ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 27 : แกลลอนที่ 13 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 เม.ย. 60



จิรเมธขับรถตามหาหญิงสาวในร้านตัวเมืองข้างสถานีรถไฟก่อน ตามที่บิดาของหล่อนบอกกล่าว แต่วนรถเพียรดูอยู่หลายรอบก็ยังไม่เจอแม่ตัวดีเสียที ชายหนุ่มจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. หาอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะหงุดหงิดผสมปนเปกลับความห่วงหา

สวัสดีค่ะ ลัลนากดรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสุภาพโดยไม่รู้ว่าเป็นจิรเมธ เพราะไม่ได้บันทึกเบอร์เขาไว้

เธออยู่ไหน? น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากถูกส่งผ่านมาตามคลื่นสาย ทำให้คนที่กำลังเกิดความท้อแท้ ไม่สบายใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งพานฉุนเฉียวได้ไม่ยาก

ถ้าไม่มีธุระอะไรละก็ อย่าเพิ่งโทร. มากวนใจฉันตอนนี้ได้ไหม ฉันไม่มีอารมณ์จะทะเลาะกับนายหรอกนะ

ลัลนาตอบกลับเสียงขุ่น แต่ฟังดูแล้วมันกลับเนือยๆ ผิดวิสัยของเจ้าหล่อนที่ต้องส่งเสียงแว๊ดๆ มาก่อนพิกล ทว่าตอนนี้จิรเมธเองก็หงุดหงิดงุ่นง่านเกินกว่าจะมานั่งใส่ใจกับน้ำเสียงที่แปลกไปของอีกฝ่ายเสียด้วย

ในเมื่อคนผิด! ก็คือเธอ... ที่ทำอะไรไปโดยพละการ

ธุระน่ะมีแน่ ฉันสั่งเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าเพิ่งเอาของไปขาย ให้รอฉันก่อน แล้วทำไมเธอถึงได้อวดดีไม่ยอมฟังที่ฉันพูดบ้าง แล้วที่นี้เป็นไงล่ะ ถูกเขาเรียกให้มาเก็บของคืน หน้าแตกละเอียดเลยสิท่า เขาตำหนิตรงๆ แถมยังประชดประชันซ้ำเติม โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนฟังเลยสักนิด

ตื้ดดด...

เอาอีกแล้ว... เขาถูกเจ้าหล่อนวางสายใส่อีกละ เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยเด็กๆ แบบนี้เสียทีนะ

จิรเมธคิดอย่างขุ่นเคือง พลางต่อสายหาเจ้าตัวใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้กลับไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับเหมือนเช่นเดิม

เดาได้เลยว่าหล่อนจะต้องปิดเครื่องหนีเขาไปแล้วแน่ๆ

ชายหนุ่มจึงเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วหันมาสั่งลูกน้องหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า

นายบ่าว บอกทางไปหาดปากเมงที ฉันจะรีบไปสั่งสอนเด็กดื้อด้านเสียหน่อย

ครับ เมื่อได้ยินคำสั่งประกาศิต นายบ่าวจึงชี้มือชี้ไม้ไปข้างหน้า เพื่อบอกให้คนขับกลับรถแล้ววิ่งตรงไปเรื่อยๆ ยังถนนสายหลักโดยไม่พูดอะไร เพราะความรวดเร็วปานเรือเหาะที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าของเครื่องยนต์นั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่นของคนขับได้ดีอยู่แล้ว

ยิ่งถ้าขืนเขาเอ่ยสิ่งใดผิดหูคนฟังไปเพียงแค่นิดเดียวละก็ มีหวังเขาได้กลายเป็นผีเฝ้าถนนอยู่แถวนี้แน่ๆ

คนร่วมทางเอาแต่นั่งตัวเกร็ง พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอติดๆ กันหลายเอื๊อก จนในที่สุดจิรเมธก็เลี้ยวรถเข้าสู่ตัวถนนที่เลียบไปกับริมหาดทรายสีขาว ซึ่งมีผู้คนครึกครื้นมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดนี้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลง ทำให้นายบ่าวพอจะหายใจหายคอคล่องขึ้นบ้าง

นายบ่าวรู้จักผู้ใหญ่ธมกับลูกสาวใช่ไหม? อยู่ๆ จิรเมธก็เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ขณะเบี่ยงรถเข้าทางเลนซ้าย เพื่อเปิดโอกาสให้รถคันอื่นที่ตามหลังมาแซงขึ้นหน้าไปได้อย่างสะดวก

ครับ บ่าวตอบสั้นๆ ไม่อยากจะเสี่ยงพูดมากให้นายหนุ่มที่ทำหน้าบึงขัดใจไปมากกว่านี้

ดี! งั้นช่วยกันมองหาลัลนาหน่อย ฉันจะขับรถไปช้าๆ

ครับ คนฟังพยักหน้ารับ

และแล้วทุกอย่างภายในตัวรถก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบงัน ทั้งสองหนุ่มต่างก็แข่งกันเพ่งพิศมองไปยังสองข้างทางและร้านรวงต่างๆ ที่ขับผ่านตลอดเส้นถนนสายยาว จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงโค้งใกล้จะสุดริมหาดอยู่รอมร่อ สายตาของจิรเมธจึงเหลือบเห็นร่างบางนั่งก้มหน้ากอดเข่าตรงริมฟุตบาทอย่างหมดอาลัย เขาจึงเหยียบเบรกหยุดรถเข้าจอดข้างทางห่างจากหญิงสาวอยู่พอสมควร

หยุดรถทำไมเหรอครับ? นายบ่าวถามอย่างงงๆ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ เขาจึงมองเลยไปตามสายตาของผู้เป็นนาย จนได้พบกับคำตอบที่รออยู่เบื้องหน้า

คุณหนูนา!” เขาร้องด้วยความดีใจที่พบตัวหล่อนเสียที

แต่เอ๊ะ! ทำไมเธอถึงได้นั่งกอดเข่าเจ่าจุกแปลกๆ แบบนั้นเล่า?

เอ่อ... ผมว่าเธอกำลังนั่งร้องไห้อยู่นะครับ นายบ่าวหันมาบอกคนข้างกาย เมื่อเห็นสองไหล่บางห่อลู่อย่างไหวสะท้าน ด้วยเกรงว่าคนที่ออกอาการโมโหโทโสเมื่อครู่จะขาดความยั้งคิด ตรงเข้าไปซ้ำเติมเธอให้ยิ่งเสียใจหนักขึ้น

ฉันรู้แล้วจิรเมธตอบกลับเสียงเรียบ พลางนั่งมองยายตัวแสบที่ชอบงัดข้อกับเขาอยู่ตลอดอย่างเงียบๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเขารู้สึกอย่างไร

แต่ที่แน่ๆ เขารู้สึกโหวงๆ ไม่สบายใจเอาเสียเลยกับภาพตรงหน้า

จิรเมธเลยเอาแต่นั่งนิ่งภายในรถ ทอดสายตาแห่งความห่วงหาไปยังหญิงสาวอยู่นานนับสิบนาที บางครั้งเขาก็จะเห็นหล่อนเงยหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบ้างเป็นบางคราว ก่อนจะก้มหน้าซบท่อนแขนลงไปอีกด้วยความสิ้นหวัง จวบจนลัลนาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน หยิบถุงพลาสติกข้างกายที่เขาเดาว่าคงจะมีสบู่นับร้อยก้อนอยู่ในนั้นมาถือไว้ เหวี่ยงมันลงในรถกระบะคันเก่ากึกอย่างอ่อนแรง แล้วพาร่างกายที่ไร้กำลังวังชาเดินไปนั่งประจำตำแหน่งและขับรถออกไป

เมื่อนั้นแหละ... รถแวนที่สตาร์ทเครื่องยนต์เตรียมพร้อมรอท่าเอาไว้แล้ว จึงขับตามรถกระบะทันที

ในระหว่างทางคนทำหน้าที่บอกทางอย่างนายบ่าวได้แต่นั่งนิ่งๆ ไม่พูดไม่ถาม ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มขับรถไปเรื่อยๆ โดยใช้ความคิดอยู่เพียงลำพัง กระทั่งรถของลัลนาวิ่งเข้าสู่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง ก่อนจะจอดรถลงตรงหน้าร้านขายของชำและของที่ระลึกขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง รถคันที่เขาโดยสารมาจึงหยุดตาม

สองนายบ่าวที่ทำตัวราวกับเป็นโฮมและวัตสันกลับชาติมาเกิด พยายามเพ่งมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวก้าวขาลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปในร้านด้วยสีหน้าไม่ค่อยสดชื่นนัก

ลัลนาเข้าไปทำอะไรที่นั่นอีก?

ทั้งจิรเมธและบ่าวต่างก็เกิดคำถามขึ้นภายในใจไม่แตกต่างกันนัก

แต่แล้วข้อข้องใจของคนทั้งคู่ก็มีอยู่เพียงไม่นาน เมื่อในอีกห้านาทีต่อมา ลัลนาก็เดินออกมาพร้อมกับถุงไซส์กลางอีกหนึ่งใบ แม้ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ทันทีว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้น...

พอเห็นเจ้าหล่อนเดินออกมาด้วยสีหน้าหม่นหม่อง แถมยังยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำที่เอ่อคลอจนจวนเจียนจะหยดเต็มที  หัวใจของคนมองก็พลันอ่อนยวบ ความรู้สึกที่เคยคิดว่าขึ้งโกรธแม่สาวหัวรั้นที่ไม่ยอมเชื่อฟังเขามากมายหลายแสน กลับกลายเป็นพายุที่สงบลงไร้ฤทธาภายในชั่วพริบตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ความสงสารที่เกิดขึ้นมาจับจิต คอยเพียรบอกแก่เจ้าตัวว่า

ถึงแม้เขาจะโมโหที่หล่อนชอบอวดเก่งจนได้เรื่อง!

แต่พอได้เห็นน้ำตายายตัวแสบเข้า... เขาก็โกรธเธอไม่ลงจริงๆ

ยิ่งได้เห็นหล่อนหน้าหงอยเดินคอตกกลับมาขึ้นรถดังเดิมด้วยสภาพซึมกระทือ ราวกับร่างกายไร้วิญญาณ ผิดไปจากแม่ลิงทะโมนลูกสาวผู้ใหญ่กล้าแห่งบ้านเขากะหมอกลิบลับเช่นนี้ด้วยแล้ว จิรเมธก็ร่ำๆ จะกระโดดลงจากรถ ดึงเจ้าหล่อนเข้ามาสวมกอดเอาไว้ แล้วให้แผงอกกว้างของเขาคอยทำหน้าที่ส่งผ่านความอบอุ่นจากเลือดเนื้อและจิตใจ ซึ่งเฝ้าเป็นห่วงเป็นใยหญิงสาวอยู่ไม่ห่างช่วยซับน้ำตาปลอบประโลมใจ จนทำให้เธอคลายความเศร้าโศกลงไปได้บ้าง

ชายหนุ่มคงได้ทำตามที่คิดสมดังใจ หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายเคลื่อนรถกระบะออกไปเสียก่อน

สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้...คงมีเพียงคอยตามดูหญิงสาวอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เท่านั้น จิรเมธจึงหักพวงมาลัยขับตามเธอออกไปเหมือนเคย ในครั้งนี้เส้นทางที่ลัลนามุ่งหน้าไปช่างดูคุ้นตาเขาเหลือเกิน เพราะมันคือถนนทางเข้าด้านหลังหมู่บ้านเขากะหมอกนั่นเอง

เมื่อลัลนาหยุดรถลงตรงลานจอดเล็กๆ ที่ล้อมรั้วไม้ไว้อย่างเรียบง่าย เขาก็แอบมองดูเธอหยิบถุงสบู่เดินมุ่งหน้าไปยังทางแคบๆ กลับถึงหมู่บ้านด้วยความปลอดภัย จิรเมธจึงหักรถเลี้ยวกลับทันที

คุณจิมไม่ตามเธอไปต่อหรือครับ? บ่าวถาม เมื่อจู่ๆ คนที่คอยเป็นห่วงลัลนามาตลอดก็ทำท่าจะละทิ้งความตั้งใจ แล้วหันหลังกลับไปเสียดื้อๆ

ไม่ล่ะ

ทำไมล่ะครับ? ถึงจะรู้ว่าไม่ควรซอกแซกเรื่องของคนเป็นเจ้านาย แต่เขาก็อดจะถามไม่ได้ เพราะกำลังลุ้นอยู่ทีเดียวว่า

เมื่อไหร่... พระเอกจะขี่ม้าขาวออกไปซับน้ำตาให้นางเอกเสียที

นับว่าเป็นโชคดีของคนถามที่เลือกเวลาได้ถูกกาลเทศะ เมื่อคนฟังเต็มใจที่จะตอบ เพราะปราศจากทั้งความฉุนเฉียวและแววตาที่เกรี้ยวกราดไปจนหมดแล้ว

เธอคงไม่อยากเห็นหน้าฉันตอนนี้หรอก เดี๋ยวจะยิ่งพานนอยด์เข้าไปใหญ่

นอยด์? หนุ่มใต้ขมวดคิ้วครุ่นคิด ด้วยไม่เข้าใจคำศัพท์ของคนกรุง

ก็เซ็งไงละ ชายหนุ่มอธิบาย พลางเคลื่อนรถออกจากที่ตรงนั้น เอาไว้รอให้เธอหายเครียดซะก่อน แล้วฉันค่อยโผล่หน้าไปหาจะดีกว่า

อ้อ... บ่าวลากเสียงตอบ พร้อมพยักหน้าหงึกหงัก

เข้าใจรึยัง? จิรเมธเอ่ยถามคนติดตามผ่านกระจกมองหลัง เพราะเห็นเจ้าตัวสงสัยเป็นนักหนา ขณะที่สองมือก็บังคับรถไปด้วย

ครับ ลูกจ้างหนุ่มฉีกยิ้มตอบรับ ก่อนจะต่อข้อความภายในใจว่า...

ผมเข้าใจแล้วครับว่า... คุณจิมเป็นห่วงความรู้สึกของคุณหนูนาขนาดไหน

ถึงได้เพียรขับรถตามดูแลเธออย่างเป็นห่วง โดยไม่ยอมเข้าไปวุ่นวายให้เธอยิ่งหัวเสีย

อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่ารักกันจริง ก็คงจะแปลว่าเริ่มๆ รักแล้วนะครับ... คุณจิม

แล้วคนคิดก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว ในระหว่างที่เจ้านายหนุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถกลับบ้านพักอย่างเร็วจี๋

 

วันรุ่งขึ้น จิรเมธรีบบึ่งรถมาที่หมู่บ้านเขากะหมอกตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากมัวแต่พะวักพะวงคิดถึงแม่สาวตาคมว่า

ป่านนี้... ไม่รู้หล่อนจะนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งไปถึงไหนแล้ว?

คนที่นั่งเป็นเสือติดจั่นจึงอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบตามมาดูถึงที่ให้เห็นกับตา

พอขับรถผ่านพื้นที่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรีสอร์ตขนาดใหญ่ของตระกูลบวรภัค เขากลับไม่เห็นเงาของสาวเปรี้ยวเข็ดฟันคนเมื่อวานเลยสักนิด ปากหยักเชิดจึงเอ่ยพึมพำแขวะเจ้าหล่อนว่า

 “ไหนว่าจะอยู่รอเราตลอดเวลาไงล่ะ สงสัยคงยังไม่ตื่นนอนละสิท่า คนรพูดอดนึกเปรียบเทียบไปถึงอีกหนึ่งสาวไม่ได้

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ สาวสวยรวยสังคมแบบนั้น...

จะมามัวอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเหมือนยายตัวแสบของเขาได้ยังไงกันล่ะ?

เจ้าของรถเลยรีบเหยียบคันเร่งผ่านหน้าอาคารไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความรู้สึกที่มีต่อสาวใต้ตาคมพลันจู่โจมเข้าสู่หัวใจของเขาอย่างท่วมท้น หมายจะให้ตัวเขาสามารถไล่ตามความคิดที่ลอยละล่องไปถึงเรือนชานของหล่อนแล้วได้ทันการ

เพียงไม่นานหนุ่มเมืองกรุงก็หักพวงมาลัยผ่านเขตแดนของหมู่บ้านเข้าสู่ภายใน ก่อนจะจอดรถลงตรงหน้าที่พำนักของเจ้าบ้าน แล้วก้าวขาเดินมาถอดรองเท้าที่หน้าเรือน ขึ้นบันไดไปอย่างว่องไวโดยไม่รอเอ่ยปากขออนุญาตจากผู้ใด

 ทว่าพอก้าวขึ้นไปได้เพียงสักสองสามก้าว เสียงสนทนาที่ดังแว่วๆ มาจากด้านบน ก็ส่งผลให้สองเท้าที่กำลังจะก้าวเดินขึ้นบันไดบ้านขั้นต่อไปหยุดชะงักลง

สรุปแล้วเมื่อวานตอนที่เอ็งไปเก็บของคืนมาจากสองร้านแรก ยังมีร้านยายน้อยโทร. มาอีกรายหนึ่งด้วยเรอะ? ธมถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง

ใช่จ้ะพ่อจ๋า ยายน้อยแกโทร. มาตอนที่หนูกำลังเก็บสบู่ออกจากร้านที่สองหมดพอดีน่ะจ้ะ ลัลนาบอกเสียงแผ่ว สีหน้าก็สลดลงด้วยแววเคร่งเครียดว่า

เป็นเพราะความไม่เอาไหนของเธอแท้ๆ เลยทำให้ขาดทุนย่อยยับแบบนี้

แล้วนี่เอ็งยังต้องออกไปเอาน้ำมันคืนอีกใช่ไหม?

ใช่จ้ะ รายนี้เขาโทร. มาบอกเมื่อวานตอนหัวค่ำ หนูก็เลยว่าจะไปเอาคืนเช้านี้

แล้วมันได้บอกเอ็งรึเปล่าว่าทำไมถึงได้เรียกคืนไบโอดีเซล?

บอกจ้ะ เจ้าของร้านเขาว่ามันขายไม่ออกเหมือนกัน มีแต่คนบ่นว่าน้ำมันเราแพงไม่ต่างจากดีเซลหรือเบนซินเท่าไหร่ แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องหันมาเปลี่ยนใช้ด้วยล่ะ

พวกไม่มีหัวคิด!” ธมเอ่ยอย่างเหลืออด ทำไมพวกมันถึงไม่คิดให้ยาวๆ กันบ้างว่า หากวันข้างหน้าเกิดน้ำมันหมดไป โดยที่เราไม่คิดจะหาอะไรมาทดแทนละก็ ทีนี้แหละพวกเราคงได้ตายกันทั้งประเทศแน่ๆ

พวกเขาไม่คิดหรอกจ้ะพ่อจ๋า เพราะทุกวันนี้คนเรามัวแต่มองหาความสุขความสบายที่ได้จากตรงหน้าเท่านั้น ลัลนาพูดเสียงขื่น ไม่รู้ว่าจะนึกสมเพชคนพวกนั้นหรือตัวเธอเองดี

ตอนนี้เธอเจอทางตันเสียแล้ว...

เงินลงทุนทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด มันหายวับไปกับตาจนแทบไม่เหลือหลอ

แล้วต่อจากนี้ไป... เธอทำยังไงต่อไปดีล่ะ?

แล้วเอ็งจะเอายังไงต่อไปล่ะทีนี้? สองมือหยาบกร้านอย่างคนที่กรำสวนมาตลอดทั้งชีวิตยกขึ้นลูบหัวบุตรสาวด้วยความสงสาร พลางนึกโทษตัวเองเสียยกใหญ่ที่เป็นต้นเหตุโยนภาระทั้งหมดไปให้ผู้เป็นลูก ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่า มันอาจจะตึงมือของเธอเกินไป

บอกตรงๆ ว่าหนูยังไม่รู้เลยจ้ะพ่อจ๋า ลัลนาบอกเสียงเครือ อับจนหนทาง ร้อนถึงคนเป็นพ่อต้องรีบหาทางช่วยเหลือบุตรสาวเป็นการด่วน

เอาอย่างนี้ไหมล่ะ เราลองปรึกษาลูกชายไอ้เกริกดู เผื่อมันจะมีหนทางดีๆ ช่วยเราได้บ้าง ธมแนะ เพียรหยิบยกเอาข้อดีของชายหนุ่มขึ้นมาเอ่ยอ้างให้บุตรสาวของเขาคล้อยตาม พ่อว่าเจ้าจิมก็เป็นคนที่เข้าท่าอยู่นะ ดูอย่างเมื่อวานนี้สิ มันหอบข้าวหอบของพะรุงพะรังจากกรุงเทพมาฝากเอ็งตั้งเยอะแยะ แถมพอรู้ว่าเอ็งไม่อยู่ ไปเก็บสบู่คืน ก็มันนี่แหละที่อาสาจะไปช่วยเอ็งอีกแรง

คนเป็นพ่อเล่าไปตามเนื้อผ้าที่ตนเห็นและรู้สึกได้

คำกล่าวของบิดาทำให้คนฟังเกิดอาการใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะขึ้นมากะทันหัน ก่อนที่เจ้าของใบหน้าขาวๆ จะลอยเวียนวนเข้ามาในห้วงความคิด จนเธอพอจะเข้าใจเหตุการณ์เมื่อวานได้ลางๆ ว่า

เหตุใด... เขาถึงได้มีน้ำเสียงฉุนเฉียวเสียขนาดนั้น?

มันก็คงจะเป็นเพราะ... เจ้าตัวมัวแต่ตามหาเธอด้วยความเป็นห่วงอยู่นั่นเอง

อย่าดีกว่าจ้ะพ่อจ๋า หนูขี้เกียจปวดหัว คิดจะทำอะไรแต่ละที ต้องทะเลาะกันจะเป็นจะตาย กว่าจะรอให้ผ่านความเรื่องมากของพ่อเจ้าประคุณเขาได้

ถึงแม้จะรู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย แต่ทิฐิที่มีอย่างแรงกล้าเป็นแรงกระตุ้นให้เธอทำตัวปากไม่ตรงกับใจ เพราะลัลนาจำได้ดีว่าเธอรู้สึกแย่มากแค่ไหน ที่ถูกชายหนุ่มพูดจาตอกย้ำความผิดพลาดให้ยิ่งเจ็บจี๊ด โดยหารู้ไม่ว่าคนที่เธอกำลังค่อนแคะอยู่นั้นกำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงตีนบันได

แล้วผลของการที่ไม่เชื่อฉันมันเป็นยังไงล่ะ? เสียงห้วนๆ ตะโกนถามขึ้นมาก่อนตัว มันยอดเยี่ยมแบบที่เธอหวังไว้ไหม?

จิรเมธก้าวขาขึ้นมาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าสองพ่อลูก เพราะอดรนทนไม่ไหว

ด้วยหนึ่ง...ต้องการแก้ข่าวที่ลัลนาใส่ไฟเขากับบิดาของหล่อน

และสอง...เพื่อให้คนทั้งคู่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเขา ในฐานะ ผู้มีพระคุณที่มาช่วยกอบกู้หมู่บ้านจนๆ แห่งนี้ให้พลิกฟื้นดำรงชีพได้อีกครั้ง

นายอีกแล้วเหรอ!? ลัลนาตาโตด้วยความตกใจที่เธอนินทาเขาซึ่งหน้าๆ ก่อนจะปรับท่าทางให้ดูขุ่นเคืองเป็นการกลบเกลื่อนทันที

จิรเมธมองสีหน้าบูดบึ้งของคนตรงหน้าอย่างเอือมระอา แล้วบอกตัวเองให้นึกภาพของแม่สาวตาโศกคนเมื่อวานเอาไว้ให้ติดตา เพื่อที่เขาจะได้รู้สึกเวทนา จนคร้านที่จะถกเถียงต่อความกับเจ้าหล่อนไปเสีย

กำลังจะไปเอาของคืนอีกแล้วใช่ไหม? เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ

ยุ่งอะไรด้วยล่ะหญิงสาวรวนกลับ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะตั้งใจมาเยาะเย้ยเธอเต็มที่

ก็ถ้าเธอทำแล้วดี ฉันคงไม่มายุ่งด้วยหรอก แม้จะเพียรนับหนึ่งถึงสิบแล้วก็ตาม แต่น้ำเสียงกระด้างที่ตอบกลับมาอย่างกวนประสาท ทำให้จิรเมธเกิดตบะแตกขึ้นมาจนได้

คนที่ถูกจี้จุดแทงใจถึงกับยืนนิ่งอึ้ง เถียงอะไรไม่ออก เลยพานสะบัดหน้าหนีคนชอบย้ำไปเสียดื้อๆ อย่างจนแต้ม ก่อนจะหันไปสนทนากับผู้เป็นพ่อแทน

พ่อจ๋า หนูขอยืมรถกระบะของพ่อจ๋าไปเก็บของก่อนนะจ๊ะ

ลัลนาชูกุญแจรถที่หยิบมาจากชั้นวางของขึ้นมาเป็นเชิงขออนุญาตบิดา

หมับ!

แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้พ่อคนหัวไวหาช่องทางตกลงทำความเข้าใจกับแม่สาวแสบได้ง่ายขึ้นด้วย จิรเมธอาศัยทีเผลอเอื้อมมือหนาไปคว้าพวงกุญแจเล็กๆ จากหล่อนมาครอบครองเอาไว้อย่างง่ายดาย

เอ๊ะ!” ลัลนาตวัดสายตาพิฆาตหันมามองพ่อตัวดีทันควัน เอาของฉันคืนมานะนายหน้าขาว!”

หญิงสาวตรงเข้าไปหมายจะคว้าเอาของที่เขาฉกชิงกลับคืนมาให้ได้ ทว่าคนตัวสูงได้เปรียบกว่ากลับโยนกุญแจผ่านศีรษะของเธอไปยังด้านหลัง เพื่อส่งต่อให้ชายอีกคน

รับนะครับ ผู้ใหญ่ธม

คนที่ถูกไหว้วานรับของแทบไม่ทัน ส่วนตัวเขาก็หันมายึดจับข้อมือของเธอไว้ พร้อมทั้งร้องบอกชายสูงวัยแค่ว่า

เดี๋ยวผมจะพาลัลนาไปเก็บของคืนเอง แล้วจะได้คุยกันถึงเรื่องงานด้วย ผู้ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

พูดจบ เขาก็ลากคนที่ขืนตัวเอาไว้แต่ไม่สำเร็จลงจากเรือนชานไป ทิ้งให้คนสูงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูเฝ้ามองอาการแง่งอนของคู่หนุ่มสาวด้วยแววตาเป็นประกายพึงพอใจ ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

สงสัยงานนี้ คงต้องเตรียมรับมือกับยายคุณนายของไอ้เกริกซะแล้วล่ะมั้ง...

ถ้านางหนูนามันดันเกี่ยวก้อยเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่คุณได้ละก็


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โหลลลลลลลล

คิดถึงตาจิมกะหนูนามั้ยยยย????

ใครคิดถึง...อย่าช้า! รีบมาอ่านเลยค่า ตอนนี้น่ารักมากกกกก


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น