจจะนั่งทนดูภาพบาดตาบาดใจได้อีกต่อไป เธอจึงกระโดดพรวดลงจากรถทันที

เดี๋ยว! หนูนาจะไปไหนน่ะ? จิรเมธร้องถามอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าสาวใต้เกิดผีเข้าหรืออย่างไร ถึงได้หุนหันจากไปแบบนี้ จึงรีบก้าวขาหมายจะตามไปห้ามปรามแม่สาวอารมณ้ร้อน ทว่ากลับถูกปลายนิ้วที่เคลือบสีสันฉูดฉาดดึงรั้งตัวเอาไว้ได้เสียก่อน

อุ๊ย! เดี๋ยวก่อนค่ะคุณจิม วิรดารีบเกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่นด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีปรีดาที่ว่า

ในเมื่อก้างชิ้นใหญ่หายไปแล้ว

เธอจะปล่อยให้โอกาสงามๆ แบบนี้หลุดลอยไปได้ยังไงล่ะ

พอดีวินนี่เคยไปพูดอวดเรื่องคุณกับคุณพ่อไว้ตั้งเยอะ ท่านก็เลยอยากจะพบคุณขึ้นมาน่ะค่ะ แถมวันนี้ท่านก็มาตรวจงานที่นี่ด้วย คุณจิมพอจะให้เกียรติเข้าไปพบท่านสักครั้งได้ไหมคะ? เธอกล่าวออดอ้อน

คนฟังเลยไม่กล้าขัดใจหล่อน เพราะเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของวิรดาอย่างหนึ่งว่า หล่อนมีที่...มีทาง... ซึ่งเป็นสิ่งที่หมู่บ้านเขากะหมอกจะขาดไม่ได้ วันหนึ่งเมื่อโครงการไบโอดีเซลที่เขากำลังพัฒนาอยู่เจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้ สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนในหมู่บ้านวันนั้นก็คือ เส้นทางคมนาคมที่จะใช้ขนส่งสินค้านั่นเอง

ได้ครับ จิรเมธยอมเดินตามหล่อนไปโดยดี ถึงแม้สายตาเรียวยาวจะคอยเหลียวมองร่างบางที่เดินลิ่วๆ ไปด้วยอาการกระแทกกระทั้นจนคอแทบหลุดก็ตามที  กระทั่งวิรดาลากแขนเขาเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นบิดานั่นแหละ ชายหนุ่มจึงจำเป็นต้องหันกลับมาสนใจคนเบื้องหน้าแทน

คุณพ่อขา วันนี้วินนี่พาคุณจิมมาพบตามสัญญาแล้วนะคะ วิรดารีบเจื้อยแจ้วอวดผลงาน

คนเป็นพ่อที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในชุดสูทภูมิฐาน จึงขยับลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

สวัสดีครับ คุณจิรเมธ เดชาธร วิชาญยื่นมือออกไปหมายจะแสดงไมตรีจิตอันดีต่อกัน

สวัสดีครับคุณวิชาญ จิรเมธจึงยื่นมือไปประสานอย่างเสียไม่ได้ ภายใต้หน้ากากแห่งมิตรภาพ

เห็นยายวินนี่บอกว่ารีสอร์ตของเรามีแขกกิตติมศักดิ์มาเยี่ยมเยียน ผมก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ลูกชายของนักธุรกิจใหญ่ตระกูลเดชาธรนี่เอง รีสอร์ตบวรภัคยินดีต้อนรับนะครับ คนสูงวัยกล่าวเยินยออย่างเอาอกเอาใจ

ขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติ จิรเมธโค้งกายอย่างสุภาพ แต่ผมเป็นแค่คนมาขออาศัยผ่านทางเท่านั้น ไม่ใช่แขกใหญ่โตอะไรหรอกครับ

ชายหนุ่มรักษาระยะห่างเอาไว้พอประมาณ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน เนื่องจากตัวเขาเองก็รู้สึกขยาดกับนิสัยฉ้อฉลกลโกงสารพัดของนักลงทุนตัวป่วนรายนี้ ซึ่งชอบเอารัดเอาเปรียบประมูลที่ดินและโครงการหลายแห่งตัดหน้านักธุรกิจหลายราย เพื่อนำไปก่อร่างสร้างฐานเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะปั่นราคาขายทอดตลาดด้วยเม็ดเงินที่สูงลิ่ว

คุณจิมนี่ถ่อมตัวจังเลยนะครับ วิชาญเหยียดยิ้มแปลกๆ ก่อนจะเกริ่นเข้าเรื่องที่ตนต้องการ ว่าแต่แวะมาเที่ยวรีสอร์ตของผมทั้งที รู้สึกยังไงบ้างครับ?

ผมว่าที่นี่ก็สวยดีนะครับ บรรยากาศเหมาะกับการทำโฮมสเตย์หรือพวกรีสอร์ตมากเลย

ใช่ไหมล่ะครับ ที่ดินสวยๆ แบบนี้หายากนะครับ เขาบอกอย่างดีใจ เมื่อเหยื่อเริ่มจะหลงกล พอดีผมกำลังคิดจะหาหุ้นส่วนเพิ่มหรือไม่ก็ขายที่นี่อยู่น่ะครับ เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากคนเก่งๆ แบบคุณสักหน่อย

คิ้วหนาดกดำขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความครุ่นคิด เมื่อเขากำลังเจอโจทย์ใหญ่ให้ตริตรองไม่ตก เมื่อฝ่ายตรงข้ามพูดนำร่องราวกับจะขอให้เขาเข้าร่วมหุ้นหรือไม่ก็ซื้อที่ดินผืนนี้ทั้งหมดเสียเอง

แต่... เขาอยากได้พื้นที่แค่บางส่วนเท่านั้น มิใช่ทั้งหมด!

จิรเมธเลยตอบกลับไปอย่างระแวดระวัง เพื่อมิให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียหน้า

ถ้าคุณวิชาญขาย คงน่าเสียดายแย่นะครับ เพราะผมคิดว่ามันน่าจะทำกำไรให้คุณได้มากทีเดียว

ประเด็นนั้นแหละครับที่ทำให้ผมไม่อยากจะตัดใจขายเลย วิชาญตีสีหน้าสุดแสนจะเสียดาย แต่ทำยังไงได้ล่ะครับ ผมกำลังจะเริ่มลงทุนธุรกิจใหม่ๆ อยู่ เลยไม่มีเวลามาดูแลที่นี่ ทำให้ต้องตัดสินใจขายไป ทั้งที่ผมไม่อยาก

คนหัวหมอเพียรดักล่อขุดหาเหตุผลขึ้นมาชักจูงชายหนุ่ม เหมือนใครหลายคนที่เคยตกเป็นเหยื่อของตน

งั้นก็ให้คุณวินนี่มาดูแลแทนสิครับ ผมว่าเธอเหมาะดีทีเดียว จิรเมธแก้เกมอย่างลอมชอม

ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ช่วงหลังธุรกิจของผมหลายตัวมันบูมขึ้นมา จนเริ่มจะดูแลไม่ไหว ผมเลยต้องตัดสินใจให้ยายวินนี่เข้ามาช่วยอีกแรงวิชาญหุบยิ้มลงเพียงนิด แต่ใบหน้ายังคงแต่งแต้มไปด้วยความรื่นรมย์ แม้ในใจจะเริ่มกรุ่นโกรธที่เจ้าตัวช่างเป็นคนหัวแข็งโน้นน้าวใจได้ยากเสียเหลือเกิน

ก็ดูสิ! เขาอุตส่าห์เปลืองน้ำลายสาธยายที่ทางซะเริ่ดหรูขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีวี่แววจะทำตาลุกตาชันด้วยความตื่นเต้นบ้างเลย ยามที่ได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ หรือผลประโยชน์อันใดที่เขาวางกองให้ตรงหน้า

อ๋อ ครับ

อีกแล้ว! เจ้าตัวทำท่าเพิกเฉยไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด เอาแต่พยักหน้ารับเพียงอย่างเดียว แต่เขาจะไม่ยอมรามือง่ายๆ อย่างเด็ดขาด ก็ในเมื่อเหยื่อชิ้นใหญ่ไม่ได้มีมาให้ตกกันได้ทุกวันนี่นา

บอกตามตรงนะครับ ผมเองก็เลือกคนที่จะมารับช่วงกิจการที่นี่ต่อเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่คนดีมีฝีมือจริงๆ ผมก็ไม่ขายให้หรอกครับ

ครับ จิรเมธยังคงประหยัดคำพูด ตอบรับสั้นๆ ระวังตัวแจ

แต่วินนี่ว่าถ้าคุณจิมสนใจละก็ คุณพ่อคงจะยอมตัดใจขายให้แบบง่ายๆ แน่นอนค่ะ เพราะท่านเชื่อมือคุณ ริมฝีปากสวยสดแย้มยิ้ม พยายามช่วยพูดหว่านล้อมอีกทาง

อย่าไปพูดแบบนั้นสิวินนี่ เดี๋ยวคุณจิมเขาจะลำบากใจเอานะ วิชาญเอ็ดบุตรสาวเบาๆ แต่เจ้าตัวกลับเอ่ยชงต่อทันที แต่ถ้าคุณสนใจจริงๆ ผมก็ยินดีขายให้ในราคาพิเศษเลยนะครับ เพราะเรามันคนกันเองอยู่แล้ว

นั่นปะไรละ! ทำเป็นพูดโฆษณาเชิญชวนอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ไม่พ้นจะขายของ

แล้วไอ้ที่บอกคนกันเองคิดราคาพิเศษให้เนี่ย... แพงเป็นพิเศษละสิไม่ว่า

คนตัวสูงคิดอย่างเหยียดหยัน ขณะที่สีหน้ากลับแสดงออกตรงกันข้าม เขาจงใจตีหน้าเซ่อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

ผมคงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกครับ อีกอย่างตัวผมเองก็ยังเป็นเพียงแค่พนักงานตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัทของคุณพ่ออยู่เลย ถึงผมจะสนใจอยากร่วมทุนกับคุณขนาดไหน แต่ก็คงจะไม่มีเงินมากพอหรอกครับ

งั้นหรือครับ คนเหลี่ยมจัดเปลี่ยนทีท่าไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความพยายามของเขาล้มเหลว น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยจึงแลดูไร้เยื่อไย ผิดจากตอนแรกลิบลับ

น่าเสียดายจังเลยนะครับ ผมนึกว่าคุณจิมจะสนใจโครงการนี้ซะอีก แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี เอาไว้ถ้าวันหลังผมขายที่ดินตรงนี้ให้คนอื่นไป คุณคงจะต้องไปขอผ่านทางกับเจ้าของคนใหม่แทนแล้วละครับ

ครับ คนฟังยักไหล่อย่างไม่ยี่หระกับคำขู่ของอีกฝ่าย พร้อมทั้งเอ่ยชิ่ง ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ แล้วก็... ผมขอให้คุณวิชาญหาคนเก่งๆ มาพัฒนาที่นี่ได้เร็วๆ นะครับ ส่วนผมคงต้องขอตัวก่อนดีกว่า เพราะยังมีงานค้างไว้อีกเพียบเลยครับ

จิรเมธยอมเสียมารยาท รีบหันหลังเดินออกมาอย่างว่องไว ด้วยลองว่าสองพ่อลูกคู่นั้นเห็นเขาเป็นแค่คนไร้ค่าไปแล้วละก็ เขาจะมัวมายืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ตรงนี้ทำไมกัน...

ขณะที่เสือเสียเหลี่ยมเพราะคว้าน้ำเหลว ก็หันมาพาลหัวเสียกับบุตรสาวทันที

ไหนแกว่ามันดีนักดีหนาไงล่ะ แล้วดูสิ นี่มันอะไร!?

เขาก็ดีจริงๆ นี่คะ แต่คุณพ่อเองต่างหากที่ไม่สามารถซื้อใจเขาได้สำเร็จ น้ำเสียงแหลมปรี๊ดเถียงกลับอย่างไม่มียำเกรง

ฉันนี่เหรอไม่มีความสามารถ? บิดาตวาดถามบุตรสาวเสียงดังลั่น แกไม่เห็นรึไงว่ามันหาทางเลี่ยงเราขนาดไหน?

วิชาญทรุดตัวลงนั่งกุมขมับอย่างเครียดจัด พลางบอกกล่าวลูกสาวด้วยเสียงที่แหบแห้งอย่างจนตรอก

แล้วที่นี้ฉันจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าขืนไม่จ่ายหนี้งวดนี้คืนอีกละก็ ธนาคารมันต้องมายึดที่เราแน่ๆ

วิรดามองบิดาผู้เคยเก่งกาจในเชิงธุรกิจด้วยความเห็นใจ อารมณ์ฉุนเฉียวพลันอ่อนลงทันตา

ทำไมหล่อนจะไม่รู้ล่ะว่า... ฐานะทางบ้านหล่อนปัจจุบันย่ำแย่แค่ไหน?

บิดาจับจ่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร แต่กลับขาดทุนย่อยยับ เพราะใครๆ ต่างพากันรู้แกว หรือจะเป็นการใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อจมไม่ลงของครอบครัว ทำให้หนี้สินยิ่งพอกพูนขึ้น แต่ทุกวันนี้ที่พวกหล่อนยังพอจะเชิดหน้าชูคออยู่ในแวดวงไฮโซได้ ก็ด้วยอาศัยเอาตัวเข้าแลกกับเม็ดเงินจากบรรดาอาเสี่ยคนดังที่ยอมควักกระเป่าบำรุงบำเรอเธออย่างไม่อั้น

ทว่า... วิรดาเองก็เบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว

ฉะนั้นเธอควรจะหาคนมาช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูครอบครัวให้รุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน ซึ่งใครคนนั้นก็คือ....

คุณพ่อขา หนูขอโทษนะคะที่พูดจาไม่ดีออกไป วิรดาเดินเข้ามาโอบกอดท่านไว้ คุณพ่อไม่ต้องกลัวนะคะ ยังไงหนูก็จะหาทางเอาคุณจิมมาเป็นนายทุนของเราให้ได้ค่ะ

แววตาของคนพูดเปี่ยมไปด้วยประกายวิบวับบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในจิตใจ

แกมีแผนเหรอ?คนที่ทำหน้าเครียดเมื่อครู่เกิดมีความหวังขึ้นมาอีกคราว

แน่นอนที่สุดค่ะ วิรดาหันมายิ้มสบตากับบิดาอย่างมีเลศนัย คุณพ่อก็รู้นี่คะว่าลูกสาวของคุณพ่อน่ะเสน่ห์แรงแค่ไหน?

จริงด้วยสิ ลูกสาวของนายวิชาญเนี่ยสวยที่สุด หนุ่มที่ไหนก็ต้องยอมศิโรราบให้ทั้งนั้นแหละ เขากล่าวสนับสนุนอย่างเจ้าเล่ห์ไม่แพ้บุตรสาว

แล้วสองพ่อลูกก็ประสานสายตาอย่างเข้าใจกัน พร้อมด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่ผุดขึ้นเหนือมุมปาก!


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สองพ่อลูกเจ้าเล่ห์มีแผนอะไรอีกน้า...?

แถมงานนี้คนโดนป่วนจะยอมไม่ยอม เสือจิมของเราจะแก้เผ็ดอย่างไร

แล้ว...หนูนาจะหึงมั้ย?

แล้วตาจิมจะง้อยังไง สาวขี้งอนถึงจะหายโกรธ...

อยากรู้ต้องตามเท่านั้นค่ะ เรื่องป่วนไว้ใจพ่อลูกคู่นี้ได้เลย 555


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น