อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 16. ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

16. ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น 1/2




ธารน้ำเดินสะลึมสะลือมายังคฤหาสน์สัจจะอมรกุลตอนเช้าตรู่ หลังจากที่เมื่อคืนถูกพ่อกับแม่ซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียดถี่ยิบเกือบถึงรุ่งสาง จนความลับเรื่องที่ว่าเธอเพิ่งจะถูกไล่ออกจากงาน แถมเรือก็ยังจ่มหายไปเพราะน้ำมือของลูกชายท่านนายพลแตกดังโพล๊ะ ทำให้พวกท่านยิ่งเป็นกังวลในสวัสดิภาพของเธอกันไปใหญ่ ถึงขนาดออกปากขอไม่ให้ไปเจอะเจอกับพระเพลิงอีก มิเช่นนั้นความเดือดร้อนวุ่นวายจะตามถามหาไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

ที่สำคัญทั้งพ่อกับแม่ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มอีกว่า ข้าวของที่พังเสียหายไปนั้นไม่ทำให้พวกท่านรู้สึกเป็นทุกข์เท่ากับศักดิ์ศรีของลูกสาวอย่างเธอที่อาจจะต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านได้

นั่นน่ะสิเมื่อคืนเธอเองก็สังเกตเห็นหน้าต่างหลายบานถูกเปิดแง้มออก เดาได้เลยว่าคนเหล่านั้นคงจะชอบข่าวฉาวๆ กันเป็นพิเศษ

ดังนั้นประเด็นที่เคยกลัวว่าพวกท่านจะโกรธเคืองเรื่องที่เธอปกปิดความจริงจึงตกไป กลายเป็นว่าตอนนี้เธอต้องมากลุ้มใจกับเรื่องอื่นแทน

เฮ้อ!” ธารน้ำลอบเป่าปาก ทำเอาคนที่เดินอยู่ด้านหน้า ซึ่งพาเธอมายังคฤหาสน์แห่งนี้หันมาเอ่ยถาม

กลุ้มใจเหรอน้ำ? แป้งร่ำออกอาการเป็นห่วง เพราะคิดไปว่าเด็กสาวคงจะวิตกเรื่องที่คุณหญิงรุ่งฤดีสั่งให้หล่อนตามเจ้าตัวมาพบตั้งแต่เช้าเช่นนี้

ธารน้ำได้แต่นิ่วหน้า ไม่ตอบอะไร เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เธอคิดไม่ตกอยู่เหมือนกัน

อย่าเพิ่งคิดมากไปเลยนะ บางทีมันอาจจะไม่มีเรื่องร้ายๆ อะไรก็ได้สาวใช้เอ่ยปลอบใจ

ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ ธารน้ำยิ้มรับแกนๆ ก่อนจะเดินตามแป้งร่ำเข้ามาภายในห้องโถง เธอนั่งรอเจ้าของบ้านอยู่เงียบๆ ในขณะที่สาวใช้ขอตัวแยกไปตามคุณหญิง

 

พระเพลิงยืนตีหน้ายุ่งอยู่ที่โรงจอดรถด้วยความหงุดหงิด เมื่อมีคำสั่งประกาศิตของบิดาฝากมากับคนขับรถที่นั่งดักรอเขาอยู่ว่า ให้ขึ้นไปพบท่านเป็นการด่วน

มันจะอะไรกันนักกันหนาเชียว อีแค่เขาไม่อยู่ทานข้าวกับท่านในวันเกิดเท่านั้น ทำยังกะว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไปได้ ทั้งที่พ่อนั่นแหละไม่เคยจะใส่ใจลูกชายอย่างเขาเลยแท้ๆ แล้วพอทีนี้เขาทำตัวเหมือนท่านบ้าง กลับจะมาโมโหโทโสเขาเสียใหญ่โต

พระเพลิงกรอกตาไปมาอย่างเซ็งจัด ก่อนจะจำใจเดินกลับไปพบบิดาตามคำสั่ง เพราะถึงวันนี้เขาจะหนีไปได้ แต่วันพรุ่งนี้...มะรืนนี้...เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับท่านอยู่ดี

สองขายาวก้าวไปเรื่อยๆ เพื่อประวิงเวลา กระทั่งเดินมาถึงตึกใหญ่ เท้าของเขาก็พลันหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ อันคุ้นหูตวาดก้องออกมา

ฉันสุดจะทนกับคนจนๆ อย่างหล่อนแล้วนะ นี่คิดจะให้ฉันทำการกุศลกับหล่อนไปอีกนานแค่ไหนกันฮ้า อย่ามาใช้ลูกไม้เดิมๆ กับฉันอีกเลย ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็จะขึ้นค่าเช่า ขืนปล่อยให้หล่อนมัวแต่ใช้ลูกตื้อขอความเห็นใจอยู่แบบนี้ละก็ ถ้าสักวันเกิดหล่อนได้ใจขึ้นมา แล้วขออยู่ฟรี ทีนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ?

หนูไม่กล้าทำถึงขนาดนั้นหรอกคะ

เสียงสั่นเครือที่เอ่ยออกมาอย่างอดสู ทำให้คนที่เงี่ยหูฟังรู้ทันทีว่าผู้โชคร้ายคือใคร แม้จะไม่ต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูก็ตามที

ถ้าไม่กล้าก็อย่าขัด รุ่งฤดีชี้หน้าสั่งเด็กสาวเสียงเฉียบ ฉันจะขึ้นค่าเช่าบ้านอีกสามพัน และพวกหล่อนก็จะต้องหาเงินมาจ่ายฉันให้ครบทุกบาททุกสตางค์ เข้าใจไหม?

แต่ว่าคุณหญิงคะ ถ้าคุณหญิงจะรีบขอขึ้นค่าเช่าบ้านในเดือนนี้เลย หนูเกรงว่าจะหามาให้ไม่ทันนะคะ ธารน้ำพยายามอ้อนวอนด้วยการขอยืดระยะเวลาออกไปอีกสักนิด

ถ้าหาไม่ได้ก็ไสหัวออกไปซะ ฉันจะได้ให้คนที่เขามีปัญญาจ่ายเข้ามาอยู่ เพราะฉันเองก็เบื่อไอ้พวกที่ชอบมาขอผัดผ่อน ชอบติดค่าเช้าบ้านเป็นว่าเล่นมานานแล้วหล่อนบอกปัดอย่างเลือดเย็น

ธารน้ำนั่งคอตกด้วยความกลัดกลุ้มอย่างหนัก นี่เธอจะทำอย่างไรดี ขนาดที่ผ่านๆ มาค่าเช่าบ้านเดือนละแค่สามพันบาท เธอยังต้องทนปากกัดตีนถีบพยายามหามาส่งให้คุณหญิงแทบไม่ครบทุกเดือนเลย แล้วนี่ท่านยังจะขึ้นค่าเช่าอีกเป็นเท่าตัว เธอจะมีปัญญาหาเงินหกพันไหวหรือ...

เค็ม!”

ธารน้ำเหลียวมองไปยังเสียงห้าวที่เอ่ยคอนแคะคุณหญิงขึ้นมาลอยๆ แล้วก็ต้องตาโต เมื่อเห็นพระเพลิงเดินเหยียดยิ้มเข้ามาสมทบ

แกว่าอะไรนะไอ้พระเพลิง!? คนเป็นแม่แต่เพียงในนามตวาดแว้ดถาม

อีกฝ่ายยักไหล่ ไม่ตอบ จงใจยั่วโทสะให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาไม่เคยคิดจะเคารพยำเกรงหล่อนเลยสักครั้ง

แกจะกวนประสาทฉันใช่ไหม...ไอ้ลูกนอกคอก!” ไฟในกายของคนมองพุ่งปรี๊ดจากปกติเป็นร้อยเท่า

จุ๊ๆ พูดเบาๆ หน่อยสิครับ นู่น... คุณพ่อเดินมาแล้วนะ

ได้ผลทันที รุ่งฤดีรีบหันรีหันขวางปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม เมื่อคิดว่าผู้เป็นสามีกำลังตรงเข้ามาหา แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบฉับลงทันตา เพราะสิ่งที่เห็นมีเพียงแค่ความว่างเปล่า

รีบถอดหน้ากากแม่เลี้ยงใจยักษ์แทบไม่ทันเลยนะครับ พระเพลิงหัวเราะร่า แววตาเปี่ยมไปด้วยความสมเพช

แก!” หล่อนยกมือชี้หน้าไอ้เด็กนรก ปากคอนั้นสั่นระริกด้วยความโกรธจัด

ผมทำไมครับ...หรือว่าโมโหที่ผมพูดจี้จุดคุณเกินไป ถ้ายังงั้นผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะผมเป็นคนตรงๆ ไม่เคยปลิ้นปล้อนตลบตะแลงเหมือนกับใครบางคน

ไอ้เด็กทรพี...อกตัญญูได้แม้แต่คนที่ให้ที่แกซุกหัวนอน รุ่งฤดีเกิดตบะแตกเปิดสงครามกับลูกเลี้ยงขึ้นกลางบ้าน คนอย่างแกนี่มันไม่น่าเกิดมาลืมตาดูโลกเลยจริงๆ

ธารน้ำสะดุ้งโหยง คำๆ นั้นมันออกจะฟังดูรุนแรงมากเกินไปสำหรับคนในครอบเดียวกันจริงๆ ขนาดเธอเป็นคนนอกยังรู้สึกได้ แล้วคนที่ถูกแดกดันล่ะจะเจ็บปวดขนาดไหน

หญิงสาวรีบหันไปมองพระเพลิงด้วยความเป็นห่วง ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ เธอก็รู้แล้วว่าคิ้วเรียวเข้มที่ขมวดมุ่นเข้าหากันและดวงตาลุกวาวซึ่งแฝงไปด้วยแววไหวสะท้านคู่นั้น มันบ่งบอกได้ดีเหลือเกินว่าเจ้าตัวกำลังฉุนจัดเพียงใด เผลอๆ อาจจะถึงขั้นขาดสติ ทำอะไรลงไปโดยไร้ความยั้งคิดก็เป็นไปได้

อีหรอบนี้ไม่เท่ากับว่าห้องนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิไปแล้วหรือ?

คุณพูดผิดไปแล้วละ...ต้องบอกว่าผมโชคดีที่ไม่ได้อาศัยท้องคุณมาเกิดต่างหาก

ไม่ทันไร...สงครามที่เธอกำลังนึกกลัวก็ปะทุขึ้น แววตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปที่แม่เลี้ยงยังกับจะกินเลือดกินเนื้อเลยทีเดียว

ไอ้พระเพลิง!” คนฟังออกอาการเต้นผาง

ถึงแม่ของผมจะเป็นผู้หญิงใจแตกอย่างที่คุณว่า แต่ก็ยังดีกว่าแม่เลี้ยงใจยักษ์ที่คอยแต่จ้องจะทำร้ายเด็กตาดำๆ ได้ลงคอ

เด็กตาดำๆ งั้นเหรอ รุ่งฤดีแบะปาก อย่างแกน่ะมันเด็กนรกชัดๆ บุญเท่าไรแล้วที่ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยง ยอมลดตัวให้แกเรียกว่าแม่

พ่อต่างหากที่มีพระคุณคอยชุบเลี้ยงผมมา ไม่ใช่คุณ!”

แล้วคุณพี่ก็นั่งมานั่งน้ำตาตก เหมือนอย่างทุกวันนี้ไงละ

ใบหน้าแข็งกระด้างชาดิกไปหมด ก่อนจะค่อยๆ เป็นสีแดงเข้มจัดตามแรงสะท้อนของลมหายใจ ดวงตากร้าวพลันวูบไหว เมื่อถูกคู่อริกล่าวกระทบจุดเจ็บในดวงใจ

เป็นอีกครั้งที่คนได้ขึ้นชื่อว่าแม่กล่าวเชือดเฉือนคนเป็นลูกอย่างร้ายกาจ ไม่ใช่แค่เพียงพระเพลิงเท่านั้นที่ถึงกับสะอึก แม้แต่เธอเองยังอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก นี่เขาต้องทนแบกรับความทุกข์ทรมานกับพิษร้ายทางคำพูดของอีกฝ่ายมานานแสนนานขนาดไหนกันหนอ เธอนึกวาดภาพไม่ออกเลยจริงๆ

ธารน้ำเข้าใจอย่างถ่องแท้ดีแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของเจ้าตัวเลยสักนิด ถ้าเขาจะคิดน้อยเนื้อต่ำใจคนเป็นพ่อไปต่างๆ นานาจนกลายเป็นคนเกกมะเหรเกเร นั่นก็เพราะว่ามีแม่เลี้ยงใจร้ายคอยพูดจาทิ่มแทงและทำทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เบื้องหลังนี่เอง

ทันเท่าความคิด หญิงสาวก้าวขามาหยุดยืนเบื้องหน้าชายหนุ่ม ไม่ใช่ว่าเธออยากจะก้าวก่ายหรือแสดงตัวว่าเก่งกล้าอะไร แต่เธอทนมองสีหน้าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสไม่ไหวแล้วต่างหาก จึงตัดสินใจจะปกป้องเขา

พอเถอะค่ะคุณหญิง เลิกทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะคำพูดของคุณเสียที มันเป็นบาปมากนะคะ

แกมาเสือกอะไรด้วยนังเด็กจรจัด!? รุ่งฤดีหันมาชี้หน้าด่ากราด ริจะมาสั่งสอนฉันงั้นเรอะ แกเอาเอาตัวเองให้รอดซะก่อนเถอะ

ธารน้ำยืนตะลึงงัน นี่น่ะเหรอคนที่พูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่าตัวเองเป็นผู้ดี แต่ทำไมกริยาวาจาถึงได้ต่ำยิ่งกว่าคนที่หล่อนดูถูกว่าเป็นไพร่อย่างเธอนักล่ะ คำพูดแต่ละคำของคุณหญิงสูงศักดิ์มันหยาบคายเสียจนไม่คู่ควรกับสายเลือดในกายหล่อนเอาซะเลย

หญิงสาวคงจะต้องกลายร่างเป็นสิงสาลาสัตว์ไปเสียแล้วแน่ๆ โทษฐานที่พูดความจริงออกไปให้ระคายหูของคนฟัง หากว่าไม่มีเสียงแหบห้าวของใครบางคนเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

เอะอะอะไรกันแต่เช้าเชียวคุณหญิง? ร่างสมส่วนของชายชาติทหารที่เดินเข้ามาในห้องโถง ทำให้คนที่กำลังเต้นแร้งเต้นกาหลุดมาดคุณหญิงเมื่อครู่ ถึงกับออกอาการลนลาน

เปล่านี่คะคุณพี่ รุ่งฤดีหันไปยิ้มกลบเกลื่อนกับสามีทันที ทำไมวันนี้คุณพี่ลงมาแต่เช้าเลยล่ะคะ?

เธอต้องถามไอ้ตัวดีที่ยืนอยู่ตรงโน้นแล้วล่ะ พงษ์เทพบุ้ยใบไปทางบุตรชาย

เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? หล่อนรีบตีสีหน้าเป็นกังวล หรือว่าลูกไปทำอะไรให้คุณพี่โกรธเข้าอีก

ก็เมื่อวานผมอุตส่าห์จะจัดงานวันเกิดให้มัน แต่คุณดูสิ มันดันหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ พอผมโทร. ไป มันก็ไม่รับ พอรับ มันก็ประชดใส่ผมฉอดๆ วันนี้ผมก็เลยต้องเรียกมันมาตักเตือนเสียหน่อย พงษ์เทพบ่นอุบ

โธ่... คุณพี่คะ ปล่อยๆ แกไปบ้างเถอะค่ะ อย่าไปดุลูกนักเลย

พระเพลิงแบะปากออกอย่างสะอิดสะเอียน เขาไม่เคยชินความกลับกลอกของแม่เลี้ยงตนสักที

เฮอะ! เป็นถึงผู้ดีเก่า แต่กลับทำตัวไม่แตกต่างไปจากจิ้งจกหลายสีเลยสักนิด ปรับตัวได้ไม่เว้นแม้สภาพอากาศที่แปรปรวนมาก เรียกว่าแค่นับหนึ่ง สอง สามปั๊บ จากที่กลายร่างเป็นนางมารร้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นพระแม่มารีได้อย่างรวดเร็วทันใจช่างน่านับถือซะจริงๆ

เฉกเช่นดังธารน้ำที่ยิ่งเห็นก็ยิ่งเข้าใจหัวอกของพระเพลิงมากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อคนสองหน้าแกล้งออกโรงปกป้องลูกเลี้ยง ทั้งที่เมื่อครู่ยังยืนชี้หน้าด่าเขาอยู่เลยแท้ๆ

แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขามีนิสัยก้าวร้าวได้อย่างไรกันล่ะ

“คุณไม่ต้องไปให้ท้ายมันหรอก” พงษ์เทพเอ่ยปากบอกภรรยา ก่อนจะหันมาเล่นงานบุตรชายทันควัน

เมื่อวานแกไปไหนมา พ่อบอกให้กลับบ้าน ทำไมถึงไม่กลับ หรือว่ามัวแต่ไปเมาหยำเปอยู่กับเพื่อนๆ เหลือขอของแกฮะ!”

ในเมื่อคุณรู้แล้ว จะมาถามผมอีกทำไม? พระเพลิงย้อนถามกลับอย่างไม่แยแส

ถึงท่าทีที่เขาแสดงออกจะแข็งกร้าวเกเร แต่ธารน้ำก็รู้ดีว่าข้างในหัวอกนั้นร้าวระบมแค่ไหน ดูจากท่าทางที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของท่านนายพลแล้ว ท่านคงไม่เคยระแคะระคายถึงพฤติกรรมอันโหดร้ายของศรีภรรยาที่ปฏิบัติต่อบุตรชายเลยแม้แต่น้อย

แกไม่ต้องมากวนประสาทฉัน!” พงษ์เทพตวาดลั่น งานการมีก็ไม่ทำ เอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ คอยดูเถอะ ถ้าเงินทองฉันหมดเมื่อไหร่ ฉันล่ะอยากจะรู้นักว่าแกจะไปเสวยสุขอยู่ที่ไหนได้อีก”

นรกมั้งครับ? พระเพลิงประชดกลับ

ไอ้พระเพลิง! ไอ้ลูกไม่รักดี! ฉันเบื่อที่จะคอยพร่ำสอนแกแล้วนะ คนเป็นพ่อยืนตัวสั่นเทิ้มอย่างโกรธจัด พานให้รู้สึกแน่นหน้าอกไปหมดจนต้องรีบยกมือกุมมันเอาไว้ ก่อนจะกัดฟันถามต่อไปว่า ทำไมฮะ...เป็นคนดีเนี่ย มันยากนักรึไง?

คุณก็ลองถามตัวเองกลับไปบ้างสิครับว่าการเข้าใจลูกชายเนี่ยมันง่ายไหม?

แก! อะโอ๊ย!” อาการจุกเสียดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ร่างของท่านนายพลทรุดซวบลงไป ร้อนถึงฝ่ายภรรยาต้องปราดเข้ามาประคองสามีที่ยืนหมดเรี่ยวแรงแทบจะทรงตัวไม่อยู่ด้วยความรวดเร็ว

คุณพี่คะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ ค่อยๆ หายใจเข้าทีละนิดนะคะ จะได้ไม่เจ็บหน้าอกมากนัก 

รุ่งฤดีร้องบอกสามีอย่างร้อนใจ หล่อนเล็งเห็นแล้วว่าขืนปล่อยให้ไอ้ลูกนอกคอกยืนตะบี้ตะบันเถียงกับเขานานไปกว่านี้ละก็ มีหวังเธอคงได้หามสามีเข้าโรงพยาบาล เพราะเกิดหัวใจวายเฉียบพลันเป็นแน่ จึงออกปากไล่ไอ้ตัวการ

พระเพลิงลูกจะไปไหนก็ไปเถอะ อย่ามั่วแต่ยืนยั่วโมโหคุณพ่ออีกเลย แม่เห็นแล้วไม่สบายใจจริงๆ

สำเนียงของหล่อนไม่ได้ดังทะลุเข้าไปในโสตประสาทของพระเพลิงเลยแม้แต่น้อย เพราะในแววตาของเขาตอนนี้มีเพียงภาพสะท้อนของบิดาที่นั่งหายใจอย่างอ่อนแรงอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ แม้จะเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทร แต่ก็แฝงเร้นไว้ซึ่งความน้อยอกน้อยใจอย่างท่วมท้น

พ่อทำเหมือนเขาไม่มีหัวใจ วันๆ ท่านเอาแต่ดุด่าหาว่าเขาผิด แต่ไม่เคยเหลียวดูหรือถามไถ่ถึงสาเหตุกับเขาเลยสักคำ ใช่สิก็ท่านตัดสินไปแล้วนี่ว่าเขามันเป็นลูกเลว เลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุข ชอบทำให้ท่านผิดหวังอยู่เสมอๆ เพราะแทนที่เขาจะเติบโตขึ้นมาได้เป็นเจ้าคนนายคน มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ดังเช่นท่าน แต่เขามันดันเป็นได้แค่ไอ้พระเพลิง...อันธพาลที่ใครต่อใครต่างก็พากันส่ายหน้าหนีเท่านั้น

ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำด้วยความรู้สึกละอายใจที่ก่อเกิดขึ้นในก้นบึ้งของความรู้สึก ถึงเขาจะรู้ดีอยู่ว่าที่ทำแบบนี้มันผิด แต่เขาก็ยังจะทำ เพราะผู้หญิงคนนั้นคนที่พยายามจะผลักไสเขาออกไปชีวิต เพื่อจะได้มีเพียงแค่หล่อนคนเดียวที่ยืนอยู่เคียงข้างพ่อ คอยยึดครองความรักจากท่าน... แม่เลี้ยงใจยักษ์!

แววตาขุ่นจัดเพ่งมองเจ้าหล่อนด้วยความชิงชัง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ต่อให้เขาต้องตาย เขาก็จะไม่มีวันญาติดีกับหล่อนเป็นอันขาด!

ไปเถอะ...อย่าอยู่ให้เสียเวลากับคนพรรค์นี้เลย พระเพลิงสะบัดหน้า แล้วหันไปคว้าข้อแขนของธารน้ำให้เดินตามมาทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 




คนเขียนจับโป๊ะ!

เผลอลบตอนเก่าไป แล้วใส่ตอนใหม่แทน 555

พอเห็นปุ๊บ เลยรีบเอามาใส่คืนให้ปั๊บ

เชิญอ่านให้สนุกสนานนะคะ




ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า





อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 10:35
    รออ่านต่อนะคะ
    #14
    1
    • #14-1 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 29)
      2 กรกฎาคม 2560 / 06:40
      ขอบคุณสำหระบการติดตามนะคะ จะพยายามอัปให้บ่อยๆค่า
      #14-1