ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 19 : แกลลอนที่ 9 (55%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

ลัลนาเทสารตั้งต้นที่ผสมกันเอาไว้ลงไปในถังใบแรก ของเหลวภายในนั้นก็จะถูกลำเลียงไปตามท่อต่อลงสู่ถังปฏิกรณ์ใบที่สอง ซึ่งทำหน้าที่อุ่นน้ำมันไว้ในอุณหภูมิความร้อนที่พอเหมาะ เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดทำปฏิกิริยากัน ก่อนจะแยกชั้นออกมาเป็นน้ำมันไบโอดีเซลหรือเมทิลเอสเตอร์ทางด้านบน ด้านล่างเป็นชั้นของกลีเซอรีน จากนั้นก็นำน้ำมันไบโอดีเซลที่ได้ไปผ่านกระบวนการล้างน้ำในถังชะล้างใบที่สาม ด้วยอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งของน้ำกับน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อให้ได้น้ำมันไบโอดีเซลบริสุทธิ์ โดยปราศจากสารตั้งต้นที่นำไปใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในตอนแรก

ขั้นตอนทั้งหมดที่ว่ามานี้กินระยะเวลากว่าสี่ชั่วโมง ทำให้คนที่ไม่มีความรู้อะไรในเรื่องนี้เลย ได้แต่นั่งแกร่วด้วยความง่วงหงาวหาวนอนอย่างเบื่อหน่าย เลยต้องใช้ปากทำประโยชน์อย่างอื่น พูดพร่ำรำพันกับสาวร่างบางสารพัดเป็นการฆ่าเวลา

นี่เธอต้องทำแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ? จิรเมธอ้าปากหาวอีกครั้ง ไม่เบื่อรึไง?

ไม่ทุกวันหรอก แต่ก็ทำบ่อย ลัลนาตอบแกนๆ แต่ถ้านายเบื่อ จะรีบกลับบ้านไปนอนก่อนก็ได้นะ มาทนนั่งเซ็งทำไมอยู่ตรงนี้?

ว่าแล้วก็ออกปากไล่เขาทางอ้อมซะเลย เธอจะได้มีสมาธิทำงานเสียที

ก็ฉันต้องมาคอยดูแลหมู่บ้านนี้นี่นา แล้วเธอจะให้ฉันกลับไปได้ยังไงล่ะ?

เรื่องมากจริง!” คนที่ออกอาการรำคาญเลยหยุดมือที่กำลังหยิบจับนู้นนี่ แล้วหันกลับมาเท้าสะเอวมองหน้าเขาตาเขียวปั้ด สร้างความพึงพอใจให้แก่ชายหนุ่มที่นั่งหง่าวอยู่เป็นนานสองนานยิ่งนัก

เออดี... หันมาคุยกับฉันบ้างสิ ฉันจะได้ไม่ต้องนั่งพูดอยู่คนเดียวเหมือนกับคนบ้า

ฉันต้องทำงาน ไม่มีเวลามาคุยกับนายหรอก ลัลนาบอกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะปิ๊งไอเดียบางอย่างได้ ว่างนักใช่ไหม งั้นก็ไปหยิบกะละมังตรงนู้นมาให้ทีสิ เดี๋ยวจะเอามาใส่กลีเซอรีนที่แยกไว้แล้วพลางชี้นิ้วสั่งไปยังกะละมังที่วางอยู่ในศาลาฝั่งตรงข้าม

นี่เธอกล้าใช้ฉันเลยเหรอ? คนฟังจิ้มนิ้วมายังตัวเองด้วยความไม่พอใจ

เออ

จบข่าว...

พอลัลนาขึงตามองเขาด้วยความขัดเคือง จิรเมธเลยได้แต่ทำหน้าจ๋อย ก่อนจะยอมเดินกระแทกกระทั้นไปหยิบของตามคำสั่ง แต่ก็ยังไม่วายแอบขยับปากมุบมิบ บ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทางเพื่อให้คนหูดีได้ยิน

ผู้หญิงอาไร้... พูดจาไม่เพราะเอาซะเลย แค่ถามนิดถามหน่อยเท่านั้นก็ทำเป็นรำคาญ แถมยังมาใช้คนอื่นเขาหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

เมื่อพูดขึ้นมา เขาก็เพิ่งจะนึกได้ว่า...

ทำไมเขาจะต้องยอมเป็นเบ้ให้เจ้าหล่อนด้วยล่ะ?

ในเมื่อความเป็นจริงเขาคนนี้เป็นถึงเจ้าหนี้รายใหญ่ ส่วนยายลิงกังก็เป็นเพียงแค่ลูกหนี้เท่านั้น

คิดแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองนัก เขายอมทำตัวเป็นไก่อ่อนว่านอนสอนง่ายกับคู่อริเช่นนี้ได้อย่างไร สองเท้าจึงก้าวเดินไปหยิบกะละมังขนาดกลางด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด

เอ้า... กะละมัง จิรเมธยื่นสิ่งของไปให้คนตรงหน้า

ก็วางลงสิ จะถือไว้ทำไม?

แล้วคำขอบคุณล่ะ? หนุ่มหัวนอกรีบทวงถามถึงมารยาทอันดีที่อีกฝ่ายควรจะมีให้แก่เขา ในฐานะผู้มีอำนาจเหนือกว่า เพื่อที่ตัวเขาจะได้ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ตกเป็นฝ่ายรองบ่อนหล่อนเมื่อครู่

แต่ลัลนากลับบอกปัดเรื่องหยุมหยิมของเจ้าตัวด้วยความรำคาญ

ไร้สาระ... เสียเวลา

งั้นก็ไม่ต้องเอา ฉันจะเดินไปเก็บ

คนฟังหันหลังเตรียมจะทำตามที่พูด แต่ยังไม่ทันขยับตัว ดวงตาสีดำเข้มก็พลันเหลือบไปเห็นท่อนแขนยาวๆ ยังกับมือแม่นาคเอื้อมเข้ามากระชากกะละมังไปเสียก่อน

เฮ้ย!” จิรเมธถึงกับยืนตาค้างมองหล่อน นี่ผู้ใหญ่ธมไม่เคยสอนเรื่องมารยาทพื้นฐานกับเธอเลยรึไงว่า ห้ามดึงของออกจากมือคนอื่น โดยที่เจ้าของยังไม่ได้อนุญาตแบบนี้

ลัลนาคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องบ่นอย่างนี้ และตัวเธอเองก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน แต่เป็นเพราะเธอกำลังยุ่งมากๆ เลยไม่มีเวลาจะมาเล่นเกมชักกะเย่อกับพ่อหนุ่มว่างจัดจอมเอาแต่ใจ แล้วยิ่งพอฟังถ้อยคำติเตียนที่เอ่ยพาดพิงถึงบุพการีอันเป็นที่รักของเธอเข้า ต่อมโทสะของเธอก็กำเริบขึ้นมาทันทีอีกครา

กะละมังใบนี้มันเป็นของฉันอยู่แล้ว ฉันแค่วานให้นายไปหยิบมาเท่านั้น จะมาตู่ว่าเป็นของนายได้ยังไงกัน

ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ควรจะกระชากมันไปจากมือฉันแบบนี้จิรเมธโต้กลับอย่างโกรธจัด

ก็นายอยากมัวแต่ชักช้า งี่เง่า ทำไมล่ะ? ลัลนาเบ้ปากบอกอย่างระอา

ฮะ!... อะไรนะ... นี่เธอหาว่าฉันงี่เง่าเหรอ? คนฟังร้องถามด้วยความโมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้นอีกหลายเท่า

ใช่!”

ใบหน้างามจอมยียวนกวนประสาทเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่จิรเมธจะสามารถทานทนได้ สมองของเขาเลยสั่งการตัวเองให้ทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นการสั่งสอนเด็กปากกล้าให้รู้สำนึกซะหน่อยแล้ว!

ทันเท่าความคิด ท่อนแขนแกร่งจึงเอื้อมเข้าไปตะปบหมับลงบนต้นแขนเรียวเล็ก ก่อนจะลงแรงมือบีบอย่างหนักหน่วง

นี่เธอคิดจะยั่วโมโหให้ฉันคลั่งตายใช่ไหม... ยายลิงบ้า!? ดวงตาเรืองรองวาวโรจน์

แต่แม่สาวร่างบางที่ตกอยู่ในการจองจำหาได้หวาดหวั่นจนหัวหดไม่ เธอเล่นเชิดหน้าจ้องตาเขากลับอย่างต้องการจะลองดี ทำให้คนมองยิ่งกระพือเพลิงโทสะแห่งความเกรี้ยวกราดที่มีต่อเธอหนักเข้าไปอีกอักโข มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ จึงกระชากต้นแขนของแม่จอมยียวนให้หันมามองสีหน้าอันถมึงทึงของเขาชัดๆ

รู้ไหมว่า... ไม่เคยมีใครกล้าหือกับฉันแบบนี้มาก่อนเลย จิรเมธกล่าวเสียงเย็น

ยกเว้นฉัน ลัลนาเลิกคิ้วสูงท้าทาย

ใช่!” ชายหนุ่มตะโกนก้องจนเหมือนคนบ้า เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไร เจ้าหล่อนก็ไม่ครั่นคร้ามเลยแม้แต่น้อย เขาเลยฝังรอยแค้นเอาไว้แทน คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้เธอเสียใจ ที่กล้าดูถูกฉันแบบนี้!”

แล้วฉันจะเตรียมผ้าเช็ดหน้ารอซับน้ำตาแห่งความดีใจเอาไว้ ที่ดันพูดถูกว่านายมันงี่เง่าก็แล้วกันนะ

ลัลนาเอ่ยประชดกลับไปบ้างอย่างไม่ละลด พร้อมทั้งพยายามสะบัดแขนทั้งสองข้างให้หลุดจากการเกาะกุมของท่อนคีมเหล็ก ซึ่งดูจะไม่สะท้านสะเทือนสักเท่าใดนัก มิหนำซ้ำอุ้งมือหนายังเพิ่มแรงบีบเคล้นที่ผิวเนื้อของเธอจนปรากฏเป็นรอยแดงปื้นอีกต่างหาก ทำให้คนเสียเปรียบต้องหยุดดิ้นรน แล้วเปลี่ยนมาใช้กลยุทธิ์เป็นการกดดันเขาแทน

ฉันขอเตือนว่า...ให้นายรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” ลัลนาพูดเน้นย้ำทุกคำเสียงขุ่น

ฉันก็ขอเตือนว่า...อย่าได้คิดจะเตะหน้าแข้งฉันอีกเชียว ไม่อย่างนั้นคราวนี้เธอได้เจ็บตัวของจริงแน่!” เขากล่าวย้อนศรอย่างแสบสัน แถมเจ้าตัวยังรู้ทันในสิ่งที่หล่อนคิดจะทำเสียอีกด้วย 

สาวแสบเลยจำต้องกลับไปใช้แผนเต้นแร้งเต้นกา เพียรสะบัดตัว ให้หลุดรอดจากเงื้อมือของซาตานร้ายตามเดิม ก่อให้เกิดเป็นศึกแดงเดือดระหว่างสองหนุ่มสาวที่ยืนยักแย่ยักยันกันอยู่ตรงนี้เป็นนานสองนาน  แล้วก่อนที่มันจะยืดเยื้อมากไปกว่านี้ เสียงแหบห้าวอันทรงอำนาจที่ทุกคนในหมู่บ้านต่างเกรงกลัวก็ดังขึ้น

ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะฮึไอ้ลูกชาย... หนูนา?

ธมเดินเนิบนาบเข้ามาภายในอาณาจักรของตนพร้อมกับศรีภรรยา แต่ทุกก้าวย่างของเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง

ลัลนาอาศัยจังหวะที่จิรเมธหันไปมองบิดา รีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเอวผู้เป็นพ่อคล้ายกับจะฟ้องอยู่กลายๆ

ก็นายหน้าขาวน่ะสิจ๊ะ มาตามตอแย ง่องแง่งกับหนูอยู่ได้ เสียสมาธิชะมัดเลยจ้ะพ่อจ๋า

คู่อริของเจ้าหล่อนที่ถูกกล่าวโทษอดหมั่นไส้ไม่ได้

เฮอะ! ที่อยู่กับเขาละก็ ทำหน้ายังกะเป็นนางมาร

และที่สำคัญ ลองฟังคำพูดคำจาที่ยายตัวแสบเอ่ยถึงเขาดูสิ

เดี๋ยวก็ตามตอแยบ้างละ เดี๋ยวก็ว่าง่องแง่งบ้างละ

เหอะ! เธอสวยตายล่ะยายตัวดี...

ถึงจะทำให้ฉันหลงใหลได้ปลื้ม จนต้องยอมเดินตามต้อยๆ เป็นหมาไปได้

แต่แล้วความคิดบางอย่างที่วิ่งผ่านแวบเข้ามาในหัวอย่างปัจจุบันทันด่วน ก็ทำให้ชายหนุ่มต้องนิ่วหน้าด้วยความฉงนสนเท่ห์ว่า

เอ๊ะ! แต่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เขาก็เป็นฝ่ายยอมเธอมาตลอดนี่นา

ไม่อย่างนั้น เขาก็คงไม่ยอมถูกเล่นงาน...

แล้วปล่อยให้แม่ตัวดียังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่แบบนี้หรอก

จิรเมธจึงพลันไม่เข้าใจตัวเองขึ้นมาเสียดื้อๆ ว่าเขาเป็นบ้าอะไรกันแน่ เพราะแม้จะเพียรหานิยามให้ความรู้สึกของเขาอย่างไร ก็ดูจะไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด...

หนุ่มผู้เคยปราดเปรื่องเลยจำต้องบอกกับตัวเองให้หยุดความคิดเพ้อเจ้อลงเสียที ก่อนที่สายตาของเขาจะละจากร่างบางเสมองไปทางอื่น จนมาหยุดอยู่ตรงสตรีที่ยืนเคียงข้างผู้ใหญ่ธมแทน ดูจากรูปร่างลักษณะแล้ว เขาเดาเอาว่าเธอน่าจะอายุอานามไล่เลี่ยกับมารดาของเขาเป็นแน่แท้

จิรเมธหยุดพิจารณามองเธอด้วยความอบอุ่นระคนประหลาดใจ สายตาอ่อนโยนที่มองสบมายังเขาเปี่ยมไปด้วยแววรักใคร่เอ็นดู ซึ่งไม่น่าจะเกิดแก่คนที่เพิ่งพบหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรกได้ ทำให้ชายหนุ่มนึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่า

ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?

คงไม่ใช่...!!!’

แล้วข้อข้องใจที่เจ้าตัวกำลังคิดอยู่ ก็ถูกเฉลยออกมาจากปากของคนเป็นลูกเอง โดยที่เขาไม่ต้องถาม

ว่าแต่วันนี้แม่จ๋าทำกับข้าวอะไรใส่ปิ่นโตมาให้หนูนาบ้างจ๊ะ?

ลัลนารีบผละจากอกพ่อโผเข้าไปโอบเอวมารดาเอาไว้อย่างประจบประแจง ทำเอาคนที่ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดมันจะเป็นจริง ต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน

มายก็อด! ทำไมแม่กับลูกถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวปานนี้?

หนุ่มคราวลูกจึงรีบยกมือไหว้หญิงคราวแม่ด้วยมารยาทอันดีที่พึงปฏิบัติ ก่อนที่เขาจะถูกสองพ่อลูกตัวแสบหาเรื่องมาค่อนแคะได้อีก

สวัสดีครับคุณน้า

ไหว้พระเถอะจ้ะ มาลินีเอ่ยเสียงนุ่มนวล พลางแย้มยิ้มละมุนละไมให้อีกฝ่าย

แม่จ๋าไม่เห็นจะต้องไปพูดเพราะๆ กับนายหน้าขาวเลยนี่จ้ะ

คนเป็นลูกย่นจมูกใส่มารดาอย่างไม่พึงใจ เธอเลยได้รับคำเหน็บแนมจากชายหนุ่มมาเป็นของกำนัล

เด็กขี้อิจฉา

นายว่าใคร? ลัลนาหันมาถามเขาเสียงเขียว

ใครร้อนตัวก็รับไปสิ

เขายักไหล่อย่างกวนๆ เล่นเอาต่อมโมโหของคนมองเตรียมจะระเบิดขึ้นอีกระลอก แต่ปากที่อ้าค้างไว้หมายจะพ่นพิษใส่อีกฝ่ายให้สาแก่ใจก็มีอันต้องหุบฉับลงทันควัน เมื่อน้ำเสียงดุดันของคนเป็นพ่อชิงเอ่ยขึ้นเสียก่อนว่า

หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ทั้งคู่นั่นแหละ

พ่อจ๋าก็ดูนายนั่นสิจ๊ะว่าเขากวนประสาทหนูแค่ไหน ลัลนารีบชิงลงมือฟ้องบิดาก่อน

เอ็งอย่าไปโทษไอ้ลูกชายฝ่ายเดียวเลย พ่อรู้นะว่าเอ็งก็ใช่ย่อยเหมือนกัน ธมหันมาปรามลูกสาวอย่างรู้ทัน ก่อนจะเดินเข้าไปยืนประจันหน้ามองลูกชายของเพื่อนรักด้วยแววตาดุๆ เพื่อมิให้เจ้าตัวออกอาการเหลิงบ้างว่า แต่ที่ข้าพูดเมื่อกี้ มันไม่ได้แปลว่าข้าจะเข้าข้างเอ็งหรอกนะไอ้ลูกชาย

ท่าทางนิ่งขรึมเอาจริงของคนกล่าว ทำให้คู่กัดถึงกับมีสีหน้าจืดจ๋อยลงสนิท ยอมสงบศึก ไม่ต่อปากต่อคำกันได้บ้าง ผู้ใหญ่กล้าจึงอาศัยจังหวะนี้เอ่ยเข้าเรื่องสำคัญที่ทำให้เขาต้องมายืนอยู่ที่นี่

เอาละไอ้ลูกชาย ต่อจากนี้ไปข้าจะให้เอ็งเป็นคนรับผิดชอบโครงการไบโอดีเซลร่วมกับหนูนา ถ้าเอ็งสงสัยหรืออยากรู้อะไร ก็ให้ถามนังหนูมันได้เลย เพราะข้าคงไม่มีเวลามานั่งตอบคำถามหรือสอนงานเอ็งมากนัก

ธมหยุดเว้นวรรคหายใจเพียงนิด ก่อนจะรีบเอ่ยต่อไป เมื่อเห็นบุตรสาวตั้งท่าจะแย้งอยู่รอมร่อ

เพราะฉะนั้นพวกเอ็งก็ควรจะรักกันไว้ให้มากๆ จะได้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น...เข้าใจไหม?

เดี๋ยวจ้ะพ่อจ๋า หนูไม่เอาด้วยหรอกนะ แค่ให้นั่งอยู่ด้วยกันไม่กี่ชั่วโมง หนูยังทนคนปากมากไม่ไหวเลย แล้วถ้ายิ่งให้หนูต้องมาทนนั่งฟังเขาพูดพล่ามน่ารำคาญทั้งวันละก็ มีหวังหนูได้กลายเป็นบ้ากันพอดี

ลัลนากรอกตาไปมาอย่าเซ็งจัดระหว่างที่พูดถึงความน่าเบื่อหน่ายของเขา เล่นเอาคนมองถึงกับออกอาการควันออกหูเลยทีเดียว

ถ้าอย่างนั้นเธอคงจะได้เป็นบ้าสมใจซะแล้วละ เพราะฉันเห็นด้วยกับคำพูดของผู้ใหญ่ธมทุกอย่าง ปลายเสียงที่จิรเมธเอ่ยออกมาจงใจยั่วโมโหเจ้าหล่อนเน้นๆ

คนที่ทนต่อแรงยั่วยุไม่ไหวเลยระเบิดเสียงถามด้วยความฉุนเฉียว

โรคจิต! นายก็รู้ว่าเราไม่ถูกกัน แล้วจะมาทำงานด้วยกันได้ยังไง?

ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ในเมื่อคนอย่างฉันมีความเป็นมืออาชีพมากพอ เขาเชิดหน้า ปรายตามองสาวแสบเพียงนิด แต่เธอเนี่ยคงไม่รู้จักหรอกมั้ง... ไอ้คำว่ามืออาชีพน่ะ

เชอะ! คนอย่างฉันนี่นะไม่รู้จัก มันจะดูถูกกันเกินไปแล้ว ลัลนาทำเสียงขึ้นจมูก รีบรับคำท้าอีกฝ่ายเหยงๆ ก็เอาสิ ในเมื่อนายอยากจะทำงานกับฉันมากนัก ฉันก็ไม่ขัดศรัทธาหรอก แต่นายเตรียมตัวโดนของหนักเอาไว้ได้เลย

โอ๊ยยย ไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก กลัวตายล่ะ คนฟังแกล้งยกมือลูบขนที่ไม่ลุกไม่ตั้งเลยสักกะเส้นด้วยท่าทางยียวน พร้อมทั้งกล่าวเสริมต่อไป ที่ฉันต้องทนจำใจยอมร่วมงานกับเธอเนี่ย เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืนต่างหากละ รู้เอาไว้ซะด้วย

กวนประสาทฉันดีนักนะ... นายหน้าขาว!” ลัลนากัดฟันอย่างโมโหจัด

แล้วมีอะไรไหมล่ะ... ยายลิงกัง!?

จิรเมธเองก็เอ่ยยอกย้อนหล่อนทุกคำพูด ทำให้คนฟังแทบจะเต้นผางด้วยความเจ็บใจ ร้อนถึงคนกลางต้องรีบออกโรงยุติศึกน้ำลายเป็นการด่วน เมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะบานปลายไปใหญ่

พอ! เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ข้าฟังแล้วเวียนหัว ธมถอนหายใจ ก่อนจะหันไปถามบุตรสาวให้รู้สึกสำนึก ถ้าขืนพวกเอ็งยังมัวแต่นั่งเถียงกันอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่หมู่บ้านของเรามันจะเจริญสักทีละฮึ... หนูนา แล้วจึงหันมาปรามบุตรชายของเพื่อนรักบ้างว่า ส่วนเอ็งก็คงไม่ได้เงินคืนแน่ๆ... ไอ้ลูกชาย

ใช่ เถียงกันเป็นเด็กๆ ไปได้ โตแล้วนะ...ทั้งคู่ มาลินีกล่าวเสริม

ทั้งลัลนาและจิรเมธยอมเงียบปากลงได้ มาลินีจะหันมามาตำหนิคนของเธอก่อน

หนูนา... มาลินียกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวที่ตระกองกอดตนอยู่ พลางเรียกขานหล่อนเสียงนุ่ม เพื่อให้เจ้าตัวนั้นตั้งฟังในสิ่งที่เธอกำลังจะกล่าว หนูน่ะเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านนะ ดังนั้นการที่ลูกคิดจะทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่สักแต่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ลูกควรจะนึกถึงความสุขส่วนรวมของคนหมู่มากเอาไว้เป็นที่ตั้ง แล้วลูกจะพบกับความสุขในการทำงานเพื่อคนอื่นอย่างแท้จริง

ผู้เป็นแม่พร่ำสอนอย่างมีหลักการและเหตุผล เพื่อให้บุตรสาวของเธอได้ทันเก็บเอาไปคิด และทำความเข้าใจในสิ่งที่เธอบอกกล่าวได้อย่างกระจ่าง

หนูขอโทษจ้ะ แม่จ๋า ลัลนายืดตัวมองหน้ามารดา พลางบอกกับท่านเสียงอ่อย

ดีมากจ้ะ มารดายิ้มรับอย่างพึงใจ จากนั้นจึงหันมาพูดกับฝ่ายชายบ้าง

ส่วนพ่อหนุ่มเอง ถ้าคิดจะพัฒนาที่นี่จริงๆ น้าก็ขอให้มุ่งมั่นตั้งใจ อย่าได้คิดวอกแวกเป็นอื่น เพราะไม่อย่างนั้นผลสุดท้ายพ่อหนุ่มก็จะไม่ได้อะไรกลับไปเลย แม้แต่ความอิ่มเอมใจที่ควรได้รับ

ความอิ่มเอมใจ? จิรเมธนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก มันหมายถึงอะไรเหรอครับ?

แล้วสักวัน...เมื่อถึงเวลานั้น พ่อหนุ่มก็จะรู้เองจ้ะ ใบหน้าเอื้ออารีกับรอยยิ้มละมุนผุดขึ้นยามเอ่ยตอบ เพื่อให้เด็กคราวลูกลองตริตรองหาคำตอบ และบังเกิดความซาบซึ้งตื้นตันกับมันด้วยตัวเองในภายภาคหน้า

คนฟังยิ่งขมวดคิ้วนิ่วหน้า เพราะคำตอบที่เขาได้รับกลับสร้างแต่ความงุงงนสงสัยมากยิ่งขึ้น แต่จิเมธก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรต่อไป ด้วยผู้ใหญ่ธมรีบชิงตัดบทการสนทนาลงเสียก่อน

เอาละ ตกลงเป็นอันเข้าใจกันตามนี้นะ ข้ากับแม่เอ็งจะได้ไปทำงานต่อเสียที

ว่าแล้วผู้เป็นสามีก็เดินจูงมือเมียรักจากไป ทิ้งเด็กทั้งสองที่ยังยืนมองตากันอย่างเอาเป็นเอาตายไว้ราวกับไม่สนใจ แต่ข้างในก็อดหวั่นๆ ไม่ได้ว่า

‘’งานยังไม่ทันจะเริ่ม ก็ส่อเค้าว่าจะล่มซะแล้ว

ลองเข้าอีหรอบนี้ มันจะไปรอดไหมเนี่ย?

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




555 นั่นสิคะ งานยังไม่เริ่ม ก็ทำท่าจะล่มซะแล้ว

ก็ตาจิมกะหนูนาเล่นกัดกันไม่เว้นแต่ละวันเลย

แบบนี้ตอนแต่งงานจะลูกดกมั้ยหนอ....อิอิ

อยากรู้ว่างานนี่้จะรอดหรือจะร่วง มาตามต่อตอนหน้านะคะ

ส่วนใครใจร้อนอยากรู้เรื่องก่อน 

แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า 

เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น