อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 10. ทำเท่าไหร่...ก็ไม่ชนะ! 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 เม.ย. 60

                                                    
10. ทำเท่าไหร่...ก็ไม่ชนะ! 1/2



ธารน้ำอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีหมองกดกริ่งหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งแต่เช้าตรู่ เตรียมพร้อมแล้วจะมาทำความสะอาดเรือนริมน้ำ ไม่นานนักเธอก็เห็นแป้งร่ำวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาหาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดี ครั้นพอประตูเหล็กบานเล็กถูกเปิดออก น้ำเสียงหวาดหวั่นก็เอ่ยขึ้นทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านใน

น้ำ... สาวใช้ผ่อนลมหายใจอย่างหนักอก ก่อนจะกล่าวต่อ วันนี้อย่าเพิ่งเข้าไปทำความสะอาดเรือนเล็กเลยนะ

ทำไมเหรอคะ? คนฟังเอ่ยถามด้วยความสงสัย

ก็คุณพระเพลิงนอนรอเราอยู่ที่นั่นน่ะสิ

สิ้นคำบอกเล่าของแป้งร่ำ ธารน้ำก็พลันเบิกตากว้าง รับรู้โดยอัตโนมัติว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอบ้าง

“คุณพระเพลิงจงใจมาดักรอ เพื่อหาเรื่องแกล้งน้ำเลยเหรอคะ?”

“ใช่ เธอสั่งให้พี่ขนข้าวขนของบนตึกใหญ่มาอยู่ที่เรือนริมน้ำตั้งแต่เมื่อคืนโน่นแน่ะ”

ทำไมล่ะคะ น้ำไม่ได้ทำอะไรให้เธอไม่พอใจสักหน่อยนี่นา หญิงสาวนิ่วหน้าทบทวน สักพักก็เหมือนจะนึกบางสิ่งขึ้นได้ เอ๊ะ! หรือว่า...

ใช่แล้ว เพราะเรื่องเมื่อวานนั่นละ ไม่ต้องรอให้หล่อนเอ่ยออกมา แป้งร่ำก็รู้ว่าธารน้ำเข้าใจถึงสาเหตุดี

ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตา พานครุ่นคิดหาทางออกอย่างหนักว่า...

จะทำเช่นไรกับคุณชายจอมเฮี้ยวดีหนอ?

ไอ้ครั้นจะเบี้ยวไม่ยอมไปทำงานตามที่แป้งร่ำแนะ ก็อาจจะทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกวันอย่างแน่นอน!

และถ้าเธอคิดจะหลบ มันคงต้องหลีกเขาไปทั้งชาตินั่นแหละ ในเมื่อแป้งร่ำก็เพิ่งบอกอยู่หยกๆ ว่าเจ้าตัวเตรียมการกลั่นแกล้งเธอไว้เป็นอย่างดี ถ้าหากเธอไม่ไป ก็เท่ากับว่าเธอไม่รับงานนี้ ซึ่งนั่นก็หมายถึงเธอต้องคืนเงินที่รับมาจากท่านนายพลทั้งหมดด้วย

แต่เธอไม่เหลือเงินไว้ใช้คืนท่านแล้วน่ะสิ!’

หนทางเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือ...เผชิญหน้ากับพ่อคนเจ้าปัญหาซะ

แม้ใจจะร่ำร้องบอกว่า...ไม่อยากเลยสักนิดก็เถอะ

แต่ชีวิตคนจนอย่างเธอมีตัวเลือกให้เสียเมื่อไหร่กันล่ะ เธอจึงจำเป็นต้องสู้ยิบตา ต้องกัดฟันทนฝ่าฟันอุปสรรคและหาเงินมาจุนเจือเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวให้จงได้

ดังนั้น... แสงแห่งความมุ่งมั่นในแววตาจึงส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดที่เอ่ยออกจากปากอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

น้ำจะไปทำค่ะพี่แป้ง

หา!” ผิดกับคนร้องเตือน ที่กลับเป็นฝ่ายทำตาโต ตกใจ จะดีเหรอน้ำ พี่ว่าเปลี่ยนใจเถอะนะ

ดีค่ะพี่แป้ง หญิงสาวผงกศีรษะแรงๆ ขับไล่ความหวาดหวั่นที่ยังแอบเกาะกินอยู่ในใจ ถึงยังไงน้ำก็ไม่สามารถหนีคุณพระเพลิงไปได้ตลอดชีวิตหรอกค่ะ ถ้ายังงั้นก็สู้แก้ปัญหามันซะตอนนี้เลยดีกว่า แล้วที่สำคัญน้ำไม่สามารถกลับคำกับคุณท่านได้ด้วย ในเมื่อเรารับงานรับเงินจากท่านมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด

โธ่...น้ำเอ๊ย คนรับรู้ถึงเหตุผลร้องครางอย่างอ่อนใจ นึกเวทนาในเคราะห์กรรมของเด็กสาวเป็นนักหนา สาวใช้อารีจึงอดยื่นมือเข้าช่วยเหลือธารน้ำไม่ได้อีกตามเคย แม้จะต้องฝ่าฝืนคำสั่งของคุณชายเจ้าอารมณ์ที่คาดโทษเธอไว้ก็ตามที

 “ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าพี่จะโผล่หน้าไปหาเป็นระยะๆ ก็แล้วกัน เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น จะได้ช่วยกันทัน”

 “ขอบคุณค่ะพี่แป้ง ธารน้ำยิ้มรับ ก่อนจะเดินจากไปปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างคนที่เตรียมตัวเตรียมใจได้แล้วในท้ายที่สุด

        

พระเพลิงนอนเอกเขนกเล่นเกมบนมือถืออยู่ภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่างอย่างสบายอกสบายใจ วันนี้เขามุ่งมั่นตั้งปณิธานกับตัวเองเอาไว้แล้วว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร ก็จะไม่มีวันไปทำงานที่บริษัทของยายแม่มดอีกเป็นอันขาด ไม่ว่าบิดาจะมาไม้ไหน ใช้วิธีข่มขู่สารพัดยังไง เขาก็จะไม่ยอมทำตามท่านอีก แม้นพ่อจะใช้มุกเดิมๆ ที่เคยได้ผลอย่าง ตัดความสัมพันธ์ต่อกัน ก็ตามที

เรื่องอะไรจะต้องทนให้ยายแม่เลี้ยงจอมตลบตะแลงคนนั้นโขกสับเอาด้วยล่ะ ในเมื่อเขาไม่ใช่เด็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว จึงไม่มีเหตุอันใดให้ต้องฝืนใจทำ

ไม่ต้องแคร์หรือสนใจว่าใครจะรู้สึกอย่างไร เพราะใครต่อใครยังไม่เคยนึกเห็นใจเขาบ้างเลย

โดยเฉพาะพ่อ... ที่กล้าตบหน้าเขา ทำให้ยัยแม่มดได้รับความสะใจ

ทั้งๆ ที่ท่านยังไม่ทันถามเขาสักคำด้วยซ้ำว่า ทำไมถึงกล้าประณามผู้หญิงสองหน้าด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเช่นนั้น นั่นก็เพราะว่าหล่อนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เขากล่าวมาทั้งหมดยังไงละ เพียงแต่ผู้เป็นพ่อไม่เคยได้เห็นเบื้องหลังหน้ากากมายาที่หล่อนสวมใส่อยู่ ภายใต้คำเรียกขานตัวมารอย่างเขาเสียสวยหรูว่า ลูก เลยสักครั้ง

ยิ่งคิด ความรู้สึกชิงชังสุดจะบรรยายมันก็แล่นขึ้นจนจุกอก เขาขยะแขยงความรักจอมปลอมที่หล่อนมักแสดงออกต่อหน้าพ่อยิ่งนัก มันจึงเป็นเหตุให้เขาเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดอันแท้จริงออกมาอย่างแข็งกร้าว และก็ถูกบิดาตำหนิติเตียนอย่างโกรธเคือง จนบ่อยครั้งตัวเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า

พ่อรักเขาน้อยกว่าเมีย เพียงเพราะว่าเขาเป็นแค่...

พระเพลิงรีบสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนที่เขาจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ จนพานให้น้ำตาไหลเหมือนครั้งสมัยเด็กๆ เขาโตพอที่จะเรียนรู้ความแข็งแกร่งและไม่อ่อนไหวไปกับเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกแล้ว

แอด...

เสียงบานประตูที่ถูกเปิดออก เรียกความสนใจให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองทันควัน

พระเพลิงดีดกายขึ้นจากพื้นนุ่มบนโซฟาตัวใหญ่ผุดลุกนั่ง นึกว่าบิดาจะมาต่อว่าเรื่องที่เขาทำตัวเกเร ไม่ยอมไปทำงานตามคำสั่งของท่าน

แต่... คนที่ก้าวเท้าเดินผ่านเข้ามา กลับไม่ใช่!

ร่างสูงโปร่งผอมบางปรากฏกายอยู่ต่อหน้าเขา ในมือหล่อนมีไม้กวาดกับที่โกยผงและอุปกรณ์ทำความสะอาดครบครัน ช่างเข้ากันกับเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่และหน้าตามอมแมมราวกับคนใช้เสียจริง

เอ่อ...คือฉันมาทำความสะอาดบ้านให้คุณท่านน่ะค่ะ ธารน้ำรีบออกตัวกันไว้ก่อน เขาจะได้ไม่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมากล่าวหาเธอได้อีก

พระเพลิงเหล่มองท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัวของอีกฝ่าย แล้วก็เหยียดปากออกอย่างขัดใจ

นี่ก็อีกคน...ชอบทำตัวน่าสงสาร เรียกคะแนนความเห็นใจจากคนอื่นดีนัก

ต่อมความหมั่นไส้ของพระเพลิงถูกกระตุ้นให้ลุกโชนได้อย่างง่ายดาย เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวตรงเข้าไปหาหญิงสาวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ ความตั้งใจเมื่อวันก่อนก็แวบเข้ามาในหัวโดยพลัน

จริงสิ... เขาลืมเหตุผลสำคัญที่ย้ายมาอยู่เรือนนี้ไปได้ยังไงนะ

ปึ้ง!!!

เสียงประตูบานที่ถูกเปิดกว้างเอาไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับถูกปิดงับลงสนิท

ขวับ!!!

ธารน้ำรีบหันมองตามมือใหญ่ที่เอื้อมผ่านตัวเธอไปทางด้านหลังทันที กลีบปากอิ่มร้องถามคนตรงหน้าอย่างตื่นตระหนกว่า

ปิดประตูทำไม?

เสี้ยววินาทีที่หญิงสาวหันกลับมา เธอทันได้เห็นเจ้าตัวเขยิบกายเข้ามาใกล้ พลางใช้มือข้างที่เหลือเลื่อนขึ้นยันบานประตูเอาไว้ตรงบริเวณข้างเอวคอดกิ่วของตน ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงทำหน้าที่พิงบานประตูเหนือศรีษะของเธออย่างแน่นหนา ไม่ให้ใครสามารถเข้าออกได้ง่ายๆ เท่ากับว่าเธอจำต้องตกอยู่ในอาณัติของเขาอย่างช่วยไม่ได้

ความใกล้ชิดทำให้สาวใช้คนใหม่ไม่กล้ามองหน้าเจ้านายหนุ่ม เพราะแรงดึงดูดชวนให้หลงใหลของอีกฝ่ายมีมากมายมหาศาลเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้ ธารน้ำจึงเพียงเหลือบตาขึ้นมองปลายคางสากระคายที่อยู่ภายใต้เคราเขียวอ่อนจางๆ เท่านั้น ก่อนที่หูของเธอจะได้ยินเสียงยียวนเอ่ยตอบกลับมาว่า

เธอว่า...ฉันควรจะจัดการกับเหยื่อที่เดินเซ่อซ่าเข้ามาติดกับฉันเองยังไงดีล่ะ?

หัวใจของหญิงสาวแทบจะหยุดเต้น หล่นตุบลงไปกองอยู่แทบเท้า ไม่ใช่เพราะคำพูดแฝงเลศนัยของเขา แต่เป็นปลายนิ้วเรียวยาวที่ม้วนเกี่ยวเส้นผมซอยสไลต์ไล่ระดับของเธออย่างจงใจจะยั่วเย้านั่นต่างหากเล่า

แค่นั้นยังไม่พอ... พ่อเจ้าประคุณยังเลื่อนใบหน้าต่ำลงมาให้อยู่ในระนาบเดียวกับเธอ เหมือนดังจะรู้ทันว่าเธอไม่กล้าสบตาเขาเสียอีก

ผลคือ...ธารน้ำได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหายใจ เพราะจู่ๆ ดวงตาคมลึกก็มาลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

วินาทีนั้นสมองส่วนการรับรู้ของเธอพลันพร่าเลือนไปหมด ความคิดคำนึงต่างๆ ก็หยุดไปเสียดื้อๆ มีเพียงกลิ่นลมหายใจหอมสะอาดจากเรียวปากหยักที่กดลึกเป็นรอยยิ้มหยัน และดวงตาแวววาวพราวระยับของคนเอาแต่ใจเท่านั้นที่เธอสัมผัสได้

ธารน้ำยืนนิ่งอยู่แบบนั้นโดยไม่กล้ากระดุกระดิกไปไหน เพราะกลัวอีกฝ่ายจะยิ่งกลั่นแกล้งเธอหนักมากขึ้น ลำพังแค่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เธอก็แย่พอตัวอยู่แล้ว ขืนปล่อยให้เขายิ่งทำอะไรได้ตามอำเภอใจอีกละก็ ดูท่าว่าหัวใจของเธอคงจะวายตายไปเสียก่อนเป็นแน่

หญิงสาวตัดสินใจฮึดสู้ เธอพยายามสูดลมหายใจ รวบรวมสติสตังให้กลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อเอ่ยปากห้ามปรามเรื่องพิเรนทร์ที่เขากำลังคิดกระทำอยู่ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยคำใดเล็ดลอดออกจากลำคอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน คำตอบทุกอย่างจึงได้เฉลย

คุณพระเพลิงคะ ตื่นรึยังเอ่ย ขอแป้งเข้าไปหน่อยได้ไหมคะ

เสียงคุ้นหูที่ดังลอดผ่านประตูบานไม้เข้ามาภายใน ทำให้ธารน้ำรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง พร้อมกันนั้นก็ได้รู้ถึงเหตุผลอันแท้จริงที่อีกฝ่ายปิดประตูลงด้วย คงเป็นเพราะตอนที่เดินเข้ามาหาเธอเมื่อครู่ เจ้าตัวน่าจะได้เห็นแป้งร่ำเดินตามหลังเธอมาไวๆ เขาเลยต้องหาทางกำจัดตัวช่วยของเธอออกไปซะ เพื่อจะตะครุบเหยื่ออย่างเธอเอาไว้อย่างง่ายดายไม่ให้หลุดมือและไม่มีตัวเกะกะรำคาญใจนั่นเอง

ความเงียบที่ปกคลุมภายใน คงยิ่งทำให้คนข้างนอกอกสั่นขวัญแขวนอยู่ไม่น้อย แป้งร่ำถึงได้เพียรเคาะประตูหลายครั้ง หนำซ้ำสุ้มเสียงที่เอ่ยออกมาก็ฟังดูร้อนรนเป็นอย่างมาก

คุณพระเพลิง แป้งขนผ้านวมจากตึกใหญ่มาให้ค่ะ ขอแป้งเข้าไปหน่อยนะคะ

ธารน้ำได้ยินเสียงก๊อกแก๊กที่น่าจะเกิดจากการที่สาวใช้พยายามเปิดประตูเข้ามา แต่ก็กลับไร้ผล คงเป็นเพราะคุณชายตัวดีได้ทำการลงกลอนไปเรียบร้อยแล้วแน่ๆ

คุณพระเพลิง...อยู่รึเปล่าคะ? สาวใช้ไม่ละพยายาม ตะโกนถามเจ้านายหนุ่มอีกครั้ง เพราะเมื่อครู่เธอยังเห็นธารน้ำเดินผ่านเข้าไปด้านในอยู่หยกๆ เลยนี่นา

คุณพระเพลิงเป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เอ่ยถามอีกครั้งอย่างร้อนใจ

เสียงเงียบกริบเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยจริงๆ สำหรับแป้งร่ำ หล่อนจึงตัดสินใจล้วงหยิบพวงกุญแจที่แอบพกติดตัวมาด้วยออกจากกระเป๋ากางเกง เตรียมจะไขประตูทันที

“แป้งจะไขประตูเข้าไปแล้วนะคะ

แก๊กๆๆๆ

สาวใช้บิดหมุนกุญแจกลับไปกลับมาเพื่อปลดสลัก แต่ก็ไม่สามารถเปิดมันได้สำเร็จ หล่อนจึงมั่นใจเป็นนักหนาว่าจะต้องมีคนอยู่ข้างในอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วกลอนประตูจะล็อคจากด้านในได้ยังไงกัน?

คุณพระเพลิง.... เป็นครั้งที่ห้าที่เธอตะโกนร้องเรียกชื่อผู้เป็นเจ้าของเรือน เสียงห้าวทุ้มจึงตะโกนกร้าวกลับมาอย่างรำคาญ

ไปให้พ้น!”

แต่ว่าแป้งขนผ้านวมมาให้... เสียงอ่อยๆ ของคนสีหน้าเจื่อนยังไม่ทันจะพูดจบ คนที่คร้านจะฟังก็สวนกลับทันควัน

ไม่ต้องมายุ่ง!”

แต่.....

ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”

คราวนี้เสียงที่แผดออกมาดังลั่น จนสองสาวต่างวัยผวาเฮือกไปตามๆ กัน โดยเฉพาะคนยืนอยู่ด้านในที่ได้เห็นดวงตาลุกวาวและใบหน้าบูดบึ้งของคนถูกขัดใจชัดๆ ถึงกับใจหายใจคว่ำไปหลายรอบ พลันให้นึกวิตกขึ้นมาว่าหากแป้งร่ำยังคงทู่ซี้ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ยอมไปไหนละก็ คงไม่แคล้วได้ถูกยักษาซาตานบดบี้มดงานอย่างหล่อนจนไม่เหลือซากเป็นแน่แท้ แล้วตัวเธอเองก็จะต้องผิดบาปมากขึ้น โทษฐานที่เป็นต้นเหตุของเรื่องเลวร้าย

และเพื่อมิให้สาวใช้ผู้อารีต้องพลอยซวยติดร่างแหไปด้วยเหมือนครั้งก่อน เธอจึงจำใจต้องพูดปดว่า

พี่แป้งคะ...น้ำอยู่นี่ คุณพระเพลิงเธอไม่ได้ทำอะไรน้ำหรอกค่ะ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง น้ำดูแลตัวเองได้

น้ำ!” แป้งร่ำเรียกขานเด็กสาวอย่างโล่งอก โชคยังดีที่ได้ยินเสียงเจ้าตัวตอบกลับมา แต่ถึงกระนั้นความหวาดหวั่นก็ยังไม่จางหาย เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับหล่อนต่อจากนี้ เพราะเชื่อขนมกินได้เลยว่าคุณชายจอมเกเรของเธอจะต้องมีแผนแกล้งธารน้ำอย่างหนักอยู่แน่ๆ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ล็อกประตูซะแน่นหนา และไม่ยอมให้ใครกล้ำกรายเข้าไปช่วยเหลือหล่อนง่ายๆ แบบนี้หรอก

น้ำ...พี่ว่าเราทำคนเดียวไม่ไหวหรอก ออกมาเปิดประตูให้พี่หน่อยเถอะ เดี๋ยวพอพี่เอาผ้านวมไปวางให้คุณพระเพลิงเรียบร้อยแล้ว พี่จะได้ช่วยหยิบจับทำความสะอาดให้เสร็จไวๆ ไง แป้งร่ำพยายามหาทางช่วยอย่างไม่ยอมแพ้ จวบจนได้ยินเสียงทุบประตูดังขึ้น

ตึง!

สาวใช้จึงสะดุ้งสุดตัว ยิ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงเกรี้ยวกราดตวาดผ่านบานประตูออกมาด้วยแล้ว เธอก็แทบจะปล่อยโฮออกมาเสียเดี๋ยวนั้น

ยายแป้งร่ำ! ถ้าเธอยังกล้าสะเออะยืนอยู่ตรงนี้อีกแค่วินาทีเดียวละก็ ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากบ้าน

เงียบ... คราวนี้ไม่มีเสียงตอบอันใดจากคนที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านนอก

ดังนั้น...คนกลางที่ไม่ต้องการเห็นความเดือนร้อนของผู้หวังดี จึงเป็นฝ่ายปริปากบอกให้สาวใช้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี อย่าคิดเอาเรือมาขวางทางน้ำเชี่ยว เพราะดีไม่ดี หล่อนอาจจะเจ็บตัวฟรีเสียเปล่าๆ

พี่แป้งกลับไปทำงานของพี่ตามปกติเถอะค่ะ ตรงนี้น้ำจัดการเองได้ เชื่อน้ำนะคะ

น้ำแน่ใจนะ เสียงของแป้งร่ำที่ลอดกลับมาเบาจนเกือบจะเป็นกระซิบถาม

แน่ใจค่ะ เรื่องแค่นี้เอง สบายมาก ธารน้ำยืนกรานอย่างหนักแน่น ผิดแผกจากแววตาหวาดวิตก

แป้งร่ำถอนหายใจอย่างจนปัญญา เพราะถึงเธอจะเซ้าซี้ยืนอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา แถมตัวเธอเองนั่นแหละอาจจะต้องกระเด็นออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้แทน อีกอย่างเจ้าตัวก็ยืนยันกับเธอแล้วว่าเอาอยู่ ฉะนั้นเธอก็ควรจะเชื่อใจธารน้ำมิใช่หรือ...

งั้นก็ตามใจน้ำแล้วกัน พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ” สาวใช้ตัดสินใจถอยหลังเดินออกมาในที่สุด

เสียงฝีเท้าแผ่วๆ ที่ห่างไกลออกไปทุกที ทำให้ธารน้ำค่อยๆ ผ่อนลมอย่างเบาใจ นึกขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่ช่วยดลจิตดลใจไม่ให้แป้งร่ำต้องมาพลอยเดือดร้อนเพราะตน ก่อนจะแหงนหน้ามองผู้ชายที่ยังยืนจังก้าอยู่อย่างเอือมระอา

แค่นี้ คุณคงพอใจแล้วนะคะ เธอกล่าวประชด แต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่ แล้วหมุนกายเดินไปลากเก้าอี้ไม้สักแบบเอนนอนได้ที่ตั้งอยู่ข้างๆ โซฟามาขวางลำไว้ตรงหน้าประตู ริมฝีปากบางหยักเหยียดสั่งการเธอทันทีว่า

มัวยืนเซ่ออยู่ทำไม...ไปทำงานสิ

ทว่า...คนโดนดูถูกกลับไม่ยอมขยับกาย แต่หันมาจับจ้องเจ้าตัวแทน พลางเอ่ยปากถาม

คุณลากเก้าอี้มาตรงนี้ทำไมคะ?

ก็เอาไว้กันพวกหนีกลับก่อนเวลาไงละ

หมายความว่ายังไงคะ? เธอถามอีกครั้งด้วนสีหน้าเรียบเฉย แต่เปี่ยมไปด้วยแววไม่พอใจอย่างเด่นชัด ก็ดูเขาพูดเข้าสิ ทำยังกับเธอเป็นพวกโจรป่าห้าร้อยที่จ้องแต่จะขโมยสมบัติพัสถานของเขาอย่างนั้นแหละ

เฮอะ! ใครจะไปรู้ล่ะ ตัวช่วยของเธอมันเยอะนักนี่ ดีไม่ดี เดี๋ยวยายแป้งร่ำมาร้องเรียกอีก เธออาจจะเหวี่ยงไม้กวาดทิ้ง แล้วก็วิ่งผละจากไปไม่ยอมทำงานก็ได้พระเพลิงเบะปากด้วยความหมั่นไส้

หนอย! แกล้งทำตัวเป็นหงิมๆ ติ่มๆ ไม่มีพิษมีภัย แต่ที่จริงก็แอบร้ายไม่ใช่เล่นแบบนี้นี่เอง คนอื่นๆ ถึงได้พากันเห็นเขาเป็นปีศาจร้ายคอยแต่จะกลั่นแกล้งรังแกหล่อนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เขาก็แค่เย้าแหย่นิดๆ หน่อยๆ  แค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้นเอง

คุณพระเพลิง!” ธารน้ำแหวเสียงเขียวที่เขาทำเหมือนดูถูกศักดิ์ศรี ด้วยการกล่าวหาว่าเธอเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ

ฉันไม่ใช่คนขี้เกียจและไม่มีวันทำอย่างที่คุณพยายามจะใส่ความฉันเด็ดขาด เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาคุมขังเหมือนกับฉันเป็นนักโทษแบบนี้หรอกคะ

อย่ามาทำเป็นพูดดี ขนาดแค่กล้วย เธอยังกล้ามาลักเอาไปซึ่งๆ หน้าเล้ย แล้วเรื่องอะไรจะให้ฉันมาไว้ใจหัวขโมยแบบเธอละ

คนอย่างคุณนี่มัน...

ธารน้ำไม่รู้จะเปรียบความงี่เง่าของเขากับสิ่งใดดี เธอเลยได้แต่ยืนกำหมัด ขบกรามแน่น พยายามสะกดกลั้นความกรุ่นโกรธเอาไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะระบายมันทิ้งด้วยการสะบัดหน้าหนี แล้วเดินผ่านเขาไปอย่างไม่แยแส

ในขณะที่คนซึ่งน่าจะออกอาการฉุนเฉียว เพราะถูกหญิงสาวกระบึงกระบอนหัวเสียใส่ กลับเพียงมองตามแผ่นหลังของหล่อนไปเท่านั้น สายคาคมกริบเปี่ยมแววรื่นรมย์ ยามเมื่อบอกกับตัวเองว่า

อีกไม่นานหรอก เธอจะได้รู้ว่า... ไม่ควรริอ่านมางัดข้อกับคนอย่างฉันเลย!’


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



แอร๊ยยย >.,< นี่แค่เกริ่นๆเท่านั้นนะคะ

คุณชายพระเพลิงยังอ่อยนางเอกของเราเบอร์แรงขนาดเน้

แล้วตอนต่อไปล่ะ...ตอนต่อไป?

พ่อคูณจะยั่วหนูน้ำของเราๆ จนเลือดพุ่งขนาดไหน

มาตามต่อกันนะคะ


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

19 ความคิดเห็น