อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 17. งานใหม่ 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.ค. 60

17. งานใหม่ 1/2




หลังจากเมื่อวานพระเพลิงพาธารน้ำมาส่งบ้าน พร้อมกับหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังที่ไปซื้อหามาด้วยกัน วันนี้หญิงสาวจึงตื่นขึ้นมาสำรวจตรวจตราทุกสิ่งให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะไปทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ กระทั่งพร้อมแล้วสำหรับการออกเดินทางไปทำงานนอกบ้าน

แต่จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนร้องเรียกดังขึ้นจากหน้าบ้าน ธารน้ำจึงละมือที่จะหยิบหมวกกันน็อก แล้วหันมาเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนแทน

ผมเอาของมาส่งครับพนักงานส่งของหนึ่งในสองแจ้งเรื่องแก่เธอ

ธารน้ำมองคนตรงหน้าอย่างงงๆ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปเรือพาย แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมทางร้านถึงได้มาส่งของเธอเร็วนักล่ะ เพราะโดยปกติร้านค้าทั่วๆ ไปประเภทนี้น่าจะเปิดสายหน่อยมิใช่หรือ...

ทำไมมาส่งแต่เช้าเลยล่ะคะ?

พอดีสามีคุณเขากำชับว่าให้มาส่งของก่อนหกโมงเช้าน่ะครับ

สามี!?” สาวเจ้าบ้านทำหน้าเหวอ

ครับ...ก็คุณผู้ชายที่ไปด้วยกันเมื่อวานไงละครับ แถมคุณเขายังให้ค่าจ้างพิเศษพวกผมมาด้วยนะครับ

ขะ...เขามะ...ไม่ใช่สามีฉันนะคะ หญิงสาวรีบโบกไม้โบกปฏิเสธเป็นพัลวัน ดวงหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นมาเสียเฉยๆ

อ้าว! เหรอครับ...ไอ้ผมก็เห็นพวกคุณเดินเลือกของกันกระหนุงหกระหนิงเชียว เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนกันซะอีก ต้องขอโทษด้วยนะครับ คนฟังยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะกล่าวต่อ แต่คุณคนนั้นเขาย้ำนักย้ำหนาว่าให้รีบมาส่ง เพราะจะต้องเอาเรือไปใช้ขายขนมให้ทันตอนเช้าน่ะครับ

ไม่น่าเชื่อ...

คนอย่างคุณชายพระเพลิงเริงโลกันตร์นี่น่ะหรือ...จะนึกถึงความจำเป็นของผู้อื่น โดยเฉพาะกับคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างเธอเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ยิ่งคิด ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ธารน้ำเฝ้าคิดวนเวียนอยู่เช่นนี้ด้วยความพิศวง กระทั่งพนักงานยื่นกระดาษและปากกามาให้ตรงหน้า

ถ้าเรียบร้อยแล้ว ช่วยเซ็นรับของให้ผมด้วยครับ

นั่นละ...เธอถึงได้รู้สึกตัว 

อะ...เอ่อ...ได้ค่ะ หญิงสาวรับมันมาตวัดลงชื่อกิ๊กเดียวเสร็จ แล้วจึงส่งคืนไปอีกครั้ง

แล้วจะให้พวกผมช่วยยกไปวางไว้ตรงไหนดีครับ?

อ๋อ...ไม่ต้องหรอกค่ะ วางไว้ที่หน้าบ้านนี่แหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง

ครับ ทั้งสองพยักหน้ารับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ

ค่ะ หญิงสาวกล่าวขอบคุณพนักงานส่งของ ก่อนที่พวกเขาจะเดินลาลับไป

จากนั้นเธอก็หันกลับมาตะโกนเรียกพ่อกับแม่ กรณ์จึงรีบกุลีกุจอออกมาช่วยบุตรสาวยกเรือไปไว้ผูกไว้ที่ท่าเรือหลังบ้าน โดยมีสายชลช่วยดูทางให้ ระหว่างที่กำลังยกของผ่านซอยข้างๆ บ้าน นางบุญมีหญิงวัยกลางคนซึ่งอยู่บ้านติดกันก็ชะโงกหน้าออกมาทักทายทางหน้าต่างว่า

แหมรวยจังเลยนะ มีเงินเหลือเฟือไว้ซื้อเรือลำใหม่ด้วย

ฉันไม่ได้ซื้อเองหรอกจ้ะ คนที่เขาทำพะ... สายชลกำลังจะบอกต่อว่าคนที่ทำเรือของเธอพังเขาซื้อมาคืนให้ แต่กลับถูกอีกฝ่ายพูดแทรกเสียก่อน

 “อ้อ...ลูกชายท่านนายพลซื้อมาให้ใช่ไหมล่ะ? แววตาสอดรู้คอยสอดส่องของที่คนทั้งสามยกมา เมื่อวานฉันก็เห็นคุณเขามาส่งหนูน้ำที่หน้าบ้าน หอบข้าวหอบของมาให้ซะเยอะแยะเชียว นั่นก็คงจะซื้อให้เหมือนกันละสิท่า ดีจริงๆ เลยน้าแม่ชล มีลูกสาวสองคน คนโตก็ใกล้จะเป็นฝั่งเป็นฝาได้สามีรวยในเร็วๆ นี้แล้ว ส่วนคนเล็กรออีกแค่ไม่กี่ปีก็เรียนจบ จะได้เจริญรอยตามพี่สาวไปบ้าง

พูดอะไรน่ะพี่บุญมี กรณ์หันมาขึงตามองคนปากเสีย

แหม...ไม่ต้องมาปิดกันหรอกพ่อกรณ์ ชาวบ้านแถวนี้เขาลือกันให้แซดว่าเมื่อคืนนี้มีหนุ่มหล่อมาส่งลูกสาวเอ็งตอนเที่ยงคืน แถมวันนี้เขายังซื้อข้าวของมาให้พ่อตาแม่ยายอย่างพวกเอ็งอีกไม่ใช่เหรอหล่อนจีบปากจีบคอพูด

คิดแต่เรื่องสกปรก!” สายชลทนไม่ไหวเอ่ยต่อว่าคนพูดไปตรงๆ

หนอย! แกว่าใครนังสายชล?!” บุญมีชี้หน้าด่ากลับ

สายชลขี้เกียจรำคาญจะต่อปากต่อคำกับพวกปากหอยปากปู จึงเอ่ยตัดบทกับลูกสาวและสามีว่า

ไปกันเถอะลูก อย่ายืนอยู่ตรงนี้ให้เสียเวลาเลย หน้าที่ของเราคือทำมาหากิน ไม่ใช่คอยสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านไปวันๆ เหมือนกับใคร

คนเป็นแม่ดันหลังบุตรสาวให้ออกเดินต่อไป โดยไม่สนใจเสียงแหลมปรี๊ดที่ตะโกนด่าทอไล่หลังตามมาอย่างหยาบคาย

โธ่เอ๊ย...อีนังคางคกขึ้นวอ ทำเป็นพูดดี แต่ที่แท้ก็เลี้ยงลูกให้เป็นผู้หญิงหากิน คิดจะยกระดับจับผู้ชายรวยๆ งั้นเหรอ กูจะคอยดูน้ำหน้าพวกมึงว่าจะเชิดหน้าชูคอเป็นกิ้งก่าไปได้นานสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าเกิดวันไหนอีคุณหญิงจอมเค็มมันรู้เรื่องขึ้นมาละก็ คิดเหรอว่ามันจะยอมแบ่งนามสกุลให้ลูกสาวมึงใช้...เชอะ! อีพวกไม่เจียมตัว!”

สองผัวเมียทำเป็นหูทวนลม ไม่กล่าวตอบโต้อะไร เพราะเชื่อมั่นว่าคำใดใครด่า ถ้าเราไม่รับเสียอย่าง สิ่งนั้นย่อมกลับคืนไปสู่คนว่านั่นแหละ

ธารน้ำรีบก้มหน้าก้มตาเดินให้เร็วขึ้น เพื่อหลีกหนีความอับอายที่เพื่อนบ้านปากสว่างเที่ยวโพนทะนาเรื่องของเธอผิดๆ ถูกๆ ไปทั่ว ทำให้คนอื่นๆ พากันจับจ้องมายังครอบครัวของเธอด้วยสายตาดูถูกดูแคลน เมื่อเดินพ้นจากที่เกิดเหตุมาถึงท่าน้ำหลังบ้านแล้ว เธอและบิดาก็ช่วยกันหย่อนเรือลงบนผิวน้ำด้วยความระมัดระวัง พอเสร็จสิ้นก็หันมากล่าวขอขมาบุพการีทั้งสองทันทีที่เธอนำความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้

แม่จ๋า พ่อจ๋า น้ำขอโทษนะจ๊ะ ที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อกับแม่ถูกเขาติฉินนินทาเอา

ไม่เป็นไรหรอกลูก สายชลเอ่ยปลอบใจลูกสาวอย่างอ่อนโยน จำไว้นะน้ำ...แม่กับพ่อไม่เคยใส่ใจพวกปากหอยปากปูมากไปกว่าลูกของแม่หรอก

ใช่แล้วลูก...ใครเขาจะพูดยังไงก็ช่าง แต่พ่อรู้ว่าน้ำไม่มีวันทำอย่างที่คนอื่นกล่าวหาแน่ๆ พ่อเลี้ยงน้ำมากับมือ ทำไมพ่อจะไม่รู้ว่าลูกของพ่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนขนาดไหน ฉะนั้นพ่อมั่นใจว่าน้ำไม่มีทางเอาตัวเข้าแลก เพราะคิดหวังรวยทางลัดเป็นอันขาด

“พ่อจ๋า แม่จ๋า” ธารน้ำเรียกท่านทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะโผล่เข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นด้วยความซาบซึ้ง สามคนพ่อแม่ลูกยืนกอดกันกลมอย่างรักใคร่ ไม่มีความสุขใดที่จะมีค่ามากล้ำไปกว่าความรักความห่วงใยจากคนในครอบครัวอีกแล้ว

ธารน้ำอดนึกกระหวัดไปถึงใครอีกคนไม่ได้...

คนที่แตกต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง...

เขาไม่มีทั้งครอบครัวและความรัก สิ่งเดียวที่ไม่เคยขาดแคลนคือทรัพย์สินเงินทองและของนอกกาย แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า เมื่อถึงวันหนึ่งที่ต้องตายจากโลกนี้ไป สิ่งที่เอาไปไม่ได้ก็คือของพวกนั้นนั่นแหละ

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอโชคดีกว่าพระเพลิงเหลือหลาย ต่อให้เลือกได้ เธอก็ยังจะขอเกิดมายากจน แต่มีความรักความอบอุ่นจากครอบครัวเช่นนี้ไม่แปรเปลี่ยน

 

ธารน้ำตระเวนหางานทำไปทั่วตลอดช่วงบ่าย จนในที่สุดเธอก็ได้งานใหม่เป็นผู้ช่วยสัตวแพทย์แถวๆ บริเวณหน้าตลาดนั่นเอง โดยจะต้องฝึกงานเป็นเวลาสามเดือน ก่อนที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ

เท่านี้... ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีแก่เธอมากแล้ว

หญิงสาวกะว่าจะบอกข่าวดีให้ครอบครัวของเธอทราบโดยเร็วที่สุด ทุกคนจะได้พลอยหายเป็นกังวลใจว่าเดือนหน้าจะไม่มีเงินกินใช้อย่างพอเพียง ดังนั้นเธอจึงรีบวิ่งตรงกลับบ้านอย่างด่วนจี๋ด้วยความลิงโลด

“พ่อจ๋า แม่จ๋า น้ำกลับมาแล้วจ้ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น เมื่อขาแตะถึงพื้นบ้าน

“กลับมาแล้วเหรอลูก” สายชลเดินปรี่เข้ามาหา ก่อนจะเอ่ยปากบอก “คุณพระเพลิงมาหาแน่ะ นั่งรออยู่สักพักแล้วละ”

“เขามาหาน้ำทำไมเหรอจ๊ะ?”

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่กล้าถามคุณเขาหรอก สายชลส่ายหน้า ยังไงน้ำก็รีบไปเจอคุณเขาก่อนเถอะ เผื่อว่าบางทีอาจจะมีธุระปะปางอะไรสำคัญ

สายชลเร่งบุตรสาว เพราะเธอไม่อยากให้บุตรชายของท่านนายพลแวะเวียนมาอยู่ที่บ้านนานนัก เดี๋ยวจะตกเป็นขี้ปากให้พวกช่างสอดรู้เอาอีก

“จ้ะ” ธารน้ำรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาบุคคลเจ้าปัญหายังท่าน้ำหลังบ้านตามคำบอกกล่าวของมารดา

ทันทีที่หยุดขาลงใกล้ๆ หญิงสาวก็เห็นแก้วใสเงยหน้าขึ้นจากสมุดในมือด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางขอบคุณที่เขาช่วยไขสมการยากๆ ให้เธอเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

“ขอบคุณพี่พระเพลิงมากนะคะ ที่ช่วยให้แก้วทำการบ้านได้ง่ายขึ้นเยอะเลย”

“อืม” พระเพลิงพยักหน้ารับ

เรียวปากหยักที่เคยเป็นแต่กดลงกลับยิ้มยกขึ้นบางๆ ดูแล้วช่างชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน ความเปี่ยมสุขอันลึกล้ำเช่นนี้มันเกิดมาจากอะไรกันแน่...เป็นเพราะใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ยากแก่การได้เห็น หรือมันคือความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ที่เขามอบให้แก่น้องของเธอ

ธารน้ำไม่รู้หรอก เพราะสิ่งที่สัมผัสได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้นั่นก็คือ เสียงของหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ สติสัมปชัญญะก็พลอยพร่าเลือนขาดหายคล้ายดังคนละเมอ นี่เธอกำลังหลงเสน่ห์อันเย้ายวนของเขาเข้าแล้วรึไง...

“กลับมาแล้วเหรอ?” พระเพลิงหันมาเอ่ยถาม

ธารน้ำจึงรีบสะบัดหน้าเร็วๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ ในใจก็พลางคิดอย่างละอายนิดๆ ว่าตั้งแต่ถูกหลอกล่อด้วยความสุภาพอ่อนหวานของคนตรงหน้า หัวใจก็ชักจะกระตุกไหวถี่ขึ้นทุกทีๆ มิหนำซ้ำมันยังจ้องแต่จะคอยทรยศผู้เป็นนายมาโดยตลอด จนบางครั้งเธอก็อดรู้สึกสับสนไม่ได้ว่า...

ตกลงแล้วเธอต้องการให้มันเป็นไปเช่นไร?

อยากจะอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลเขา...

หรือว่า...อยากเอาตัวและหัวใจหลีกให้ไกลจากผู้ชายคนนี้!

ธารน้ำไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด จึงเผลอสะบัดหัวขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไปอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

“เป็นอะไรน่ะ ส่ายหัวดิกๆ เชียว พระเพลิงเห็นหล่อนออกอาการป้ำๆ เป๋อๆ เลยถามกลั้วเสียงหัวเราะ

“อะ...อ๋อ...เปล่าค่ะ” ธารน้ำรีบปฏิเสธ แล้วถามเขาบ้าง “เห็นแม่บอกว่าคุณมาหาฉัน มีอะไรรึเปล่าคะ?”

“มี” เขาบอกสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยชักชวน “ไปคุยกันที่บ้านฉันเถอะ”

“ฉันขอคุยที่นี่ดีกว่าค่ะ” ธารน้ำกล่าวต่อรอง

“ไม่ได้ ฉันไม่สะดวก”

“ทำไมคะ?”

“เพราะมันเป็นทอปซีเคร็ต”

คนพูดทำหน้าทำตาขึงขังจริงจัง จนเธอไม่กล้าปฏิเสธ

“ก็ได้ค่ะ...แต่ขอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึงนะคะ”

พระเพลิงพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่วายเอ่ยเร่งอีกฝ่าย 

เร็วๆ เข้าละ

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 




เอ......คุณชายเริงโลกันตร์ของเราจะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย

คราวนี้จะช่วยหรือจะเเกล้งหนูน้ำของเจ้ๆ กันแน่

มาลุ้นกันต่อตอนหน้านะคะ





ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า





อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

19 ความคิดเห็น