ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 23 : แกลลอนที่ 11 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ม.ค. 60



หนุ่มผิวขาว รูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายสะอาดสะอ้านดูดียืนเบ้หน้าด้วยความอึดอัด กับสภาพแออัดยัดเยียดที่เขาต้องเจอ ณ ย่านการค้าส่งใจกลางเมืองหลวง ซึ่งมีผู้คนพลุ่กพล่านไปมามากหน้าหลายตาเดินเบียดเสียกันอยู่ แถมบางคนก็ยังเหงื่อซกและแอบทำตัวอำมหิตด้วยการส่งกลิ่นเหม็นอับบ้างละ เหม็นเขียวบ้างละ เหม็นเปรี้ยวบ้างละ โชยมาให้เขาได้สูดดมอยู่ตลอดเวลา ราวกับเป็นโฆษณาเชิญชวนที่เขาเคยได้ดูทางทีวีบ่อยๆ ตอนเป็นเด็ก ซึ่งมักจะชอบพูดว่า

กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ

 แต่กลิ่นตัวที่เตะจมูกกระทั่งเขาต้องรีบเบือนหน้าหนี พร้อมทั้งกลั้นหายใจไปด้วยนี้ มันชวนให้หน้ามืดจนอยากจะเป็นลมล้มพับไปซะให้รู้แล้วรู้รอดเสียมากกว่า

และสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบากอยู่เช่นนี้น่ะหรือ...

ก็มียายลิงกังนั่นแหละเป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด

เพราะทันทีที่จิรเมธบินกลับกรุงเทพพร้อมด้วยปัญหาหนักอกของเจ้าหล่อนแล้ว ชายหนุ่มก็ตรงปรี่เข้าไปถามคนเป็นพ่อว่า

มีที่ไหนขายขวดขายกล่องสวยๆ บ้างไหมครับ?

บิดาของเขาบอกกลับมาเพียงคำเดียวสั้นๆ ด้วยสีหน้างุนงงว่า

สำเพ็ง!”

นั่นแหละจึงเป็นเหตุให้หนุ่มไฮโซอย่างเขาต้องมาเดินย่ำตรอกคอยชะเง้อคอมองหาบรรจุภัณฑ์จำพวกขวดพลาสติกใส่น้ำมัน และกล่องกระดาษสำหรับใส่สบู่ยังสถานที่ขวักไขว่อันแสนวุ่นวายแห่งนี้

จิรเมธไหลไปตามกลุ่มคนจนมาถึงถนนใหญ่ ชายหนุ่มจึงมองตรงไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน เพื่อหาทางโล่งๆ เดินสบายๆ บ้าง แต่สิ่งเขาได้เห็นกลับเป็นคลื่นฝูงชนที่คับคั่งจนล้นทะลักออกมาถึงพื้นถนนแทน เจ้าตัวเลยออกอาการสยดสยองไม่อยากจะคิดเลยว่า เขาจะแบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยทับไหม หากยังคงยืนกรานจะมุดตัวเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่เปรียบเสมือนกระป๋องปลาเล็กๆ นั่นอีกหน

เมื่อพอจะคาดเดาได้ถึงชะตากรรมของตนลางๆ ชายหนุ่มจึงบอกตัวเองว่าให้เลี้ยวช้ายและลองเดินลัดเลาะไปตามถนนใหญ่จะดีกว่า เพราะดูจากอาคารพาณิชย์ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านรวงตั้งเรียงรายดาษดื่นตามริมถนนแล้ว จิรเมธยังพอจะเห็นความหวังลอยมารำไรว่า น่าจะมีสักร้านขายในสิ่งที่เขากำลังตามหาอยู่

เมื่อเดินมาได้สักพัก ดวงตาเรียวก็เหลือบมองเห็นป้ายที่ตนต้องการตั้งห่างออกไปไม่ไกลนัก สองขายาวจึงเร่งรุดเดินตรงไปยังร้านดังกล่าวในทันที

เอาอะไรพี่? หนุ่มวัยรุ่นตัวดำ หน้าเหลี่ยม พกสำเนียงอีสานเต็มพิกัดออกมาต้อนรับทันทีที่จิรเมธหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้าน

มีขวดใส่น้ำมันกับกล่องกระดาษใส่สบู่ขายไหม?

มี เอาไซส์ไหนล่ะพี่?

มีแบบให้เลือกรึเปล่า?

เดี๋ยวหยิบตัวอย่างให้ดูนะพี่ พูดจบเด็กหนุ่มก็เดินหายวับเข้าไปหลังร้าน ก่อนจะกลับออกมาอีกทีพร้อมด้วยขวดหลากสีหลายขนาดที่แปะติดอยู่กับฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นยักษ์ รวมทั้งกล่องกระดาษที่มีลวดลายและสีสันมากมายหลายใบ

จิรเมธรับตัวอย่างขึ้นมาพิจารณาดูทีละอันอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนเมื่อคนตาแหลมพอใจในคุณภาพของพัสดุที่ดูแน่นหนา แข็งแรงและสวยสดงดงามตามที่ต้องการทุกประการแล้ว เขาจึงเงยหน้าเอ่ยต่อรองราคากับคนขาย

ถ้าพี่ซื้อเยอะ เราจะลดได้รึเปล่า?

ถ้าพี่ซื้อหลายแพ็ค เราก็ลดให้ได้มากหน่อย แต่ถ้าซื้อน้อย เราก็ลดไม่ได้ เพราะขายราคาส่งแล้ว

โอเค คนซื้อพยักหน้า เอ่ยถามข้อมูลแก่เด็กในร้านต่อไป เพื่อคำนวณปริมาณที่เขาจะต้องใช้ แล้วกล่องกระดาษเนี่ย แพ็คหนึ่งมีกี่อัน?

ร้อยอัน พ่อค้าหนุ่มบอก เตรียมจะเดินไปหยิบของตามจำนวนที่ลูกค้ามักสั่งซื้อด้วยความเคยชิน เอากี่แพ็คดี หนึ่งหรือสองแพ็คล่ะพี่?

งั้นเอากล่องสีเขียวนี้กับสีเหลืองนั่น อย่างละห้าร้อยแพ็ค

โอ้โห! พี่จะเอาเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? คนขายอุทานตาโต งั้นเดี๋ยวผมขอถามเจ๊ก่อนนะ

แล้วลูกจ้างหนุ่มก็ตะโกนเรียกเจ้าของร้านให้ออกมารับออเดอร์จากลูกค้ารายใหญ่ทันที

คุณคนนี้เหรอ? สักพักหญิงวัยกลางคนๆ หนึ่งก็เดินออกมา พร้อมทั้งเอ่ยปากถามเด็กในร้าน

ครับเจ๊

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าตอบ เจ้าของร้านจึงรีบออกมาต้อนรับขับสู้ลูกค้ากิตติมศักดิ์เสียงหวานหยด พร้อมกับชี้แจงถึงข้อจำกัดที่ทางฝ่ายตนนั้นติดขัดอยู่

ของในสต็อกตอนนี้มีอยู่แค่ครึ่งเดียวเองจ้ะ เธอบอกด้วยความเสียดาย พร้อมรีบเสนอทางเลือก คุณพอจะมารับอีกทีวันศุกร์ได้รึเปล่าล่ะ?

 เร็วกว่านั้นได้ไหม? จิรเมธต่อรอง เพราะตัวเขาจะต้องเดินทางลงตรังหลังจากเลิกงานที่บริษัทเย็นวันนั้นพอดี ชายหนุ่มจึงเกรงว่าอะไรหลายอย่างมันจะฉุกละหุก จนขนของลงไปไม่ทันเป็นแน่

ไม่ได้หรอกคุณ เพราะฉันต้องส่งใบสั่งซื้อไปที่โรงงานก่อน กว่าจะได้ อย่างเร็วก็ราวๆ วันศุกร์นั่นแหละ

งั้นก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าผมขอเหมาของทั้งหมดที่ร้านมีก็แล้วกัน

ได้จ้ะ คนขายบอกอย่างดีใจ

เมื่อชายหนุ่มสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องกล่องสบู่ไปได้เปาะหนึ่งแล้ว ที่นี้ก็เหลือขวดน้ำมันไบโอดีเซลที่ยังขาดอยู่ เขาจึงหันไปสนใจตัวอย่างขวดที่ตนยังคงถือค้างไว้ในมือบ้าง พร้อมทั้งเอ่ยถามข้อมูลกับเจ้าของร้าน

ขวดแบบไหนที่น่าจะเหมาะกับการใส่น้ำมันครับ?

เอาเป็นแบบแกลลอนไหมจ๊ะ พกพาสะดวกดี คนขายแนะนำจากประสบการณ์ที่ขายมานานหลายปี พลางส่งขวดพลาสติกที่ว่าไปให้ลูกค้าหนุ่มได้ทัศนาใกล้ๆ

จิรเมธทดลองคว้าขวดแกลลอนมาถือไว้ในมือข้างซ้ายทีข้างขวาที แล้วเขาก็เห็นด้วย ขวดที่มีหูหิ้วถือง่ายแบบนี้นี่แหละเหมาะแก่การนำไปใช้แก้ขัดในสถานการณ์ที่เร่งด่วน พลางคิดคำนวณเสร็จสรรพอย่างเร็วจี๋ว่าขวดพลาสติกใบย่อมขนาดหนึ่งถึงสองลิตรนั้น คงจะกำลังดีแก่ลูกค้าที่มีมอเตอร์ไซค์หรือรถสามล้อคันเล็ก ส่วนแกลลอนใบใหญ่เอาไว้ขายให้พวกรถยนต์หรือรถกะบะน่าจะเหมาะกว่า ก่อนจะแจ้งความจำนงว่า

โอเค งั้นเอาเป็นว่าผมขอซื้อขวดแกลลอนใสแบบนี้ ขนาดหนึ่งลิตร สองลิตร และห้าลิตร อย่างละพันใบก็แล้วกันครับ

ลูกค้าหนุ่มยื่นขวดที่ตนถืออยู่คืนเจ้าของร้านไป เพื่อให้หล่อนนำไปดำเนินการจัดส่งแก่เขา

ส่งของทั้งหมดไปตามนามบัตรนี้เลยนะครับ จิรเมธหยิบการ์ดใบเล็กในกระเป๋าที่ระบุทั้งชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทร. ของเขาอย่างครบถ้วนให้หล่อน

ได้จ้ะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งของให้ตอนเย็นๆ นะ

ไม่มีปัญหา หนุ่มหัวนอกยักไหล่

จิรเมธยิ้มบางๆ ธุระของเขาเสร็จสิ้นหมดแล้ว และเขาก็อยากจะรีบเหาะกลับบ้านไปนอนแช่อ่างจากุซซี่ เพื่อล้างคราบเหงื่อไคลของพวกคนจนที่เกาะติดหนึบจนตัวเขาเหนียวหนับเต็มแก่เสียที ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากเร่งคนขายอย่างเอาแต่ใจ ส่วนมือก็ควักกระเป๋าสตางค์เตรียมจ่าย เพราะเขาทั้งร้อนทั้งเหนื่อยเกินกว่าจะทนยืนอยู่ตรงนี้ได้เป็นเวลานานๆ

เดี๋ยวคุณคิดราคารวมมาเลย ผมเอาแค่นี้แหละ

คนเป็นแม่ค้าจึงต้องรีบกุลีกุจอเดินไปกดเครื่องคิดเลขคำนวณเงินก้อนใหญ่ที่หล่อนจะได้รับให้ชายหนุ่มรับรู้ตัวเลขเป็นการด่วน โดยไม่ลืมมอบส่วนลดราคาพิเศษให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ด้วย เพื่อที่เขาจะได้ประทับใจและกลับมาซื้อของที่ร้านหล่อนคราวหน้า

พอคนซื้อรับทราบราคาของทั้งหมดแล้ว เขาก็หยิบธนบัตรขึ้นมาปึกหนึ่งยื่นส่งให้แก่เจ้าของร้านพร้อมด้วยเงื่อนไขที่ว่า

ผมจ่ายให้คุณครึ่งหนึ่งก่อนนะ พอของไปถึงเมื่อไหร่ ผมจะจ่ายส่วนที่เหลือให้คุณทันที ตกลงไหม?

นักธุรกิจหนุ่มยังคงมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของคนที่เป็นพ่อค้าอย่างเต็มตัว เพื่อป้องกันการโกงไม่ส่งสินค้าหรือส่งของให้ล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะคนตรงหน้ามิใช่คู่ค้าเก่าแก่ที่รู้ใจกันมาแรมปีของเขา ดังนั้นจิรเมธจึงไม่เสี่ยงที่จะจ่ายเงินก้อนโตซื้อสิ่งใด โดยไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้เลย

อ้อ! แล้วก็ช่วยออกใบกำกับภาษีฉบับเต็มให้ผมด้วยนะ ซ้ำยังไม่เคยลืมเรื่องสำคัญอีกด้วย

ท่วงท่าวางมาดอย่างเป็นทางการ ราวกับเจ้าตัวกำลังเซ็นสัญญาร่วมทุนระดับชาติ ทำให้เจ้าของร้านและลูกน้องต่างก็พากันมองจิรเมธตาปริบๆ พลางคิดเหมือนกันว่า

นี่ร้านค้าส่งธรรมดานะคู้ณ จะไปเอาใบกำกับภาษีซะเต็มยศมาจากไหน?

แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของร้านด้วยแล้ว ยิ่งไม่กล้าแสดงท่าทางรำคาญออกมาให้เห็นเลยสักนิด เพราะหล่อนไม่อยากจะเสียลูกค้ากระเป๋าหนักเช่นเขาไป ถ้าเจ้าตัวอยากได้อะไร หล่อนก็แค่จัดหาให้เป็นพอ

เมื่อข้อตกลงระหว่างคู่ค้าสัมฤทิ์ผลเรียบร้อยดีแล้ว จิรเมธรอรับใบกับกำภาษีอยู่สักพัก ก่อนที่เด็กหนุ่มอีสานคนเดิมจะนำสิ่งที่เขาต้องการมายื่นให้ถึงมือ ชายหนุ่มเหลือบมองแผ่นกระดาษใบเล็กเพียงนิดก็พลันนิ่วหน้าทันที เพราะลายมือหวัดๆ ที่จดรายละเอียดอยู่บนใบกำกับภาษีแบบย่อที่เจ้าตัวได้รับมา มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าแม่ค้าที่นี่ติดนิสัยชอบทำอะไรลวกๆ แบบขอไปที

ทำไมไม่พิมพ์นะ 

พ่อหนุ่มจอมเนี๊ยบบ่นพึมพำอย่างขัดใจ ขณะก้าวเดินออกมาจากร้าน เพราะเชื่อว่าถึงเขาจะขอใบกำกับภาษีใหม่ที่ดูเรียบร้อยกว่านี้ ผลสุดท้ายก็คงไม่พ้นได้ลายมือไก่เขี่ยกลับมาเหมือนเดิมอีกอย่างแน่นอน

จิรเมธเดินออกมาตามถนนอีกครั้ง เพื่อหาทางกลับไปยังลานจอดรถ ส่วนมือก็กดโทร. ศัพท์ต่อสายไปยังปานสุดาผู้เป็นเลขาของบิดา เพื่อออกคำสั่งให้หล่อนติดต่อร้านทำสติกเกอร์ไว้คอยท่า โดยจะโทร. ไปบอกข้อความที่ต้องการจะใส่ให้ทีหลัง แล้วเขาก็ปุบปับรีบวางสายจากหล่อนไป

ไฮโซหนุ่มมองเส้นทางเบื้องหน้าอีกที แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกมึนงงกับสี่แยกหลายจุดที่เห็น เริ่มไม่มั่นใจว่าเขาเดินมาจากตรงไหนกันแน่ เพราะตึกแถวเก่าๆ ในย่านนี้มีหน้าตาเหมือนกันไปหมด แถมยังขายของซ้ำๆ แทบไม่แตกต่างกันอีกต่างหาก แล้วแบบนี้เขาจะรู้ไหมล่ะว่าหลืบไหน ซอกไหนที่เป็นทางเชื่อมสามารถพาเขากลับไปยังรถหรูที่เขาจอดทิ้งได้

พ่อหนุ่มหลงทางตัดสินใจเดินเข้าไปยังตรอกเล็กๆ ที่เขาพอจะคุ้นตาอยู่บ้างในที่สุด เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ชายหนุ่มก็เห็นร้านแผงลอยขายเสื้อยืดคู่รักแบบที่วัยรุ่นนิยมใส่กันเป็นคู่ๆ ทั่วไปในตอนนี้ เขาจึงแวะเวียนเข้ามาหยุดดูเสียหน่อย เพราะเกิดสะดุดตาเข้ากับเสื้อยืดคู่หนึ่งที่มีข้อความโชว์หราอยู่บนแผงว่า

ยายคนบ้า กับ นายหน้าหล่อ

คนมองแทบจะหลุดขำก๊ากออกมาด้วยความถูกอกถูกใจ มองเห็นเสื้อยืดเข้ารูปตัวเล็กแล้วพานให้นึกไปถึงแม่สาวตาคมที่ชอบยียวนกวนประสาทเขาอยู่เป็นประจำ

แหม... มันช่างเป็นเสื้อที่เหมาะเหม็งกับคู่ของเขาซะจริงๆ

คนใจง่ายควักกระเป๋าซื้อเสื้อยืดสองตัวนั้นทันทีโดยไม่คิด พร้อมรอยยิ้มเบิกบานใจที่ถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

ดูซิว่าหล่อนจะทำหน้าบู้บี้ขนาดไหน ถ้าถูกเขาบังคับให้ใส่เสื้อตัวนี้

คนคิดยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนหน้าบานเป็นกระด้ง ทำให้คนที่เดินอยู่ละแวกนั้นชักจะเริ่มระแวงขึ้นมาว่า

ไอ้หนุ่มนี่... มันบ้ารึเปล่าหว่า?

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

น่าร็อคอ่ะ >////<

คุณชายจิมอุตส่าห์ยอมมาเดินสำเพ็งเพื่อหนูนาเลย

นี่ถ้าแอบมโนว่าเราเป็นนางเอก แล้วมีพระเอกมาทำแบบนี้ให้ ฟินค่ะฟิน!

ว่าแต่...ไอ้เสื้อคู่นี่มันยังไง????

งานนี้ตาจิมมีแผนแกล้งอะไรหนูนาของเรา ต้องมาตามต่อตอนหน้านะคะ

รับรองว่าน่ารักน่าหยิก อ่านแล้วอมยิ้มแน่นอน ฟันธง!!!


ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น