อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 10. ทำเท่าไหร่...ก็ไม่ชนะ! 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 เม.ย. 60

                                                    
10. ทำเท่าไหร่...ก็ไม่ชนะ! 2/2



ธารน้ำยกมือขึ้นปาดเหงื่อเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ แววตาคมกลมโตจ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งไขว่ห้าง ผิวปาก มือพลางหยิบขนมขบเคี้ยวในซองเล็กๆ เข้าปากหมดไปหลายซอง เสร็จแล้วก็เหวี่ยงมันทิ้งลงบนพื้นในขณะที่เธอกำลังกวาดบ้านอยู่ ทำเอาธารน้ำอดโมโหไม่ได้ จึงร้องบอกพ่อตัวดีอย่างเหลืออด

คุณพระเพลิงคะ เลิกกินขนมสักทีได้ไหม มันทำให้ฉันต้องทำงานซ้ำซ้อน 

เกี่ยวอะไรกันล่ะ ฉันกินขนม ส่วนเธอก็กวาดพื้นของเธอไปสิ อีกฝ่ายทำไม่รู้ไม่ชี้ ซ้ำยังแกะขนมซองใหม่มากินยั่วเธออย่างหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

แต่คุณจงใจแกล้งฉันเห็นๆ นึกว่าไอ้มุกโยนขนมทิ้งเรี่ยราดแบบนี้มันเจ๋งนักรึไง?” ธารน้ำแดกดันเข้าให้ เพราะพูดดีๆ แล้ว คนเกเรก็ยังไม่ยอมฟัง ซ้ำยังหาเรื่องเฉไฉไปได้เรื่อยๆ

พูดมาก!” พระเพลิงตวาดลั่น หล่อนเป็นใคร ถึงกล้ามาขึ้นเสียงใส่เขา เป็นแค่คนใช้แท้ๆ มีสิทธิ์อะไรมาบ่น

คนฟังยืนเม้มปากแน่นสนิทจนเกือบเป็นเส้นตรงในถ้อยคำดูถูกดูแคลนของอีกฝ่าย คำก็ยาจก สองคำก็คนใช้ เธอไม่รวยอย่างเขาบ้างก็แล้วไป จะได้เป็นฝ่ายนั่งๆ นอนๆ แล้วแกล้งชี้นิ้วสั่งให้เขาทำนู่นทำนี่เสียให้เข็ด จะได้รับรู้ความเหนื่อยยากลำบากกายเฉกเช่นเดียวกันกับเธอ

แต่ในชีวิตจริง...เธอตกเป็นฝ่ายรองบ่อน เป็นแค่คนใช้อย่างที่ปากเขาว่า เลยไม่มีสิทธิ์หือหรือทำอะไรได้ จึงจำใจต้องนิ่งเฉยเสีย ไม่มัวมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้เสียเวลามากไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะทุกวินาทีสำหรับเธอล้วนมีค่า ที่สำคัญเธอจะต้องเร่งมือทำงานนี้ให้เสร็จก่อนบ่าย เพราะยังมีงานเข็นผักในตลาดรออยู่อีก

ทั้งๆ ที่เธอไม่เหลือเวลามากนัก ถ้าเทียบกับงานอีกกองพะเนินที่ต้องลงมือทำ ทว่า...

ให้ตายเถอะ! ผู้ชายขวางโลกคนนี้นี่มันยังไงกัน ทำไมถึงได้เกเร เอาแต่ใจ แสนร้ายกาจขนาดนี้

หญิงสาวกรอกตามองภาพเจ้านายหนุ่มล้มตัวลงนอนราบไปกับเบาะนุ่มๆ บนโซฟาตัวใหญ่ ในมือก็เทเศษขนมจากซองที่เจ้าตัวถืออยู่ลงพื้นเกลื่อนกลาด พลันให้ยิ่งนึกสงสัยระคนขุ่นเคืองว่า

เขารู้จักคำว่าเห็นใจคนอื่นบ้างไหม?

แม้ว่าเธอจะพยายามนิ่งเฉยไม่ตอบโต้อันใดแล้วก็ตาม เขาก็ยังหาเรื่องกลั่นแกล้งกันอย่างไม่ยอมเลิกรา ดูได้จากการที่เธอยิ่งกวาด เขาก็ยิ่งทิ้ง ธารน้ำจึงจะสุดทน เสียงหวานๆ แหวใส่พ่อตัวดีอย่างฉุนกึก

คุณพระเพลิงคะ หยุดทิ้งเศษขนมพวกนี้สักที ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับคุณมากนักหรอกนะ หญิงสาวทิ้งไม้กวาด เดินหน้างอเข้าไปดึงซองขนมออกจากมือของเขา

คนที่ถูกขัดใจจึงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเท้าสะเอวอย่างเอาเื่อง

เธอมีสิทธิ์อะไรมาหยิบของออกจากมือฉัน...ฮะ!?

เสียงกร้าวดังกระแทกเข้าไปถึงโสตประสาทจนธารน้ำแสบแก้วหู ในใจก็เริ่มจะหวาดหวั่นกริ่งเกรงผู้ชายหน้าบูดบึ้ง แต่แม้ว่าเขาจะวางก้ามจนน่าเกรงขามสักเพียงใด หญิงสาวก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปิดปากบอกให้เขาเลิกพฤติกรรมเกเรแบบเด็กๆ เสียที เธอจะได้มีสมาธิทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็ว

มีสิทธิ์สิคะ เพราะสิ่งที่คุณทำมันสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน!” หญิงสาวบอกเสียงแข็ง

นั่นมันก็เรื่องของเธอ!” เจ้าตัวตะคอกกลับอย่างไม่แยแส

ก็ได้ค่ะ ถ้าขืนคุณยังแกล้งทิ้งขนมอยู่แบบนี้ไม่ยอมหยุด ฉันก็จะเลิกกวาดเหมือนกัน คุณจะได้นอนจมกองขนมของคุณซะให้พอใจ

ธารน้ำไม่ได้ต้องการจะต่อรองอะไรกับอีกฝ่าย เพียงแต่เธอจะไม่ทนคนเห็นแก่ตัวอย่างเขาอีกแล้ว

หมับ!

คนที่ไม่ชอบการต่อรองและยิ่งไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ร้ายใช้อุ้งเล็บตะปบเหยื่อ ร่างอันบอบบางปลิวละลิ่วลอยเข้าปะทะอกกว้างอย่างจัง ด้วยความที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว

อุ๊ย!” ธารน้ำรีบใช้สองมือดันกายของตนออกห่างจากแผงอกกว้างทันทีที่สามารถพยุงตัวได้ เธอไม่กล้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย เพราะกลิ่นอายอันเย้ายวนใจของเขากำลังปั่นป่วนหัวใจอันอ่อนไหวของเธอ...หญิงสาววัยแรกแย้มให้เต้นแรงระรัว

บางครั้งหญิงสาวก็อยากจะคิดว่า เรื่องที่เธอเกิดอาการตื่นเต้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ มันเป็นเพียงแค่ความใกล้ชิดทางสรีระของหญิงกับชาย ซึ่งเธอเพิ่งจะเคยได้มีโอกาสสัมผัสเท่านั้น

ความวาบหวามจากระยะห่างอันน้อยนิดระหว่างสองกายพลันดับมอดลง เมื่อจู่ๆ เสียงห้าวก็ดังขึ้นข้างใบหู เรียกสติสัมปะชัญญะที่กระเจิดกระเจิงก่อนหน้านี้ให้กลับคืนมาทันควัน

กล้ามากนะที่พูดกับฉันแบบนี้ เสียงนั้นกดลึกลงต่ำจนแทบไม่ลอดผ่านไรฟันออกมาเลยสักนิด แต่มันกลับให้ความรู้สึกกดดันสำหรับคนฟังอย่างมหาศาล ฉันขอเตือนว่าอย่าทำตัวโง่ๆ คิดจะยั่วโมโหฉันอีกดีกว่า ถ้าเธอยังไม่อยากแหลกคามือเหมือนของเล่นเก่าๆ ชิ้นหนึ่ง

ธารน้ำเงยหน้ามองคนที่แสดงท่าทางคุกคามเธออย่างเด่นชัด รับรู้ถึงน้ำหนักมือที่ลงแรงบีบบนต้นแขนให้เจ็บร้าว แต่หญิงสาวมิได้ปริปากอ้อนวอนหรือร้องขอความเห็นใจจากเขา เว้นเสียแต่คำพูดถากถางที่จงใจเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างสุดจะระงับอารมณ์

ฉันก็ขอบอกให้คุณเลิกทำตัวงี่เง่าเป็นเด็กๆ แบบนี้สักทีเถอะค่ะ เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณดูเป็นเด็กมีปัญหาแล้ว มันยังส่อให้เห็นด้วยว่าคุณไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนจากผู้ใหญ่เลย”

ถึงตอนนี้ธารน้ำทั้งโมโหทั้งโกรธเคืองจนเลิกคิดหน้าคิดหลังไปแล้วว่า การที่เธอยิ่งต่อปากต่อคำกับเขา โดยใช้คำพูดบางคำเสียดแทงใจของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ผลสุดท้ายความซวยทั้งหมดก็หาตกอยู่ที่ใครไม่...

นอกจากเธอผู้เดียว!

แล้วบทสรุปจากน้ำคำที่ทำให้ผู้ชายตัวโตตรงหน้ารู้สึกเจ็บปวดกับอดีตอันขมขื่น ก็ส่งผลให้ความทรงจำที่ไม่น่าจดเอาไว้ในหัวสักเท่าไรนักของเขาเด่นชัดขึ้น ใบหน้าเครียดขรึมฉายแววเศร้าหมอง โดยเฉพาะในดวงตาคมกล้า ทันให้เธอได้เห็นความอ่อนแอลึกๆ ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวเกเร เธอไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้เลยว่าข้างในมันกลวงโบ๋เป็นหลุมลึกเสียขนาดไหน รู้แต่มันคงจะทรมานเจ้าตัวอยู่ไม่น้อย

ภาพในสมองของพระเพลิง มีเพียงเด็กชายเยาว์วัยที่ต้องสู้อดทนกับผู้หญิงใจร้าย ซึ่งมักเที่ยวแสดงออกบอกใครต่อใครว่ารักใคร่เป็นห่วงเป็นใยเขาเสียเต็มประดา แต่ลับหลังกลับดุด่าพูดจากระแนะกระแหนและผลักไสไล่ส่งให้เขาออกไปจากรั้วของคฤหาสน์สัจจะอมรกุลสารพัด จนในที่สุด...สิ่งที่เขาจำได้เกี่ยวกับคำว่าครอบครัวแทบไม่มีหลงเหลืออยู่ในความนึกคิดเลยแม้แต่น้อย

เรื่องที่เขารู้และเข้าใจอย่างแจ่มชัดมาโดยตลอด มีเพียงคำพูดของผู้หญิงใจร้ายที่ว่าเขาคือส่วนเกินที่ไม่มีใครต้องการ เขาถึงต้องเป็นฝ่ายระหกระเหินหนีจากไปไกลอย่างไม่มีทางเลือก

และความปวดร้าวที่เขาเพียรปิดผนึกเอาไว้ก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งโดยผู้หญิงไร้สกุลคนนี้ เมื่อหล่อนพูดแทงใจดำว่าเขาเป็นคนมีปมทางจิตและไม่ได้รับการเสี้ยมสอนดูแลมาเลยสักครั้งจริงๆ เขาถึงได้กลายเป็นคุณชายพระเพลิงเริงโลกันตร์ที่ใครๆ ต่างก็ประณามว่า เด็กนรก ทั้งยังเข็ดขยาด ไม่อยากเข้าใกล้คนพาลอย่างเขา

พระเพลิงหลุบตาลงต่ำ พยายามสลัดความเจ็บปวดรวดร้าวออกจากใจ บาดแผลเรื้อรังที่ไม่เคยได้รับการเยียวยารักษาถูกกรีดออกจนกว้าง หากจะเทียบกับระดับความรุนแรงแล้วละก็ อาการบาดเจ็บของเขาคงอยู่ในขั้นโคม่าเป็นแผลฉกรรจ์ฉีกขาดขนาดใหญ่เลยกระมัง

ท่าทางซึมกะทือลงอย่างกะทันหันของชายหนุ่ม ทำให้ธารน้ำหน้าเสีย มองเขาด้วยแววตาสงสารระคนเห็นใจ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีสีหน้าเศร้าสร้อยจนเห็นได้ชัดแบบนี้เป็นแน่

ที่สำคัญ...มันอาจจะเกิดจากคำพูดที่ไม่ทันยั้งคิดของเธอนั่นเอง

หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ เธอไม่ชอบทำให้ใครต้องเจ็บปวด เพราะความรู้สึกแย่ๆ หลังจากนั้นมันจะคอยรุมเร้าจนเธอข่มตานอนไม่หลับเลยทีเดียว มือบางเอื้อมไปแตะลงบนท่อนแขนของเขาอย่างต้องการจะปลุกปลอบและขอโทษขอโพย

เอ่อ...คุณพระเพลิงคะ ถ้าฉันพูดอะไรแรงเกินไป ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้ง...ใจ

เอามือสกปรกของเธอออกไปเดี๋ยวนี้!” พระเพลิงตวาดกร้าว สะบัดมือแห่งความหวังดีออกจากตัวราวกับขยะแขยงสุดจะพรรณนา ดวงตาลุกวาวโชนแสงจ้องมองเธอยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ยิ่งเธอแสดงออกว่าเป็นคนดีมีเมตตาเท่าไร เขาก็ยิ่งเกลียด!

นายพระเพลิงคนนี้แข็งแกร่ง ไม่ต้องการความดูแลหรือความรักความเห็นใจจากใครทั้งนั้น เพราะชีวิตที่ผ่านมาเขาก็อยู่ตัวคนเดียวได้โดยตลอด ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่เห็นหัวใคร ไม่ยอมให้หน้าไหนมามีอิทธิพลกับใจของเขาอย่างเด็ดขาด...ไม่ยอม!!!

เขาจะต้องต่อต้านหล่อนจนถึงที่สุด ไม่ให้หัวโขนตัวร้ายที่ตนกำลังสวมใส่อยู่ถูกกระชากออก เผยให้เห็นถึงอารมณ์เปราะบางที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันเสียงหัวเราะทับถมที่จะดังเสียดแทงใจเขา

กระนั้นบางสิ่งที่ธารน้ำเห็นว่ามันยังไหวระริกอยู่ในแววตา ก็ทำให้เธอเชื่อมั่นเหลือเกินว่าผู้ชายร้ายกาจตรงหน้ากำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เธอจึงพยายามสงบสติ ไม่ถือโทษโกรธเคืองเขา แล้วค่อยๆ สรรหาคำพูดหวานหูมากล่าวให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น

ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจคุณเลยนะ ฉะ...ฉันเสียใจจริงๆ ค่ะ

เสียใจงั้นเหรอ? พระเพลิงเลิกคิ้วสูง เธอหุบปากไปเลย ไม่ต้องมาแกล้งทำตัวเป็นแม่พระแถวนี้ เห็นแล้วจะอ้วก

ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะคะ หญิงสาวพยายามอธิบายอย่างไม่ลดละ ไม่ได้จะแก้ตัวหรือกลัวความผิด เพียงแต่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องดี หากเธอจะกลายเป็นคนพูดจาใจร้ายทำลายความรู้สึกคนอื่น

ฉันเห็นคุณกำลังเจ็บปวด ฉันเองก็พลอยรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน

ทั้งๆ ที่คิดว่าหากเธอแสดงความจริงใจออกไปให้เขารับรู้ละก็ ปมที่เธอเผลอไปสะกิดจนแผลตกสะเก็ดมีเลือดไหลซึมออกมาอีกครั้งจะส่งผลให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่มันกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม เพราะนอกจากพระเพลิงจะไม่ซาบซึ้งถึงความหวังดีของเธอแล้ว เขายังคิดว่านั่นคือการตอกย้ำทำให้ตนยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก

เขาเกลียดความเวทนาจากทุกๆ คนบนโลกใบนี้ และยิ่งไม่ชอบ หากใครทำตัวเก่งกล้าบุกรุกเข้ามาข้างในพื้นที่ใจของตน โดยเฉพาะกับผู้หญิงตรงหน้าที่ทำเหมือนรู้ดีว่าเขากำลังอ่อนแอขนาดไหน

อารมณ์พาลทำให้เขาเผลอออกแรงบีบท่อนแขนเล็กเสียเกือบจะหักติดคามือ กระทั่งได้ยินเสียงร้อง

โอ๊ย!” ธารน้ำเจ็บร้าวไปทั่วทั้งแขน จนเรียกหยาดน้ำใสๆ ให้ไหลรินลงตกกระทบร่องแก้ม

ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วมุ่นคล้ายกำลังรู้สึกรำคาญ มือหนาค่อยๆ คลายนิ้วออกจากต้นแขนบาง ดวงไฟแห่งความเกรี้ยวกราดที่เคยส่องแสงลุกโชนในแววตาคมอ่อนลงเพียงนิด และถูกแทนที่ด้วยอาการนิ่งสงบผิดแผกจากที่เธอเคยเห็นเขาในยามปกติ

หญิงสาวยกมือลูบต้นแขนปรอยๆ ก่อนจะเคลื่อนขึ้นปาดหยดน้ำตาทิ้งไป เธอจึงทันได้เห็นคนเกเรที่เคยคิดว่าไร้หัวใจรีบเบือนหน้าหนี ราวกับว่าเขากำลังรู้สึกผิดที่เป็นเหตุแห่งความเจ็บปวดของเธอกระนั้นแหละ

ธารน้ำกระพริบตาถี่ๆ หลายครั้ง ไม่แน่ใจนักว่าที่เขายอมอ่อนข้อให้เช่นนี้เป็นเพราะ...น้ำตาของเธอ

มันจะเป็นไปได้อย่างไร คุณชายพระเพลิงเริงโลกันตร์ผู้นี้น่ะเหรอ...แพ้น้ำตา!!!

ก็เมื่อกี้เขายังประกาศโต้งๆ อยู่ต่อหน้าเธอเลยไม่ใช่หรือว่า ถ้าหากขืนเธอยังกล้าขัดใจหรือกล้าต่อกรกับเขา เจ้าตัวจะเล่นงานเธอเสียให้หมอบ แล้วนี่มันเกิดเหตุอาเพศอันใดขึ้นกับพ่อคนแปรปรวนอีกล่ะ...

ยังไม่ทันที่ความสงสัยจะหมดไป จู่ๆ ร่างบางก็เซไปข้างหน้าเล็กน้อย จากมือหนาที่ออกแรงผลักหัวไหล่ของเธออย่างไม่เบามือนัก

รีบๆ ปิดปาก แล้วกลับไปทำงานของเธอต่อซะ คนพูดแทบไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ เขาหันหลังล้มตัวลงนอนอย่างสบายกาย

ธารน้ำยืนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ แต่เธอก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะดูท่าอีกฝ่ายคงไม่ชอบให้ใครไปยุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวของเขามากนัก เธอจึงเตรียมจะหมุนตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อให้เสร็จๆ ไปซะที แต่ขาที่ยกค้างไว้ก็มีอันต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงห้าวทุ้มดังขึ้นอีกคราวเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรออก

อ้อ...มีอีกอย่างที่ฉันเตือนเธอไว้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวเหมือนเมื่อกี้อีกละก็ ควรหัดสงบปากสงบคำไว้บ้าง อย่าเที่ยวสู่รู้หรือทำตัวจุ้นวุ่นวายจนน่ารำคาญอีก เข้าใจไหม?

เสียงทรงอำนาจที่เอ่ยสั่งอย่างเฉียบขาด เหมือนจะเป็นการย้ำเตือนเสียมากกว่าต้องการคำตอบ เพราะหลังจากนั้นเขาก็นอนหันหลังไม่สนใจเธออีกเลย ทำให้ธารน้ำยิ่งบังเกิดความฉงนใจในกิริยาเสแสร้งแกล้งทำที่ช่างบ่งฟ้องเสียเหลือเกินว่า เจ้าตัวกำลังมีความลับในใจอะไรบางอย่างปกปิดซ่อนเร้นเอาไว้...กลัวใครจะรู้

ธารน้ำเชื่อมั่นเหลือเกินว่า มันจะต้องเป็นเรื่องที่มีความเปราะบางทางจิตใจดุจดังแก้วเจียระไน ทำให้เขาไม่กล้าเผยมันออกมา


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



โถถถถถถ 

เห็นคุณชายพระเพลิงเกเร ร้ายกาจสารพัดแบบนี้

แต่ก็มีมุมแอบน่าสงสารเหมือนกันนะคะ

ใครอยากอาสาดามใจพ่อคูณ ต่อแถวเข้ามาเลยค่า ไรฯยินดียกให้

ตอนหน้าหนูน้ำของเราจะโดนคนใจร้ายแกล้งอะไรอีก 

มาตามต่อนะคะ


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น