อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 15. ความจริงและสิ่งที่ทำให้เป็น... 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

15. ความจริงและสิ่งที่ทำให้เป็น... 1/2





ธารน้ำเดินออกมาสู่ลานจอดรถ สายตาพลางมองหาพ่อตัวดีที่พาเธอมาโยนแหมะทิ้งไว้ ส่วนเจ้าตัวนั้นเดินออกไปรับโทรศัพท์ที่เขาเพียรกดตัดสายอยู่หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งอดรนทนไม่ไหวเดินหายไปที่ไหนก็ไม่รู้ เพราะตั้งใจจะเอ่ยลาเขาตามมารยาทเสียหน่อย เจ้าตัวจะได้ไม่มาแขวะเธอเอาทีหลัง

ดวงตาคมโตเหลือบซ้ายแลขวาทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ จนเมื่อได้พบกับบุคคลที่มองหา ขาทั้งสองข้างจึงก้าวอาดๆ ตรงเข้าไปยังคนที่นั่งอยู่ในมุมอับ ด้านหลังรถคันหรูของเขาโดยเร็ว

สบายใจซะจริงนะ...

คงสมใจแล้วละสิที่ได้แกล้งเธอให้อับอายขายขี้หน้าใครต่อใคร!

ธารน้ำนึกค่อนแคะอีกฝ่ายด้วยความเข่นเขี้ยว แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอกลับได้เห็นเพียงศรีษะที่ก้มตกลงสู่พื้น หัวไหล่ที่เคยผึ่งผายก็ลู่ลงราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบเสียกระนั้น

หัวคิ้วของคนมองขมวดลงทันทีด้วยความสงสัย ขนาดเธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้ เจ้าตัวยังไม่รู้อีกหรือไง เขาเอาแต่นั่งนิ่งเงียบ ไม่กระดุกกระดิก ไม่มอง ไม่สนใจว่าใครจะอยู่จะไป เหมือนดั่งคนที่ไร้วิญญาณไม่มีผิด

คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะ ปัญหาเยอะซะจริงนะพ่อคุณ

ธารน้ำถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่ แล้วตัดสินใจนั่งลงตรงที่ว่างบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างๆ เขา พร้อมกับเอ่ยปากเปรยขึ้นมาด้วยความห่วงใยว่า

“ทำหน้าซังกะตายแบบนี้ เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”

อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรกลับมา มีเพียงหัวไหล่ที่สะท้านหนักขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นแทนคำตอบ เธอเอื้อมมือไปแตะมันอย่างแผ่วเบา หวังให้ความอบอุ่นนี้ช่วยเป็นกำลังใจแก่เขาได้บ้าง

“มีเรื่องอะไรทุกข์ใจก็บอกฉันได้นะคะ ฉันไม่คิดเงินเพิ่มจากค่าเรือหรอกค่ะ”

ตุบ!!! ธารน้ำถึงกับตกใจสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อศีรษะทุยอันหนักอึ้งซุกซบอิงแอบลงมาที่หัวไหล่มนของเธอ ราวกับว่าตัวเขากำลังรอคำพูดคำนี้จากใครสักคน ใคร...ที่จะพอให้เขาได้อาศัยเป็นหลักพักพิงในยามที่อ่อนล้ามานาน

แม้จะรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยกับท่าทีแปลกๆ ของเขา แต่เธอก็ไม่ได้แสดงอาการขัดขืน ยังคงปล่อยให้เขาฟุบหน้าเช่นนั้นต่อไป ปากก็พูดติดตลกหวังให้เขาได้คลายความทุกข์

“วันนี้คุณดูไม่เหลือเค้าของคุณชายจอมเกเรเลยนะคะ”

“ฉันไม่ได้เกเรสักหน่อย” พระเพลิงตอบกลับเสียงเบาหวิว

เป็นครั้งแรกที่เขายอมพูดกับเธอ หลังจากที่เอาแต่นั่งซึม

“ค่ะ คุณไม่ได้เกเร แต่คุณน่ะมันจอมกวนประสาทเลยละ” ธารน้ำได้ทีแกล้งประชดด้วยความหมั่นไส้

“เธอมันจะไปรู้อะไรล่ะ เธอไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงกลายเป็นคนแบบนี้ พระเพลิงพูดพึมพำราวกับมันเป็นเสียงที่สะท้อนออกมาจากในหัวอก

นั่นสิ...เขากลายมาเป็นคนพาลแบบที่ใครเห็นก็ต้องส่ายหน้าหนีได้อย่างไรกัน

“ก็ถ้าคุณไม่พูด แล้วใครจะรู้ล่ะคะว่าคุณคิดอะไรอยู่” ธารน้ำเอ่ยแย้ง

ไม่จำเป็น!” เสียงของเขาเข้มขึ้นนิดๆ

คุณก็เป็นซะแบบนี้ ไม่เคยสนใจความห่วงใยของใคร เธอต่อว่าเขาอย่างอ่อนใจ ทำไมคุณจะต้องปิดกั้นตัวเองด้วยล่ะคะ รู้ไหม...มันไม่ได้มีผลดีกับตัวคุณเลยนะ วันนี้คุณอาจจะเชื่อว่าสิ่งที่คุณมองเห็นด้วยตามันคือความถูกต้อง แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมเปิดใจรับใครเข้ามาบ้างละก็ สักวันตาคู่นี้มันอาจจะบอดสนิทไม่ต่างจากใจของคุณก็ได้”

ธารน้ำเลือกที่จะกล่าวข้อเท็จจริงบางอย่างกับอีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน และเลือกจะเก็บคำพูดที่เหลือไว้กับตัวเองว่า

ขนาดคนที่รักคุณมากที่สุดอย่างพ่อบังเกิดเกล้า คุณยังปิดกั้นหัวใจ แล้วใครที่ไหนจะมาเข้าใจคุณได้

“ฉันไม่ต้องการใคร” พระเพลิงโพล่งขึ้นเสียงดัง

คนฟังเลยพลอยถอดใจ คิดว่ายังไงก็คงจะพูดกับคนหัวรั้นไม่ไหวแน่ๆ

“งั้นก็เชิญคุณอยู่คนเดียวต่อไปเถอะค่ะ ฉันจะกลับแล้ว” หญิงสาวขยับกายเตรียมจะยกก้นขึ้นจากเก้าอี้อยู่แล้วเชียว หากไม่ถูกน้ำเสียงเว้าวอนที่มาพร้อมๆ กับมือหนาเอื้อมมารั้งตัวเธอเอาไว้เสียก่อน

“ช่วย...อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนนะ”

ธารน้ำจึงยอมนั่งนิ่ง ปล่อยให้ไหล่ของตนเป็นที่พักพิงแก่คนอ่อนล้าต่อไปอย่างเงียบๆ

“เธอรู้ไหมว่า...วันนี้เป็นวันอะไร?” จู่ๆ พระเพลิงก็เอ่ยถามขึ้นมา

“ไม่ทราบค่ะ” เธอตอบไปตามความจริง มิใช่จะประชด

“วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน” เสียงแปร่งปร่าเฉลยออกมา ก่อนจะแค่นหัวเราะขื่นๆ เฮอะ! พ่อฉันก็เลยโทรมาตามให้ลูกชายคนนี้กลับไปร่วมงานที่เขาตั้งใจจัดให้ซะดิบดี

ธารน้ำเอี้ยวหน้าหันไปมองเจ้าตัว เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเขาเรียกท่านนายพลว่า พ่อ แต่เสียงนั้นกลับฟังดูแล้วรู้สึกเหมือนดังคนพูดกำลังอัดอั้นตันใจอะไรบางอย่างอยู่ภายในอก แต่เธอก็ไม่ได้ถามสิ่งใด นอกเสียจากนั่งฟังเขาเปิดปากต่อไปโดยไม่ขัดจังหวะ

“จะมานึกพิศวาสอะไรฉันเอาตอนนี้ ในเมื่อตอนที่ฉันเฝ้ารอพ่อมาตลอดทั้งชีวิต ท่านไม่เคยพูด ไม่เคยถาม แม้แต่จะอยู่ใกล้ๆ คอยให้กำลังใจก็ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำ วันๆ ท่านมีแต่งาน งาน งาน แล้วก็งาน ผู้ร้ายสำคัญสำหรับท่านเสมอ แต่ไม่ใช่กับลูกชายที่บ้าน แล้วตอนนี้จะมาสนใจฉันทำไม ฉันไม่ต้องการ”

ธารน้ำรู้ดีว่าเขากำลังทุกข์ทรมานใจแค่ไหนกับทุกถ้อยคำที่ต้องเอ่ยออกมา นั่นก็เพราะน้ำเสียงสั่นเครือและศีรษะที่โยกไหวอยู่บนไหล่มนทำให้ได้รับทราบ แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้จะพูดปลอบเขาอย่างไร ในเมื่อเธอไม่เคยต้องเติบโตกับความเดียวดาย สิ่งที่เธอเป็นและสัมผัสได้ในวัยเด็กเสมอคือ ยามใดที่ท้อ เธอจะมองเห็นสายตาปลุกปลอบจากคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใคร คือคนในครอบครัวของเธอเอง

หญิงสาวเลยเลือกที่จะนิ่ง ฟังเขาพร่ำรำพันต่อ

“พ่อไม่เคยรู้เลยว่าฉันต้องการอะไรหรือรู้สึกยังไง ท่านฝากฉันไว้ให้เป็นเพื่อนกับความเหงาและกำแพงบ้านที่สูงใหญ่ ถ้าฉันขาดเหลือหรือต้องการอะไร ก็จะมีคนรับใช้คอยซื้อคอยหามาประเคนให้ทุกอย่าง...

 พระเพลิงเว้นจังหวะคล้ายกับต้องการเวลาทำใจ ยามเมื่อกำลังจะเอ่ยถึงอดีตอันขมขื่นที่ทำให้หัวใจอันบริสุทธิ์แหลกลาญ

“แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันโหยหาและอยากได้ ฉันเพียงแค่หวังอยากเป็นเด็กธรรมดา มีพ่อมีแม่รักและคอยอยู่เคียงข้างกันเท่านั้น...ฉันต้องการมากไปเหรอ?”

ธารน้ำได้ฟังแล้วส่ายหน้าตาม เธอเกือบจะกลั้นน้ำตาแห่งความสงสารเอาไว้ไม่อยู่ เขาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อย ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

“แต่พระเจ้าท่านคงไม่คิดแบบเธอหรอก ท่านคงหาว่าฉันเรื่องมาก ก็เลยลงโทษด้วยการประทานความจริงทุกสิ่งมาให้ฉันรู้ในวันหนึ่ง... พอกล่าวมาถึงตรงนี้ พระเพลิงก็ถอนใจและนิ่งเงียบไปอีก จากนั้นจึงค่อยๆ เปิดปากเล่าออกมาด้วยความยากลำบาก

วันนั้นพ่อมาบอกกับฉันว่าให้ไปเรียนต่อที่อเมริกา ท่านอยากจะให้ฉันได้เรียนรู้โลกกว้างและใช้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเอง เผื่อวันไหนที่ไม่มีท่านอยู่แล้ว ฉันจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่เด็กอายุสิบขวบจะต้องการอนาคตสวยหรูอะไรมากไปกว่าความรักความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อเป็นแม่ละ แต่ท่านก็ยังผลักไสฉันให้ไปไกลๆ”

เสียงของพระเพลิงเข้มขึ้นอีกตามแรงสะท้อนของอารมณ์

“ตอนนั้นฉันทั้งโกรธและคิดน้อยใจไปสารพัด ก็เลยเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ที่เรือนไม้ ไม่ยอมไปไหน แล้วแม่เลี้ยงผู้แสนใจดีก็มาบอกความจริงกับฉันว่า ฉันไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของท่านกับหล่อน พ่อของฉันคือน้องชายแท้ๆ ที่ไม่เอาอ่าวของท่านซึ่งเกิดกับแหม่มใจแตกตอนไปเรียนอยู่เมืองนอก พวกเขาตัดสินใจเลิกกัน แล้วเอาฉันมาทิ้งไว้กับพี่ชาย พ่อที่เป็นหมั้นเลยต้องจำใจรับเลี้ยงฉันเอาไว้ ส่วนแม่เลี้ยงฉันก็เห็นใจท่าน เลยมาขอร้องให้ฉันช่วยไปพ้นๆ อย่าสร้างความลำบากใจให้กับพ่ออีก ในที่สุด...ฉันก็เลยไปอเมริกา”

ธารน้ำยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากกั้นเสียงร้อง ความจริงอันโหดร้ายทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างที่สุด เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้ถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นคนก้าวร้าวเช่นนี้ นั่นก็เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จากคำพูดฝังใจอันร้ายกาจของคนที่เรียกแทนตัวเองว่าแม่นี่เอง

“แต่ฉันก็ต้องขอบใจยายแม่มดเหมือนกัน เพราะหล่อนทำให้ฉันได้พบหน้าพ่อแม้ที่แท้จริง พระเพลิงเล่าต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังหันมาถามเธอหน้าตาเฉยอีกว่า “แล้วเธอรู้ไหม...ตอนที่ฉันได้เจอพ่อจริงๆ มันเป็นยังไง ท่านจำลูกชายตัวเองไม่ได้เลยสักนิด ขนาดฉันบอกไปว่าชื่อพระเพลิง สัจจะอมรกุลแท้ๆ มันน่าขำไหมล่ะ ฮะๆ ฮ่าๆๆ”

เสียงหัวเราะถูกเปล่งออกมาจากปากหยักเชิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่สำหรับคนฟังกลับสัมผัสได้ถึงความขื่นขมเต็มที ธารน้ำจึงนั่งเงียบๆ ไม่พูดไม่ซักอะไรที่จะยิ่งสะกิดแผลของเขาให้เหวะหวะมากไปกว่าที่เป็นอยู่ เธอคิดว่าการปล่อยให้เขาได้ระบายโดยไม่เอ่ยถามสิ่งใด น่าจะเป็นการดีกว่าสำหรับคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีแบบเขา

ไม่ผิดแผกไปจากคนเล่าที่ตอนนี้กลับนั่งนิ่งขรึม หลังจากได้เผยความลับในใจออกมาจนหมดเปลือก ความเงียบงันก็แทรกตัวเข้าสู่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนาน...เนิ่นนาน... กระทั่งพระเพลิงพลันรู้สึกตัวว่าเขาได้ทำเรื่องหน้าอายลงไป เอาแต่พูดพล่ามอยู่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นจะเต็มใจฟังหรือไม่

“ไง...ละครชีวิตของฉันมันน้ำเน่ามากขนาดพูดอะไรไม่ออกเลยเหรอ? เขาแกล้งแซว

ธารน้ำกลับไม่ตอบ ความสงสารเห็นใจที่มีต่อคนข้างกายนั้นท่วมท้น แต่เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาปลอบใจเขาดี

ความเงียบที่ได้รับยิ่งทำให้พระเพลิงไม่แน่ใจว่าหล่อนกำลังนึกรำคาญเขาอยู่รึเปล่า ใบหน้าคมแหงนขึ้นจากบนลาดไหล่นุ่มนิ่มช้าๆ เพื่อหาคำตอบ แววตาหม่นหมองที่ประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่สวย ซึ่งมองมายังเขาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หัวใจลูกผู้ชายดวงนี้ถึงกับกระตุก หล่อนไม่ได้ละความสนใจไปไหนอย่างที่เขาคิด แต่กลับตั้งใจฟังเรื่องที่เขาเล่ามาทุกถ้อยทุกคำ ความรู้สึกเต็มตื้นที่พลันก่อตัวขึ้นจึงพวยพุ่งจนแทบล้นทะลักออกมานอกอก

มันเป็นความหวั่นไหวที่สุดในชีวิต...

สิ่งที่หล่อนกระทำ ช่างทำให้เขารู้สึกว่ามีชีวิต มีความสำคัญ และมีตัวตนสะท้อนอยู่ในแววตาของใครสักคนหนึ่ง ใครก็ได้...ที่สามารถทดแทนความรักที่เด็กชายพระเพลิงขาดแคลนและเฝ้าโหยหามาทั้งชีวิต คนที่คอยอยู่เคียงข้างรับฟังทุกข์สุขของเขาด้วยรอยยิ้ม ด้วยความจริงใจ โดยไม่คิดจะตีจากเขาไปไหน

และตอนนี้เขาก็ค้นพบแล้วว่าใครคนนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม มือหนาจึงรีบไขว่คว้าตัวหล่อนไว้ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาไมได้ฝันไป เอาชนิดที่ว่าถ้าจับตัวได้แล้วละก็ เขาจะไม่มีวันปล่อยหล่อนไปไหนอีกเป็นอันขาด

ทันทีที่ฝ่ามือใหญ่แตะลงบนผิวแก้มนวลเนียนอย่างอ่อนโยนแผ่วเบา เสียงนุ่มทุ้มก็เอ่ยถามหล่อนว่า

“รำคาญไหม?”

“ฮื้อ” ธารน้ำส่ายหัวดิกๆ

หยดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลเหมือนกับเจ้าหล่อนเป็นคนประสบเรื่องร้ายเสียเองกระนั้น ทำให้พระเพลิงอดนึกเอ็นดูไม่ได้ เขาจับจ้องมองหล่อนเนิ่นนาน ต้องการให้มันตราตรึงเข้าไปถึงหัวใจ ก่อนจะค้นพบว่าดวงหน้าที่เคยคิดว่าสกปรกมอมแมม ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลย้อย ช่างดูสวยละมุนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกยิ่งนัก

พระเพลิงขมวดคิ้วสงสัยตัวเองนิดๆ ทำไมเขาถึงเพิ่งจะเห็นเจ้าหล่อนมีใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้านะ ทั้งๆ ที่ตา จมูก ปากและโครงหน้าทั้งหมดก็เหมือนกับวันที่เขาได้พบหล่อนเป็นครั้งแรกนั่นแหละ แล้วเหตุไฉนสายตาที่มองคนคนเดียวในเวลาต่างกัน มันจึงให้ความรู้สึกผิดแผกไปจากเดิมอย่างชัดเจนเช่นนี้

เพราะไหล่นุ่มนิ่มที่ให้เขาแอบอิงอยู่นี่รึเปล่า... 

หรือจะเป็นความเข้าอกเข้าใจที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างอ่อนโยน ไร้ซึ่งความรังเกียจเดียดฉันท์...

หรือความสมเพชเวทนาเฉกเช่นใครต่อใครที่เขาเคยได้รับจากแววตาคู่นั้นกันแน่... เลยพลอยทำให้สายตาของเขาผิดเพี้ยน มองเจ้าหล่อนเปลี่ยนไปชนิดที่เรียกว่า หน้ามือเป็นหลังมือ

หากนั่นคือเรื่องจริง เขาขอให้บางสิ่งที่กำลังปั่นป่วนหัวใจอยู่ตอนนี้หยุดลงเสียทีเถอะ เพราะผู้ชายใจหินคนนี้กำลังจะหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้าจากไฟเสน่หาอยู่เพียงแค่ชั่วอึดใจนี้แล้ว

เขาตกหลุมรักเธอในเสี้ยววินาทีงั้นหรือ?...

ไม่สิ!...มันไม่น่าเกิดขึ้นกับคนอย่างเขานี่นา

แล้วทำไม...เขาจึงอยากจะจุมพิตกลีบปากบอบบางนั้นอย่างทะนุถนอม อยากเป็นเจ้าของเธอทั้งกายใจนักล่ะ มันจะมีเหตุผลอื่นที่เป็นไปได้อีกไหม...

และก่อนที่จะได้ไขคำตอบให้กระจ่าง สองมือหนาที่กอบกุมดวงหน้างามเอาไว้ก็เชยขึ้น พร้อมกับเคลื่อนหน้าของตนทาบทับลงมาดั่งถูกสะกดใจ กลีบปากอิ่มถูกผสานครอบครองไว้ด้วยปากหยักของเขา ค่อยๆ ประทับอยู่เช่นนั้นอย่างยาวนาน รอให้หญิงสาวสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาเสียก่อน

จนเมื่อเปลือกตาหวานฉ่ำเริ่มปรือลงทีละนิดจนหลับพริ้ม ปากหยักจึงเคลื่อนพรมจูบไปทั่วกลีบกุหลาบหอมหวานสีสดอย่างแผ่วเบาละมุนละไม ไล้วนไปทั่วขอบปากทั้งบนล่างอย่างอ้อยอิ่งเนิ่บนาบ ซ้ำยังเพิ่มความเร่าร้อนด้วยการดูดซับสลับกับการขบเม้ม ราวกับต้องการให้จิตวิญญาณของเธอกลายมาเป็นของเขาก็ไม่ปาน

จุมพิตนั้นยิ่งทวีความนุ่มนวลอ่อนโยนแสนหวาน เมื่อเขาสัมผัสเธอด้วยเรือนกายต่อกาย ใบหน้าแนบหน้า ฝ่ามือข้างหนึ่งประสานนิ้วเรียวเอาไว้ ส่วนอีกข้างรวบเอวบางรั้งเข้าหาตนขึ้นอีกนิด แต่ไม่ได้แนบแน่นเสียจนเธอหายใจไม่ออกอย่างเมื่อตอนกลางวัน เพียงต้องการให้หญิงสาวซึมซับเอาความร้อนผ่าวจากผิวกายตนไปบ้างเท่านั้น

ธารน้ำบังเกิดความอบอุ่นหัวใจขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งที่ยังเหลือช่องว่างระหว่างกายต่อกัน เธอเผลอหลุดเสียงครางออกมาในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายเริ่มสอดลิ้นชื้นชุ่มฉ่ำตรงเข้าหยอกเอินโพรงปากหอมหวานของตน เธอไม่เคยคิดเลยว่าจูบจากความเต็มใจ มันจะช่างอ่อนหวาน วาบหวิวและให้ความรู้สึกอันดีต่อกันเยี่ยงนี้...

เต็มใจ อย่างนั้นเหรอ?

คงจะจริง...

เพราะเธอไม่สามารถบังคับร่างกายให้ฝืนลุกขึ้นหรือต่อต้านความต้องการในใจได้เลย ไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะทรงตัวให้นั่งเองได้ จนต้องเลื่อนมืออันสั่นระริกโอบรอบลำคอแข็งแรงของเขาเอาไว้ เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยว สมองของเธอตอนนี้ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปนั้นเป็นเพราะความสงสาร เห็นใจหรืออยากปลอบโยนคนตรงหน้ากันแน่

แล้วถ้าหากว่าทุกอย่างที่กล่าวมานั้นคือสิ่งที่อยู่ลึกๆ ข้างในจิตใจของเธอล่ะ อะไรคือความปรารถนาที่ผลักดันให้เธอยอมพ่ายต่อไฟพิศวาสเฉกเช่นนี้

ธารน้ำได้แต่บอกตัวเองว่าไม่รู้... 

แล้วก็ปล่อยให้เขาเป็นคนนำพาเธอล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์ ด้วยรอยจูบที่แสนสุขราวกับเธอกำลังล่องลอยอยู่ในปุยเมฆอันนุ่มนวลอุ่นสบาย ปล่อยให้กาลเวลาหมุนรอบตัวเธอและตัวเขาผันผ่านเลยไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 




แอร๊ยยยย ใครอ่านตอนนี้แล้วฟินไปสามโลกบ้างเอ่ย

หุหุ...ไรเตอร์รู้นะว่ามีคนแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันเต็มเลย

บทพี่เขาจะหวานจะน่ารักขึ้นมา ทำเอาคนอ่านเขินแทนเลยเนอะ

ตอนหน้าคุณชายเขายังจะน่ารักอยู่มั้ย

หรือจะกลับเป็นโหมดเด้กนรกเหมือนเดิม

มารอลุ้นเอาค่า



ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า





อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น