ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 13 : แกลลอนที่ 6 (60%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59

จิรเมธมองดูเส้นทางเดิมๆ ที่เขาขับรถวนหลงมามากกว่าหลายเที่ยวในรอบวันที่ผ่านมา ราวกับจะจดจำให้มันฝังรากหยั่งลึกเอาไว้ในหัวสมอง เสมือนกับจะรู้ว่าวันหนึ่งเส้นทางที่เขาไม่คุ้นเคยสายนี้จะกลายเป็นเส้นทางชีวิตสายหลัก ที่เขาต้องใช้สัญจรเที่ยวไปเที่ยวมาในอนาคตข้างหน้า

คนขับมองพื้นถนนไปเรื่อยพร้อมทั้งพยายามเคลื่อนรถด้วยความเร็วคงที่ โดยทิ้งระยะห่างจากมอเตอร์ไซค์คันหน้าเอาไว้พอสมควร เพื่อไม่ให้แม่สาวจอมซ่าจับได้ว่าหล่อนกำลังถูกเขาสะกดรอยตามอยู่

พอขับรถมาได้สักระยะ จิรเมธก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ารถกำลังทะยานขึ้นเนินสูงๆ ก่อนที่พื้นถนนจะปรับระดับเข้าสู่ทางเรียบดังเดิม ชายหนุ่มเลยหันไปมองริมทางอย่างสังเกตสังกา แล้วคำตอบของข้อสงสัยก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เมื่อบัดนี้พื้นดินสองฟากฝั่งนั้นลาดเอียงไปตามไหล่เขาที่โรยตัวลงไปสู่พื้นดินเบื้องล่าง โดยมีต้นยางผุดขึ้นเรียงรายเป็นหน้ากระดาน และยืนต้นซ้อนกันเป็นแถวตอนลึกอยู่ทั่วทุกบริเวณ

เพียงไม่นานรถแวนคันหรูก็เคลื่อนตัวสูงขึ้นอีกระดับตามแนวเขา ทำให้คนขับมองเห็นมอเตอร์ไซค์คันหน้ากำลังหักเลี้ยวเข้าไปในเส้นทางอันคับแคบที่ทอดตัวไต่ไปตามภูเขาลูกใหญ่อยู่ไกลๆ แต่ถึงเขาจะมองโค้งไหน กลับหัวดูอย่างไร มันก็ไม่น่าจะใช่ทางแยกอย่างที่เขียนบอกเอาไว้ในแผนที่ประเทศไทยเลยสักนิด เจ้าตัวเลยสบถออกมาติดหัวเสียนิดๆ ว่า

ไหนวะสี่แยกที่บอก... แบบนั้นมันเรียกว่าตรอกชัดๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปหาเจอล่ะ?

จิรเมธชะลอความเร็วให้ช้าลงไปอีก ค่อยๆ เคลื่อนรถคันใหญ่ตามเข้าไปในทางอิฐหินดินแดงแคบๆ ในช่วงแรกทางลูกรังที่ว่าแย่แล้ว มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยเสียมากกว่า เพราะเส้นทางลึกถัดเข้าไปกลับมีแต่ป่ารกชัฏ ส่วนเส้นสัญจรก็เป็นเพียงแค่พื้นดินที่ถูกถางหญ้าไปบ้างเป็นบางส่วน พอให้ดูรู้ว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านได้เท่านั้น ทำเอาคนขับต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะไม่เช่นนั้นเขาอาจดวงซวยขับไปเจอตอไม้หรือหลุมบ่อขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้!

ชายหนุ่มต้องอดทนกับแรงโขยกเขยกกระแทกไปมาจนน่าเวียนหัว ทำเอาของเหลวในร่างกายเกือบจะขย้อนออกมาอยู่รอมร่อเสียหลายครั้ง แต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความปั่นป่วนในช่องท้องเอาไว้ เพราะเกรงว่าถ้าเขาคลาดสายตาจากรถคันหน้าไปแค่วินาทีเดียวละก็ เขาคงจะต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่า ขับรถวนหลงหาทางออกอยู่แถวนี้อย่างแน่แท้

นี่มันแย่ยิ่งกว่าทางแข่งรถวิบากซะอีก จิรเมธบ่นพึมพำ พลางหักพวงมาลัยหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ดาหน้าเข้ามาหารถของเขาอย่างไม่ว่างเว้นด้วยความยากลำบาก กว่าเจ้าตัวจะขับฝ่าเส้นทางอันแสนขรุขระ จนกระทั่งมองเห็นป้ายหมู่บ้าน เขากะหมอก อันเล็กๆ สมดังใจ มันก็กินเวลาอยู่มิใช่น้อย

นักสืบหนุ่มตัดสินใจแอบจอดรถข้างต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันเก่ากรุที่ไร้แววของคนทั้งสองถูกจอดทิ้งเอาไว้ในบริเวณรั้วไม้ที่สร้างขึ้นเป็นโรงจอดรถอย่างง่ายๆ ก่อนที่สองขายาวจะก้าวลงมา เพื่อตามไปจับผิดบิดาให้ได้คาหนังคาเขาว่า

จริงๆ แล้ว ท่านมาทำอะไรที่นี่กันแน่!?

ทว่าหลังจากที่เดินฝ่าป่าดงรกครึ้มที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ จิรเมธก็แทบผงะ สุดทางที่เขาเห็นคือภาพลำคลองขนาดใหญ่ พัดพาเอากระแสธาราอันเชี่ยวกรากไหลวนจนน่าสะพรึง คนที่ไม่ใคร่สุนทรีกับความรื่นรมย์แห่งธรรมชาติจึงต้องเบือนหน้าหนี และรีบหาหนทางข้ามฝั่งโดยเร็วที่สุด ตามที่เขาคาดเดาเอาว่าทั้งสองคนคงจะสัญจรผ่านไปก่อนหน้าเขาเสียแล้วละ

แค่สอดส่ายสายตาไปมาไม่กี่วินาที จิรเมธก็เห็นสะพานแขวนขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ทางขวามือ พอลองคำนวณความสูงจากยอดหอคอยที่สร้างเอาไว้ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวปลายสะพานทั้งสองด้านดูแล้ว เขาคิดว่ามันคงจะอยู่ห่างจากพื้นดินไม่ต่ำกว่าหลายสิบเมตรเป็นแน่

โอ้วแม่เจ้า!!! นี่มันอะเมซิ่งไทยแลนด์ชัดๆ

งานนี้คนที่ไม่ค่อยจะถูกโรคกับความสูงสักเท่าไร เลยถึงกับเกิดอาการปอดๆ ขึ้นมากะทันหัน สองขาและร่างกายพลันชาวาบไปโดยอัตโนมัติ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะเดินข้ามสะพานแคบๆ สูงลิบลิ่ว มีความกว้างขนาดเพียงแค่คนเดินผ่านได้ทีละหนึ่งอย่างไรกัน

โอ๊ย! คนรวยมีตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณพ่อจะต้องมาเลือกกู้เงินเศรษฐีหลังเขาแบบนี้ด้วยน้า จิรเมธร้องโอดครวญอย่างสุดจะทน แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือก นอกเสียจากต้องจำใจเดินข้ามสะพานแขวนอันน่าหวาดเสียวนี้ไปเพียงสถานเดียว

ชายหนุ่มยืนสูดหายใจเข้าปอดรวบรวมความกล้า แล้วก้าวขาเดินวนขึ้นสู่เสาเหล็กด้วยย่างเก้าที่แน่วแน่มั่นคง สองตาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมมองลงไปยังเบื้องล่าง ให้ขายิ่งสั่นไหวหนักเข้าไปอีก กระทั่งจิรเมธเดินขึ้นบนจุดสูงสุดของยอดหอคอยที่มีช่องทางเล็กน้อยเปิดให้เขาเดินผ่านตัวสะพานได้ เขาแทบเข่าอ่อนอีกครา เมื่อสายลมที่พัดโกรกในระดับความสูงเช่นนี้ มันทำให้ขาสั่นๆ ของเขาแกว่งไกวไปหมด

ให้ตายเถอะ!” เขาสบถอีกครั้ง พลางนึกสมเพชตัวเองขึ้นมาตงิดๆ ถ้าเกิดมีใครมาเห็นสภาพที่เขากลัวลนลานซะจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มเข้าละก็ มีหวังภาพลักษณ์ของคุณชายไฮโซผู้แสนเพียบพร้อม เป็นที่หมายปองของสาวๆ เหมือนกับท่านชายพจน์ คงจะต้องเปลี่ยนไปเป็น...นายจิม เชิญยิ้ม แหงๆ

จิรเมธกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรวบรวมสติสตังให้อยู่กับเนื้อกับตัวมากที่สุด ก่อนจะตัดสินใจค่อยๆ กดปลายเท้าลงไปบนท่อนเหล็กที่แขวนตัวอยู่กลางอากาศอย่างเชื่องช้า หัวใจตุ๊มๆ ต้อมๆ สองมือจับเชือกเอาไว้แน่น นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้สองเท้าก้าวเดินไปอย่างว่องไวแล้วละก็ ป่านนี้เขาคงจะรีบเอาขาเกี่ยวเชือกไปซะด้วยเลย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคนหล่อ

เหวอออ!” เสียงห้าวตะโกนก้องด้วยความหวาดเสียว เมื่อขาเหยียบลงไปตรงจุดบอบบางที่ทำให้สะพานแขวนสั่นคลอน จนเจ้าตัวอดคร่ำครวญไมได้อีกคราว่า

ทำไมมันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้วะ!?”

ความกลัวพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ตรงเข้ารุมเร้าเล่นงานหัวใจของจิรเมธอย่างต่อเนื่อง คนที่กลัวความสูงจึงยิ่งก้าวขาออกไปด้วยความลำบากยากเย็นอีกอักโข กว่าที่เส้นทางจะค่อยๆ หดสั้นลงมาทีละนิด... ทีละน้อย...

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชายผู้มีความมุ่งมั่นอยู่เต็มเปี่ยมก็สามารถกลั้นใจเดินฝ่าความกลัวไปยังสุดทางของหอคอยฝั่งตรงข้ามได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก แล้วจ้ำอ้าวลงไปบนพื้นดินให้พ้นๆ จากความสูงเสียดฟ้าตรงนี้อย่างเร็วจี๋

หลังจากผ่านการผจญภัยเล็กๆ มาแล้ว หนุ่มนักเรียนนอกก็เดินมาตามทางถางหญ้าอีกครั้ง กระทั่งเขาได้พบทุ่งดอกไม้แสนสวยที่ปลูกเรียงรายสลับสีเอาไว้อยู่สองข้างทาง ถัดออกไปเป็นบ้านเรือนหลายสิบหลังอยู่ไกลลิบๆ ชายหนุ่มจึงไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไปในตัวหมู่บ้านลับแลที่เขาตามหาอยู่ในทันที



นี่ละค่ะ หมู่บ้านเขากะหมอก บ้านไม้น่ารัก วิวสวย อากาศดีเหมือนที่ไรเตอร์คิดไว้เป๊ะเลย!


จิรเมธแอบสำรวจตรวจตราที่ทางไปได้สักพัก ก็สังเกตุเห็นบ้านทุกหลังล้วนแต่หันประตูหน้าบ้านไปยังทิศตรงข้ามกับทางที่เขาเดินเข้ามา ชายหนุ่มจึงเหลียวหลังหันกลับไปมองอีกทีเพื่อความแน่ใจ แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิด บริเวณตรงนี้เป็นด้านหลังของหมู่บ้าน เพราะภาพของเรือนไม้หลังเล็กๆ ที่ผุดขึ้นซ้อนทับกันอยู่ โดยมีฉากหลังสุดเป็นกำแพงภูเขาสูงชันปิดกั้นหมู่บ้านนี้เอาไว้อีกชั้น เป็นเสมือนเครื่องช่วยยืนยันความคิดของเขาได้เป็นอย่างดี

ก็เป็นแค่หมู่บ้านธรรมดาๆ นี่นา จะมีดีก็แค่สวยนิดสวยหน่อยเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มเดินกินลมชมทัศนียภาพแห่งความสวยงามจนพอใจ จึงเร่งฝีเท้าพร้อมทั้งคอยสอดส่องมองหาร่างสูงของบิดาไปด้วย เมื่อนึกถึงจุดประสงค์อันแท้จริงของเขาขึ้นมาได้ เขาพยายามย่องลัดเลาะไปตามพุ่มไม้หรือตามจุดอับของบ้านเรือน เพราะเกรงว่าหากมีใครสังเกตเห็นคนแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาโดยมิได้ขออนุญาตอย่างเขาเข้าละก็ เดี๋ยวมันกลายเป็นเรื่องวุ่นไปซะเปล่าๆ

ครั้นพอเดินต่อมาอีกเพียงไม่กี่ก้าว แขกหนุ่มก็ได้ยินเสียงสนทนาของใครหลายคนดังแว่วผ่านเข้ามา เขาจึงรีบแฝงกายซ่อนเร้นหลบอยู่หลังพุ่มไม้ทันที ก่อนจะเงี่ยหูฟังสำเนียงเพี้ยนๆ ที่พยายามพูดจาเลียนแบบคนกรุง ซึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี

สวัสดีครับคุณป๋า

สวัสดี... เราสบายดีนะไก่แจ้

เสียงแหบทุ้มอันคุ้นหูที่กล่าวทักทายหนุ่มใต้ ทำให้จิรเมธรีบมองหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้เห็นบิดาเดินรับไหว้ชาวบ้านชาวช่องที่แห่กันมาคอยต้อนรับท่านบนเรือนชานหลังใหญ่นี้ไปทั่ว ก่อนที่ชายผิวคล้ำดำแดดที่มีใบหน้าคมคายแบบคนใต้แท้ๆ สวมใส่เสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงินกับกางเกงขาก๊วยสีเลือดหมู แถมยังผูกผ้าข้าวม้าผืนลายแสนเชยไว้ตรงบั้นเอว เส้นผมที่ยาวประบ่าราวกับเป็นศิลปินของเจ้าตัวก็ถูกรวบเอาไว้อย่างลวกๆ กำลังอ้าแขนโผเข้าโอบผู้เป็นพ่อของเขา

เห็นเอ็งหายหน้าไปตั้งหลายเดือน ข้าก็นึกว่าเอ็งจะลืมข้าไปซะแล้ว วาจาสนิทชิดเชื้อของผู้ใหญ่บ้านเขากะหมอก ซึ่งควบตำแหน่งเพื่อนสนิทของเกริกเกียรติ เอ่ยขึ้น สร้างความฉงนสงสัยให้แก่คนฟังที่หลบอยู่ตรงซอกหลืบซอกมุมเป็นนักหนา

คนพวกนี้เป็นใคร?

แล้วคุณพ่อไปรู้จักได้อย่างไร?

ทำไมเขาถึงเรียกท่านหยาบคาย ไม่ให้เกียรติแบบนี้?

ชายหนุ่มหยุดข้อกังขาเอาไว้เพียงแค่นั้น เมื่อรู้สึกว่าตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ทำให้ได้ยินบทสนทนาไม่ค่อยชัดเจน หนุ่มร่างสูงจึงขยับกายแอบย่องกริบ ลอดเข้าไปใต้ถุนบ้านให้ใกล้คนพวกนั้นมากขึ้นอีกนิด เพื่อที่เขาจะได้รับทราบเรื่องราวทุกสิ่งอย่างถนัดถนี่

ฉันสบายดี เกริกเกียรติบอกเพื่อนรักยิ้มๆ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาลงมาหาแกสักเท่าไร เพราะเจ้าลูกชายของฉันมันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ก็เลยต้องอยู่สอนงานกันยาว

เจ้าจิมน่ะหรือ? เสียงแหบห้าวเอ่ยถามถึงบุตรชายที่เพื่อนรักเคยเล่าให้ตนฟังเสมอๆ

ใช่ อีกหน่อยถ้าตาจิมมาดูแลทุกอย่างแทนฉันแล้ว ฉันก็ว่าจะมาช่วยแกดูแลโครงการของเราอย่างเต็มตัวซะที

โอ๊ย! เอ็งไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วละ เท่าที่เอ็งส่งเงินมาช่วยจุนเจือพวกเราทุกเดือนๆ โดยไม่คิดเอาคืนสักกะบาทเนี่ย ข้าก็เกรงใจเอ็งจะแย่อยู่แล้ว

เงินช่วยเหลือ? โครงการ? ไม่เอาคืน?

จิรเมธพยายามนึกทบทวนคำพูดที่ได้ฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่เขาเคยสงสัยมาโดยตลอด

บางทีเงินที่พ่อของเขาบอกว่าเป็นหนี้... อาจไม่ใช่!

แต่มันน่าจะเป็นเงินที่คนใจบุญอย่างท่านเอามาแจกจ่ายช่วยเหลือคนพวกนี้ซะมากกว่า

แบบนี้ก็เข้าทางพวกคนจน...ที่ชอบทำตัวเป็นปลิงคอยสูบเลือดสูบเนื้อคนรวยๆ เลยล่ะสิท่า

ชายหนุ่มคิดอย่างเหยียดหยาม ยังไม่ทันจะคิดหาทางแก้ไข เสียงหวานๆ ที่เขาจำได้ติดหูก็ดังแทรกขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดความคิดเอาไว้เพียงเท่านั้น แล้วหันมาตั้งใจฟังสิ่งที่ยายตัวดีกล่าวต่อไป

ดีออกจ้ะพ่อจ๋า ถ้าคุณป๋ามาอยู่กับเราที่นี่จริงๆ ละก็ รับรองว่าหมู่บ้านมีแต่เจริญกับเจริญขึ้นแน่ๆ

คนแอบฟังพลันรู้สึกขัดใจจนต้องค่อยๆ ชะโงกหน้าขึ้นมองคนพูด เขาจึงเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังยิ้มแป้นแล้นหน้าเป็นเลยทีเดียว

ใช่ๆ หนูนาพูดถูก แกต้องเปิดโอกาสให้ฉันได้ร่วมตอบแทนพระคุณของท่านบ้างสิ เกริกเกียรติได้ทีรีบกล่าวต่อ เมื่อเห็นว่าตนมีฝ่ายสนับสนุน เล่นเอาคนเป็นลูกพลันเกิดข้อสงสัยอันใหม่ขึ้นมาอีกครา

ตอบแทนพระคุณท่าน!?

ใครกันอีกล่ะทีนี้?

ชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดใคร่ครวญถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก นอกเสียจากจะต้องยืนฟังพวกเขาสนทนากันต่อไปให้จบ เพราะบางทีคำตอบจากที่เขาอยากทราบ มันอาจจะอยู่ในประโยคถัดไปจากบทสนทนาของพวกเขาก็เป็นได้

ไอ้เกริกเอ๊ย... ทุกวันนี้เอ็งก็ทำเพื่อท่านมามากแล้ว ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าเถอะ

ผู้ใหญ่ธมค้าน แต่เพื่อนที่รักกันมาช้านานก็ยังคงยืนกรานความคิดตนอย่างแน่วแน่

เงินก็ส่วนเงิน แรงก็ส่วนแรงสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักหน่อย อีกอย่างฉันไม่ยอมให้เพื่อนรักอย่างแกต้องมาลำบากอยู่คนเดียวหรอกโว้ย

ดื้อตั้งแต่หนุ่มยันแก่เลยนะเอ็ง คนที่เพียรท้วงติงจึงพูดค่อนขอดอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็อดซึ้งใจเพื่อนสนิทไม่ได้

ดื้อในเรื่องที่ดี ข้าถือว่าน่ายกย่องนะเว้ย เกริกเกียรติเองก็ยอกย้อนกลับ เหมือนเมื่อครั้งสมัยที่ทั้งสองยังเป็นหนุ่มๆ ไม่มีผิด

หนูนาเห็นด้วยที่สุดเลยค่ะคุณป๋า ลัลนาตบมือแสดงตัวว่าเห็นด้วยอย่างเต็มที่

ไก่แจ้ก็อยากเห็นด้วยนะครับ แต่กลัวพ่อผู้ใหญ่จะรีบประเคนเกือกให้ซะก่อนนี่สิ หนุ่มภูธรแกล้งทำท่าทำทางสยองพองเกล้า เรียกเสียงฮาจากบรรดาคนอื่นๆ ได้มากโข ทำให้บรรยากาศที่รายล้อมรอบตัวพวกเขาอยู่ยิ่งเพิ่มความครึกครื้นเข้าไปใหญ่

แต่สำหรับแขกหนุ่มที่ไร้ตัวตนอยู่ตรงใต้ถุนบ้าน กลับไม่รู้สึกเป็นปลื้มไปกับมุขตลกคาเฟ่ของหนุ่มเตี้ยล่ำตัวดำมะเลื่อมคนนี้สักเท่าใดนัก แถมเจ้าตัวยังออกอาการขุ่นเคืองคนจนจอมสอพลอพวกนี้อีกต่างหาก เพราะเขาปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่า  ทุกคนดูจะมีความสุขที่ได้รับผลประโยชน์เต็มๆ จากบิดาของเขาเสียเหลือเกิน

ส่วนคนของเขาเองก็ดูท่าว่าจะยอมสมัครใจแต่โดยดี เพราะเล่นลงทั้งแรง แถมทั้งเงินให้ฟรีๆ เลยทีเดียวไม่อย่างนั้นมีหรือที่ท่านจะยอมหลอกลวงแม้กระทั่งลูกชายตัวเองได้ลงคอ

ดีล่ะ! ในเมื่อคุณพ่อไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของผมบ้างเลย ผมก็จะไม่เห็นแก่หน้าของคุณพ่อเหมือนกัน

จิรเมธพาลเหมารวมไปหมดว่าทุกคนมีส่วนต้องรับผิดชอบความเครียดของเขาในครั้งนี้ จึงคิดจะหาทางแก้เผ็ดผู้เป็นพ่อกับสมัครพรรคพวก โดยเฉพาะยายลิงกังตาคมที่เล่นงานเขาเสียเจ็บแสบ ตอนนี้เขารู้แน่ชัดแล้วว่าหล่อนไม่ใช่เมียน้อยวัยกระเตาะของบิดาอย่างที่คิดไว้ แต่หล่อนเป็นเพียงแค่หนึ่งในบรรดาลูกหนี้ทั้งหลายของเขา มันจึงเป็นเรื่องขี้หมูมากๆ กับการที่เขาจะวางแผนหาทางเอาคืนคนทั้งคู่ ชนิดที่เรียกได้ว่า...

ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

ในขณะที่จิรเมธกำลังคิดหาหนทางแก้เผ็ดทุกคนด้วยความเข่นเขี้ยว เสียงเอะอะมะเทิ่งอันเกิดจากการพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดีก็ยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันยกมือลาแขกกิตติมศักดิ์และผู้ใหญ่บ้านไปทีละกลุ่ม บ้างก็ทยอยกลับไปทำงานต่อ บ้างก็เดินกลับไปยังที่พำนัก เพราะต้องการเปิดทางให้เพื่อนสนิททั้งสองได้สนทนากันเป็นการส่วนตัว ทำให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ต้องรีบก้มหลบมิดชิด สองหูยังคอยฟังเสียงพูดคุยต่อไปไม่ให้ตกหล่นแม้สักคำ

แล้วตอนนี้โครงการเป็นยังไง ได้กำไรขึ้นบ้างไหม?

เกริกเกียรติร้องถามด้วยความเป็นห่วง หาใช่มุ่งแต่จะคิดเอาผลกำไรจากชาวบ้านเพียงเท่านั้น เพราะเท่าที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านเขากะหมอกประสบปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นานานัปประการ ไม่ว่าจะเป็นยุคเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลดลง ทำให้ค่านิยมที่เคยผลิตไบโอดีเซลในกลุ่มของพวกเขาจำต้องล้มเลิกไป แล้วเปลี่ยนเป็นการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังแต่จะฟันกำไรให้มากขึ้น จนในที่สุดก็เหลือเพียงแค่หมู่บ้านเขากะหมอกแห่งเดียวนี่แหละ ที่ยังคงดำเนินรอยตามพระราชดำริด้วยความมุ่งมั่น

หนำซ้ำปัญหาที่คอยรุมเร้าอยู่ในตอนนี้ ก็ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เมื่อชาวบ้านต้องทนทุกข์จากการกลั่นแกล้งของพวกนายทุนหน้าเลือดที่หวังจะฮุบผืนดินทั้งหมด เพื่อทำบ้านพักโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยว พวกมันจึงใช้วิธีสกปรกบีบคั้นเล่นงานคนดีสารพัด จนหมู่บ้านที่เคยใช้ชีวิตพอเพียงกันอย่างสงบสุขเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายไปหมด พอเขารู้เรื่องและต้องการจะใช้อำนาจที่มีทั้งหมดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อนรักก็กลับบอกปัดความหวังดี โดยอ้างว่าไม่อยากให้มือของเขาต้องแปดเปื้อนเพราะคนเลวพวกนี้ เกริกเกียรติจึงทำอะไรไม่ได้

แต่ถึงแม้ตัวเขาจะยอมเลิกราไปอย่างง่ายดายก็ตามที ทว่าเกริกเกียรติก็ยังยื่นข้อเสนอแกมบังคับกับธมว่า จะต้องรับการช่วยเหลือด้านเงินทุนจากเขา เพื่อเอามาใช้จ่ายหมุนเวียนในยามลำบาก เดือนละห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท ทว่าไอ้เพื่อนหัวแข็งคนนี้ก็ยังคงดื้อแพ่ง เอาแต่ส่ายหัวปฏิเสธท่าเดียว เพราะอยากจะขอต่อสู้ด้วยลำแข็งของตัวเองก่อน

จวบจนสถานการณ์เลวร้ายเข้าขั้นวิกฤต หลายครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระหนี้สิ้นได้อีกต่อไป รวมทั้งลูกเด็กเล็กแดงอีกนับสิบชีวิตเองก็ยังต้องกินเพื่อการเจริญเติบโต เขาจึงได้เป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอนี้อีกครั้ง คราวนี้เพื่อนรักยอมตอบรับแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายจะมีข้อแม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขารับภาระจนมากเกินไป เจ้าตัวบอกว่าต้องการเงินร่วมทุนเพียงเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น เพราะมันพอเพียงแล้วสำหรับการทำประโยชน์ให้ทุกคนในหมู่บ้านได้อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น โดยมิต้องหวั่นเกรงต่ออิทธิพลของนายทุนบางกลุ่มที่กลั่นแกล้งปิดลู่ทางการทำกิน

ก็ดีขึ้นบ้าง แต่ยังต้องรอเก็บเกี่ยวเมล็ดจากต้นสบู่ดำที่ข้าปลูกไว้เมื่อปลายปีที่แล้วก่อน

อีกนานไหมกว่าจะเก็บได้

ไม่นานหรอก ก็อีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์นั่นแหละ พอเก็บเกี่ยวผลมันได้แล้ว เราก็จะเอาไปบีบน้ำมันออกมา แล้วจึงจะไปผสมเอทานอลกับสารเร่งปฏิกิริยา มันถึงจะได้ไบโอดีเซลกับกลีเซอรีน ทีนี้เราก็จัดการแยกมันออกจากกันซะ จากนั้นค่อยเอาน้ำมันไบโอดีเซลที่ได้ไปใช้หรือขายอีกที

ใบหน้าระบายยิ้มน้อยๆ ยามที่เอ่ยปากบอกเล่าเรื่องราวด้วยความภาคภูมิใจ ทำให้เกริกเกียรติอดรู้สึกอิจฉาเพื่อนรักขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ ที่อีกฝ่ายได้ค้นพบความสุขอันแท้จริงของตนเองแล้ว

แล้วส่วนที่เหลือล่ะ นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีกได้ไหม?

ได้เยอะเชียวละ เห็นหนูนามันว่าจะเอากลีเซอรีนไปทำเป็นสบู่ไว้ใช้ และก็ขายต่อด้วย ส่วนกากของสบู่ดำ นางหนูมันจะเอาไปทำปุ๋ยกับพวกเชื้อเพลิงแข็งอีกที เป็นไง...สารพัดประโยชน์ดีไหม?ผู้ใหญ่กล้าถามเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวจะต้องตอบออกมาเช่นไร ถ้ามิใช่...

ยิ่งกว่าสารพัดประโยชน์ซะอีก เกริกเกรียติร้องบอกอย่างทึ่งๆ แล้วก็อดเป็นห่วงถึงกิจการเดิมที่เจ้าตัวเคยทำอยู่ก่อนหน้านี้มิได้ว่า แล้วต้นปาล์มของแกล่ะ ปลูกแล้วไม่ค่อยได้กำไรเหรอไง แกถึงต้องหันมาปลูกสบู่ดำแทนน่ะ

ธมส่ายหน้า เปล่าหรอก แต่ข้าเห็นว่าไอ้ต้นสบู่ดำนี่มันมีประโยชน์หลายอย่างดี ข้าก็เลยทำสวนปลูกมันเพิ่มไปด้วยซะเลย

เออ...ก็ดีนะ คนฟังพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ให้กำลังใจเจ้าตัว สู้เข้านะเพื่อน ฉันว่าอีกไม่นานหรอก ทุกคนที่นี่จะต้องได้เห็นว่าไบโอดีเซลมันดียังไง

เออ...ขอบใจเอ็งมาก

คนที่นั่งล้อมวงต่างก็มองดูมิตรภาพของเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ด้วยรอยยิ้มแห่งความประทับใจ ผิดแผกจากคนข้างล่างที่กลับมีสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ คล้ายดังว่าเขาต้องทนยืนดูละครน้ำเน่าฉากหนึ่งอยู่กระนั้นแหละ เจ้าตัวจึงหมายมาดปั้นมือเป็นนักหนาที่จะกระชากหน้ากากของพวกลวงโลกให้บิดาได้เห็นกะจะกับตา

หมดเวลาแห่งความสุขแล้วล่ะครับคุณพ่อ

เพราะผมนี่แหละจะสั่งสอนให้ชาวบ้านพวกนี้ได้รู้ว่าบนโลกใบนี้... ไม่มีของฟรี!’

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สงสัยหนูนาและชาวบ้านเขากะหมอกจะแย่แล้วละค่า

ก็พ่อคุณเขาเล่นพกความเเค้น & เค็ม มาเต็มพิกัด

ไหนจะคุณพ่อที่โดนคุณลูกเซอร์ไพรส์เต็มๆ อีก

งานนี้จะหมูหรือจ่า จะออกหัวหรืออกก้อย???

อยากรู้...มาตามต่อตอนหน้านะจ๊ะ


ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 

พิเศษสุดช่วงนี้หั่นราคาเกินครึ่ง เหลือแค่ 159 บาทเท่านั้น (จาก350 บาท) สนใจแวะพี่เมพได้เลยค่า ช้าหมด อดอ่านนะเออ


ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!


2 ความคิดเห็น