ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 32 : แกลลอนที่ 15 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 พ.ค. 60



เรือพายลำน้อยมุ่งหน้าต่อไปยังถ้ำที่สาม ซึ่งเรียกกันว่า ห้องรากไทรโดยมีไกด์หนุ่มคอยทำหน้าที่พาคนทั้งสองเข้าไปเดินวนชมรากไทรขนาดใหญ่ที่ตัวต้นอยู่บนเขา จึงเป็นที่มาของชื่อห้อง นอกจากนี้ก็จะเป็นการเดินชมหินย้อยทั่วไป บางก้อนก็มีรูปร่างคล้ายลำเทียนพรรษา ส่วนบางก้อนก็มีคนจิตนาการเป็นลูกชิ้นเสียบไม้ หรือไม่ก็เป็นลูกช้างบ้างละ...

จิรเมธได้รับทราบจากคนนำเที่ยวว่าหินพวกนี้เกิดจากหยดน้ำที่ไหลลงมารวมตัวกับหินปูน จนเกิดเป็นหินงอกหินย้อยอายุนับล้านปี ยิ่งพอได้เห็นหยดน้ำเกาะอยู่ตามที่ไกด์หนุ่มบอก มือซุกซนก็หมายจะเอื้อมไปแตะ เพราะอดสงสัยใคร่รู้มิได้

นี่แน่ะ สาวข้างกายที่พลันเห็นเข้าพอดี จึงตีมือเขาดังเพี๊ยะ!

อู๊ยยย!” คนเจ็บรีบชักนิ้วกลับ พลางลูบมือข้างนั้นป้อยๆ เธอมาตีมือฉันทำไม?

ก็ใครใช้ให้นายเอามือไปจับหยดน้ำแบบนั้นเล่า สาวใต้แว้ดใส่ รู้ไว้ด้วยนะว่าความมันจากเหงื่อที่มือเราจะทำให้หินย้อยตาย เพราะหินปูนไม่สามารถเกาะตัวกันต่อไปได้

งั้นเหรอ คนผิดบอกเสียงอ่อย เขาเกือบจะทำลายธรรมชาติอันสวยงามโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียแล้ว คนมือบอนเลยรีบเก็บทุกส่วนของร่างกายให้เรียบร้อย พลางเดินตามคนที่เหลือไปเงียบๆ ไม่ยอมแตะต้องอะไรอีกเลย กระทั่งเขากลับมาลงเรือตามเดิม

 ถ้ำนี้มีกี่ห้องกันครับลุงกล่ำ?เขาถามอย่างนึกสงสัย เพราะภูเขาดูใหญ่โตมโหฬารเหลือเกิน หากจะให้เดินชมกันทั่วครบทุกห้องละก็ วันเดียวคงจะไม่พอแน่

เยอะ!” ดูเหมือนคนตอบจะยังคงความไม่ชอบหน้าเขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ถึงได้พูดเสียงห้วนไม่เปลี่ยนแปลง ยังดีหน่อยที่เจ้าตัวยอมขยายความให้เขาฟังต่ออีกนิดว่า แต่ไม่ต้องกลัวเมื่อยหรอกนะ เพราะห้องที่เราจะไปต่อ เปิดให้ชมได้เป็นที่สุดท้ายแล้วละ แถมไม่ต้องเดินไม่ต้องนั่งอีกด้วย แค่นอนชมสบายๆ เท่านั้น

นอนชมเหรอครับ แปลกดีจังคนฟังพูดอย่างตื่นเต้น ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยสักนิด ผิดแผกจากสาวใต้ข้างกายที่รู้อย่างละเอียดยิบดีทีเดียวเชียว

เรามากันแค่นี้ก็ได้นะจ๊ะลุงกล่ำ เดี๋ยวหนูต้องกลับไปทำงานต่อ วกเรือกลับทางเดิมเถอะจ้ะลัลนาตัดสินใจขอร้องคนพายมือฉมัง เพราะนึกเห็นใจกลัวชายหนุ่มจะหัวใจวายตายคาถ้ำไปเสียเปล่าๆ

ไม่ได้หรอก มาถึงเมืองตรังทั้งที ถ้าไม่ได้ลอดถ้ำละก็ เหมือนมาไม่ถึงนะ เจ้าถิ่นเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะปรายตามองไปยังคนที่เขาต้องการจะพูดด้วย หรือว่าคนกรุงเทพเนี่ยมันขี้กลัวเหมือนกันหมดล่ะ?

คนอย่างผมไม่เคยกลัวใครหรืออะไร ไอ้ที่สยองกว่านี้ผมก็เคยลองมาหมดแล้ว จิรเมธบอกเสียงกร้าว เมื่อถูกสบประมาท

แต่ว่า... สาวใต้ตั้งท่าจะเอ่ยค้าน แต่กลับถูกลุงกล่ำขัดขึ้นเสียก่อน

เอาน่าหนูนา พ่อหนุ่มหน้ามนคนนี้เขาไม่หัวใจวายไปก่อนหรอก ก็เจ้าตัวเขาบอกแล้วนี่นาว่าไม่กลัว รอยยิ้มหยันจงใจส่งตรงมายังพ่อคนกล้าโดยเฉพาะ

ใช่! เธอไม่ต้องยุ่ง จิรเมธเองก็เอ่ยค้าน ก่อนจะบอกกับลุงแกอย่างมุ่งมั่น จัดหนักมาเลยครับลุง

เท่านั้นแหละ... เรือพายที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานของกล่ำก็ค่อยๆ ล่องลอยเข้าไปในส่วนที่ลึกขึ้นๆ ของตัวถ้ำทันที เพดานที่เคยเห็นว่าสูงอยู่ลิบๆ ก็เริ่มจะลาดต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุดกล่ำก็เอ่ยปากบอก

พ่อหนุ่ม หนูนา เขยิบเข้ามานั่งข้างหลังหน่อย น้ำเสียงที่เคยยียวนสั่งอย่างขึงขังปราศจากการเย้าแหย่เหมือนเช่นเคย ทำให้สองหนุ่มสาวต้องรีบปฏิบัติตามที่ลุงแกบอกแต่โดยดี

เอ้า... ที่นี้ก็ค่อยๆ นอนราบไปนะ ขาเหยียดตรงด้วยละ อย่าได้ตั้งเข่าเชียว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ท้ายเสียงแกหันไปบอกหนุ่มต่างถิ่นเสียมากกว่า เพราะสาวทะโมนที่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดีอยู่แล้ว คงไม่น่าเป็นห่วงอะไรมากนัก

เมื่อไกด์นำล่องเรือสำรวจท่านอนของแขกทั้งสองว่าเก็บไม้เก็บมือ ไม่มีส่วนใดยื่นออกไปนอกตัวเรือท้องแบนแล้ว เขาก็ค่อยๆ แจวฝีพายมุ่งตรงไปข้างหน้า ปากก็เอ่ยบอกเล่าประวัติความเป็นมาของถ้ำนี้ไปด้วย

ถ้ำลอดที่นี่ ชาวบ้านเขาจะเรียกกันว่าลอดท้องมังกร เพราะเป็นอุโมงค์ที่เพดานต่ำมากจนต้องนอนราบเข้าไป เปรียบเหมือนกับการที่เรานอนอยู่ในท้องมังกร แล้วลอดออกทางปาก มังกรก็จะไม่กลืนกินเราเข้าไป

หนุ่มไทยที่ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์หายากเช่นนี้นอนนิ่ง คอยตั้งใจฟังเรื่องที่ลุงแกเล่าอย่างเงียบๆ ตาก็มองเพดานถ้ำที่ค่อยๆ ลดระดับลาดเอียงลงมาจนเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น ชัดขึ้นจนตอนนี้เด็กหนุ่มที่บังคับหัวเรืออยู่ยังต้องนอนราบไปกับเขาด้วย ในใจก็เริ่มตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้น เมื่อเพดานที่อยู่ห่างจากตัวเป็นเมตร เริ่มขยับเข้ามาใกล้ กระทั่งตอนนี้มันอยู่ใกล้ใบหน้าของเขาเพียงแค่ช่วงแขนเท่านั้น!

จิรเมธเลยอดที่จะนึกสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดคนข้างหลังเขาจึงยังนั่งพายเรือได้อย่างสบายๆ

คนจีนมาเลชอบมาลอดที่ถ้ำนี้ เพราะเชื่อว่าหลังจากที่ลอดออกไปแล้ว พวกเขาก็จะประสบพบแต่โชคดี มีลาภ มีเงินมีทอง การงานค้าขายดีเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นลุงกล่ำยังคงอธิบายไปเรื่อยๆ พลางชักชวนให้ชายหนุ่มทัศนาสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างของที่นี่ให้เต็มตา

ทางซ้ายนั่นน่ะ เขาเรียกว่า หัวใจมังกร

ชายหนุ่มเอี้ยวคอไปมองก้อนหินขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมากลางถ้ำ แล้วก็พลันประหลาดใจขึ้นมา เมื่อเขามีความรู้สึกราวกับว่าหินก้อนนั้นกำลังเต้นตุบตับคล้ายดังหัวใจของมนุษย์ก็ไม่ปาน คงจะเป็นเพราะเส้นทางที่คับแคบภายในก่อให้เกิดเป็นจิตนาการถึงร่างกายของสัตว์ใหญ่โตที่ลุงแกบอกได้ไม่ยากละมั้ง เลยพานทำให้เขามีความคิดแบบนั้นได้

เรือลำเล็กล่องลอยเข้าสู่จุดอันน่าหวาดเสียวมากขึ้น เมื่อเพดานถ้ำที่ว่าห่างเพียงช่วงแขน ตอนนี้กลับย่นระยะเหลือเพียงแค่สองคืบ กล่ำจึงวางไม้พายลงใต้ท้องเรือ แล้วอาศัยทักษะความชำนาญและการฝึกอบรมที่เรียนรู้มาเป็นอย่างดี จัดการยกมือทั้งสอง หลัง และบ่าของเขากดเพดานถ้ำเอาไว้ เพื่อให้เรือเคลื่อนไปสู่เบื้องหน้า ส่วนเด็กหนุ่มก็คอยเอื้อมมือจับแง่งหินที่ย้อยลงมาไปทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง เพื่อดึงให้ท้องเรือไม่ชนเข้ากับโขดหินที่ยื่นออกมา และยังเป็นการช่วยป้องกันมิให้ความแหลมคมนั้นเกี่ยวเนื้อเกี่ยวตัวแขกทั้งสองด้วย

จิรเมธได้แต่นอนตัวเกร็ง หัวใจลุ้นระทึก อะไรก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเสียววาบได้เท่ากับแง่งหินย้อยที่เคลื่อนผ่านหน้าเขาไปฉิวเฉียด ชนิดที่เรียกว่าหากใครเคยได้ดูหนังสามมิติยอดฮิตที่มีฉากปลายกระบี่คมกริบพุ่งทะลวงมาจ่อที่คอหอย หรือฉากที่พระเอกต่อสู้กับเหล่าร้ายจนตกรถหน้าแทบจะบี้ไปกับพื้นถนนแล้วละก็ คงเข้าใจอารมณ์ตอนนี้ของเขาได้ดีทีเดียว

ความผาดโผนโจนทะยานอันน่าหวาดเสียวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเรือล่องเข้าไปด้านในมากขึ้น ผนังถ้ำที่เคยอยู่ห่างพอสมควรก็กลับแคบเข้า... แคบลงทุกทีๆ จนในที่สุดหนุ่มกรุงก็ได้แต่นอนตัวลีบ ไม่กล้ากระดุกกระดิกไปทางไหน ไม่แม้แต่จะหายใจแรงๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะผนังถ้ำและเพดานโค้งต่ำครอบตัวเขาอยู่ราวกับกำลังล่องเรืออยู่ในแคปซูลแคบๆ ก็ไม่ปาน

กลัวรึเปล่า?

เสียงหวานอ่อนโยนกระซิบดังใกล้ๆ หู จิรเมธจึงเอี้ยวคอไปมองหญิงสาวที่นอนข้างกายเขาอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงไฟฉายหนึ่งกระบอกให้แสงสว่าง ในใจก็พลันคลายความกังวลได้อย่างน่าประหลาด

ไม่กลัวหรอก แต่มันเสียว เพราะมองอะไรไม่ค่อยเห็นเลยสุ้มเสียงที่ตอบแหบพร่านิดๆ เพราะสิ่งที่เขากลัวจริงๆ ก็คือ

กลัวเสียหล่อ

นี่ถ้าลุงกล่ำแกอยากจะแกล้ง ไม่ยอมใช้มือกดเพดานถ้ำเอาไว้ให้เรือจมลงสู่ผืนน้ำอีกนิดละก็ เห็นทีชาตินี้คนอย่างเขาคงได้พึ่งมีดหมอที่เกาหลีก็คราวนี้แหละ

ถ้าเสียวมากๆ ก็หลับตาไว้สิ จะได้ไม่ต้องเห็นลัลนาให้กำลังใจ

ไม่เอาหรอก ถ้าเกิดหลับตา ก็ไม่ตื่นเต้นน่ะสิ...ว้ากกก

ตึง! ตึง! ตึง!

เห็นไหมละว่าความคิดของเขาศักดิ์สิทธิ์เหมือนปากพระร่วงขนาดไหน ยังไม่ทันไรขอบเรือก็กระแทกเข้ากับโขดหินเสียแล้ว เล่นเอาคนที่ออกอาการหวาดๆ เพราะความเสียวเต็มปอดอย่างเขาถึงกับร้องเสียงหลงเลยทีเดียว พอรู้ตัวอีกที มือหนาของตนก็คว้าหมับเกาะกุมมือนุ่มนิ่มของหญิงสาวข้างกายเข้าให้เสียแล้ว

ถ้ากลัวก็ร้องออกมาดังๆ ได้นะ อย่ามัวแต่เสียวแบบเก็บกดอยู่เลย ลุงกล่ำเอ่ยแซวกลั้วเสียงหัวเราะที่ประสานไปกับสองผู้โดยสารที่เหลือ ทำเอาจิรเมธรู้สึกหน้าแตกละเอียดยับซะไม่เหลือชิ้นดี

จริงนะฮะ ถ้ายิ่งเสียวมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องร้องให้มันดังๆ ไปเลย จะได้เป็นการปลดปล่อยไปในตัวหนุ่มใต้กล่าวสนับสนุน

คนปล่อยไก่เล้าเบ้อเร่อไม่ได้เอ่ยโต้ตอบอะไร เพียงแต่นอนกุมมือลัลนาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จวบจนเรือพายผ่านจุดเสียวไส้มากที่สุดออกมาแล้ว เขาจึงได้ยินเสียงของหญิงสาวเอ่ยออกมาเบาๆ

เป็นไง... ได้จับมือฉันแล้วหายกลัวไหม? น้ำเสียงที่ฟังดูขาดๆ หายๆ ทำให้ชายหนุ่มเดาได้เลยว่า เจ้าตัวคงกำลังพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อย่างยากเย็น คนเอาแต่ใจเลยหน้าตึงขึ้นมาทันตา

ให้ตายสิ! เขาไม่ชอบเป็นตัวตลกในสายตาของหล่อนเลยสักนิด

ไม่หาย คงต้องจับเอาไว้แบบนี้ไปจนถึงปากถ้ำนั่นแหละ เขาสะบัดเสียงตอบทีเล่นทีจริง

พูดบ้าๆ ลัลนาร้องแหว พยายามจะชักมือกลับ แต่อีกฝ่ายยังจับยึดปลายนิ้วเธอไว้มั่นไม่ยอมปล่อย ทำให้ผู้เป็นเจ้าของหมดสิทธิ์จะต่อต้านขัดขืน เมื่อสภาพที่เป็นอยู่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยให้แผลงฤทธิ์สักเท่าไร หญิงสาวจึงได้แต่ทำเฉยๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมา

ทว่ามันมิใช่เป็นการยินยอมเพราะกลัวเรือล่ม!

แต่เป็นเพราะแววตาคมหวานซึ้งที่ไหวระริกอยู่ท่ามกลางแสงสลัวที่ถูกส่งผ่านมาสู่ดวงตาของเธอต่างหาก สาวทะโมนจึงเกิดประหม่าขัดเขินเกินกว่าจะสบตาพ่อหนุ่มตาเยิ้มต่อไปได้ เลยต้องแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจความอบอุ่นบนปลายนิ้วเรียวของเจ้าตัวที่เธอได้สัมผัสตอนนี้

แม้จะห้ามสายตาได้ แต่หัวใจนี่สิ กลับอยู่นอกเหนือการควบคุม มันถึงส่งเสียงดังโครมครามไม่ยอมหยุด จนคนทั้งลำเรืออาจจะได้ยินกันหมดเสียแล้วกระมัง  ทำให้คนที่ยิ่งกระดากอายต้องรีบกลั้นหายใจเอาไว้เป็นการด่วน เผื่อว่าจะช่วยควบคุมอัตราการเต้นอันรุนแรงของหัวใจเธอได้บ้าง...

ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่เกิดผลดีอันใดขึ้นมาเลยสักนิด นอกจากจะทำให้เธอพลอยขาดอากาศหายใจ ทุรนทุรายเป็นที่ผิดสังเกตมากกว่าเดิมเสียเปล่าๆ

เอาเป็นว่า... เธอนอนนิ่งๆ แบบนี้นั่นแหละดีแล้ว ยายหนูนาเอ๊ย

คนใจสั่นพยายามเตือนสติตนเองแบบนี้ไปตลอดทาง กระทั่งคนคุมส่งสัญญาณบ่งบอกให้ลูกทัวร์ของตนรับรู้ว่า เรือลำน้อยกำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว สาวที่นอนลุ้นจนตัวโก่งเลยพลอยโล่งอกโล่งใจเป็นนักหนา

เรากำลังจะลอดออกสู่ปากมังกรแล้ว ใครอยากขออะไรก็รีบอธิษฐานนะกล่ำแจวเรือลอดผ่านโพรงถ้ำเล็กๆ ท่ามกลางความเงียบ เพราะสองหนุ่มสาวต่างก็กำลังหลับตาอธิษฐานขอพรในสิ่งที่ตนคาดหวัง

เอาละ...ลุกขึ้นนั่งได้แล้ว เดี๋ยวเราจะขึ้นเรือกันที่ท่านั้น ลุงแกร้องบอกเมื่อล่องผ่านมาได้อย่างปลอดภัย ลัลนาจึงลืมตา ลุกขึ้นนั่งทันที พร้อมกับพยายามดึงมือออกจากคนข้างกาย แต่ก็ไม่สำเร็จ จิรเมธยังคงจับมือหญิงสาวอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ร่างสูงค่อยๆ เอนกายลุกขึ้นตามมา

ปล่อยมือฉันได้แล้ว เธอกัดฟันพูดเสียงขุ่น แต่สิ่งตอบรับกลับเป็นเพียงแววตาแพรวพรายและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ผุดขึ้นตรงมุมปากหยักเชิดด้วยความสบายอุรา คนที่ชักจะรู้ตัวว่าถูกพ่อหนุ่มเจ้าเล่ห์เอาเปรียบเข้าให้แล้วเลยยิ่งออกอาการขัดเขินระคนอับอาย

พูดไม่รู้เรื่องรึไง? เธอจึงเผลอแผดเสียงถามดังขึ้น

คนที่เฝ้ามองดูกิริยากระเซ้าเย้าแหย่ของสองหนุ่มสาวอย่างเงียบๆ มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ในถ้ำ เลยเกิดคลางแคลงใจขึ้นมาว่า

ท่าทางหนูนากะไอ้หนุ่มหน้าอ่อนนี่มันชักจะยังไงๆ อยู่น้า?

มีอะไรเหรอหนูนา? แกแกล้งร้องถามออกมาเสียงเข้ม ทั้งที่เห็นอยู่ว่าไอ้หนุ่มเมืองกรุงถือโอกาสจับมือถือแขนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของผู้ใหญ่ธมอย่างไม่เกรงกลัว

แต่นั่นยังไม่แปลกเท่ากับการที่สาวแสบกลับยินยอมอ่อนข้อให้อีกฝ่ายง่ายๆ โดยไม่ทำอะไรต่างหาก

ไม่มีอะไรหรอกจ้ะลุงกล่ำ

เห็นไหมละ... แม้แต่ตอนนี้หล่อนก็ยังลนลานหันมาตอบกลบเกลื่อนแทนอีกฝ่ายอยู่เลย

แล้วดูไอ้ตัวดีมันทำสิ! ยังจะนั่งจับมือหลานสาวของเขาหน้าตาเฉยอยู่ได้ มันน่านักเชียว!!!

ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว กล่ำจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของจิรเมธอย่างไม่พอใจ แต่ถ้าเกิดมีใครมันทำอะไรไม่น่าไว้ใจ ก็บอกลุงได้เลยนะ เดี๋ยวลุงนี่แหละจะเอาไม้พายตีหัวมันเอง!”

คนฟังแอบอมยิ้มน้อยๆ ลุงแกคงไม่มีโอกาสจะแยกกบาลของเขาออกจากกันซะแล้วละ เมื่อเรือเข้าจอดเทียบฝั่งพอดี ชายหนุ่มจึงยอมปล่อยมือออกจากหญิงสาว ก่อนจะลุกก้าวขาขึ้นบกไปอย่างระมัดระวัง

เอ้า...ขึ้นมาสิ เขาหันมาส่งมือให้หล่อนอีกครั้ง

ไม่ต้อง!” แต่ลัลนากลับปัดมือหนาออกอย่างโมโหผสมปนเปไปกับความรู้สึกแปลกๆ ที่ก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นอยู่ภายในจิตใจ เพราะคนตรงหน้านั่นแหละที่ปั่นป่วนทำให้เกิดขึ้น

 “ขึ้นมาดีๆ เถอะน่า ดิ้นมาก เดี๋ยวก็ตกเรือตายกันพอดี เสียงห้าวร้องสั่งด้วยความรำคาญ แล้วเอื้อมมือไปฉุดรั้งดึงร่างบางขึ้นมาเสียเอง ก่อนจะเอ่ยเร่งเจ้าหล่อนว่า รีบกลับกันเถอะ เราจะได้เปลี่ยนถ่ายไบโอดีเซลกับสบู่ใส่แพ็กเกจใหม่ พรุ่งนี้ยังต้องไปตระเวนฝากขายใหม่อีก

ทำไมวันนี้ดูนายไฟแรงจัง? แววตามุ่งมั่นจริงจังของอีกฝ่าย ทำให้ลัลนานึกสงสัย

ก็ตอนนี้ฉันเกิดปิ๊งไอเดียดีๆ ขึ้นมาได้หลายอย่างแล้วน่ะสิ เลยอยากจะรีบกลับไปทำ

งั้นก็ได้ กลับก็กลับ คนฟังพยักหน้ารับ แล้วหับขวับซอยเท้าเดินจากไปทันที

เดี๋ยว!”

ก่อนจะไป...จิรเมธยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ คนไม่รู้เลยหันมาร้องถามชายหนุ่มอย่างเบื่อหน่ายในความเรื่องมากของพ่อคุณ

อะไรอีกล่ะ?

จิรเมธไม่ตอบ แต่หันกลับมายื่นธนบัตรใบละพันส่งให้ไกด์นำเที่ยวทั้งสอง

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และการนำเที่ยวแบบลุ้นระทึกนะครับเขาบอกอย่างจริงใจ ถึงแม้จะต้องนอนตัวเกร็ง กัดฟัน แถมยังแอบขากระตุกด้วยความเสียวจัดอยู่หลายรอบ ทว่าจิรเมธก็รู้สึกสนุกสนานและประทับใจเป็นที่สุด จนอยากจะยกนิ้วให้สิบมือเลยทีเดียว เพราะว่า...

เมืองไทยก็มีที่ท่องเที่ยวอะเมซิงเจ๋งๆ ไม่แพ้ที่ไหนในโลก

โอ๊ยยย ลุงไม่เอาหรอก เก็บสตางค์คืนไปเถอะ ลุงกล่ำร้องบอกอย่างหยิ่งๆ

ผมไม่ได้ให้เพราะดูถูก แต่ผมชื่นชมในความสามารถของลุงกับน้องชายต่างหาก ผมถึงอยากจะให้เป็นกำลังใจและถือเป็นการตอบแทน

จิรเมธบอกอย่างขึงขังตามความตั้งใจ แต่คนฟังก็ยังคงนิ่ง ลัลนาเลยช่วยหว่านล้อมด้วยการอ้างชื่อเมียรักของแก

รับไปเถอะจ้ะลุงกล่ำ ป้างามแกจะได้ดีใจไงล่ะจ๊ะ

กล่ำเลยยอมรับ พลางเอ่ยขอบใจห้วนๆ แต่จริงใจตามสไตล์คนพูด

ก็ได้... ขอบใจเอ็งมากนะไอ้หนุ่ม

ไม่เป็นไรครับ เขากล่าวยิ้มๆ งั้นพวกผมขอตัวลากลับก่อนนะครับ

จิรเมธยกมือไหว้ชายชราอีกครั้งด้วยความสุภาพ ทำเอาแกถึงกลับออกอาการงงๆ จนรับไหว้แทบไม่ทัน พลางมองตามไหล่หนาใหญ่ที่พลิกกายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหลานสาวคนเก่งแห่งบ้านเขากะหมอกซอยเท้าตามไปติดๆ ในใจนั้นก็เริ่มบังเกิดความรู้สึกดีๆ กับชายหนุ่มขึ้นมาบ้าง


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โถถถถถถถ

ตอนนี้พระเอกของเราเสียฟอร์มอย่างแรง!!!

ปล่อยไก่ต่อหน้าสาวต่อเบ้อเร่อ 555

แต่ก็คุ้มเนอะ...ได้นอนจับมือหญิงตลอดทริปเลยอ่าาาาา

นึกแล้วก็อยากจะเป็นหนุนาจริมๆๆๆ ว่ามั้ยคะคุณผู้อ่าน

ตอนหน้าคู่รักคู่กัดเขาจะไปไหนกันอีก มาตามต่อนะคะ



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น