ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 18 : แกลลอนที่ 8 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

ลัลนาเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มชาวบ้านที่กำลังทำการหีบ หรือก็คือการบีบ คั้น สกัดเอาน้ำมันปาล์มออกมา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็ขะมักขเม้นกับการหีบสกัดน้ำมันจากต้นสบู่ดำ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านของพวกเขาเป็นคนริเริ่มนำมาปลูกเมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะเห็นว่าเป็นพืชสารพัดประโยชน์ นอกจากจะเอาน้ำมันที่ได้ออกขายเพิ่มรวมกับน้ำมันปาล์มแล้ว กากที่เหลือก็เอามาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนกลีเซอรีนที่เกิดโดยการแยกส่วนจากไบโอดีเซลนั้น ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นสบู่ไว้ใช้ได้อีกด้วย

เป็นไงบ้างพี่ไก่แจ้ หีบสบู่ดำไปได้ถึงไหนแล้วจ๊ะ ลัลนาเอ่ยทักเสียงใส

ใกล้เสร็จแล้วจ้ะ น้องหนูนาจะเอาน้ำมันที่ได้ไปทำไบโอดีเซลเลยไหม? หนุ่มภูธรชี้มือไปยังถังน้ำมันที่ตัวเขาและชาวบ้านช่วยกันสกัดมาตั้งแต่เช้าให้หญิงสาวดู

ก็ได้จ้ะ งั้นพี่ไก่แจ้ช่วยหนูนายกไปที่ศาลาหน่อยนะจ๊ะ

สาวตาคมไหว้วานพี่ชายคนสนิทให้ช่วยยกถังบรรจุภัณฑ์ไปยังโรงศาลาเล็กๆ ที่สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ผลิตกระบวนการทำน้ำมันไบโอดีเซลแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยมีถังใหญ่ๆ ตั้งเรียงรายอยู่สี่ใบ แต่ละถังมีท่อต่อถึงกันหมด

หนูนาขออะไร พี่ทำให้ได้หมดแหละจ้ะ ไก่แจ้บอกอย่างเต็มใจ แต่ก็ไม่วายมีข้อต่อรองเล็กๆ แต่อย่าลืมช่วยเชียร์พี่ให้กับน้องปูไข่ด้วยนะจ๊ะ พี่จะได้มีแฟนกับเขาซะที

คนตัวเตี้ย ผิวคลำ ผมหยักศก ยืนทำท่ากระมิดกระเมี้ยนด้วยความเขินอาย มองแล้วช่างไม่เข้ากับใบหน้าโหดๆ ของเจ้าตัวเลยสักนิด แต่คนมองก็อดหัวเราะชอบใจกับความน่ารักน่าชังของเขาไปมิได้

จ้า... หนูนาไม่ลืมหรอกว่า พี่ไก่แจ้น่ะแอบกุ๊กกิ๊กกับเพื่อนของหนูนาอยู่ ฮิๆ

พี่เปล่ากุ๊กกิ๊กนะจ๊ะ แต่พี่ยกให้น้องปูไข่เป็นยอดดวงใจเลยต่างหากละ หนุ่มบ้านนาหยอดมุขหวานจนถึงขั้นเลี่ยนผ่านเพื่อนของสาวคนรัก เพราะหวังให้เธอแอบไปกระซิบบอกน้องปู่ไข่คนงาม เพื่อเพิ่มคะแนนพิศวาสให้แก่ตน เล่นเอาลัลนาถึงกับหัวเราะงอหายไม่ยอมหยุด

ยายตัวแสบ!”

แต่แล้วน้ำเสียงเริงร่าก็มีอันต้องหุบฉับลงทันที เมื่อพญามารที่ตามติดเธอมานั้น เดินขากะเผลกเข้ามาพร้อมกับสุ้มเสียงที่บ่งบอกถึงความฉุนเฉียว

ทำคนอื่นเขาเจ็บตัว แล้วคิดจะวิ่งหนีหางจุกก้นไปง่ายๆ เหรอไง? จิรเมธถามอย่างเอาเรื่อง พร้อมทั้งเอ่ยสั่งการเสียงเข้ม มาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้!”

ทว่าหญิงสาวกลับยืนเบะหน้า แสร้งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเสียอย่างนั้น แล้วจึงหันมาบอกกับเพื่อนรุ่นพี่ว่า

พี่ไก่แจ้ช่วยยกถังน้ำมันไปวางตรงนู้นก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวขอหนูนากำจัดปลวกไรที่ชอบสร้างความวุ่นวายให้คนอื่นทางนี้ก่อนจ้ะ

ไก่แจ้ได้แต่เพียงมองหน้าสาวสวยสลับกับพ่อคนหน้าบึ้ง ที่ไม่รู้ว่าไปกินรังแตนมาจากไหน คนละทีสองที ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับ แล้วเดินไปปฏิบัติภารกิจที่หญิงสาวมอบหมายให้ด้วยความงุนงง

ไหน... เธอว่าใครเป็นปลวกไรเฮอะ!?

ใบหน้าขาวคมคายชะโงกเข้ามาจ้องตากับหล่อนทันควันเมื่อไม่มีตัวเกะกะ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านอกจากจะไม่ทำให้ลัลนารู้สึกเกรงกลัวเขาแล้ว ซ้ำแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างชายหญิงก็พลันเกิดขึ้นแทนเสียนี่!

ก็ใครล่ะที่ชอบสร้างความเดือนร้อนให้ชาวบ้านเขากะหมอกน่ะ ลัลนาโต้กลับเสียงสั่น แกล้งสะบัดหน้าหนี เพื่อปกปิดอาการใจกระตุกของเธอ

งั้นก็คงไม่ใช่ฉันหรอก เพราะฉันเป็นคนที่จะมาพัฒนาที่นี่ให้เจริญขึ้น จิรเมธเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ

แหวะ! จะเจริญขึ้นหรือเจริญลงฮวบๆ ก็ยังไม่รู้เลย

ลัลนาแอบบ่นงุบงิบ แต่คนหูดีก็เหมือนจะทันได้ยิน

เธอพูดว่าไงนะ?

แล้วนายได้ยินว่าอะไรล่ะ?

เธอหาว่าฉันไร้ฝีมือ ไม่มีน้ำยาใช่ไหมล่ะ?

หูดีเหมือนกันแฮะ หญิงสาวแกล้งทำตาโต ตบมือให้แปะๆ

เธอ!” คนมองถึงกับตาลุกวาว ก่อนจะพลันเปลี่ยนท่าทีเป็นเย้ยหยันทันควัน ลืมไปว่าเธอเป็นยายลิงกัง ไม่มีสมอง จะไปรู้เรื่องอะไรล่ะ?

นายเองก็เป็นไอ้ตัวเจ้าปัญหา ชอบสร้างเรื่องเหมือนกันนั่นแหละ ลัลนาสวนกลับอย่างไม่ลดลาวาศอก  

เฮอะ!” เขาทำเสียงขึ้นจมูก ถามหน่อยเถอะว่าที่นี่มันมีอะไรชวนให้น่ายุ่งด้วยนักล่ะ นอกจากไบโอดีเซลที่ใกล้จะขาดทุน กับแรงงานชั้นต่ำที่น่าซื้อ...

โป๊ก!!! ผลตอบแทนที่ชายหนุ่มได้รับจากการเหยียดหยามหมู่บ้านอันเป็นที่รักของเธอก็คือ รอยฟกช้ำดำเขียวที่เพิ่มขึ้น ลัลนายกขาเตะหน้าแข้งของเขาอีกข้างอย่างเต็มแรง ส่งผลให้คนที่ยังไม่หายเจ็บดีร้องครวญครางขึ้นมาอีกครั้ง

โอ๊ย! ยายบ้า เตะฉันอีกแล้วนะ จิรเมธแผดเสียงคำรามลั่น

แต่คนทำก็หาได้ใส่ใจฟังไม่ เพราะลัลนาเดินกระแทกกระทั้นปั้นปึ่งจากไปแล้วด้วยความโมโหโกรธา

เอะอะอะไรก็เอาแต่เตะฉัน นี่เธอติดนิสัยป่าเถื่อนหรือว่าเห็นแข้งฉันเป็นลูกฟุตบอลกันแน่...ฮึ?

คนเจ็บยังมีแก่ใจจะเดินตามมาต่อว่ากัน หญิงสาวจึงหยุดเท้าที่กำลังเดินอยู่ เพื่อหันมาตอบเขาอย่างหาเรื่อง

ก็ทั้งสองอย่างเลย...มีอะไรไหม?

มี!” ชายหนุ่มสวนกลับอย่างขึงขัง ก่อนจะรีบเขย่งเท้าเดินตามเจ้าหล่อนอีกครั้ง เมื่อเธอไม่ยอมหยุดฟังเรื่องที่เขากำลังจะพูดต่อ หน็อย! แน่จริงเธออย่าหนีสิ กลับมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อน

ขอโทษนะ ฉันไม่ว่างขนาดนั้นหรอก อย่าลืมสิว่าหมู่บ้านฉันยังเป็นหนี้นายอยู่ เพราะฉะนั้นทุกเวลาและวินาทีของฉันมีค่า จะให้มาเที่ยวเดินเล่น นั่งเล่น แบบนายได้ยังไงกันล่ะ

 “ฉันไม่เคยทำอะไรเล่นๆ คราวนี้เสียงห้าวทุ้มที่เอ่ยออกมากลับเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึม เมื่อผู้เป็นเจ้าของไม่พึงใจในวาจาดูแคลนของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะโพล่งกลับไปบ้างอย่างเหลืออดว่า แต่การที่เธอเอาแต่หวังพึ่งใบบุญคนอื่นอยู่ตลอดเวลา โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยต่างหากละ ที่มันแย่ยิ่งกว่า

ทุกครั้งที่บุตรชายของผู้มีพระคุณต่อหมู่บ้านพูดถึงเรื่องเงินจุนเจือขึ้นมาทีไร ลัลนาเป็นต้องเงียบปากลงทุกที เพราะมันคือความจริงที่เธอไม่สามารถเถียงหรือปฏิเสธออกไปได้ สองเท้าจึงเตรียมจะก้าวขาเดินหนีไปเสีย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนฟังคำพูดแสลงหูแสลงใจให้รู้สึกละอายมากขึ้น แต่ก็ยังช้ากว่าเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ได้ทีรีบชิงเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า

เอาเถอะ...ฉันเองก็ไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำอะไรขนาดนั้น เมื่อฉันออกปากไปแล้วว่าจะช่วย ฉันก็จะทำเต็มที่สุดความสามารถ แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องยอมเชื่อฟัง ห้ามเถียง ห้ามดื้อกับฉันเด็ดขาด! เข้าใจไหม?

ไม่เข้าใจ!” สาวแสบบอกปัดทันควันด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่มีอยู่เต็มสายเลือด ถึงแม้ช่วงแรกเธอจะแอบครุ่นคิดอยู่บ้างก็ตามที

มันจะยากอะไรนักหนากันเชียว กับอีแค่ยอมพะเน้าพะนอฉันสักหน่อยเนี่ย

คนถูกปฏิเสธโกรธจนหน้าแดงที่สาวเจ้ากล้าขัดใจ เพราะแท้จริงแล้วเขาแค่ต้องการจะเอาชนะหล่อนเพียงเท่านั้น

คนที่รู้ซึ้งในข้อนี้ดีบอกเสียงดังฟังชัดด้วยความเด็ดเดี่ยว

นั่นแหละยากที่สุด โดยเฉพาะ...กับคนอย่างนาย!”

ก่อนจะสะบัดก้นเดินเข้าไปภายในโรงงานผลิตน้ำมันดีเซล เพื่อทำหน้าที่ของเธอต่อไป โดยไม่สนใจคนข้างหลังอีกเลย

 

ภายในศาลามุงจากแข็งแรงคงทนที่สร้างจากความร่วมมือร่วมแรงกันของชาวบ้าน หญิงสาวที่เพิ่งเดินมาถึงตรงเข้ามาควบคุมดูแลผลผลิตอย่างเข้มงวดแทนไก่แจ้ด้วยความว่องไว เธอวานให้ชาวบ้านช่วยกันเทน้ำมันที่หีบสกัดได้จากต้นสบู่ดำลงในถังใบแรก ซึ่งเรียกกันว่า ถังเตรียมสารเคมี ส่วนตัวเองก็เดินไปชั่งสารตัวเร่งปฏิกิริยาและเอทานอลเอาไว้ เพื่อจะนำส่วนประกอบทั้งหมดลงไปผสมคลุกเคล้าทำปฏิกิริยากัน

ทำอะไรน่ะ? พ่อตัวป่วนโผล่หน้าเข้ามาดูด้วยความสงสัยใคร่รู้ โดยลืมความขุ่นข้องหมองใจระหว่างกันเมื่อครู่ไปจนหมด

ทำงาน ตอบแบบกำปั้นทุบดิน

รู้แต่สงสัยว่าเป็นงานอะไร? คนที่ชักจะมีอารมณ์ขึ้นมาอีกคราเพียรข่มใจเอาไว้ เพราะความอยากรู้มีมากกว่า

ก็ที่โครงการนี้เขาทำอะไรกันล่ะ? ลัลนาเอ่ยอย่างรำคาญ ราวกับจะถามเขาเป็นนัยๆ ว่า

ไม่มีตาดูรึไงยะ?

จิรเมธเลยอดโมโหขึ้นมาอีกไมได้

นี่เธอตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่ไหม?

ลัลนาหยุดมือที่กำลังสาละวนอยู่กับสารเคมี แล้วหันกลับมามองหน้าเขาอย่างอ่อนใจ

เปล่าสักหน่อย ก็ฉันกำลังเตรียมสารตั้งต้นอยู่ แล้วเสียงนายเล่นถามย้ำๆ กรอกหูอยู่แบบนี้ ฉันจะมีสมาธิไหมล่ะ?

ลัลนาจำต้องชี้แจงแถลงไขให้มนุษย์ปุจฉาเข้าใจ เผื่อเขาจะได้เลิกทำตัววุ่นวาย คอยถามนู่นนี่ซะที

ก็ฉันไม่เคยเห็นนี่นา แค่อยากรู้...มันผิดด้วยรึไง? จิรเมธบอกอย่างกระเง้ากระงอด

คนฟังรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เลยรีบอธิบายถึงสิ่งที่เขานึกสงสัยเป็นนักหนา

เมื่อกี้นี้ฉันผสมเอทานอลกับโปเตสเซียมไฮดรอกไซด์ลงไปในถัง

หญิงสาวยื่นถังในมือให้เขาดู ชายหนุ่มจึงรีบชะโงกหน้าเข้ามาชมใกล้ๆ ด้วยความกระตือรือร้นราวกับเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ ทำให้คนมองนั้นอดนึกขำไม่ได้ สาวแสบเลยนึกสนุกอยากจะแกล้งแหย่เย้าเจ้าตัวเล่นเสียหน่อย

ตู้ม!” จู่ๆ ลัลนาก็ตะโกนร้องขึ้นมาสุดเสียง

ว้ากกก!!!” คนที่คิดว่าเกิดระเบิดขึ้นเลยแหกปากร้องลั่นยังกับเจ๊กตื่นไฟ  พร้อมทั้งรีบลนลานวิ่งหนีไปหลบอยู่หลังมุมเสาเสียไกลลิบ

ฮะฮ่าๆๆ ลัลนาหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง เพราะไก่ตัวเบ่อเร้อที่อีกฝ่ายปล่อยออกมา ป๊อดว่ะ ไม่คิดว่านายจะกลัวจริงๆ นะนั่น ฮะๆๆ

แล้วหญิงสาวก็จบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเหมือนเดิม...

นี่เธอหลอกฉันเหรอ? จิรเมธตวาดเสียงดัง นอกจากจะขำไม่ออกแล้ว เขายังเสียทั้งหน้า เสียทั้งฟอร์ม จนไม่หลงเหลือความมาดแมนไว้เลยสักนิด

ไม่เอาน่า ฉันแค่แหย่นายเล่นนิดหน่อยเอง อย่าซีเรียสนักสิ ถึงปากจะห้ามมิให้เขาโมโหโทโส แต่เธอยังคงหัวเราะไม่ยอมหยุด

ตลกนักรึไง? เขาถามเสียงเย็น

ฮื้อ... ฮิๆ ฮ่าๆๆ คนกระตุกหนวดเสือส่งเสียงหัวร่อแทนคำตอบ

คนที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้บ้าเลยยิ่งเดือดจัด ก้าวพรวดเดียวประชิดตัวแม่สาวแสบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะคว้าหมับที่เข้าต้นแขนกลมกลึง ออกแรงกระชากให้หล่อนหันมาเผชิญหน้ากับเขา

หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ! ไม่อย่างนั้นเธอเจอดีแน่เขาเตือนเสียงลอดไรฟัน

นั่นแหละ...เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของหญิงสาวจึงเหือดหายไปจากดวงงามทันตา

หาใช่เพราะคำเตือนของเขาไม่!

แต่เกิดจากความไม่พอใจที่ชายหนุ่มล่วงเกินเธอต่างหากเล่า...

นายมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องตัวฉัน ลัลนาถามเสียงห้วน เงยหน้ามองสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนิ่ง

แล้วเธอล่ะ มีสิทธิ์อะไรมาหัวเราะเยาะฉัน? จิรเมธเองก็เอ่ยยอกย้อนด้วยสีหน้าขึงขัง ไม่มีแววล้อเล่น

ศึกฟาดเนตรระหว่างหนุ่มจอมเคี่ยวกับสาวแสบสันเกิดขึ้นอย่างสูสี ต่างก็ขนทิฐิมาประเคนใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดก็เป็นจิรเมธเองที่หมดความอดทน เขาจึงต่อว่าราวกับหล่อนไม่เคยได้รับการอบรบจากบุพการี

ยายคนไม่มีมารยาท

ลัลนาโมโหจนหน้ามืด เลยยกเท้าขึ้นสูงหมายจะหวดลงไปที่หน้าแข้งของเขาอีกครั้งเป็นการแก้เผ็ด แต่คราวนี้คนที่เจ็บตัวมาถึงสองครั้งสองครากลับเป็นฝ่ายตั้งหน้าตั้งตารอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขาจึงเสนอขาส่วนที่เป็นกระดูกให้หญิงสาวระดมเตะเข้ามาอย่างสบายอุรา เพื่อให้ดาบนั้นคืนสนองคนเกเรบ้าง

โอ๊ย!” ลัลนาถึงกับเจ็บจนน้ำตาเล็ด เมื่อขาของเธอกระแทกเข้ากับของข็งจังๆ จนพลางนึกไปว่า

ขาหรือปูนซีเมนต์เนี่ย?

สาวแสบรีบก้มดูปลายเท้าตัวเองด้วยความปวดแปลบ สามารถเรียกคะแนนสงสารจากชายหนุ่มได้อยู่ไม่น้อย

โดนเข้าไปอย่างจังเลยสิท่า ไหนดูซิ

จิรเมธรีบปราดเข้ามาดูอาการเธอทันที เขาย่อตัวลงนั่ง พลางจับเรียวขาของหญิงสาวขึ้นมาพลิกดูรอยฟกช้ำดำเขียวอย่างเบามือ

นายจะทำอะไรน่ะ...ปล่อยฉันนะ คนที่ไม่รู้ถึงเจตนาดีแหววใส่เขาเสียงแหลม

แต่คนฟังไม่ได้ใส่ใจ หนำซ้ำยังยึดข้อขาของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะต้องการสำรวจให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อนว่าเจ้าหล่อนมีอะไรที่สึกหรอไปบ้างรึเปล่า...

อืม...ไม่มีรอยฟกช้ำนะ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายเจ็บแล้วละ

เขาปล่อยขาของเธอวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล เมื่อไม่เห็นร่องรอยการบาดเจ็บอันใด ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ

ทำเป็นเท่ คงคิดว่าหล่อตายล่ะ

ลัลนาแอบแบะปากหมั่นไส้พ่อคนรูปหล่อ พยายามหาข้อติมิให้หัวใจของเธอเกิดหวั่นไหวไปกับสัมผัสอบอุ่นจากปลายนิ้วของเขา หญิงสาวจึงไม่ทันรู้ตัวเลยว่าไอร้อนที่เพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นบนใบหน้า ส่งผลทำให้ผิวแก้มเปล่งปลั่งของเธอแดงระเรื่อยไปทั่ว จนคนที่สังเกตเห็นเป็นต้องร้องถาม

เป็นอะไรไปอีกล่ะ...หน้าแดงเชียว? จิรเมธขมวดคิ้ว เพ่งพิศใบหน้างามที่มีสีเลือดฝาดอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออกขึ้นมา เอ๊ะ! รึว่าเธอจะเขินฉัน?

คนพูดเอ่ยแซวอย่างสนุกปาก เล่นเอาคนที่มีชนักติดหลังถึงกับสะดุ้งโหยง

เพ้อเจ้อ!” ลัลนาแว้ดใส่คนรู้ทันเสียงเขียว แล้วแสร้งเดินปึงปังไปทางอื่นเป็นการกลบเกลื่อน ฉันไปทำงานต่อดีกว่า ไม่อยากจะเสียเวลากับคนบ้าแถวนี้

ถึงจะบ้า แต่ก็น่ารักนะจะบอกให้ ฮะฮ่าๆ จิรเมธหัวเราะอย่างทะเล้น ก่อนจะพูดเกทับ เธอเองก็อย่าแอบมาหลงรักฉันเข้าทีหลังแล้วกัน

บ้า! ใครจะไปรักคนสติไม่ดีแบบนายกันล่ะยะ...ประสาท!”

สาวใต้แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนพูด แล้วรีบเดินจากไปอย่างเร็วจี๋ เมื่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอมันดังตึกตัก... แรงขึ้น... ดังขึ้น...

ดังซะจนหญิงสาวกลัวว่าชายหนุ่มจะเกิดได้ยินเข้า แล้วเอามานั่งล้อเธออยู่ไม่เลิกรา

ในเมื่อนายจอมหยิ่ง ขี้โกง แถมยังเคี่ยวเค็มคนนี้...อยู่ห่างไกลจากผู้ชายในฝันของเธอมากนัก!

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




งานที่ว่าหมู สงสัยคงไม่หมูเหมือนที่ตาจิมคิดซะแล้ว

เพราะมีตัวป่วนเป็นหนูนาอยู่ทั้งคน

อยุูใกล้กันเป็นกัด เอ๊ย! ทะเลาะกันทู้กกกกที

คนอ่านแอบสงัสยมั้ยคะว่าคู่นี้เขาจะสปาร์กกันได้ไง???

ต้องติดตามตอนต่อไปค่า....

ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว ไรเตอร์เลยอยากมอบของขวัญให้นักอ่านทุกท่าน

สำหรับคอนิยายลดราคาแรงๆ 30-50% เลยค่า 22-27 นี้ 5 วันเท่านั้น

ถือเป็นนาทีทองสำหรับคนที่อยากหานิยายสนุกราคาเบาๆ มาอ่านค่า 

ปีหน้าฟ้าใหม่...ราคานี้คงหายากแล้ว 

เพราะปีนี้ไรเตอร์ลดแลกแจกแถมมาทั้งปีเลย

แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า 

เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!



2 ความคิดเห็น