ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 30 : แกลลอนที่ 14 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 60



จิรเมธนั่งชมธรรมชาติเขียวขจีตามสองฝั่งคูคลองที่โอบล้อมภูเขาโดยรอบด้วยความสดชื่นดื่มด่ำ ซึ่งเขาไม่ใคร่สัมผัสบ่อยครั้งนักในกรุงเทพ ส่วนอีกฟากของลำคลองแห่งนี้ก็เป็นสวนยางพาราขนาดใหญ่ที่คุณยายเจ้าของร้านบอกแก่ลัลนา

ตอนนี้ยังนั่งได้อย่างเป็นสุข ก็รีบๆ มองความสวยงามซะให้เต็มตาละ เดี๋ยวพอเข้าไปในถ้ำแล้วเกิดกลัวจนหัวหดขึ้นมา จะพานไม่กล้าเงยหน้าเอา

เสียงแหบแห้งที่เอ่ยเยาะเย้ยลอยตามลมมาข้างหลัง ทำให้จิรเมธหันไปมองคนพูดด้วยความสงสัยมากกว่าจะโกรธเคือง

กลัวอะไรเหรอครับ?

แทนที่คนพายเรือสูงวัยจะตอบ เจ้าตัวกลับเอาแต่นั่งยักท่า แถมยังผินหน้าผิวปากมองไปทางอื่นเสียอีกต่างหาก คนที่ยิ่งอยากรู้อยากเห็นจึงอดที่จะฉุนกึกขึ้นมาไม่ได้ ร้อนถึงคนตรงกลางที่นั่งโดยสารมาด้วยต้องรีบออกปากห้ามปราม

ลุงกล่ำจ๋า หนูนาขอละจ้ะ อย่าไปแกล้งเขาเลย สีหน้าคนพูดดูกระอั่กกระอ่วนใจไม่น้อยอีกอย่าง...หนูพาเขามาหาข้อมูลเพื่อเอาไปปรับปรุงสบู่ของหมู่บ้านเราจริงๆ ถ้าลุงไม่ให้ความร่วมมือ เดี๋ยวของบ้านเราจะพลอยขายไม่ได้นะจ๊ะ

ก็ได้ ลุงเห็นแก่หน้าหนูนาหรอกนะ ลุงถึงได้ยอม คนพายเรืออยู่ทางด้านหลังยอมอ่อนข้ออย่างเสียมิได้ แล้วพายเรือของแกไปเงียบๆ เพื่อความสบายใจของลูกสาวผู้ใหญ่กล้า

คนที่โดนแขวะเมื่อครู่จึงเอ่ยปากถามขึ้นอีกครั้ง ลุงกล่ำเคยใช้สบู่ที่หนูนาทำด้วยรึเปล่าครับ?

เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายดูจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขามากนัก จิรเมธจึงระมัดระวังคำพูดให้ฟังดูสุภาพ มีหางเสียง จะได้ไม่เกิดการกระทบกระทั่งกันอีก

ใช้สิ คนด้านหลังตอบ พร้อมกับย้อนถามเสียงห้วน ถามทำไม?

พอเจอน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากไม่เต็มใจตอบของลุงแกแล้ว คนพูดก็ชักไม่อยากจะถามขึ้นมาเหมือนกัน แต่เพราะเป็นหน้าที่ ฉะนั้นเขาจึงต้องข่มอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามต่อไปด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม หวังเพียงแค่ถึงคนตรงหน้าจะไม่อยากให้ความร่วมมือกับเขา แต่ก็ขออย่าให้ทำอะไรขัดกันอีกเลยเป็นพอ

ใช้แล้วเป็นไงบ้างครับ?

ก็ดี!”

ดูเหมือนคำขอภายในใจของเขาจะไม่สัมฤทธิ์ผล ชายชราไม่ยอมให้ความร่วมมือเสียเลย จิรเมธจึงเบือนหน้า เปลี่ยนเป้าหมายมายังเด็กหนุ่มที่พายเรืออยู่ทางกาบหัวแทน

แล้วเราล่ะ ซื้อสบู่ร้านคุณยายข้างหน้าไปใช้บ้างรึเปล่า?

ใช้ครับ เด็กหนุ่มหันมาตอบอย่างเป็นมิตร ทำให้จิรเมธรู้สึกดีใจขึ้นมานิดๆ ที่เลือกเบนเข็มมาถามเด็กหนุ่มคนนี้แทน เพราะดูท่าแล้วคนหัวเรือคงอยากจะให้ความร่วมมือกับเขามากว่าคนข้างหลังเยอะเลย

แล้วดีไหม? น้ำเสียงของคนฟังดูกระตือรือร้นใคร่อยากจะหาข้อมูลขึ้นมาทันตา

ดีมากเลยฮะ ล้างตัวสะอาด แถมไม่มีกลิ่นฉุนด้วย เด็กหนุ่มตอบ ก่อนจะหันกลับมาช่วยลุงกล่ำพายเรือหักเลี้ยวเข้าสู่ปากถ้ำที่เริ่มมืดมิด เขาอาศัยแสงสว่างจากหัวไฟฉายที่สวมบนศรีษะของลุงชราแจวนำทางไปเรื่อยๆ

แล้วไม่มีข้อเสียบ้างเลยเหรอ เช่น กล่องไม่สวย ฟองไม่ค่อยเยอะ อะไรทำนองนี้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายพอจะคล่องตัวบ้างแล้ว จิรเมธจึงซักต่อ

ไม่นี่ฮะ ผมว่ามันถูกดี ก็เลยซื้อไปใช้ แค่นั้นเอง

ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จากปากของเด็หนุ่มที่เอ่ยไปตามประสาซื่อ ทำให้พ่อหัวนักการค้ารู้เหตุผลแล้วว่า

ทำไม... สบู่ของเขาถึงขายในแหล่งตัวเมืองไม่ได้?

แตกต่างกับร้านเพิงหมาแหงนแห่งนี้... ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนกัน

นั่นก็เป็นเพราะว่าร้านค้าของคุณยายเน้นขายของราคาถูกสำหรับคนงานที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ พวกเขาจึงไม่ใส่ใจกับรูปลักษณ์ของสินค้าสักเท่าไร ขอเพียงแค่ใช้สอยแล้วดีมีประโยชน์เป็นพอ

แล้วมีคนอื่นซื้อไปใช้บ้างไหม?จิรเมธเก็บข้อมูลสำคัญต่ออีกนิด

มีฮะ ก็พวกคนเรือที่นี่ แล้วก็คนงานในสวนยางข้างๆ โน่นแหละฮะ

แล้วพวกเขาว่ายังไงกันบ้าง?

เขาก็บอกว่าอาบสะอาดดีกว่าสบู่จากกรุงเทพบางก้อนเสียอีก ฟองก็เยอะ แถมยังไม่เกิดผดผื่นขึ้นด้วย คนแถวนี้เลยแห่มาใช่สบู่สมุนไพรของยายแกฮะ เพราะแกโฆษณาบอกคนไปทั่วว่าของมันดี เด็กหนุ่มอธิบายเสียยาวยืด

ไม่เป็นผดผื่นงั้นเหรอ?

ใช่แล้ว!...’

หนุ่มหัวแหลมเล็งเห็นจุดแข็งของสินค้าขึ้นมาอย่างหนึ่งแล้ว อาการคันคะเยอที่เกิดเป็นตุ่มไตตามร่างกายนั้น อาจจะเป็นการแพ้สารเคมีหรือน้ำหอมบางชนิดก็ได้

ถ้าเราโฆษณาว่าสบู่สมุนไพรของบ้านเขากะหมอกไร้สารพิษ เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ใช้ดี

ยิ่งใส่ในแพ็กเกจสีสันสวยงาม แต่ยังคงราคาประหยัดไว้

แล้วคนที่ไหน... จะไม่แห่มาซื้อสินค้าของเขาบ้างล่ะ?

โป๊ะเช้ะ!

ชายหนุ่มดีดนิ้วด้วยความดีใจจนลืมสังเกตบรรยากาศรอบข้าง ที่บัดนี้คนพายนำเรือเข้าจอดเทียบฝั่งตรงห้องๆ หนึ่งในถ้ำพอดี เสียงแหบพร่าของลุงกล่ำที่เงียบหายไปในตอนแรกจึงเอ่ยขึ้นอีกคราว

เอ้า...ไม่ต้องมัวแต่ดีใจ อยากล่องเรือดูถ้ำนักไม่ใช่เหรอ รีบๆ ขึ้นฝั่งไปซะสิ

นั่นแหละจิรเมธจึงหยุดความคิด แหงนหน้ามองไปรอบๆ ตัว ก่อนจะหยุดอยู่ตรงโพรงถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก ซึ่งมีแสงสีเหลืองนวลจากดวงไฟนีออนแท่งยาวติดไว้ด้านบนผนังถ้ำส่องลงมาให้ความสว่าง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนก้าวขาขึ้นบกเป็นคนแรกอย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะมีสองนักพายคอยจับโป๊ะเรือหินผาอันแข็งแรงเอาไว้ให้

สุภาพบุรุษหนุ่มไม่ลืมหันกลับมายื่นมื่อส่งให้สาวใต้ได้จับยึด เพื่อช่วยเป็นหลักพยุงกาย

ไม่ต้อง ฉันมันเด็กแถวนี้ ไม่ซุ่มซ่ามจนตกเรือหรอกน่า ลัลนาบอกปัดความหวังดี เพราะเคยชินกับการพึ่งพาตัวเองอยู่เป็นนิจ มิได้มีเจตนาจะทำให้ใครเสียหน้า

ทว่าคนที่โดนปฏิเสธกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น ถ้อยคำที่เธอบอกกล่าวเสมือนมีมือหนาๆ ตบลงมาบนใบหน้า แม้จะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกชาๆ ได้เช่นกัน

ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเมื่อย จิรเมธพูดเสียงขุ่น ชักมือกลับทันควัน แล้วสะบัดก้นเดินเข้าไปในถ้ำโดยไม่รอใคร

หญิงสาวได้แต่ถอนใจมองพ่อคนขี้งอน ก่อนจะก้าวขาขึ้นฝั่งตามไป โดยมีเด็กหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นไกด์นำชมและอธิบายรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวตามขึ้นมาสำทับ เหลือเพียงแค่ลุงกล่ำที่ยังนั่งอยู่โยงเฝ้าเรือ เพื่อมิให้กระแสน้ำพัดพามันหายไป

 


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โหมโรงเอาไว้ก่อนว่าจะพาทัวร์ถ้ำ

ใครอยากรู้ว่าถ้ำเมืองตรังเก๋ขนาดไหน มาตามต่อตอนหน้าค่า

รับรองอ่านแล้วจะอยากตีตั๋วไปเที่ยวทันทีเลย โดยเฉพาะคนที่อยากมีแควนนนนน


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น