ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 16 : แกลลอนที่ 7 : (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ธ.ค. 59


หลังจากเหตุการณ์ที่จิรเมธบุกไปอาละวาดถึงหมู่บ้านเขากะหมอกผ่านพ้นไป ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ผู้เป็นพ่อก็ทิ้งเขาไว้แล้วหนีกลับกรุงเทพฯ ไปเสียดื้อๆ ไม่มีการอำลากันแม้แต่คำเดียว เป็นเหตุให้คนเป็นลูกอดนึกตัดพ้อบิดาอยู่ในใจไม่ได้ว่า

ขนาดเขาเป็นลูกแท้ๆ นะ

ท่านยังทำเหมือนกับว่า... เห็นชาวบ้านที่นี่ดีกว่าเขาอย่างนั้นแหละ

เมื่อเกิดทิฐิบวกกับความน้อยอกน้อยใจที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จิรเมธจึงทำเมินเฉย ไม่ยอมโทร. .กลับไปหาบิดา ก่อนจะเดินทางมาควบคุมดูแลการทำงานของชาวบ้านตามที่ได้ตกลงไว้กับผู้ใหญ่ธมแทน

ปูไข่เห็นหนุ่มหล่อต่างถิ่นสัญจรผ่านมาทางด้านหลังเขาเข้า เธอก็ร้องกรี๊ดกร๊าดทันที

อ๊ายยย นั่นใช่ผู้ชายที่วิ่งตามแกมาเมื่อวันก่อนรึเปล่าหนูนา? ปู่ไข่ยกมือขึ้นเขย่าแขนเพื่อนรัก ก่อนจะเพียรตั้งท่ากัดปาก ขยิบตา ให้ดูเซ็กซี่ประทับใจชายหนุ่ม เผื่อบางทีเธออาจะฟลุ๊ค ได้เนื้อคู่เป็นคนหล่อกับเขาบ้างก็ได้

ใช่ ลัลนาทำหน้าเซ็ง มิใช่เป็นเพราะอาการตกหลุมรักเว่อร์ของเพื่อนสาวหรอก แต่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เมื่อได้เห็นใบหน้าขาวๆ ของศัตรูหมายเลขหนึ่งต่างหาก

ตายแล้ว! เขามาทำอะไรที่นี่ล่ะแก เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะเกิดติดใจฉันแทนแก ก็เลยตามาถึงที่นี่ อ๊ายยย!!!”

 แม่สาวช่างฝันพูดเอง เออเองเสียเสร็จสรรพ แถมยังออกอาการกระดี้กระด้าจนนอกหน้า

ใช่ เขาตามแกมา สาวตาคมพยักหน้ารับ แต่ตามมาทวงเงิน เหมือนที่พ่อจ๋าเล่าให้ทุกคนฟังเมื่อวานนี้ยังไงละ

ว้าย!!!” ปูไข่ส่งเสียงร้องราวกับโดนใครเหยียบหาง พอดีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ฉันไปก่อนนะ

คนทรัพย์จางเตรียมหาทางชิ่งอย่างรวดเร็ว เมื่อเพื่อนสนิทเอ่ยถึงเรื่องเงินเรื่องทองออกมา เพราะถึงมันจะเป็นเพียงแค่ของนอกกาย จะหาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ แต่เธอกลับไม่ค่อยจะมีสักที ถ้ายิ่งถูกริบรอนไปอีกละก็ มีหวังเธอได้กินแกลบแทนข้าวแน่ๆ

ไม่ทันแล้วละ เจ้าหนี้รายใหญ่ของเราเดินมาโน่นแล้ว ลัลนาบอกเพื่อนสาว พร้อมทั้งก้าวขาเดินเข้าไปขวางหน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาท้าทาย ทิ้งให้ปูไข่มองทั้งคู่ตาค้างด้วยความงงงัน เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า

พ่อหนุ่มหื่นจิตคนนี้เนี่ยนะ... เป็นเจ้าหนี้ของพวกเธอ!’

ไง! นายหน้าขาว รีบแจ้นมาแต่เช้าเชียวนะ กลัวใครเขามาฮุบที่นี่ไปรึไง? ลัลนาเลิกคิ้วถามอย่างยียวน

คำทักทายที่ช่างบาดหู ทำให้จิรเมธหน้าตึงขึ้นมาทันควัน สองมือหนายกขึ้นเท้าสะเอวมองยายเด็กปากดีอย่างพินิจพิจารณาไล่ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ก่อนจะค่อยๆ ย้ำเตือนถึงสถานะที่แตกต่างกันระหว่างเขาและเธอ เพื่อให้เจ้าตัวได้พึงสำเนียกไว้

เธอควรจะพูดกับเจ้าหนี้ให้ดีกว่านี้นะ ยายลิงกัง!”

เมื่อถูกสวนกลับด้วยฉายาที่เธอไม่ปรารถนา สาวเจ้าถิ่นก็รู้สึกโมโหจี๊ดขึ้นมาอย่างสุดทน ใบหน้างามจึงแลดูบูดบึ้งไม่แพ้อีกฝ่าย

ไอ้คนฉวยโอกาส!” หล่อนร้องว่า ในขณะที่ปูไข่ก็รีบสาวเท้าเดินเข้ามาสมทบ เมื่อเห็นเพื่อนสาววีนแตกเสียงดังลั่น

เกิดอะไรขึ้นเหรอหนูนา? ปูไข่เอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนไว้

ฉันกำลังด่าไอ้คนหน้าหนาที่ชอบทึกทักเหมาเอาว่าเงินพ่อเป็นของตัว แล้วก็เที่ยวได้มาแอบอ้างสิทธิ์นู่นสิทธ์นี่อย่างหน้าด้านๆ น่ะสิ คนพูดเหยียดปากเป็นเส้นตรง แล้วจึงหันมาหาสมัครพรรคพวกช่วยกันรุมคู่อริ แกเห็นไหม?

เอ่อ...ก็... ปูไข่ได้แต่เพียงอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก คนที่โดนแขวะจึงเป็นฝ่ายสวนแทรกเสียเอง

ไอ้ฉันมันเป็นลูก ดูยังไงก็คงไม่น่าเกลียดเท่ากับใครบางคนที่เอาแต่แบมือขอเงินคุณพ่อฉันเพียงฝ่ายเดียวหรอกมั้ง

คนถูกจี้ใจดำกัดปากด้วยความเจ็บใจ พานพูดอะไรไม่ออก ในเมื่อหมู่บ้านของเธอได้รับเงินช่วยเหลือทุกเดือนๆ จากบิดาของเขาจริง คนที่รู้ตัวว่ากำลังเป็นต่อเลยยิ่งกัดเธอไม่ปล่อย

จำไว้นะ ถ้าอยากให้หมู่บ้านของเธอมีกินมีใช้ หรือหาเงินมาใช้หนี้ฉันได้ละก็ เธอควรพูดจาดีๆ กับฉันหน่อย บางทีฉันอาจจะไม่ถือสาหาความ แถมยังจะช่วยเหลือพวกเธอฟรีๆ อีกด้วยก็ได้

 “เชื่อก็กลัวน่ะสิ แต่คนฟังกลับแบะปากเถียงกลับ อย่างไม่เกรงกลัว

ก็ไม่ต้องกลัวสิ แต่เธอควรจะเกรงฉันเอาไว้ให้มากๆ จิรเมธลอยหน้าบอกอย่างยั่วเย้า

จำเป็นไหม?

อย่างที่สุด!”

ไม่เห็นจะสน ลัลนาสะบัดหน้าพรืด หันมาเอ่ยชวนเพื่อนสาวด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ไปกันเถอะปูไข่ ยืนอยู่ตรงนี้ไปก็เสียเวลา เสียอารมณ์เปล่า

คนพูดไม่รอให้เพื่อนสาวขานรับ รีบฉุดมือปูไข่ให้เดินตามมาอย่างเร็วจี๋ แถมแม่สาวห้าวยังตั้งใจแกล้งเดินชนไหล่คนตัวสูงผ่านไปอย่างยียวนกวนประสาทอีกต่างหาก ทำให้จิรเมธกระตุกยิ้ม ก่อนจะเหลียวมองเจ้าหล่อนด้วยความมาดหมายบางอย่างอยู่ในใจเพียงลำพัง

แสบนักนะแม่ตัวดี! คอยดูเถอะ ฉันคนนี้นี่แหละที่จะปราบพยศเธอเอง

 

จิรเมธเดินตามหลังสองสาวเพื่อนซี้มายังสวนปาล์มขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตาทางหน้าหมู่บ้าน ลองกะระยะดูน่ากินพื้นที่กว่าสิบไร่ ชายหนุ่มจึงพลันสงสัยว่า ในเมื่อช่าวบ้านทุกคนต่างก็มีพื้นที่ทำกินเยอะแยะขนาดนี้ แล้วทำไมถึงยังขาดทุน จนต้องขอความช่วยเหลือจากบิดาเขาอีกเดือนละเป็นหมื่นๆ ด้วยล่ะ

ว่าไงไอ้ลูกชาย

เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขัดขึ้น จิรเมธจึงหันไปมองผู้ใหญ่ธมคนกล้าที่มักจะผูกผ้าขาวม้าลายทางทับกางเกงขาก๊วยอยู่เป็นนิจ ผิดแผกกับบิดาของเขาที่ใส่สูทผูกไทอยู่เสมอ กำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาหา

ผมมาทำหน้าที่ตามที่คุยกันไว้ จิรเมธยักไหล่บอก ลืมมารยาทแบบไทยๆ ที่ต้องรู้จักไปลามาไหว้

ธมเริ่มขัดใจกับท่าท่างมั่นอกมั่นใจตัวเองของเด็กหัวนอกขึ้นมาตงิดๆ ยิ่งเมื่อบวกกับกิริยาที่ดูจะหลงลืมชาติกำเนิดของตนไปด้วยแล้ว เขาเลยอดไม่ได้ที่จะต้องเทศนาเจ้าตัวเสียหน่อย

ว่าแต่ไอ้เกริกมันน่าจะสอนเอ็งแล้วนะว่า เวลาเจอผู้ใหญ่ ให้ยกมือไหว้ สายตาของคนพูดที่มองเด็กหนุ่มเจือไปด้วยแววติเตียน หรือว่าเอ็งเป็นประเภทไม่เคยจำ?

เล่นพูดจาแรงๆ ถึงคุณพ่อผมแบบนี้ มันจะไม่มากไปหน่อยหรือครับคุณลุง?แทนที่คนฟังจะสำนึก เขากลับย้อนถามเสียงขุ่น เมื่อถูกใครก็ไม่รู้มาพูดจาลามปามบุพการรีเช่นนี้

ไม่มากไปหรอก พ่อเอ็งกับข้าเป็นเพื่อนรักกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เอ็งยังไม่เกิดโน่นแน่ะ ข้าถึงได้เตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวใครจะมาถอนหงอกไอ้เกริกเอาได้ว่าไม่เคยสั่งสอนลูกชาย มันถึงได้มือหงิกงอไม่รู้จักไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่เสียบ้าง

ฮิ้ววว... ผู้ใหญ่ธมจงเจริญ ฮะฮ่าๆ

สิ้นคำคมของผู้ใหญ่ธม เสียงโห่ร้องจากแรงหนุนก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจจากชาวบ้านที่ก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บผลปาล์มอยู่ในไร่กันอย่างขะมักเขม้น ทำให้คนที่ถูกต่อว่าถึงกับหน้าชา แต่จิรเมธก็จำต้องกดความเกรี้ยวกราดไม่พอใจเอาไว้ ก่อนพูดจาตีวัวกระทบคราดกลับไปบ้างอย่างไม่ยอมแพ้

ก่อนที่จะมาห่วงผม คุณลุงควรจะไปอบรมลูกสาวซะบ้างดีกว่านะครับ เพราะเธอก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าผมสักเท่าไรนักหรอก

เห็นแสบๆ อย่างนั้น แต่นังหนูนามันมีมารยาทพอ และอาจจะมากกว่าคนเมืองกรุงแถวนี้เสียด้วยซ้ำ ธมออกรับแทนบุตรสาวที่เขาเฝ้าพร่ำสอนมากับมือ

เข้าข้างกันชัดๆ

คนที่ไม่ยอมโดนว่าอยู่เพียงข้างเดียวเถียงกลับข้างๆ คูๆ ราวกับเป็นเด็ก ทำเอาคนสูงวัยกว่าได้แต่ยืนส่ายหน้าด้วยความระอา เพราะคร้านที่ถกเถียงด้วย

เอาเถอะ เอ็งจะว่ายังไงก็ช่าง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตอนนี้คือเอ็งต้องมาเรียนรู้งานเสียก่อน เขาเอ่ยตัดบทตัดความรำคาญ พร้อมกับรีบโยนงานชิ้นแรกให้แก่ผู้ดูแลโครงการคนใหม่ด้วยความรวดเร็วทันใจ ข้าจะให้เอ็งช่วยชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลปาล์มใส่ตะกร้า แล้วยกไปใส่ท้ายกระบะที่จอดอยู่ตรงด้านนู้น เห็นไหม? ธมชี้นิ้วไปท้ายสวนที่มีรถขนของสีดำคันเก่าจอดอยู่ไกลลิบๆ

ฮะ! คุณลุงจะให้ผมเนี่ยนะไปเก็บผลปาล์มแบกขึ้นรถคนที่คิดว่าตนหูฝาดร้องถามเสียงสูง

ใช่!”

ตลกฝืดแล้วละครับ ผมไม่ใช่กรรมกรนะ จะให้มาทำงานแบกหามได้ยังไงกัน?

จิรเมธเหยียดปากด้วยความรังเกียจ ต่อให้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาจะไม่ยอมทำงานต่ำๆ แบบนี้ ให้เสียเกรดตัวเองเป็นอันขาด ปลายเสียงจึงเอ่ยปฏิเสธช้าชัดให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างแจ้มแจ้ง

ผม-ไม่-ทำ

ถ้าเอ็งไม่ลงมือทำให้มันรู้ แล้วเอ็งจะเอาข้อมูลอะไรไปใช้พัฒนาต่อยอดล่ะ...ฮึ? สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านแห่งเขากะหมอกยามกล่าวบ่งบอกถึงความรำคาญเด็กอวดดีอย่างเหลือแสน

ผมมีวิธี มีสมอง แล้วเรื่องอะไรผมจะต้องมาลงแรงให้เหนื่อยเปล่าๆ ด้วยล่ะครับ จิรเมธตอบอย่างมั่นใจ

คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนออกอาการหมั่นไส้แกมเหนื่อยหน่ายเป็นนักหนา

งั้นก็แล้วแต่เอ็งเถอะ เขาเลิกละความพยายามที่จะสอนเจ้าทุยให้กลายเป็นคน แถมยังไม่วายจะพูดเกทับชายหนุ่มอีกคำรบด้วยว่า แต่ถ้าครบขวบปีแล้ว เอ็งยังไม่สามารถพัฒนาที่นี่ได้อย่างที่พูดละก็ อย่าลืมล้างมือให้สะอาด ก่อนจะคุกเข่ากราบขอขมาคนที่นี่ซะด้วยล่ะ

บทสนทนาระหว่างทั้งสองสิ้นสุดลง พร้อมกับเรือนร่างกำยำที่เดินลาลับจากไปอย่างไม่ไยดี

นั่นแหละ...จิรเมธถึงเพิ่งสบโอกาสได้หันไปมองบรรยากาศรอบกายเขาบ้าง หวังให้ช่วยคลายความหงุดหงิด แต่สิ่งที่หนุ่มเมืองกรุงเห็นกลับมีเพียงสายตาแปลกประหลาดจากพวกชาวบ้านที่มองมายังเขาอย่างไม่ไว้ใจ แทนที่จะเป็นการยกย่องเทิดทูนอย่างที่เจ้าตัวคิดไว้ เพราะอย่างน้อย...

เขาก็เป็นคนที่กำลังจะมาพัฒนาที่นี่มิใช่หรือ?

ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันเอ่ยปากถามถึงข้อสงสัย โทร. ศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสเลคของเขาก็ดังขึ้น เจ้าตัวจึงละความสนใจจากภาพเบื้องหน้า แล้วหันมากดรับสาย

ครับคุณแม่

ตาจิม ทำไมลูกถึงไม่กลับมาพร้อมคุณพ่อล่ะ ทะเลาะกันหรือเปล่า หรือลูกไปเกิดติดใจสาวที่นั่นเข้าจ๊ะ เสียงนุ่มของมารดาเร่งถามมาอย่างคาดคั้นเป็นชุด จนเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน

อะ...เอ่อ...พอดีผมยังอยากเที่ยวต่ออีกสักหน่อยน่ะครับ ลูกชายรีบหาเรื่องแก้ตัวเป็นการด่วน

แน่ใจนะ? อำไพพรรณถามกลับเหมือนไม่เชื่อ ก็แม่เห็นพ่อของลูกกลับมาไม่ค่อยพูดค่อยจา แล้วพอแม่เข้าไปถามถึงลูก จู่ๆ พ่อเขาก็เดินกระบึงกระบอนหนีไปเลย แม่เลยเป็นห่วง

คนเป็นลูกรีบแสดงความห่วใยได้อย่างแนบเนียน

งั้นเหรอครับ สงสัยคุณพ่อคงจะเหนื่อยกับการเดินทางละมั้งครับ เพราะพอมาถึงปุ๊ป ก็ต้องรีบบินกลับไปเคลียร์งานต่อทันที

อืม...คงจะใช่นั่นแหละจ้ะ ปลายสายยอมเชื่ออย่างง่ายดาย แล้วจึงหันเหความสนใจมาที่บุตรชายต่อ แล้วจิมล่ะลูก เมื่อไหร่จะกลับ แม่คิดถึงจิมจังเลย หรือว่าจะให้แม่ลงไปอยู่เที่ยวเป็นเพื่อนจิมที่ตรังด้วยดีไหม แม่ก็ชักจะคิดถึงที่นั้นเหมือนกันซะแล้วสิ

โอ๊ย! อย่าลงมาให้เสียเวลาเลยครับ คนฟังรีบร้องห้ามความหวังดีที่จะมาพร้อมกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ พลางพูดออดอ้อนเอาใจมารดาแทนว่า เมืองเล็กๆ แค่นี้ เที่ยวไม่กี่วัน ผมก็จะรีบกลับไปหอมแก้มคุณแม่ให้หายคิดถึงแล้วละครับ

มันได้ผลชะงักแล เมื่อคนฟังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มปริ

จริงเหรอลูก?

จริงสิครับ ถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ยังไม่เห็นหน้าผมละก็ ผมจะยอมโดนหวดก้นเลยเอาเขาบอกอย่างทะเล้น

จ้ะ พ่อลูกชาย แล้วแม่จะรอเรากลับมานะ

หลังวางสายจากลูกชาย อำไพพรรณก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา แต่สำหรับจิรเมธนั้นกลับไม่ใช่ สีหน้าของหนุ่มหล่อบูดบึ้ง เขายังมีเรื่องที่ทำให้ต้องจำใจเดินตรงเข้าไปหาคู่อริสาวที่กำลังช่วยชาวบ้านเก็บผลปาล์มอย่างขะมักเขม้น เพื่อฝากคำอำลาให้กับบิดาของหล่อนเสียก่อน

นี่... ยายตัวแสบ

สาวตาคมหันขวับ มองเขาด้วยแววตาขุ่นเขียว ก่อนจะกระชากเสียงตอบกลับ

มีอะไรนายหน้าขาว?

ฉันมีชื่อ เธออย่ามาเรียกพล่อยๆ แบบนั้นนะ จิรเมธบอกเสียงเข้ม สีหน้าบึ้งตึงลงอีกหลายเท่า

ฉันเองก็มีชื่อ แต่นายยังมาเรียกฉันว่า...ยายตัวแสบเลย

ก็ชื่อที่ฉันตั้งให้ใหม่ มันเหมาะกับเธอดีออกเขาบอกกลั้วเสียงหัวเราะ

ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเรียกนายอย่างที่ฉันเห็นเหมือนกัน ลัลนาลอยหน้าโต้กลับไปบ้างอย่างไม่ยอมแพ้

จิรเมธเลยต้องยอมเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องไปเสียเอง เพราะไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับหล่อนให้เสียเวลา

เอาเถอะๆ ฉันขี้เกียจจะทะเลาะกับเด็กแบบเธอแล้ว ฝากบอกพ่อเธอด้วยว่าวันนี้ฉันจะกลับกรุงเทพฯ ก่อน แล้วอาทิตย์หน้า ฉันจะขึ้นมาเริ่มงานใหม่ เข้าใจไหม?

ทั้งที่จิรเมธคิดว่าพูดจากับเธอดีที่สุดเท่าที่เคยแล้ว แต่น้ำเสียงสั่งการของเขาทำให้อีกฝ่ายสะบัดหน้าพรืดแทนคำตอบ

เชอะ!”

มิหนำซ้ำหญิงสาวยังสะบัดก้นเดินหนีเขาไปอย่างไร้มารยาทอีกต่างหาก ทำเอาคุณชายที่ถูกสาวบ้านนาเหวี่ยงใส่ถึงกับควันออกหู ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านใจ พลางบอกกับตัวเองว่า

รอให้ฉันกลับไปเคลียร์เรื่องที่บ้านได้ซะก่อนเถอะ

แล้วฉันจะย้อนมาคิดบัญชีกับเธอทั้งต้นทั้งดอกเลยเชียว


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สงครามยกเเรกระหว่างหนุ่มหล่อกับสาวห้าวเริ่มขึ้นแล้วนะคะ

รักใครเชียร์ใคร ส่งใจไปเชียร์รัวๆๆๆๆเลยนะ

ขอบอกว่างานนี้มวยถุกคู่ค่า คนหนึ่งก็ลูกเสือ อีกคนก็แสบสัน กินกันไม่ลงจริงๆ

อ่านแล้วคันมือคันปากอยากเม้า แวะมาทักทายกดโหวดหรือเม้นต์กันได้เต็มที่นะคะ

คนเขียนจะรอนาจาาาาา ^_^



ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น