ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 12 : แกลลอนที่ 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59

การเจรจาต่อรองทางธุรกิจระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่ เป็นไปด้วยความราบรื่นราวหนึ่งชั่วโมงเศษ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบระหว่างเพื่อนเก่าทั้งสองเสียมากกว่า จิรเมธก็ร่วมวงสนทนาด้วยอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่สองพ่อลูกจะถือโอกาสอำลาหุ้นส่วนคนสำคัญด้วยความชื่นมื่นเมื่อถึงเวลาอันควร

 “จิมจะกลับบ้านเลยใช่ไหมลูก งั้นพ่อฝากกระเป๋าไปด้วยนะ เกริกเกียรติกล่าวขอร้องบุตรชายระหว่างทางที่เดินมายังล็อบบี้ แต่สำหรับคนฟังนเหมือนกับเป็นคำสั่งซะมากกว่า

 “คุณพ่อจะไปไหนเหรอครับ? จริเมธเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนัก คล้ายกับเขาล่วงรู้มาก่อนหน้านี้อยู่แล้วว่า

ท่านจะต้องมาไม้นี้

อ๋อ...พ่อกะจะแวะเดินเล่นในตัวเมืองซะหน่อยน่ะ อยากจะรู้ว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม?

คนที่เตรียมตัวมาดีในสถานการณ์เช่นนี้แต่เนิ่นๆ อยู่แล้ว จึงไม่ยอมปล่อยให้คนเป็นพ่อหาทางชิ่งหนีได้โดยง่าย

ถ้าอย่างนั้น ผมขับรถไปให้ก็ได้นี่ครับ

ไม่ต้องหรอก เผื่อบางทีพ่ออาจจะแวะทักทายเพื่อนเก่านานสักหน่อย แกจะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งรอ เกริกเกียรติพยายามสลัดบุตรชายจอมแสบให้หลุด

ไม่เป็นไรนี่ครับ ผมเองก็อยากรู้จักกับเพื่อนของคุณพ่อเหมือนกัน ชายหนุ่มกล่าวอย่างมีเลศนัย

โอ๊ย! เพื่อนของพ่อมีแต่แก่ๆ ทั้งนั้น แถมคุยกันแต่เรื่องสมัยก่อน แกจะเบื่อเอาน่ะสิ

แต่ผมเป็นห่วงคุณพ่อนี่ครับ

จะห่วงอะไรกันนักหนา แกอย่าลืมสิว่าพ่อเป็นคนพื้นเพที่นี่

มันก็จริงนะครับ

ใช่ไหมล่ะ...เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องเป็นห่วงพ่อให้มากนักหรอก ท่าทีที่ยอมจำนนต่อเหตุผลและพร้อมจะรามือไปอย่างง่ายดายของบุตรชาย ทำให้คนที่กำลังลุ้นจนตัวโก่งค่อยคลี่ยิ้มออกมาได้หน่อย

งั้นเอาเป็นว่าผมจะขับรถไปส่งคุณพ่อถึงที่แค่บ้านเพื่อนก็แล้วกันนะครับ

ทว่าเพียงไม่นานรอยยิ้มก็ต้องหุบฉับลงทันที เมื่อคนเป็นลูกขยันสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เขาเสียเหลือเกิน จนตัวเขาเองยังอดคิดไม่ได้ว่า

ตกลงว่าไอ้หมอนี่มันเข้าใจจริงๆ หรือแค่อยากจะแกล้งเขาเล่นกันแน่?

อย่าเลยจิม เกริกเกียรติบอกปัดอย่างร้อนรน พลางเอ่ยอ้างถึงเรื่องที่ตนนั้นเพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ ว่า พอดีพ่อซื้อของสดมาฝากนายบ่าวกับครอบครัวเขาด้วย แกช่วยเอาไปให้พวกเขาทีนะ ขืนชักช้าละก็ เดี๋ยวของจะเสียซะหมด

เอ่อ... เมื่อเจอมุขนี้เข้า จิรเมธเลยถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ก่อนจะพลันยกย่องบิดาอยู่ในใจว่า

ฉลาดเหลือเกินนะครับคุณพ่อ มุขแบบนี้ยังคิดออกมาได้

ถ้าคุณพ่อต้องการแบบนั้นละก็... ได้เลยครับ!’

เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ ผมจะกลับไปก่อน คุณพ่อก็ระวังตัวด้วยนะครับ จิรเมธจึงยอมตกลงแต่โดยดี และไม่ลืมทำทีแกล้งเป็นห่วงเป็นใยบิดาให้ตายใจอีกด้วย

อืม... ขอบใจมากลูก เกริกเกียรติเลยบอกอย่างโล่งอก เมื่อตัวแทนภรรยาสุดที่รักอย่างลูกชายจะไม่ตามมาก่อกวนเขาอีก

แล้วความลับจะได้คงอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครล่วงรู้!’

งั้นเราแยกกันตรงนี้เลยนะคนเป็นพ่อเอ่ยปากบอกบุตรชายอย่างว่องไว ด้วยไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ตรงนี้ให้นานออกไปอีก เพราะกลัวเจ้าตัวจะเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา

ครับ จิรเมธส่งยิ้ม พลางโบกมือลาให้บิดาเพียงนิด แล้วจึงหันหลังเดินแยกออกไปกับท่านคนละทาง

 

หลังจากเดินลับสายตามาจากบุตรชายจนปลอดภัยแล้ว เกริกเกียรติจึงหยิบโทร. ศัพท์ขึ้นมากดสายหาใครบางคน โดยที่เขาไม่ทันระแคะระคายเลยสักนิดว่า มีสายตาแหลมคมบางคู่จ้องมองมายังตนจากมุมอับอย่างเขม็ง

เมื่อจิรเมธเห็นบิดาของเขาพยักหน้าหงึกหงัก คล้ายดังว่ากำลังตกลงอะไรบางอย่างกับคนในปลายสาย เขาจึงยิ่งทวีความสงสัยขึ้นไปอีกอักโข ก่อนที่ชายหนุ่มจะแอบสะกดรอยตามท่านไปอย่างเงียบกริบ เมื่อผู้เป็นพ่อเดินออกมาที่หน้าโรงแรม เพื่อรอใครบางคนอยู่

หนุ่มผู้สวมบทนักสืบจำเป็นจัดการเดินลัดเลาะตัวรถไปด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งเขาสามารถนั่งประจำตำแหน่งบนยานยนต์ของเขาได้ และรอเวลาที่จะติดตามบิดาไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเขามั่นใจว่า

มันจะต้องเป็นหมู่บ้านเขากะหมอกอย่างแน่นอน!’

จิรเมธเฝ้ารอดูว่าบิดาจะทำสิ่งใดต่อไปนานกว่าหลายนาที ตราบจนมีรถมอเตอร์ไซค์โกโรโกโสคันหนึ่ง ซึ่งดูอย่างไรก็คลับคล้ายคลับคลาเสียเหลือเกินในสายตาของเขา แล่นเข้ามาปาดหน้าจอดเทียบท่าตรงที่บิดายืนอยู่

สวัสดีค่ะคุณป๋า เสียงหวานใสใต้หมวกกันน็อคสีชาเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม พร้อมกับพนมมือไหว้ชายสูงวัยด้วยความอ่อนน้อม ก่อนจะถอดหมวกนิรภัยออกมา เพื่อให้เส้นผมอันยาวสลวยที่ถูกมวยเก็บเอาไว้ภายในได้คลายตัวแผ่สยายเต็มกลางหลัง ทำให้นักสืบหนุ่มที่มองดูแผ่นหลังบอบบางจากที่ไกลๆ พลันรับรู้ได้ว่า

เพื่อนเก่าที่บิดาพูดถึง... เป็นผู้หญิง!!!

คุณป๋ารอนานไหมคะ?

ไม่นานหรอกจ้ะ เกริกเกียรติยิ้มรับ ก่อนจะบอกกับหล่อนด้วยความเกรงใจ ป๋าขอโทษด้วยนะ ที่ทำให้หนูต้องพลอยลำบากมารับด้วยตัวเองแบบนี้

สบายอยู่แล้วค่ะ คนฟังยิ้มแฉ่งอย่างเต็มใจ เอ่ยถามเกริกเกียรติด้วยความสงสัยระคนห่วงใย แต่ว่าคราวนี้...ทำไมคุณป๋าไม่ขับรถมาเองล่ะคะ มานั่งซ้อนท้ายอีแก่ของหนูแบบนี้จะร้อนเปล่าๆ นะคะ

พอดีรถป๋าไม่ว่างน่ะ ลูกชายที่มาด้วยกันเขาเอาไปใช้

อ้าว! ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรจะมาส่งคุณป๋าสิคะ คนฟังพูดตามที่ใจคิด เอ๊ะ!... หรือว่าเขาไม่ยอมคะ?

โอ๊ย... ไม่ใช่หรอกจ้ะ เกริกเกียรติรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ก่อนที่หล่อนจะพานขุ่นเคืองแทนตัวเขาไปกันใหญ่ พร้อมทั้งขยายความให้หล่อนรับรู้ แต่ขานั้นเขาแสบใช่ย่อยอยู่ซะเมื่อไหร่ล่ะ ลุงเลยไม่อยากจะพามาด้วยให้วุ่นวายน่ะ

เกริกเกียรตินินทาบุตรชายแล้วพลางหัวเราะไปด้วยอย่างขำขัน เมื่อเขานึกย้อนไปถึงบทสนทนาที่พวกตนเพิ่งจะถกเถียงกันถึงความเอื้ออารีมีน้ำใจต่อผู้อื่นอยู่เมื่อครู่ จนทำให้เขายิ่งมั่นอกมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่า...

จิรเมธเป็นลูกแม่โดยแท้!

เพราะมีทั้งความเค็ม! เคี่ยว อย่างเข้มข้น ยิ่งถ้าเจ้านั่นได้รู้ความจริงเรื่องที่เขากำลังปกปิดอยู่ละก็ เชื่อเถอะว่ามันจะต้องคัดค้านเขาหัวชนฝาอย่างแน่นอน!

ยังมีใครที่แสบไปกว่าหนูอีกเหรอคะ?หญิงสาวเอ่ยถามเขาอย่างทะเล้น

อย่าทำเล่นไป... ไอ้เจ้านี่มันก็แสบสุดๆ เหมือนกัน

ใช่! เขาคิดว่าเด็กสาวเองก็มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับบุตรชายของเขาอยู่เช่นกัน อย่างน้อยๆ ก็ในด้านความแสบ เซี้ยว เปรี้ยว ซ่า ซึ่งเขาเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะมีมันอย่างสูสี ชนิดที่กินกันไม่ลงเลยทีเดียว!

เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง... เลยทำให้เขาเกิดความรักและเมตตาเจ้าหล่อนมากเป็นพิเศษ

สายตาที่ทอดมองเด็กสาวจึงเปี่ยมไปด้วยแววอ่อนโยน ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้นลูบศรีษะทุยเล็กด้วยความเอ็นดู สาวน้อยวัยใสเลยโผเข้าสวมกอดเขาด้วยความคิดถึงจับใจเช่นกัน ส่งผลให้คนที่แอบจ้องมองอยู่ภายในรถถึงกับออกอาการตาลุกตาชัน จนแอบนึกตำหนิบิดาอยู่ในใจว่า

ทำไมคุณพ่อต้องทำตัวประเจิดประเจ้อแบบนี้ด้วยนะ

จิรเมธรู้สึกหงุดหงิด จนพานให้นึกขัดหูขัดตาต่อการกระทำของบุพการีเสียเหลือเกิน

ก็ดูคุณพ่อของเขาทำทาทำทางเข้าสิ!

เอาแต่หัวเราะต่อกระซิกกับสาวน้อยอย่างมีความสุข เหมือนกับปลากระดี่ได้น้ำไม่มีผิด!!!

เอ๊ะ!!! หรือว่าคุณพ่อจะกุเรื่องที่เป็นหนี้ขึ้นมาหลอกเขา ทั้งที่ความจริงแล้วท่านเอาเงินมาบำรุงบำเรออีหนูต่างหาก

ถ้าอย่างนั้นหล่อนก็ปะ... เป็น... เมียน้อยของพ่อเขาน่ะสิ

ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกตกใจกับข้อกล่าวหาที่เขายัดเยียดให้แก่บิดา แต่สภาวการณ์ตรงหน้ามันบ่งฟ้องอยู่ทนโท่คาตา จนเขาอดที่จะนึกหวาดระแวงไม่ได้ จิรเมธจึงเตรียมจะเปิดประตูรถลงไปหมายจะเค้นเอาความจริงจากคนทั้งสองให้รู้เรื่องกันซะเลย

แต่ยังไม่ทันที่นิ้วของเขาจะได้ขยับปลดล็อค แม่สาวผิวคล้ำที่แลดูคุ้นตาก็กลับหันหน้ามาทางเขา เพื่อส่งหมวกกันน็อคให้บิดา หลังจากที่ท่านจะกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเจ้าหล่อนแล้ว เลยทำให้ชายหนุ่มได้ยลโฉมแม่สาวบ้านนาอย่างเต็มตา

พ่อหนุ่มเมืองกรุงแทบช็อคเสียยิ่งกว่ารู้ว่าบิดามีเมียน้อยเสียอีก เพราะคนที่อยู่ต่อหน้าเขาก็คือยายปีศาจที่เล่นงานเขาสารพัดเมื่อวันก่อน

ใช่แล้ว... หล่อนคือแม่ลิงกังตัวแสบนั่นเอง!!!

จากที่คิดจะลงไปเอาเรื่องคนทั้งคู่ จิรเมธจึงเปลี่ยนเป้าหมายแอบติดตามรถมอเตอร์ไซค์โทร. มๆ ที่เคลื่อนตัวออกจากโรงแรมไปอย่างเชื่องช้าแทน ด้วยความมุ่งหวังที่จะใช้หล่อนนี่แหละเป็นตัวนำทางเขาไปยังหมู่บ้านลับแล เพื่อจัดการสะสางปัญหาทุกอย่างให้เคลียร์ชัดกันไปเสียที ในใจพลางคิดอย่างเข่นเขี้ยวว่า

งานนี้มันต้องมีเฮกันซะหน่อยแล้ว

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รับรองงานนี้มีเฮดังๆ แน่นอนค่า

แต่ใครจะเฮ และใครเฮใคร วุ้ย! งง....อันนี้ต้องมาตามต่อตอนหน้านะคะ

รับประกันความเผ็ดพริกร้อยเม็ดเลยยยยย


ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ อิอิ


ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น