ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 3 : แกลลอนที่ 1 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

หนุ่มนักเรียนนอกดีกรีมหาบัณฑิตที่เพิ่งจะผ่านการรับใบประกาศนียบัตรมาหมาดๆ จากประเทศอังกฤษ กำลังรื้อค้นแผนงานประจำปีของกลุ่มบริษัทในเครือเดชาธร ซึ่งเขาจะต้องเข้ามารับช่วงดูแลต่อจากบิดาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่ว่าเขาจะเพียรหามันจากในตู้สักเท่าไร ก็กลับไม่พบ ครั้นพอลองค้นดูจากโต๊ะทำงานของท่านในลิ้นชัก เขาก็ยิ่งไม่เจอแม้แต่วี่แววของมันเลยสักนิด

ด้วยเหตุนั้น จิรเมธ เดชาธร เลยล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาเอกสารมาศึกษารายละเอียดสำคัญต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนากิจการของครอบครัวให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นโดยทันที

ทว่า!!! พอเขาเอื้อมมือไปหมายจะปิดลิ้นชัก ชายหนุ่มกลับเหลือบไปเห็นสมุดเล่มใหญ่เล่มหนึ่ง ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ยังด้านในสุด จิรเมธจึงสอดมือเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดู เผื่อว่าบางทีอาจจะเป็นรายงานที่ตนกำลังตามหาอยู่ก็เป็นได้

เมื่อเปิดไปที่หน้าแรก เขาก็ได้พบกับสมุดบัญชีธนาคารเล่มหนึ่งวางซ่อนอยู่ในนั้น อีกทั้งยังมีรายละเอียดสรุปรายจ่ายอย่างถี่ถ้วนว่า

บัญชีเงินโอน

คิ้วหนาดกดำขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ก่อนสมองจะสั่งการให้สองมือพลิกเปิดอ่านในหน้าถัดไป

แล้วหัวคิ้วคมเข้มก็ยิ่งกระตุกเป็นปม หลังจากได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าบิดามีการโอนเงินออกเป็นจำนวนหนึ่งหมื่นบาททุกๆ เดือนในบัญชีของท่าน ซึ่งกินระยะเวลามามากกว่าสามปีแล้ว

เงินอะไร ทำไมต้องโอนเข้าให้ทุกเดือนด้วย? จิรเมธพึมพำกับด้วยความสงสัย พลิกอ่านเนื้อหาข้างในสมุดบัญชีตั้งแต่หน้าแรกอย่างละเอียดยิบ ลืมความตั้งใจเดิมที่จะค้นหาแฟ้มรายงานแผนงานประจำปี แล้วเขาก็พบว่าบัญชีลับซึ่งบิดาโอนเงินเข้าให้นี้ เป็นหมายเลขบัญชีเดียวกันทั้งหมด!

คุณพ่อโอนเงินไปให้ใครกันทุกเดือน?

คนเป็นลูกยิ่งทวีความฉงนใจอีกหลายเท่า เมื่อตั้งหน้าอ่านรายงานภายในเล่มต่อไปจนถึงหน้าสุดท้าย และได้ล่วงรู้ถึงข้อมูลอีกอย่างหนึ่งว่า การโอนเงินครั้งล่าสุดนั้น เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้เอง ความคลางแคลงทำให้เขาไม่สามารถอดรนทนไหว ต้องรีบปิดสมุดบัญชีเล่มนั้นลง ก่อนจะถือมันติดมือออกไปถามหาข้อเท็จจริงกับผู้เป็นพ่อ ด้วยความมุ่งมั่นต้องการที่จะได้รับคำตอบให้คลายข้อกังขาในใจตน

 

ว่ายังไงตาจิม อ่านเอกสารงานต่างๆ ไปถึงไหนแล้วล่ะ เกริกเกียรติร้องทักบุตรชายแสนรักเพียงคนเดียว เมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าท่าทางแจ่มใส

ก็อ่านไปได้เป็นบางส่วนแล้วละครับ จิรเมธถือสิ่งของต้องสงสัยเข้ามาหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาข้างบิดา

รีบๆ ศึกษางานเข้าละ อย่าลืมนะว่าเดือนหน้านี้ พ่อจะเริ่มให้แกเข้าไปนั่งแท่นในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารแล้วเกริกเกียรติกำชับบุตรชายอย่างไม่จริงจังนัก

ครับ เขาพยักหน้ารับสั้นๆ แต่ผมยังมีข้อข้องใจอยู่อีกนิด เลยอยากจะถามคุณพ่อสักหน่อยครับ

อะไรล่ะ? คนฟังถามกลับอย่างเต็มใจ

คือผมเจอสมุดเล่มนี้เข้าโดยบังเอิญน่ะครับ ข้างในนี้มีแต่รายละเอียดของการโอนเงินออกไปยังบัญชีเดิมทุกๆ เดือน ผมก็เลยสงสัยว่ามันเป็นบัญชีอะไรครับ? คนพูดวางเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าบิดา

แม้นจิรเมธจะรู้สึกติดใจในรายละเอียดหลายๆ ข้อที่นึกสงสัยก็ตามที แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าทันทีที่บิดาได้เห็นมัน เกริกเกียรติจะพลันออกอาการเลิกลั่ก สีหน้าดูร้อนรน แถมยังทำตาลุกตาชันจนเกินกว่าเหตุอีกต่างหาก คนเป็นลูกจึงจับจ้องท่าทางส่อพิรุธของท่านอย่างพินิจขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยปากถามกลับ

แกไปเอาสมุดเล่มนี้มาจากไหน?

ผู้เป็นพ่อรีบฉวยหมับเอาสมุดเล่มนั้นมาถือครองไว้อย่างหวงแหน เป็นเหตุให้คนที่พยายามจะไม่คิดอะไรมาก มองบิดาบังเกิดเกล้าด้วยความเคลือบแคลงเพิ่มมากขึ้น

ผมเจอในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณพ่อ ตอนที่กำลังหาสมุดแผนงานประจำปีอยู่น่ะครับ

สายตาของจิรเมธจ้องเขม็งไปที่สมุดบัญชีในมือของผู้เป็นพ่อไม่วางตา ก่อนที่เรียวปากหยักเชิดจะเอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำอันผิดแผกแปลกไปจากเดิมของท่าน

ว่าแต่คุณพ่อโอนเงินไปให้ใครทุกๆ เดือนเหรอครับ?

คราวนี้คนที่ถูกถามกลับเป็นฝ่ายอ้ำอึ้งอึกอักเสียเอง ทำให้จิรเมธยิ่งอยากจะรู้เหตุผลเข้าไปใหญ่ จึงดักคอถามขึ้นอีกทันควันเมื่อยังมิได้คำตอบ

สมุดเล่มนี้มันมีความลับอะไรเหรอครับ?

มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แกจะสนใจไปทำไม เกริกเกียรติสะบัดเสียงบอกอย่างไม่พอใจเป็นการกลบเกลื่อน แต่มีหรือที่คนรู้ทันจะยอมละทิ้งความพยายามลงแต่โดยง่าย

เอ๋? ทำไมคุณพ่อต้องทำเหมือนมีอะไรปิดบังด้วยล่ะครับ มันยิ่งทำให้ผมอยากรู้ซะแล้วสิ หนุ่มขี้เล่นพูดอย่างทะเล้น แล้วจึงงัดกลยุทธ์เด็ดพรายขึ้นมาต่อรองกับบิดา หรือว่าผมควรจะไปถามคุณแม่ดีล่ะครับ?

ครั้นพอได้ยินชื่อศรีภรรยาที่เคารพรักเพียงเท่านั้น สามีผู้ประพฤติตนอยู่ในโอวาทอย่างดีเยี่ยมเช่นเกริกเกียรติจึงออกอาการวัวสันหลังหวะขึ้นมาทันตา ต้องรีบออกปากร้องห้ามบุตรชายเป็นพัลวัน เพราะขืนถูกผู้เป็นลูกชายซักไซ้มากไปกว่านี้ แล้วเกิดแม่ทูนหัวผู้ได้รับฉายา ทะเลเรียกพี่เดินผ่านมาได้ยินเข้าละก็ งานนี้ไม่แคล้วเขาต้องตายหยังเขียดเป็นแน่แท้

ชู่... เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวแม่แกมาได้ยินเข้าหรอก เกริกเกียรติกระซิบบอกบุตรชายมิให้ส่งเสียงดัง เพราะมันอาจจะนำพาความซวยมาเยือนสู่ตนได้ สายตาก็คอยสอดส่องเหลียวซ้ายแลขวามองหาร่างของศรีภรรยาอย่างระแวดระวัง

ทำไมคุณพ่อต้องกลัวลนลานขนาดนี้ด้วยล่ะครับ? คนขี้สงสัยขมวดคิ้วถาม หรือว่าคุณพ่อเอาเงินนั่นไปทำอะไรไม่ดีไว้ เลยต้องปิดเป็นความลับกับคุณแม่ครับ?

แกนี่ช่างคิดนักนะ พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง!” คนถูกกล่าวหารีบแก้ตัวเสียงขุ่น แกก็รู้นี่ว่าเรื่องเงินเรื่องทองมันเป็นของต้องห้ามสำหรับแม่แกขนาดไหน

อ๋อ... เพราะแบบนี้ คุณพ่อก็เลยต้องทำบัญชีลับขึ้นมา เพื่อไม่ให้คุณแม่รู้เรื่องนี่เองชายหนุ่มดีดนิ้วดังเป๊าะเมื่อชิงเอ่ยแทรกอย่างรู้ทัน

ก็ทำไมเขาจะไม่เข้าใจในความมัธยัสถ์ ประหยัดและตระหนี่ จนกลายเป็นความเค็มเคี่ยวของมารดาอย่างถ่องแท้ล่ะ ในเมื่อคุณงามความดีข้อนี้ของท่านนี่แหละ ที่ได้ถ่ายทอดมาสู่เลือดเนื้อเชื้อไขเช่นเขาจนหมดสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงแห่งการแข่งขันทางเชิงธุรกิจด้วยแล้ว...

เขายิ่งกัดไม่ปล่อย!!!

แกนี่ชักจะกวนประสาทมากขึ้นทุกวันแล้วนะ คนเป็นพ่อเอ็ดเสียงเขียว อดหมั่นไส้นิสัยยียวน ช่างรู้ของบุตรชายไมได้

ครับ แทนที่คนฟังจะรู้สึกสลด แต่ไอ้ลูกชายตัวแสบของเขากลับพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจเสียนี่ เกริกเกียรติเลยเงื้อมือขึ้นหมายจะประเคนมะเหงกลงบนหัวของอีกฝ่ายเสียให้สาสม ทว่าคนรู้แกวกลับชิงจังหวะร้องถามในเรื่องที่ยังค้างคาใจของเขาอยู่ซะก่อน โดยไม่สนใจท่าทีเข่นเขี้ยวของท่านเลยแม้แต่น้อย

สรุปแล้ว... เงินในบัญชีอันนี้ มันเป็นเงินอะไรกันแน่ครับคุณพ่อ?

แม้นน้ำเสียงจะไม่ได้คาดคั้นขึงขังในคำตอบมากนัก แต่แววตาคนพูดก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เขาจะไม่ยอกเลิกราง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้คำตอบอันแท้จริงเช่นกัน

คนเป็นพ่อจึงต้องครุ่นคิดตริตรองอย่างหนัก ก่อนจะจำใจเล่าเรื่องราวแก่เจ้าตัวไปในที่สุด พร้อมกับพยายามระมัดระวังคำพูดของตนเป็นนักหนา จะได้ไม่เผลอพูดพาดพิงถึงบุคคลผู้เกี่ยวข้องคนอื่น

เฮ้อ... เกริกเกียรติถอนหายใจยืดยาว พลางหลุบตาลงต่ำอย่างละอาย จริงๆ แล้วพ่อไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ให้แกต้องพลอยกลุ้มใจไปด้วยเลย

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผู้เป็นพ่อ จิรเมธจึงร้องถามด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ!?

ตั้งใจฟังพ่อให้ดีๆ นะลูก อีกฝ่ายมองหน้าลูกชายนิ่ง แววตารู้สึกผิดอย่างท่วมท้น พ่อเป็นหนี้!”

ฮ้า!!! คุณพ่อพูดว่าอะไรนะครับ ครอบครัวเราน่ะเหรอ...เป็นหนี้!?

หนุ่มนักเรียนนอกส่ายหัวไปมาแรงๆ ไม่อยากจะเชื่อ ทั้งระคนสับสนมึนงงในสิ่งที่ได้รับรู้ เพราะฐานะทางบ้านของเขานั้นเข้าขั้นดีมากถึงมากที่สุด เรียกว่ารวยเป็นระดับเศรษฐีเลยก็ว่าได้ แล้วไอ้เรื่องทีเขาเพิ่งได้ยินออกจากปากของบิดามันจะเป็นจริงไปได้อย่างไรกัน?

ใช่! ครอบครัวของเราเป็นหนี้ พ่อถึงต้องโอนเงินไปใช้คืนท่านอยู่ทุกวันนี้ยังไงล่ะ?

ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นจากบิดา ทำเอาคนฟังถึงกับอึ้งกิมกี่ไปนานหลายนาที เพราะสรรพนามยามที่บิดาเรียกขานเจ้าหนี้อย่างยกย่องเชิดชูนั้น มันแสดงให้เขาได้เห็นว่า

คุณพ่อไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน

จิรเมธเลยยิ่งพลันวิตกต่อเรื่องหักมุมที่ตัวเขาแทบจะตลกไม่ออก หากก็ยังพอเหลือสติ สามารถปรับสภาพจิตใจให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

คุณพ่อเป็นหนี้ใครเหรอครับ? เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีสงบนิ่ง พยายามคิดใคร่ครวญหาทางแก้ไข แล้วเรายังติดเงินเขาอยู่อีกเท่าไรกันครับ?

เจ้าหนี้ของพ่อเป็นคนที่แกก็รู้จักดี

แววตาของบิดายามที่เอ่ยถึงบุคคลดังกล่าวมีแววเทิดทูนอย่างที่สุด

ใครกันครับ... คนที่ผมก็รู้จัก?

การตอบไม่ตรงคำถาม ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดว่าบิดาจงใจหลีกเลี่ยงด้วยการตอบคำถามอย่างคลุมเครือ คนเป็นลูกก็ยิ่งรู้สึกว่าท่านมีพิรุธ

ถึงรู้ไป แกก็ช่วยอะไรพ่อไม่ได้หรอก

ทำไมล่ะครับ แค่คุณพ่อบอกผมมาเท่านั้นว่าเจ้าหนี้ของคุณพ่อเป็นใคร บางทีผมอาจจะหาวิธีลอมชอม หรือไม่ก็หาเงินมาใช้คืนแทนคุณพ่อได้นะครับ

อย่าเลยตาจิม หนี้อันนี้มันเป็นหนี้ของพ่อ พ่อก็ต้องชดใช้ด้วยตัวของพ่อเอง ถึงอย่างนั้นเกริกเกียรติก็ยังโบกไม้โบกมือปฏิเสธในความหวังดีของบุตรชายแบบไม่ต้องคิด ก่อนจะกล่าวต่อไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า ส่วนเรื่องตัวเลขที่พ่อเป็นหนี้นั้น แกรู้ไว้แค่ว่าต่อให้ใช้ทั้งชีวิต แกกับพ่อก็ยังหามาใช้ท่านไม่หมดเลย

ฮะ!!!” คนฟังถึงกับทำตาโตด้วยความตกใจ พร้อมทั้งเอ่ยค้านขึ้น คุณพ่อไปเป็นหนี้ใครเขาเยอะขนาดนั้นได้ยังไงกันครับ ในเมื่อกิจการของบ้านเราก็เจริญรุ่งเรืองดีทุกอย่าง แล้วไหนจะยังทรัพย์สมบัติกับเงินเก็บของคุณแม่อีกจำนวนมหาศาล แทบจะเรียกว่าใช้ทั้งชาติ บ้านเราก็ยังใช้ไม่หมดเลยนะครับ

มันเป็นหนี้ที่ติดตัวมาตั้งแต่พ่อเกิดน่ะ แกไม่เข้าใจหรอก เกริกเกียรติบอกปัดไม่ให้บุตรชายใส่ใจ เมื่อเห็นท่าว่าเจ้าตัวคงซักไซ้เขาไม่ยอมเลิก

ตั้งแต่เกิดเลยเหรอครับ?!” จิรเมธถามย้ำ แล้วจึงเอ่ยอย่างที่ใจคิด ไม่น่าเชื่อ!”

เรื่องจริง! พ่อจะไปโกหกแกทำไม? เขากล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่บุตรชายทำราวกับว่า ตนเป็นคนปลิ้นปล้อนเสียกระนั้น

นั่นน่ะสิครับ คุณพ่อจะมาโกหกผมทำไม!?” จิรเมธหรี่ตามองบิดาอย่างทบทวนซ้ำไปมา เพราะสิ่งที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดนั้น...

มันยากเกินจะเชื่อได้!

จริงอยู่ที่คุณพ่อของเขาเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยพูดปดกับเขาเลยสักครั้งในชีวิต แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่ท่านสามารถปกปิดข้อเท็จจริงอันน่าตกใจนี้แก่เขาและมารดามานานหลายปี โดยที่พวกเขาไม่เคยนึกเอะใจหรือรู้ระแคะระคายอันใดเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำด้วยนิสัยอย่างท่าน ถ้าหากมีหนี้สินท่วมหัวชนิดที่ใช้ทั้งชาติยังไงก็ไม่หมด ท่านคงจะไม่จับจ่ายใช้สอยอย่างสบายดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แน่นอน

และที่สำคัญ...บิดาคงจะไม่มีเงินส่งเสียให้เขาไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนาอยู่เป็นนานสองนานเด็ดขาด

จิรเมธพยายามขบคิดปัญหาโลกแตกนี้ด้วยความกลัดกลุ้ม ทว่าจนแล้วจนรอด ตัวเขาเองก็ไม่อาจหาคำตอบที่เหมาะสมได้ หนทางที่ดีที่สุดก็คือสอบถามความเป็นไปจากบิดาให้ได้ความกระจ่าง ริมผีปากหยักจึงเตรียมจะเอ่ยถามไถ่บิดาอีกคำรบ แต่กลับถูกน้ำเสียงทรงอำนาจที่เอื้อนเอ่ยดังออกมาอย่างอ่อนโยนสกัดกั้นความคิดของเขาเสียก่อน

สองพ่อลูกมานั่งหลบมุมคุยอะไรกันอยู่ตรงนี้จ๊ะ?

อำไพพรรณเดินตรงเข้ามาสมทบด้วยท่าทียิ้มแย้ม ทำเอาฝ่ายสามีถึงกับออกอาการสะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมองทางต้นเสียงของศรีภรรยาทันที เมื่อเห็นเจ้าหล่อนกำลังเยื้องย่างนวยนาดเข้ามาหาพวกตน เขาจึงหันกลับมากระซิบสั่งลูกชายอย่างด่วนจี๋ว่า

รีบเอาสมุดเล่มนี่ไปเก็บซะ แล้วอย่าให้แม่แกเห็นเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นแม่แกได้หัวใจวายตายแน่

พูดจบคนกล่าวก็ลุกขึ้นยืนเป็นทัพหน้า เร่งรุดจัดแจงเดินเข้าไปประคองภรรยาที่เคารพรักอย่างประจบ สองแขนแข็งแรง แต่อ่อนนุ่มเยี่ยงคนที่ไม่เคยต้องลำบากตรากตรำตรงเข้าตวัดโอบกระชับเอวบางที่ดูหนาขึ้นเพียงเล็กน้อยของภรรยาที่ยังคงความสะพรั่งดุจสาวสองพันปีเอาไว้อย่างรักใคร่ มอบจุมพิตอันดูดดื่มลงบนแก้มนวลอย่างออดอ้อน

คุณเพิ่งเปลี่ยนน้ำหอมรึเปล่าจ๊ะ ทำไมวันนี้ผมถึงได้รู้สึกว่าตัวคุณห๊อมหอมผิดปกติ

คุณนี่ละก็ อำไพพรรณตีแขนสามีอย่างเขินอายในความช่างฉอเลาะของเขา ร้อยวันพันปีไม่เห็นคุณเคยชมพรรณเลย นี่แอบไปทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ ถึงได้แกล้งเอาใจกันแบบนี้

คำถามแทงใจเล่นเอาคนฟังทั้งสองถึงกับออกอาการตะลึงงัน ผู้เป็นสามีนั้นกำลังจิตตกจนเหงื่อแตกพลั่ก เพราะกลัวความลับที่ตนเพียรเก็บงำมานานจะแตกดังโพละ จนก่อให้เกิดจลาจลครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของบ้านเดชาธร

ขณะเดียวกันคนเป็นลูกก็แอบนึกขำท่าทีลุกลี้ลุกลนของบิดาจนแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

คุณนี่ชอบมองผมในแง่ร้ายนักเชียว ผมพูดเรื่องจริงนะ เกริกเกียรติเลยต้องยิ่งออเซาะทำคะแนนศรีภรรยาเป็นการด่วน พร้อมทั้งรีบหอมแก้มเจ้าหล่อนอีกฟอดใหญ่เป็นการยืนยัน เล่นเอาอำไพพรรณถึงกับออกอาการเหนียมอายยืนม้วนต้วนอยู่หลายตลบ ราวกับเธอเป็นเด็กสาวแรกรุ่นก็ไม่ปาน

แล้วคนหัวแหลมก็อาศัยจังหวะนี้กกกอดร่างงามเอาไว้อย่างแนบเนียน เพื่อกักกันไม่ให้เจ้าหล่อนเดินไปหาบุตรชายได้ ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มซึ่งแม้นจะล่วงโรยตามกาลเวลาไปบ้าง แต่ยังคงความหล่อเหล่าเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย จะแอบหันไปส่งซิกให้บุตรชายรีบปฏิบัติตามคำขอร้องของเขาเสียเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เรื่องราวทุกอย่างจะบานปลายไปใหญ่โต

ฝ่ายคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อันใดก็เพียงตอบกลับสามีไปอย่างขำขันว่า

ก็เวลาฉันมองคุณในแง่ดีทีไร เป็นต้องได้เรื่องทุกทีนี่คะ อำไพพรรณแกล้งแยกเขี้ยวใส่สามี โดยไม่รู้ตัวเลยว่าอาการหยอกล้อของเธอนั้น มันจะทำให้คนมองถึงกับเสียวสันหลังวาบ

จิรเมธเห็นรอยยิ้มแหยๆ ของบิดาที่เพียรส่งมาอ้อนวอนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แม้นจะยังกังขาในเรื่องเมื่อครู่นี้อยู่มาก แต่จำต้องยอมยื่นมือช่วยเหลือผู้เป็นพ่ออย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะถ้าหากเรื่องทุกสิ่งเกิดเป็นความจริงขึ้นมาละก็ ตัวเขาเองยังแทบไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ยามที่มารดาผู้แสนใจดีกลายร่างเป็นนางพญามาร จัดการสำเร็จโทษบิดาเหมือนกับหนังจีนกำลังภายในสมัยก่อนที่เขาเคยดูนั้น มันจะดุเด็ดเผ็ดมันจนเลือดสาดขนาดไหน

ชายหนุ่มจึงรีบนำหลักฐานชิ้นเด็ด ซึ่งอาจจะกลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่กวาดล้างทำลายโลกให้พินาศในชั่วพริบตาแอบซ่อนเอาไว้ด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยปากกระเซ้าบุพการีทั้งสองตามประสาด้วยความสนุกสนาน ราวกับว่าเขาไม่เคยพูดคุยเรื่องร้ายแรงอันใดกับคนเป็นพ่อเหมือนดังเช่นเมื่อครู่เลยสักนิด

วี้ดวิ้ว... หนุ่มขี้เล่นผิวปากอย่างอารมณ์ดี คุณพ่อคุณแม่นี่ชอบจีบกันไม่มีเบื่อเลยนะครับ

จีบเจิบอะไรกันตาจิม พ่อกับแม่แก่จนอายุปูนนี้แล้ว อำไพพรรณเอ็ดลูกชายอย่างกระดากอาย

ใครบอกกันล่ะครับ คุณแม่ของผมออกจะยังสวยไม่สร่างเลยสักนิด คนเป็นลูกหยอดคำหวานสีหน้าระรื่น พลอยทำให้คนฟังอดหัวเราะขันตามไปด้วยไมได้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะอาศัยช่วงที่มารดาเผลอหันไปส่งซิกกับบิดาทางสายตาว่า

ผมจะยอมเชื่อเรื่องที่คุณพ่อเล่ามาทั้งหมดก็ได้...

แต่แค่วันนี้เท่านั้นนะครับ

จากนั้น พ่อคนหัวไวก็ฉวยโอกาสนี้รีบชิ่งหนีท่านทั้งสองไปอย่างแนบเนียน

งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ จะได้ไม่รบกวนเวลาจู๋จี๋ของคุณพ่อคุณแม่ ถ้าขืนผมนั่งนานไปกว่านี้ละก็ เดี๋ยวจะสำลักความหวานแถวนี้ซะเปล่าๆ คนพูดเอ่ยล้อเลียนหน้าเป็น ก่อนจะรีบลุกขึ้นหันหลังเดินจากไปโดยฉับไวอย่างรู้งาน ปล่อยให้คนถูกแซวที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรออกอาการประหม่าต่อหน้าสามีด้วยความเคอะเขิน

ดูสิคะ ตาจิมนี่เซี้ยวใหญ่แล้ว เหมือนคุณตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิดเมื่อทำอะไรไม่ได้ อำไพพรรณจึงกล่าวโทษเขาเสียเลย

อ้าว... แล้วทำไมมาลงกับผมคนเดียวล่ะ? ผู้เคราะห์ร้ายร้องโวย

ก็คุณเป็นพ่อนี่คะ นิสัยกะล่อนเหมือนกันเปี๊ยบอย่างนี้ จะไม่ให้โทษได้ยังไง ภรรยาคนสวยส่งค้อนให้สามีด้วยความหมั่นไส้

แต่คุณก็เป็นแม่เหมือนกันนี่จ๊ะ แถมยังเป็นเมียที่น่ารักของผมอีกต่างหาก เกริกเกียรติเอ่ยออดอ้อน พร้อมทั้งโอบกอดเรือนร่างอวบอิ่มให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เขาเลยได้รับฝ่ามือพิฆาตจากศรีภรรยาเป็นการตอบแทน ก่อนที่เจ้าตัวจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชื่นบานด้วยความโล่งใจว่า 

ต่อให้โลกจะแตกเดี๋ยวนี้หรือตอนไหน...

เขาก็จะไม่มีวันยอมให้เมียบังเกิดเกล้ารู้เรื่องนี้เป็นอันขาด!

เพราะมันหมายถึงหายนะที่จะตามเขามานั่นเอง


--------------------------------------------------------------------


เปิดฉากปุ๊บ! ก็เป็นหนี้ปั๊บ!

โถถถถถถถ พ่อจิมของเพ่ ทำมายชีวิตรันทดขนาดเน้

ว่าแต่พระเอกเราเป็นหนี้ใคร? เท่าไหร่? ยังไง?

มาตามต่อคราวหน้านะคะ ^_^


ป.ล. vote สักนิด เมนต์สักหน่อย คนเขียนจะขอบคุณๆๆๆๆๆมาก 

เพราะคำติชมของคุณๆๆๆ ทำให้คนเขียนมีกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานได้ดียิ่งขึ้นค่า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น