อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 12. ขนมไทยที่รัก กับ แม่ค้าใจดี 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 พ.ค. 60

                                                    
12. ขนมไทยที่รัก กับ แม่ค้าใจดี 2/2



ช่วงบ่ายวันต่อมา เรือนปั้นหยายังคงเงียบสงัดไม่มีใครมาคอยราวี ไม่มีเสียงกระแหนะกระแหนของยายแม่มด ไร้วี่แววเงาของคนเป็นพ่อที่เฝ้าตามดูพฤติกรรมเขาอยู่ทุกฝีก้าวไม่ห่าง ปราศจากแม้กระทั่งเสียงของคนใช้ที่เคยดังเจื้อยแจ้วข้างๆ หูทำให้เขารำคาญ

ในยามนี้เหลือแต่เพียงเจ้าของบ้านหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงศาลาริมน้ำทางด้านหลังตามลำพัง

พระเพลิงนั่งทอดอารมณ์อย่างเดียวดายท่ามกลางธรรมชาติอันสวยสดงดงาม อากาศช่างบริสุทธิ์นัก แต่ใจคนกลับขุ่นหมองเต็มไปด้วยความเหงา เศร้า อ้างว้าง ผสมผสานกับความโกรธเคือง เมื่อยังไม่เห็นวี่แววของบิดาที่มักจะคอยอบรมสอนสั่งให้รู้สึกคันหู

พ่อคงจะไม่เห็นว่าเขาเป็นลูกแล้วละมั้ง... ไม่อย่างนั้นป่านนี้ท่านก็ต้องมาดูดำดูดายเขาบ้างแล้วสิ บางทีเขาอาจจะเกเรเกินไปจนท่านรับไม่ไหว ท่านก็เลยคิดจะตัดหางปล่อยวัดลูกนอกคอกอย่างเขา

ก็ดีแล้วนี่... เขาจะได้เป็นอิสระ ไม่ต้องทนหูแฉะนั่งฟังคำพร่ำบ่นพร่ำด่าของท่านอย่างที่แล้วๆ มา

เขาต้องการอย่างนั้นจริงหรือ?

พระเพลิงเงยหน้ามองฟ้า ด้วยกลัวว่าแรงสะท้อนที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวอกจะเกิดปะทุออกมาเป็นหยดน้ำทางหางตา แม้เขาจะแสดงท่าทีรำคาญเบื่อหน่ายเวลาคนเป็นพ่อคอยจู้จี้ขี้บ่นตนทุกย่างก้าว แต่ในใจลึกๆ เขายอมรับกับตัวเองมานานแสนนานแล้วว่า การที่เขาทำตัวระรานเช่นนี้ก็เพื่อต้องการให้ท่านหันมาสนใจ เห็นเขาอยู่ในสายตา แสดงออกด้วยการดุด่าว่ากล่าวอย่างทุกข์ร้อน เป็นห่วงเป็นกังวล ไม่อยากให้เขาเดินทางผิด อย่างน้อยมันก็ดีกว่าการที่พ่อไม่ให้ความใส่ใจอะไรเขาเลย นอกจากงานปราบปรามผู้ร้ายของท่านเพียงอย่างเดียว

ชายหนุ่มนึกย้อนไปเมื่อวันวาน ในตอนนั้นเด็กชายพระเพลิงในวัยสิบขวบจำได้แต่เพียงว่า ตัวเขาเฝ้ารอพ่อกลับมาหา พูดคุย กินข้าวหรือเล่าเรื่องอะไรต่างๆ ให้ฟัง

แต่มันก็ไม่มี...

เขาในตอนนี้เลยเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านวัยเด็กมาเพียงลำพัง ความโดดเดี่ยวมันฝังลากหยั่งลึกอยู่ในใจจนเป็นที่มาของพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงที่เขาใช้แสดงออกราวกับผู้ร้าย เพราะมันคือวิธีเดียวที่จะทำให้พ่อซึ่งไม่เคยถามไถ่เรื่องราวของเขาเลย หันกลับมาเพ่งเล็ง เหลียวแล ควบคุมความประพฤติของเขาแจ

แล้วมันก็ได้ผล!

ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็เรียนรู้แล้วว่า การจะดำรงชีวิตให้มีตัวตนอยู่ในความสนใจของพ่อบังเกิดเกล้าที่ตนเฝ้าถวิลหาต้องกระทำเช่นไร เพื่อที่ท่านจะได้ยังคงรำลึกถึงลูกชายคนนี้อยู่เสมอ 

แววตาซึมเศร้าเมื่อครู่กร้าวขึ้น เมื่อหวนคิดถึงอดีตอันขมขื่น พระเพลิงพยายามสะกดกลั้นความทุกข์ระทมหม่นไหม้กลืนลงไปในอก แล้วปรับระดับสีหน้าให้เป็นปกติด้วยการทอดมองสวนพฤกษานานาพันธุ์ที่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเลื่อนสายตาลงต่ำมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ราวกับจะให้สายลมและกระแสน้ำพัดพาเอาความเจ็บปวดในใจลอยหายไปด้วย

แววตาคมจับจ้องผืนน้ำอยู่อย่างนั้นนิ่งนาน ตราบจนมีหัวเรือพายแหลมๆ วิ่งผ่านเข้ามาในระยะสายตา สมองอันว่างเปล่าจึงค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น เขาเห็นร่างกายผ่ายผอมที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงสวมหมวกสานปีกกว้างปิดลงมาเกือบครึ่งหน้าพายเรือมาแต่ไกล ทำให้มองเห็นอีกฝ่ายไม่ชัดนัก พระเพลิงจึงละความสนใจ เลื่อนสายตาลงสู่ข้าวของที่วางกองอยู่ในกระจาดเบื้องหน้าเจ้าหล่อนแทน

ขนมเข่ง ขนมเทียน ข้าวต้มมัด และขนมใส่ไส้...

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดที่ยายแป้งร่ำชอบซื้อให้เขาทานตอนเด็กๆ แทบทั้งสิ้น แต่เมื่อต้องย้ายไปอยู่อเมริกา เขาก็ไม่เคยได้ทานอีกเลยเพราะหายาก ครั้นพอได้เจอของดีเข้าเช่นนี้ พระเพลิงจึงแอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก สลัดคราบชายผู้แสนร้ายกาจกลายเป็นเด็กชายตัวน้อยขึ้นมาทันตา เขากระเด้งกายลุกขึ้นยืน รีบควักมือเรียกเจ้าของเรือหยอยๆ

ทางนี้แม่ค้า ทางนี้

เพียงไม่นานหัวเรือก็เบนเข็มมาทางท่าน้ำที่เขานั่งอยู่ เมื่อเข้าจอดเทียบริมศาลานิ่งสนิทดีแล้ว แม่ค้าวัยกลางคนก็เก็บไม้พาย พร้อมกับถอดหมวกสานออก

รับอะไรดีจ๊ะ สายชลส่งยิ้มกว้างให้กับลูกค้าหนุ่มอย่างดีใจที่มีคนเรียกให้จอดเรือเสียที เพราะวันนี้เธอเทียวพายเรือวนไปเวียนมาในคุ้งน้ำแห่งนี้หลายรอบแล้ว แต่ก็ยังขายไม่ได้สักกี่สิบห่อเลย

ขายยังไง แพงไหม แล้วอร่อยรึเปล่า? ลูกค้าหนุ่มถามห้วนๆ

อร่อยจ้ะ น้าขายไม่แพงด้วยนะ สี่อันยี่สิบบาทจ้ะ ทว่าแม่ค้าที่เป็นคนมีอัธยาศัยดีผิดกับเพื่อนแม่ค้าคนอื่นๆ กลับตอบคำถามยียวนนั้นด้วยรอยยิ้มอารี แถมยังหยิบขนมทุกอย่างขึ้นมาแกะใบตองยื่นส่งให้เจ้าตัว

เอ้า นี่จ้ะ น้าแกะให้ชิมอย่างละอันนะ

ขอบคุณครับ พระเพลิงรับของมาจากมือของอีกฝ่าย พร้อมทั้งขอบคุณด้วยหางเสียงสุภาพ

ไม่อยากจะเชื่อ! ขนมบ้านๆ ของคนขายพายเรือจนๆ ที่เขากำลังลิ้มรสอยู่นี้ มันจะให้ความรู้สึกเหมือนขนมไทยที่เคยได้กินในวัยเด็กเสียเหลือเกิน กลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติหวานมันกลมกล่อมแบบนี้นี่แหละที่เขาเฝ้าคิดถึงตอนอยู่อเมริกา

อื้ม...อร่อยจังเลยครับ พระเพลิงอ้าปากงับขนมไทยเสียแก้มตุ่ย

ขอบใจจ้ะ สายชลตอบรับคำชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางมองคนหนุ่มรุ่นหลานอย่างเอ็นดู

พระเพลิงชิมอันแรกเสร็จก็หันมาหาขนมชิ้นที่สอง สามและสี่หมดเกลี้ยงไม่เหลือซาก

อืม... สามอันนี้ก็อร่อย อร่อยทุกอย่างเลยครับ งั้นผมเอาอย่างละห้าสิบบาทก็แล้วกัน

อุ้ย! ซื้อเยอะขนาดนั้น กินคนเดียวจะหมดหรือจ๊ะ สายชลเอ่ยถามด้วยความสงสัย แม้จะดีใจที่อีกฝ่ายชอบขนมของตนก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ใช่พวกแม่ค้าหน้าเลือดที่มุ่งหวังจะขายหรือยัดเยียดสินค้าให้ลูกค้าเพียงอย่างเดียว

ใครจะไปกินคนเดียวหมด ผมซื้อไปฝากเด็กในบ้านด้วยต่างหากละ พระเพลิงบอกยิ้มๆ กระหวัดไปถึงสาวใช้อย่างแป้งร่ำ

ถุงนี้ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เมื่อก่อน...หล่อนชอบซื้อขนมมาให้เขากินก็แล้วกัน

ชายหนุ่มเร่งให้แม่ค้าหยิบขนมตามจำนวนที่สั่ง ส่วนตัวเองก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเตรียมจ่ายเงิน

แต่เมื่อเหลือบตาดู แทนที่เขาจะได้เห็นธนบัตรสีม่วงสีเทา หรือไม่อย่างน้อยก็น่าจะมีแบงค์ร้อยติดอยู่ในกระเป๋าบ้าง  กลับกลายเป็นแบงค์สีเขียวๆ นอนแอ่งแม่งอยู่ในนั้นเพียงใบเดียว

ยี่สิบบาท!!!

ตายละวา! เมื่อวานเขาลืมไปเสียสนิทเลยว่า ตัวเองหยิบแบงค์พันจ่ายค่าจ้างให้แม่คนจนไปหมด แล้วทีนี้เขาจะทำอย่างไรดีล่ะ อุตส่าห์ออกปากซื้อของไปตั้งสองร้อย แต่ตัวเองดันมีเงินอยู่เพียงยี่สิบบาท แถมยังสั่งให้แม่ค้าหยิบของใส่ถุงไปแล้ว จะบอกปัดไม่เอาตอนนี้ก็ไม่ได้เสียด้วย เดี๋ยวคนตรงหน้าให้ล้วงคออ้วกเอาขนมที่ชิมไปตั้งหลายชิ้นออกมา... จะทำยังไง?

เพียงเสี้ยวนาทีคนหน้าซีดก็ตาไวเหลือบเห็นบัตรสีทองเข้า จึงออกปากแก้สถานการณ์ตรงหน้าไปก่อน

รับบัตรเครดิตไหมครับ?

พระเพลิงไม่ได้ตั้งใจจะพูดจากวนประสาทอีกฝ่ายประการใด แต่ท่าทางและคำพูดที่สื่อออกไป มันชวนให้ง่ายต่อการเข้าใจไปเช่นนั้นเสียเหลือเกิน

จ๊ะ? สายชลถามเสียงสูงอย่างไม่เชื่อหู พ่อหนุ่มพูดเล่นรึเปล่า?

ผมพูดจริงๆ ครับ เขาพยักหน้าย้ำชัด ผมมีเงินอยู่ในกระเป๋ายี่สิบบาท กับบัตรเครดิตอีกสามใบ น้าจะเลือกเอาอันไหน?

คนฟังเบิกตากว้างค้างเติ่ง เกิดมาก็เพิ่งเคยพบเคยเจอนี่แหละที่ลูกค้าขอจ่ายด้วยบัตรเครดิต หัวคิ้วของสายชลาจึงขมวดลงอย่างครุ่นคิด กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นพวกต้มตุ๋นที่มาขอกินฟรี แต่พอเหลือบมองดูตัวบ้าน หล่อนก็แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะใช่ เพราะเรือนปั้นหยาหลังนี้อยู่ในอาณาบริเวณของคฤหาสน์ท่านนายพลผู้มีเมตตา นั่นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะชุบเลี้ยงพวกมิจฉาชีพเอาไว้ในบ้าน

สายชลหลุบเปลือกตาลงมองข้าวของในเรือของตนบ้าง แล้วเสียงถอนลมหายใจก็ดังขึ้นเบาๆ อย่างทดท้อ ทั้งขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมใส่ไส้และข้าวต้มมัด ต่างนอนกองเรียงรายขายไม่ออกอยู่เต็มตะกร้า ถ้าขืนเธอยังนั่งพายต่อไปอีกสักสิบหรือยี่สิบนาที เห็นทีตะคริวคงจะกินก้นที่ถูกกดทับมาเป็นเวลานานแน่ๆ คนที่เริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวจึงตัดสินใจว่าจะพายเรือกลับไปพักเอาแรงที่บ้านสักหน่อย แล้วเดี๋ยวค่อยออกมาขายใหม่ในช่วงบ่ายคล้อย

แต่ก็นั่นแหละต่อให้ออกมาขายอีกกี่รอบยังไง ขนมที่วางกองเหลือๆ ก็ไม่มีทางขายหมดอย่างแน่นอน ถ้าเป็นเช่นนั้นสู้เธอขายให้คนตรงหน้าในราคาที่ถูกแสนถูกยังจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ได้เอาไปกิน ตัวเธอเองก็ไม่ต้องขนขนมไปทิ้งเพราะมันบูด ส่วนเงินที่ควรจะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ให้ถือซะว่าทำบุญไปเสีย

ไม่ต้องเอาบัตรเครดิตมาให้น้าเลือกหรอกจ้ะพ่อหนุ่ม น้าใช้ไม่เป็น เอาเป็นว่าพ่อหนุ่มมีเงินอยู่เท่าไร ก็ให้น้ามาเท่านนั้นแล้วกัน

พระเพลิงมีท่าทีอิดออดไม่ยอมรับถุงขนมที่อีกฝ่ายยื่นส่งมาให้ แม้นจะเป็นคนร้ายกาจเอาแต่ใจเพียงใด ทว่าเขาก็ถูกบิดาเสี้ยมสอนมิให้คิดเอารัดเอาเปรียบใคร โดยเฉพาะกับคนที่ลำบากกว่าตน ยิ่งพอได้เห็นท่าทางอ่อนล้าและแววตาผิดหวัง ซึ่งแตกต่างไปจากอาการดีใจยามที่เห็นเขาโบกมือซื้อของในตอนแรกลิบลับ ความรู้สึกผิดก็พลันถาโถมเข้าสู่จิตใจของเขาอย่างท้วมท้น

พระเพลิงจึงตัดสินใจจะวิ่งไปหยิบยืมเงินจากแป้งร่ำมาจ่ายให้แม่ค้าแก้ขัดไปก่อน

งั้นน้ารอเดี๋ยว ผมจะวิ่งไปเอาเงินมาให้

เอ่อ... ไม่ต้องหรอกจ้ะ

ทำไมล่ะครับ?

ไม่เป็นไรหรอกพ่อหนุ่ม น้าให้เป็นของแถม แค่พ่อหนุ่มชมว่าขนมน้าอร่อย น้าก็ดีใจแล้ว

ใบหน้าอิ่มเอมและรอยยิ้มอันเปี่ยมเมตตาที่มองมาอย่างเข้าอกเข้าใจ ทำให้คนที่ขาดทั้งความรักความอบอุ่นยืนมองเจ้าตัวด้วยความประทับใจ

จะดีเหรอครับ ผมซื้อตั้งสองร้อย แต่น้าเอาแค่ยี่สิบบาทเอง แถมผมยังขอชิมฟรีไปอีกตั้งหลายอัน

น่าแปลก! จู่ๆ ความเกรงอกเกรงใจที่เขาพับเก็บเอาไว้ในซอกหลืบของสามัญสำนึกก็เกิดทำงานขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งเมื่อได้พูดคุยกับคนตรงหน้ามากเท่าไร ความอ่อนโยนมีน้ำใจของอีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้พายุเพลิงอย่างเขากลายเป็นแค่เปลวไฟใกล้มอด ท่าทางแข็งกร้าวก็ค่อยๆ อ่อนลงโดยอัตโนมัติ

พ่อหนุ่มไม่ต้องคิดมากไปหรอกจ้ะ ยังไงน้าก็ต้องพายเรือกลับเข้าบ้านอยู่แล้ว เลยไม่รู้จะเก็บของพวกนี้ไว้ทำไมให้มันเน่าเสียไปเปล่าๆ

เอ๊ะ! จะพายเรือกลับทำไมล่ะ ในเมื่อของมันยังเหลือเต็มตะกร้าอยู่เลย แล้วนี่ก็เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ เอง ฟ้ายังไม่มืดเลยนะครับ คนฟังนิ่วหน้าฉงนใจ

ปกติน้าก็อยู่ถึงเย็นนั่นแหละจ๊ะ แต่วันนี้มันขายไม่ดี น้าพายเรือวนมาตั้งแต่เช้ายังขายได้ไม่ถึงร้อยเลย ความเหนื่อยมันเริ่มสะสม เหน็บก็ชักจะกินช่วงล่างหมดแล้ว น้าก็เลยว่าจะกลับไปนอนพักเอาแรงสักหน่อยก่อน แล้วค่อยพายออกมาขายใหม่ ดีกว่าทนนั่งทู่ซี้เรื่อยๆ ก็ยังขายไมได้สักชิ้น สายชลบอกอย่างปลงตก กระนั้นแววตาก็ยังแลดูหม่นหมองไม่สดใสนัก

น้ารู้ได้ไงล่ะ ยังไม่ได้ลองพยายามให้ถึงที่สุดเลย ท้อแล้วเหรอครับ? พระเพลิงกล้าตำหนิอีกฝ่ายตรงๆ เพราะเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ

ไม่ต้องลองหรอกจ้ะ เพราะว่าน้าขายไม่ได้แบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว ใบหน้าคล้ำแดดยิ่งหมองลงยามบอกกล่าว

พระเพลิงเพ่งพิศดูความทุกข์เข็ญในดวงตาคู่โศกนั้นแล้วให้หวนนึกถึงใครบางคน

ธารน้ำ....

ใช่แล้ว แววตาแบบนี้แหละที่เขามักจะได้เห็นจากหล่อนแม่สาวสู้ชีวิตที่เขายังนึกทึ่ง

บางครั้งดวงตาของหล่อนก็ฉายแววมุ่งมั่น เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว แต่บางคราวก็กลับเศร้าหมองจนน่าใจหาย ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงตรงหน้าคนนี้เลยแม้แต่น้อย

ความอาทรผุดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน โดยไม่รู้ว่ามันเป็นผลพวงมาจากสิ่งใด ใช่ความอ่อนโยนลึกๆ ในใของเขาหรือไม่ บางทีอาจเป็นเพราะเค้าโครงและแววตาของหญิงสูงวัยที่มันละม้ายคล้ายกับใครบางคน เลยทำให้ใจของเขาอ่อนยวบยาบ ยามกระหวัดเสี้ยวความห่วงหาเชื่อมโยงถึงใครคนนั้น...

หญิงสาวที่เฝ้าอดทนให้เขากลั่นแกล้งเมื่อวาน ทั้งที่หล่อนก็รู้ดีว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อต้องการจะดึงตัวหล่อนไว้เป็นเพื่อนกันความเหงา แต่เจ้าตัวก็ยอม แม้จะเป็นการยอมที่ส่อไปในเชิงบังคับเสียมากกว่า แถมหล่อนยังบ่นอุบอิบ มองค้อนเขาอยู่ตลอดเวลา ทว่าก็ไม่ได้สะบัดก้นหนีไปไหน

ไม่รู้ว่าปานนี้แม่ธารน้ำจะเป็นยังไงบ้างไม่ใช่ว่าโดนไล่ออกจากงานไปแล้วหรอกนะ

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ ฝีมือน้าก็อร่อยดีออก เขาอดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้

ไม่แปลกหรอกจ้ะพ่อหนุ่ม ทุกวันนี้คนหนุ่มคนสาวเขาไม่ค่อยกินขนมไทยกันแล้ว กะทิมันเยอะ เขากลัวอ้วนกันน่ะ

แค่นั้นเองเหรอครับ? พระเพลิงถามเสียงสูงติดแววหยัน

จ้ะ ขนมของน้ามันคงจะดูเชยไปแล้วละมั้ง คนเขาถึงเบื่อ ไม่นิยมกัน ไม่เหมือนขนมปังของฝรั่งมังค่าที่มีรสนมรสเนยถูกปากมากกว่า ใบหน้าของคนพูดยังคงยิ้มแย้ม บ่งบอกให้รู้ว่าถึงจะท้อบ้าง แต่เธอก็ยังไม่สิ้นหวัง

ผิดกับคนฟังที่เอาแต่ทำหน้าบูด

ยกโทษให้ไม่ได้ ใครกันมันกล้าดูถูกของโปรดปรานที่เขาชอบ อย่าให้รู้เชียวนะ พ่อจะจับไอ้พวกที่ไม่เห็นคุณค่าของไทยๆ ไปโยนทิ้งไว้ที่เมืองนอกซะให้หมด จะได้รู้ว่าเวลาอดอยากปากแห้งแล้วไม่มีให้กินน่ะ มันทรมานขนาดไหน

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห! เจ้าตัวทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันมาบอกกับแม่ค้าคนขยันว่า

ไม่ต้องเครียดไปนะครับน้า คนอื่นไม่กินก็ช่าง แต่ผมชอบ ผมจะกิน แล้วเด็กในบ้านของผมก็ชอบขนมไทยกันทุกคน วันหลังถ้าน้าขายไม่หมดอีก ก็พายมาขายผม ผมจะเหมาให้หมดเลย

อุ้ย! ไม่ดีหรอกจ้ะ ทำแบบนั้นมันเหมือนน้ามาบังคับขายของพ่อหนุ่มเลยนะ สายชลรีบบอกปัดอย่างเกรงใจ

ก็ผมเต็มใจ เขากลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

แต่... อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบ คนฟังก็รีบแย้งขึ้น

ไม่ต้องพูดแล้วครับ ทำตามที่ผมบอกก็พอ แล้วน้าก็รอผมอยู่ตรงนี้อย่าเพิ่งไปไหนนะ เดี๋ยวผมจะวิ่งไปเอาเงินมาเหมาขนมทั้งลำเอง

พระเพลิงเอ่ยกำชับเสียงหนัก แล้วจึงผลุนผลันเดินจากไปทันทีพร้อมกับถุงขนมที่สายชลจัดไว้ให้

คนออกปากห้ามเขาไม่ทันเลยได้แต่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน ลำพังเท่าที่เขาเห็นคุณค่าและชื่นชอบขนมไทย ยอมซื้อหากลับไปแค่ไม่กี่บาท เธอก็ปลาบปลื้มเสียยิ่งกว่าการได้เงินร้อยเงินพันจากเขาแล้ว เพราะความจริงใจที่เจือมากับถ้อยคำเหล่านั้น มันเป็นแรงใจขนานดีที่ทำให้เธอฮึดสู้กับอุปสรรคต่อไปในวันข้างหน้า เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว มือหยาบกร้านจึงออกแรงผลักขาบันไดไม้เบาๆ เพื่อเบนหัวเรือออกสู่ท้องน้ำอีกครั้ง

ครั้นพอพระเพลิงวิ่งกลับมาที่ศาลาริมน้ำอีกที เขาจึงได้เห็นแต่ผืนน้ำไหลเอื่อยเบื้องหน้า โดยปราศจากแม่ค้าและเรือพายเมื่อครู่

อ้าว! หายไปไหนแล้วล่ะ ไม่เอาเงินหรือไงนะ ชายหนุ่มหันรีหันขวางมองซ้ายมองขวาอยู่สักพัก ก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าอีกฝ่ายคงพายเรือจากไปแล้ว

ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงพายมาขายใหม่ ถึงตอนนั้นค่อยเอาเงินให้ก็แล้วกัน

พระเพลิงก้มมองธนบัตรจำนวนสองพันบาทในมือ ก่อนจะเดินย้อนกลับเข้าไปในบ้านใหม่อีกคราว

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



ว่าที่ลูกเขยกับแม่ยายเขาปะกันก็มีซีนน่ารักๆเลย

คนอะไร...เอาบัตรเครดิตมารูดซื้อขนม

อยากจิบ้าาาาา

ว่าแต่...ตอนหน้าพระเพลิงจะได้เจอคุณแม่ยายอีกมั้ย

หรือจะเจอ...!?

ตามค่ะตาม


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า

พรุ่งนี้คนเขียนใจดีลดราคาพิเศษให้อีกแล้ว

ควบมาพร้อมกับเรื่อง "ลิขิตรักร้าย"

แวะไปส่องไปมองไปซื้อกันได้เลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 11:57
    อยากจะโหลดเหมือนกันแต่ทำไม่เป็นค่ะ รออ่านต่อนะคะ
    #12
    1
    • #12-1 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 22)
      17 พฤษภาคม 2560 / 19:30
      ไม่เป็นไรค่า ติดตามที่นี่ก็ได้ จะพยายามลงให้อ่านไวๆนะคะ
      #12-1