อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 18. เมฆร้ายตั้งเค้า 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 60

18. เมฆร้ายตั้งเค้า 1/3





สายตาอยากรู้ของบรรดาคนในละแวกคุ้งน้ำท่านเจ้าคุณ ต่างก็มองสอดส่องมายังร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าบ้านเช่าหลังน้อย

ฉันบอกแล้วว่าอีบ้านนี้มันขายลูกสาวกิน... แกเชื่อฉันรึยัง

ไม่น่าเชื่อเนอะ เห็นปากก็เที่ยวบอกว่าอยากให้ลูกสาวเรียนสูงๆ จะได้มีงานมีการดีๆ ที่ไหนได้ เอาไว้ใช้เป็นบันไดไต่ไปหาพวกคนรวยๆ นี่เอง”

“นั่นน่ะสิ... มิน่าละลูกชายของท่านนายพลถึงได้มาตามเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นแบบนี้”

เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทหูเป็นระยะๆ แต่คนที่ยืนตกเป็นเป้าสายตาอยู่นั้นหาได้ใส่ใจไม่ เขายังคงยืนกอดอกนิ่ง รอคอยให้เจ้าบ้านเดินออกมาประตูโดยไม่สะทกสะท้านกับเสียงนกเสียงกาแต่อย่างใด

แอด...

ครั้นพอเสียงประตูบ้านไม้หลังที่ถูกพาดพิงเปิดออก เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายก็เงียบหายไปทันควันพร้อมกับใบหน้าของคนในวงที่ต่างก็หันหนีไปทางอื่น

“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?!” ธารน้ำเอ่ยถามอย่างงุนงง

“ฉันมาเอาคำตอบ” พระเพลิงตอบเรียบๆ เอามือล้วงกระเป๋า

ธารน้ำเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า อีกฝ่ายไม่ได้สวมเสื้อยืดกับกางเกงผ้าลำลองตามปกติ วันนี้เขามาในชุดสูทผูกไทสีเข้มเข้ารูป ดูเนี้ยบไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทรงผมมันเงาได้รับการตกแต่งจัดเสยให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าและรองเท้าหนังหัวตัดสีเข้มเงาวับเป็นอย่างดี

ธารน้ำไม่รู้ตัวหรอกว่าเธอแหงนหน้ามองเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้จักเบื่อกี่รอบต่อกี่รอบ ตราบจนพระเพลิงต้องเอ่ยปากร้องขัดขึ้น ไม่เช่นนั้นเจ้าหล่อนคงจะใช้สายตาเอ็กส์เรย์ทะลุทะลวงเข้าไปถึงตับไตใส่พุงของเขาเอาได้

“คำตอบล่ะ?” เขามองหล่อนอย่างตำหนิ เพราะไม่ชอบใจนักที่ถูกใครมาสำรวจตรวจตราต่อหน้าเช่นนี้

ธารน้ำพลันหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อระลึกได้ว่าตัวเองทำเรื่องเสียมารยาทอย่างแรงออกไป จึงอ้อมแอ้มตอบว่า

“ขอโทษค่ะ... แต่ว่านี่มันยังเช้าอยู่เลยนะคะ คุณจะมาเอาคำตอบแล้วเหรอ?”

“สมองเสื่อมหรือไง ฉันบอกว่าให้เวลาเธอคิดหนึ่งคืน ไม่ใช่หนึ่งวันสักหน่อย” เขาย่นหน้าไม่พอใจ

“เวลาแค่นั้นฉันจะไปคิดทันได้ยังไงล่ะคะ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ จะได้คิดปรู้ดปร้าดทันใจคุณ” ธารน้ำบ่นอุบ

“ฉันไม่สน” เจ้าตัวยักไหล่อย่างไม่แยแส ซ้ำยังเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนหล่อนให้เดินตามมาอย่างถือสิทธิ์เสียอีก โดยไม่สนใจฟังคำทัดทานของเจ้าตัว หรือแม้แต่เหล่าไทยมุงที่ตอนนี้พากันจ้องเขม็งเป็นตาเดียว

“นี่คุณพระเพลิง...ปล่อยฉันนะ จะพาฉันไปไหน?” ธารน้ำหันรีหันขวาง รู้สึกอับอายที่ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน

แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินอาดๆ เพียงท่าเดียว

“นี่คุณ! อย่ามาทำอะไรรุ่มร่ามแบบนี้นะคะ” เธอร้องเตือนเขาเบาๆ ไม่กล้าแผดเสียงดัง เพราะกลัวจะยิ่งเป็นจุดสนใจมากกกว่าที่เป็นอยู่

“เงียบซะ แล้วเดินตามฉันมาเงียบๆ ไม่งั้นฉันจะหักเงินเดือนเธอ โทษฐานที่ทำให้ฉันไปประชุมสาย เขาเอ็ดเสียงเข้ม

ธารน้ำยิ่งทำหน้าเหลอหลา 

ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะทำงานกับคุณเสียหน่อย แล้วจะมาหักเงินเดือนกันได้ยังไงล่ะคะ?

“เธอพูดแล้ว”

“ตอนไหนคะ?”

“ก็ตอนที่เธอเอาแต่นิ่งเงียบนั่นแหละ ถือเป็นคำตอบ”

“ฮ้า!?” คนฟังร้องครางอย่างอ่อนแรง คนอะไรพูดเอาแต่ได้ เรื่องทึกทักเอาเองนี่ถนัดนักละ ลองอีหรอบนี้เขาจะมาถามเธอทำไมกัน ในเมื่อพ่อเจ้าประคุณเล่นพูดเอง คิดเอง ตัดสินใจเองไปเสร็จสรรพแล้วนี่นา

ธารน้ำเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ขณะเร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปนั่งบนรถสปอร์ตสุดหรูข้างๆ เขา โดยไม่ปริปากพูดอะไรอีก เพราะเชื่อเถอะว่าถึงจะหยิบยกเหตุผลสารพัดมากล่าวอ้าง ก็คงไม่สามารถเอาชนะวาจาประกาศิตเพียงคำเดียวของเขาได้

 

หลังจากขับรถฝ่าการจราจรที่แออัดมาราวชั่วโมงเศษ พระเพลิงก็เลี้ยวรถเข้ามาจอดในอาคารสูงตระหง่านแห่งหนึ่งย่านกลางกรุง จากนั้นเขาก็พาธารน้ำขึ้นลิฟต์มายังชั้นสิบเจ็ด ซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัทแห่งหนึ่ง ชื่อว่า

SystemC Company (S.C.C)

นี่บริษัทของใครคะ? ธารน้ำเอ่ยถาม ขณะมองไปรอบๆ

พระเพลิงหยุดเดิน แล้วหันมาจ้องเธอตาขุ่นเพียงนิด

พูดแล้วไม่รู้จักจำ เมื่อวานก็บอกแล้วไงว่าฉันจะพาเธอมาทำความรู้จักกับบริษัทของฉัน

บริษัทคุณ? หญิงสาวอุทานตาโต โอ้โห! ทำไมมันถึงได้ใหญ่โตจังเลยล่ะคะ?

จะไม่ให้เธอตะลึงพรึงเพริดได้อย่างไร เพราะเท่าที่เห็น ออฟฟิตของเขามันแลดูใหญ่โตโอ่อ่าและกินพื้นที่กว้างขวางทั่วทั้งชั้นเลยเชียวนะ

แน่ละสิ บริษัทของนายพระเพลิงทั้งที จะให้กระจอกงอกง่อยได้ยังไงล่ะ เขายืดอกอย่างภูมิใจ ก่อนจะอธิบายต่อว่า งานของเราคือการวางระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดให้แก่สำนักงานต่างๆ และยังรับเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย ส่วนในเร็วๆ นี้เราก็จะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับเว็บไซค์ ทำหน้าเว็บเพจให้กับพวกบริษัท SME. และบรรดาร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งด้วย

ธารน้ำพยักหน้ารับรู้ มิน่าละ...เธอถึงได้เห็นคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะและตามพื้นดาษดื่นไปหมด

คุณจะให้ฉันมาทำงานที่นี่เหรอคะ?เธอเอ่ยถามอย่างขลาดๆ ชักจะเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาเสียแล้ว

ทำงานกับฉัน เขาพูดแก้

หญิงสาวเลยยิ่งมองเขาอย่างฉงนใจ เพราะไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหน เขาจึงจำใจต้องขยายความให้คนสมองช้าเข้าใจมากยิ่งขึ้น

เธอต้องคอยอยู่ข้างๆ และรับคำสั่งจากฉันที่เป็นเจ้านายโดยตรงคนเดียวก็พอ วันไหนที่ฉันต้องออกไปพบลูกค้า เธอก็จะต้องตามไปด้วย แล้วถ้าวันไหนเจ้าเตชิตมันเข้ามาบริษัท ก็แปลว่าวันนั้นเราอู้ได้

อู้!? ธารน้ำขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หมายความว่าเราไม่ต้องเข้าออฟฟิซทุกวันเหรอคะ?

ใช่ เขากล่าวย้ำ

ธารน้ำแอบส่งค้อนให้เจ้าตัวอย่างหมั่นไส้ ทำงานสบายเหลือเกินนะพ่อคุณ มีแอบอู้ได้ด้วย คนรวยๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ถือว่าใช่สมองสั่งการลูกจ้างอย่างเรา

เมื่ออธิบายรายละเอียดของงานให้หญิงสาวรู้คร่าวๆ แล้ว พระเพลิงก็กระตุกแขนเรียวพาหล่อนให้ออกเดินตามมาอีกครั้ง ระหว่างนั้นธารน้ำก็ไม่ได้พูดอะไรอีก กระทั่งทั้งสองเข้ามาในห้องๆ หนึ่ง ซึ่งเธอเดาเอาว่าน่าจะเป็นห้องประชุม เพราะทั้งห้องมีเพียงแค่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ยาวเป็นวงรีกับเก้าอี้ที่มีพนักงานนั่งจับจองอยู่ก่อนแล้วตั้งเรียงรายเพียงเท่านั้น

ผู้ร่วมประชุมทุกคนหันมาจับจ้องเขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแสดงความให้เกียรติแก่ผู้เป็นนาย พระเพลิงพยักหน้ารับ แล้วเดินมาขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง ส่วนตัวเขาก็หมุนกายเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหัวโต๊ะข้างๆ กัน จากนั้นคนที่เหลือจึงค่อยๆ ทยอยกันนั่งลงบ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พระเพลิงก็ประกาศว่า

“นี่คือคุณธารน้ำ เธอจะเป็นเลขาของผม”

จบคำกล่าวสั้นๆ ของเจ้านายหนุ่ม สายตาหลายคู่ก็จ้องมองธารน้ำด้วยความประหลาดใจ ก็ร้อยวันพันปีบอสของพวกเขาเคยนึกอยากจะมีเลขาซะที่ไหน อ้างว่ารำคาญบ้างละ... ไม่ชอบให้ใครมาจุ้นจ้านบ้างละ... ทำให้บอสอีกคนอย่างเตชิตต้องรับภาระหนักเป็นทั้งเพื่อน ทั้งหุ้นส่วน แถมยังเป็นเลขาส่วนตัวไปโดยปริยาย

แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครกล้าปริปากถามหาเหตุผลจากเจ้าตัวเลยสักคน ยกเว้น...

“คนอย่างแกต้องการเลขากับเขาด้วยเหรอ ไม่น่าเชื่อ ไหนเคยบอกว่ามันยุ่งยากไงล่ะ”

เตชิตที่เพิ่งมาถึงหยกๆ เอ่ยแซว เขาไม่แปลกใจนักเรื่องที่พระเพลิงจะพาธารน้ำมาทำงานด้วย เพราะเจ้าตัวเล่นโทร. มาสั่งการฝากให้เขาบอกกับเลขาของตนว่า ช่วยจัดเตรียมโต๊ะและเก้าอี้ทำงานให้ด่วนจี๋ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แถมมันยังกำชับอีกว่าต้องให้ได้ภายในเช้าวันนี้ เล่นเอาเลขาของเขาถึงกับวิ่งวุ่นหัวหมุนเกือบทั้งคืนเลยทีเดียว

“ก็ยังไม่ชอบอยู่” คนโดนจี้ยักไหล่ ไม่แคร์

“อ้าวๆ พูดให้ดีๆ นะเว้ย ถ้าเกิดคุณธารน้ำเขาไม่ทำงานกับแกขึ้นมาละก็ จะมาโทษฉันไม่ได้นะเตชิตพูดกระเซ้า ก่อนจะหันไปผงกศรีษะให้หญิงสาวเป็นเชิงทักทาย “สวัสดีครับคุณธารน้ำ จำผมได้ไหมครับ คนที่เคยช่วยคุณไว้จากไอ้พวกโรคจิตที่มันแกล้งผลักคุณตกน้ำไงละครับ

คนพูดจงใจเน้นย้ำคำว่า โรคจิตตอนที่หันไปมองเพื่อนหนุ่ม เขาเห็นพระเพลิงออกอาการคันมือคันไม้ขึ้นมาตงิดๆ เลยอดยิ้มขันไมได้

จำได้ค่ะ ธารน้ำยิ้มรับ ต้องขอบคุณ...เอ่อ...คุณ

ผมเตชิตครับ เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของเจ้าพระเพลิง ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณเตชิต”

เอ้า! จะมัวทักทายกันอีกนานไหม เริ่มประชุมได้แล้ว พระเพลิงเอ่ยตัดบทเสียงเขียว

เขาหวง! ไม่ชอบให้ใครมาเจ๊าะแจ๊ะกับหล่อนมากนัก แม้จะเป็นเพื่อนสนิทอย่างเตชิตก็ตามที อีกอย่างเขาไม่อยากให้ใครฟื้นฝอยถึงวีรกรรมของตนในอดีตมากนัก เพราะถ้าหล่อนเกิดแค้นฝังหุ่นขึ้นมา เดี๋ยวงานจะเข้าตัวเขาซะเปล่าๆ

หลังจากนั้นการประชุมก็เริ่มต้นขึ้น มีทั้งเรื่องการวางแผนงานประจำไตรมาส งานที่พระเพลิงและเตชิตต้องเข้าไปควบคุมดูแลการวางระบบคอมพิวเตอร์ให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ การขยายแผนงานเกี่ยวกับธุรกิจเว็บไซค์ งบประมาณรายรับรายจ่ายและผลกำไรตอบแทนของบริษัท รวมไปถึงวาระเร่งด่วนเรื่องการจ้างพนักงานเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณงานที่ล้นมือทุกคนอยู่ในตอนนี้

ตลอดเวลาธารน้ำลอบมองพระเพลิงในมาดของประธานหนุ่มแล้วก็ต้องรู้สึกทึ่ง เขาสามารถอธิบาย แก้ไขปัญหา สั่งการ รวมทั้งแนะนำรายละเอียดของงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ผิดแผกจากชายหนุ่มที่แสนจะร้ายกาจเอาแต่ใจคนเดิมอย่างสิ้นเชิง จนเธอเองแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนตรงหน้าจะใช่บุตรของชายท่านนายพลใหญ่ที่ใครๆ ต่างก็พากันจำเริญพรคนนั้น

พอการประชุมเสร็จสิ้นลง ทุกคนจึงทยอยพากันเดินออกจากห้อง เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ เหลือทิ้งไว้แค่เจ้าของบริษัททั้งสองและเลขาสาวเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่

“วันนี้แกดูแลออฟฟิซต่อจากฉันทีนะ พอดีฉันมีสอนต่อช่วงบ่าย” เตชิตบอกเพื่อนหนุ่ม แล้วจึงหันมาพูดกับธารน้ำยิ้มๆ ว่า

“ผมจัดเตรียมโต๊ะทำงานของคุณไว้ให้ในห้องเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเกิดขาดเหลืออะไร ก็บอกกับพระเพลิงได้เลย ไอ้หมอนี่มันเต็มใจหาให้คุณทุกอย่างอยู่แล้ว”

“พูดมาก!” พระเพลิงแยกเขี้ยวใส่เพื่อน

เตชิตเพียงแต่ส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะกล่าวล้อเลียนเจ้าตัวว่า

“อ้าว... ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะ ก็นายเป็นคนชวนเขามาทำงานนี่ นายก็ต้องรับผิดชอบดูแลเขาสิ”

รีบไปสอนเลยไปพระเพลิงโบกมือไล่เพื่อนยิกๆ เพราะขี้ฟังเรื่องที่อีกฝ่ายพูดกระเซ้าเขาอยู่ได้

คนถูกไล่จึงยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะดังขึ้น พลางโบกมือลาเจ้าตัว แล้วก็เลยมาทางหญิงสาวที่นั่งทำหน้างงๆ อยู่ไม่หาย  จากนั้นก็เดินออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว

ธารน้ำตั้งใจจะเอ่ยถามเรื่องที่เตชิตบอกกับเธอเมื่อครู่ แต่เขาก็เดินหายวับไปเสียแล้ว ครั้นจะหันมาถามเจ้านายหนุ่มของเธอ หญิงสาวก็ได้เห็นแต่เพียงรอยแดงจางๆ บนใบหน้าคมเข้มเท่านั้น เธอเลยรีบกระพริบตาถี่ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อว่า...

เกิดมาชาตินี้ เพิ่งจะได้มีบุญเห็นบุตรชายท่านนายพลใหญ่อายเป็นกับเขาบ้าง...ก็คราวนี้แหละ!

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 




ช่วงนี้คนเขียนขยันเสิร์ฟซีนหวานๆๆๆๆ สำลักน้ำตาลให้บ่อยๆ

เพราะหลังจากนี้...หึหึ

จะเป็นช่วงดราม่าน้ำตาแตก คุณชายพระเพลิงจะยิ่งร้ายกว่าที่ผ่านมา

อุ๊บ!

เขาบอกได้แค่นี้จริงๆ พูดมาก เดี๋ยวโดนพระเอกกินหัว

ตามลุ้นกันต่อไปนะคะ


แจ้งข่าวค่า

ไรเตอร์ได้ลงนิยายเรื่องอ้อมกอดแห่งธารามาจนถึง 80% แล้วค่า

ตามที่เคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นเนอะ ขออนุญาตตัดตอนไว้ที่บท 18 นะคะ

ส่วนตอนที่เหลืออีก 7 ตอน คือ

ตอนที่ 19 โดนไล่!

ตอนที่ 20 ความสั่นคลอนของใจ

ตอนที่ 21 คนต้นเหตุของความหวั่นไหว

ตอนที่ 22 ปัยหาคืออะไร

ตอนที่ 23 ความจริงกระจ่าง

ตอนที่ 24 เปลวไฟในสายธษร

และตอนสุดท้าย กับบทส่งท้าย

ขออนุญาตให้ตามต่อในรูปแบบของอีบุ๊คนะคะ


สุดท้ายนี้ชมจันท์ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาจนจบ

ไรฯซึ้งมากๆๆๆเลยค่ะ ขอให้รักกันน้อยๆ แต่รักกันนานๆๆๆๆๆแบบนี้ต่อไปนะคะ

ระหว่างนี้หากใครยังไม่รู้จะอ่านนิยายเรื่องไหนต่อไป

แวะไปอ่าน เมื่อรักสลักใจ ที่ชมจันท์กำลังเขียนอยู่ก็ได้ค่ะ

โทนเรื่องใกล้เคียงกับเรื่องนี้ แถมความแซ่บและสนุกไม่เเพ้กันนะเออ

แล้วพบกันใหม่เรื่องต่อไปค่า




ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า

ช่วงนี้มีโปรดีๆ ราคาถูกๆ อีกแล้ว

อย่าพลาดน้าาา!





อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น

  1. #17 loveningyou (@loveningyou) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:14
    พระเอกโคตรน่ารักๆๆๆๆ
    #17
    1
    • #17-1 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 33)
      23 กรกฎาคม 2560 / 10:30
      ตอนหน้าจะน่ารักยิ่งกว่านี้อีกนะคะ อย่าลืมตามอ่านน้า
      #17-1