ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 17 : แกลลอนที่ 8 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ธ.ค. 59

ตั้งแต่กลับมายังคฤหาสน์ จิรเมธก็เพียรเฝ้างอนง้อผู้เป็นพ่อที่ยังคงขุ่นเคืองเรื่องที้ขาดันไปหักหาญน้ำใจของท่านต่อหน้าคนในหมู่บ้านเขากะหมอกอยู่มิหาย จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็นวันศุกร์ที่เขาจะต้องบินลงมาตรัง เพื่อดูแลโครงการตามที่ได้ตกลงกับผู้ใหญ่ธมเอาไว้อีกครั้ง เขาจึงไปบอกกล่าวแก่บิดาและมารดาให้ได้รับทราบ

หนุ่มนักเรียนนอกหาข้ออ้างบอกกับคนป็นแม่ว่า จะขอแวะเวียนไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานที่ต่างจังหวัดสักสองสามวัน แล้วจะรีบกลับมาทำงานในวันจันทร์ที่จะถึง เพื่อมิให้มารดานึกหวาดระแวงแคลงใจ ในขณะที่บิดากลับเอาแต่นั่งนิ่งเฉย ไม่พูดไม่จา ซ้ำยังทำเป็นไม่ได้ยินเรื่องที่เขาพูดอีกต่างหาก นำมาซึ่งความน้อยอกน้อยใจแก่ผู้เป็นลูกยิ่งนัก เพราะไม่เข้าใจว่าท่านจะโกรธเคืองอะไรกันนักกันหนา

ทว่าภายใต้ท่าทีหมางเมินของคนเป็นพ่อ จิรเมธหาได้รู้ไม่ว่าเกริกเกียรตินึกเป็นห่วงเขาจับใจเพียงใด เพราะทันทีที่ชายหนุ่มก้าวขาออกไปจากบ้าน เขาก็รีบหลบมุมโทร. .ไปหาเพื่อนรักทันที

ธม... นี่ฉันเอง

เออ... ว่ายังไง

เจ้าจิมมันกำลังนั่งเครื่องลงไป ฝากลูกชายฉันด้วยนะ

ได้...ไว้ข้าจะรอต้อนรับไอ้ตัวแสบให้เป็นอย่างดีเลย ผู้ใหญ่กล้าหัวเราะอย่างสำราญบานใจ

แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจอย่างที่สุดสำหรับคนฟัง เกริกเกียรติเลยต้องรีบหยิบยกข้อดีของบุตรชายขึ้นมาพูดให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เผื่อว่าทัศนคติแย่ๆ ที่สองฝ่ายมีต่อกันจะเลือนหายหรือเบาบางลงไปบ้าง

จริงๆ แล้วเจ้าจิมมันเป็นเด็กดีนะ เสียแต่ดื้อไปหน่อยเท่านั้น

ไม่หน่อยหรอก ลูกเอ็งน่ะดื้อมากเลยทีเดียว

เออ...นั่นแหละ แต่ฉันเชื่อว่าถ้าเจ้าจิมมันตั้งใจจะพัฒนาที่นั่นละก็ โครงการของแกจะต้องไปได้สวยแน่ๆ พูดแล้วจะหาว่าคุย แต่เจ้าลูกชายของฉันมันเก่งแบบเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ นะ

น้ำเสียงยามที่เอ่ยถึงบุตรชายเพียงคนเดียวของเพื่อนรัก บ่งบอกให้คนฟังล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายภูมิใจในตัวจิรเมธเพียงใด เขาจึงเลือกที่กล่าวให้เกริกเกียรติสบายใจว่า

เออน่า...เอ็งไม่ต้องห่วงหรอก ถึงเจ้าจิมจะทำตัวน่าหมั่นไส้มากขนาดไหน แต่มันก็เป็นลูกชายของเอ็ง แล้วข้าจะเกลียดมันลงคอได้ยังไงล่ะ แค่อาจจะแหย่มันเล่นไปตามประสานิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นแหละ เอ็งเข้าใจนะ

ฉันเข้าใจ แต่ยังไงแกก็ช่วยสั่งสอนเจ้าลูกชายฉันแค่เบาะๆ สักหน่อยละ เดี๋ยวมันจะช้ำในตายเสียก่อนที่จะได้ตอบแทนบุญคุณฉัน เกริกเกียรติกล่าวติดตลกด้วยรอยยิ้มขำ เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจแล้ว

เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เพราะข้าเตรียมคนดูแลลูกเอ็งไว้ให้แล้ว

ใครกันล่ะ?

ก็นังหนูลูกข้าไง เดี๋ยวข้าจะช่วยกระซิบบอกหนูนามันว่าให้เบาๆ มือกับลูกชายเอ็งหน่อยก็แล้วกัน ฮะฮ่าๆ

ผู้ใหญ่ธมยกมือตีขาดังเผียะ! พลางส่งเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ เมื่อความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว ซึ่งดูเหมือนเพื่อนรักของเขาเองก็จะเข้าใจในความหมายนั้นเช่นกัน

เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าแกจะ... เกริกเกียรติหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เพราะไม่กล้าที่จะคิดต่อ

เอ็งคิดถูกแล้ว คนเจ้าความคิดจึงช่วยย้ำความมั่นใจให้ ข้าขี้เกียจมาปรามฤทธิ์ลูกชายเอ็ง สู้ให้คนเจ๋งๆ เขาเจอกันเองดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าเกิดลูกเอ็งดื้อมากนักละก็ ข้าจะให้หนูนามันจัดการเอาเสียเลย

เฮ้อ! เรื่องมันจะยิ่งยุ่งอิรุงตุงนังน่ะสิไม่ว่า ถึงปากจะค้าน แต่ในใจก็อดนึกสนุกไปด้วยมิได้

เอาเถอะ...ลูกเอ็งแขนไม่เดาะ กระดูกไม่หักไปซะก่อนหรอกน่า ถึงจะเห็นแบบนั้น แต่หนูนามันก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงนะ ไม่ต้องกลัวไปหรอก

ก็เพราะว่าลูกแกเป็นผู้หญิงน่ะสิ แล้วเจ้าจิมมันก็เป็นผู้ชาย น้ำมันใกล้กับไฟ อะไรจะเกิด แกก็น่าจะรู้ดีนี่นา

 “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ดีน่ะสิ ข้าล่ะอยากจะเห็นคุณนายเมียเอ็งนักว่า จะทำหน้ายังไง ฮะฮ่าๆ

แทนที่คนฟังจะตระหนก เขากลับหัวเราะเสียงดังเข้าไปใหญ่ ยามเมื่อนึกไปว่าเมียรักของเพื่อนจะมีเขี้ยวงอกออกมาจากปากกี่ซี่ เมื่อเพชรเลอค่าของหล่อนต้องมาเกี่ยวดองกับก้อนกรวดไร้ราคาของเขา

 “คุณนายเมียฉันจะทำหน้ายังไงได้ล่ะ นอกจากจะเล่นงานฉันปางตาย โทษฐานที่ปล่อยให้ลูกชายสุดที่รักติดเชื้อบ้ามาจากแกน่ะสิ... เฮ้อ!” เกริกเกียรติอดถอนหายใจดังเฮือกใหญ่กับความคิดพิเรนของคนเป็นเพื่อนมิได้ว่า

หาเรื่องตายให้ฉันแล้วไหมล่ะ... ไอ้ธมเอ้ย!’

ถ้าถึงตอนนั้น ข้าจะช่วยยืดอก ยอมรับความผิดกับคุณนายอำไพพรรณแทนเอ็งก็แล้วกัน ธมเอ่ยอย่างตลกขบขัน ทำเอาคนฟังนึกหมั่นไส้คนพูดขึ้นมาตงิดๆ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เพื่อนรักยังจะมีแก่ใจหยิบยกเรื่องคอขาดบาดตายของเขาขึ้นมากระเซ้าเย้าแหย่อยู่อีก

ไอ้ธม! นี่ถ้าแกยืนอยู่ใกล้ๆ ฉันจะขอยันโครมให้หายแค้นซะที แกกล้าเอาเมียบนหิ้งของฉันมาพูดแซวเล่นได้ไง ถ้าหล่อนเกิดมาได้ยินพวกเราคุยกันเข้าละก็ มีหวังฉันถูกจับกินกันพอดี

ฮะฮ่า ได้ยินเอ็งพูดแบบนี้ ข้าก็ชักจะสยองขึ้นมาซะแล้วสิ คนฟังหัวเราะในความช่างเปรียบเปรยของเจ้าตัว ก่อนจะเอ่ยล่ำลา เมื่อถึงเวลาอันควร งั้นข้าขอไปทำงานต่อก่อนนะ ส่วนเอ็งก็ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลเจ้าจิมให้ดีที่สุด

ธมไม่ลืมกล่าวย้ำเพิ่มความสบายใจให้แก่คนทางปลายสายอีกครั้ง

ขอบใจแกมาก เกริกเกียรติบอกอย่างโล่งอก ก่อนจะวางสายจากไปในที่สุด

ขระที่ผู้ใหญ่กล้ายังยืนครุ่นคิดบางสิ่งที่เขายังไม่ได้บอกกล่าวแก่เกริกเกียรติอยู่ ยิ่งนานวันไป เขาก็จะยิ่งแก่ตัวลงเรื่อยๆ แต่คนในหมู่บ้านเขากะหมอกนี่สิ ยังต้องมีผู้ดูแลต่อไป และคนที่เขาหมายตาไว้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนคนเก่งของเพื่อนรักนั่นเอง

แต่กว่าที่จิรเมธจะใช้การได้ เขาคงต้องทำการเจียระไนเพชรเม็ดงามนี้เยอะสักหน่อย เพื่อให้ผู้นำคนต่อไปแห่งหมู่บ้านเขากะหมอกนี้มีคุณสมบัติครบทุกประการตามที่เขาต้องการ โดยเฉพาะข้อแรกซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ นั่นคือ ความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณต่อพ่อหลวง ที่ทรงสละพระวรกายประทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรของพระองค์

แล้วที่นี้คนหนุ่มก็จะเข้าใจแก่นแท้ของโครงการไบโอดีเซลว่า ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด... มากแค่ไหน...

 

หลังจากลงเครื่องที่เมืองตรังแล้ว จิรเมธก็โทร. เรียกคนรถให้มารับที่ท่าอากาศยานดุจเดิม แต่คราวนี้เขาสามารถสั่งนายบ่าวให้ไปส่งที่หมู่บ้านเขากะหมอกได้เลย โดยไม่ต้องปกปิดสิ่งใดอีก

พอสารถีพาผู้เป็นนายมาถึงปากทางเข้าเล็กๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยนึกพิสมัยมันเลยสักนิด จิรเมธก็ก้าวขาลงจากรถ แล้วฝากให้คนใช้หนุ่มช่วยจัดแจงข้าวของที่อยู่ในกระเป๋าเขาด้วย จากนั้นจึงมุ่งหน้าเดินไปสู่เส้นทางที่โรยตัวไปยังหมู่บ้านเขากะหมอกต่อทันที

เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ หนุ่มกรุงเทพฯ ก็มาหยุดยืนอยู่ที่ใต้ถุนบ้านของผู้ใหญ่กล้า พลันหางตาของเขาก็สังเกตเห็นแม่สาวทอมบอยกำลังยืนก้มๆ เงยๆ หยิบจับอะไรบางอย่างอยู่ จิรเมธจึงย่องเข้าไปหาหล่อนทางด้านหลัง พร้อมทั้งนึกวิจารณ์การแต่งตัวของเธอด้วยความเมามัน เมื่อแม่สาวตาโตคมขำที่เขาเคยเห็น บัดนี้ได้กลายสภาพไปเป็นสาวบ้านนาอย่างเต็มขั้นเสียแล้ว เสื้อยืดคอย้วยกับกางเกงขาสั้น และร้องเท้ายางหูหนีบคู่เก๋ากึ๊กที่สาวเจ้าสวมใส่อยู่ มันทำให้หนุ่มแท้ทั้งแท่งอย่างเขายังถึงกับหมดอารมณ์ จนอยากจะเบือนหน้าหนีไปเลยทีเดียว

โอ้ววว... หล่อนช่างเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษจริงๆ

เปลี่ยนเชื้อชาติจากคน... โอนมาเป็นลิง! ภายในอาทิตย์เดียวก็ได้แฮะ

ทำอะไรอยู่น่ะยายลิงกัง?จิรเมธส่งเสียงร้องทัก หวังจะแกล้งให้หล่อนตกใจ

แล้วก็เป็นไปตามคาด ลัลนาที่กำลังเลือกเฟ้นกล่องผลิตภัณฑ์รีไซเคิลอยู่ รีบเงยหน้าเหลียวหาต้นเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูอันแสนจะกวนประสาทด้วยความขุ่นเคืองทันที ประจวบเหมาะกับที่ชายหนุ่มเองก็ยื่นหน้าเข้ามาดูกล่องหลากสีด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผลคือใบหน้าของคนทั้งคู่เกือบจะแนบชิดประกบติดกัน โดยมีระยะห่างแค่เพียงคืบเท่านั้น

อ๊ะ!” ลัลนาเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะไม่ทันคาดคิดว่าจะได้ยลโฉมอีกฝ่ายใกล้ๆ ขนาดนี้

ทว่าทางด้านพ่อหนุ่มนักเรียนนอกกลับไม่ค่อยรู้สึกรู้สมอะไรมากนัก การถึงเนื้อถึงตัวสำหรับเขาถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของคนที่ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมานานหลายปี คนส่วนใหญ่ที่นั่นเคยชินกับการกอด จูบ แม้กระทั่งการทักทายก็ยังเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีการสัมผัสร่างกายด้วยเหมือนกัน เจ้าตัวจึงเพ่งความสนใจไปยังคำตอบที่รอฟังจากหญิงสาวอยู่เสียมากกว่า

ถาม...ทำไมไม่ตอบ? จิรเมธเลิกคิ้วอย่างยียวน

มีตา...ก็ดูเอาเองสิ ลัลนาเลยตอบกลับไปแบบกวนๆ รีบสาวเท้าถอยห่างจากบุรุษตรงหน้ามาอยู่ในระยะที่ปลอดภัยต่อความรู้สึก เมื่อหัวใจของเธอมันชักจะเต้นแรงจนเกินปกติ

ให้ตอบคำถามแค่นี้ ทำไมต้องถอยหลังหนีด้วยล่ะ? คนที่สังเกตเห็นฉีกยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน

ใครหนีมิทราบ...พูดให้มันดีๆ นะ หญิงสาวแกล้งทำเฉไฉกลบเกลื่อน

ปากแข็ง!” จิรเมธเอ่ยเหน็บแนมลอยๆ

คนฟังนึกฉุนกึก ลัลนาเลยสะบัดหน้า เดินหนีเขาไปที่ศาลาบีบน้ำมันกลางหมู่บ้านเสียดื้อๆ เมื่อถึงคราวที่เธอเป็นฝ่ายจนมุมบ้าง

แต่มีหรือที่คนช่างยั่วจะยอมปล่อยโอกาสทองเช่นนี้หลุดลอยไปโดยง่าย ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปอย่างไม่ลดละ ปากหยักเชิดก็ทำหน้าที่พูดพร่ำสร้างความรำคาญให้แก่สองหูของลัลนาไปเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน

ว่าไงล่ะแม่คนปากแข็ง ทำไมถึงไม่ตอบ...ไหนว่าเก่งทุกเรื่องไม่ใช่เหรอ แล้วเดินหนีฉันมาทำไม อย่างนี้เขาเรียกว่าขี้แพ้นะจะบอกให้!”

คำพูดค่อนแคะของคนข้างหลัง ไม่ได้ทำให้หญิงสาวนึกโมโหได้เท่ากับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ตามมา ลัลนาจึงตัดสินใจได้ในวินาทีนั้นว่า

เธอจะต้องสั่งสอนพ่อคนพูดมากเสียหน่อยแล้ว!’

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยขึ้นบนดวงหน้างาม พร้อมๆ กับสองขาเรียวยาวที่พลันหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะเดินเลี้ยวกลับมาง้างเท้าเตะกระทบเข้าที่หน้าแข็งของอีกฝ่ายอย่างเต็มเปา โดยที่เขาไม่ทันได้ระวังตัวเลยแม้แต่น้อย

โอ๊ย!” จิรเมธเต้นเร่าๆ พลางยกมือขึ้นลูบหน้าแข้งด้วยความเดือดดาล ฉันเจ็บนะยายบ้า!”

ก็เตะให้เจ็บน่ะสิ จะได้เลิกพูดมากซะที สาวแสบยืนเท้าสะเอวสมน้ำหน้าคนเจ็บ พลางจีบปากจีบคอบอกเขาว่า แหม...เวลาที่นายพูดมากเนี่ยนะ ไม่ยักจะเห็นน่าฟังเหมือนกับตอนที่ร้องโอดโอยแบบนี้เลย คิกๆ

ลัลนาทิ้งเสียงหัวเราะอันเบิกบานไว้ให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่นๆ แล้วเธอก็หมุนกายเดินจากไป ปล่อยคนข้างหลังเอาไว้อย่างไม่ไยดี

ส่วนคนที่โดนฤทธิ์ของแม่สาวแสบเป็นหนที่สองก็ได้แต่ยืนกัดฟันทน พลางมองตามหลังคนที่เดินฮัมเพลงหนีไปด้วยความแค้น

ฝากไว้ก่อนเถอะ ยายตัวดี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครเป็นเหมือนไรตเอร์บ้างคะ?

อ่านไปก็ลุ้นไปว่าตกลงคู่นี้จะทำงานกันรอดมั้ย...

ก็เล่นพุดหนึ่งคำ ด่ากันสิบคำจนไฟแล่บเบยยยยยย

งานนี้ไม่ใครก็ใครต้องมีเพลียกันไปข้างละค่ะ

มาเอาใจช่วยให้หนูนากะตาจิมเขาเลิฟกันเร็วๆนะคะ

รักกันชอบกันก็โหวตบ้าง เม้นต์หน่อย ไรเตอร์จะขอบคุณมากๆเลยนะคะ ^3^ 



ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!



2 ความคิดเห็น