อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 7. แรงงานหญิง 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มี.ค. 60

                                                         7. แรงงานหญิง 2/2



พระเพลิงเดินเท้าออกมาจนถึงกลางซอยด้วยเหงื่อโทรมกาย ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าระยะทางที่ทอดตัวยาวออกไปปากทางนั้นจะไกลสิบขนาดนี้ เพราะปกติเขาเคยแต่เหยียบคันเร่งเพียงอย่างเดียว แค่ไม่กี่นาทีรถสปอร์ตคันหรูก็ทะยานพาเขามาถึงบ้านอย่างรวดเร็วทันใจแล้ว

ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองหาปากซอย แต่จนแล้วจนรอดเขากลับไม่เห็นวี่แววของถนนใหญ่เลยสักนิด สองขาเหนื่อยล้าจึงหยุดอยู่กับที่ สองตาก็เริ่มมองหารถรับจ้างที่อาจจะแวะผ่านออกมาบ้าง แต่ถนนทั้งสองเลนกลับมีแต่รถเก๋งส่วนตัวขับสวนกันขวักไขว่เพียงเท่านั้น คนได้รับความสบายจนเคยตัวเลยยิ่งพานหงุดหงิดหัวเสียไปซะทุกสิ่ง

ระหว่างที่พระเพลิงกำลังสองจิตสองใจว่าจะเดินต่อไป หรือจะล้มตัวลงนั่งหยุดพักเอาแรงให้หายเหนื่อยเสียก่อนดี ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มีหญิงชราร่างท้วมนั่งซ้อนท้ายมาด้วยคันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้า ผู้โดยสารค่อยๆ ก้าวขาลงจากรถ แล้วเดินมายื่นเหรียญสิบบาทให้แก่คนขับเป็นค่าจ้าง

สวรรค์ทรงโปรด เขาเจอทางรอดแล้ว

พระเพลิงร้องบอกตัวเองอย่างลิงโลดในความโชคดี ที่จู่ๆ ก็มีราชรถพร้อมพลขับมาเกยถึงที่ เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินลากขาออกไปขึ้นรถเมล์ยังหน้าปากซอยให้เมื่อย ความมากเรื่องของหนุ่มสุดโก้จึงถูกพับเก็บไปโดยฉับไว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะกล้านั่งไอ้เศษเหล็กหุ้มกระดูกคันนี้ได้

ร่างสูงใหญ่ไม่รอช้ารีบสาวเท้าพรวดเดียวก็กระโดดขึ้นไปนั่งเบาะหลังด้วยความว่องไวต่อจากหญิงชรา พร้อมทั้งออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจว่า

น้องๆ ไปบริษัทวณิชย์โสภณตรงถนนสุขุมวิทที

สารถีปริศนาที่สวมหมวกกันน็อกแบบปิดหน้ากระจกสีชาเอาไว้ หันขวับมามองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนเสียงหวานๆ จะดังขึ้น

หาคันอื่นเถอะค่ะ ฉันไม่วิ่งไปไกลขนาดนั้นหรอก

คิ้วหนาเข้มขมวดลงทันที เมื่อรับรู้ว่าคนเบื้องหน้าเป็นหญิง หาใช่ผู้ชายอย่างที่ตนคิดไว้ไม่ เพราะเขาแค่แปลกใจ ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนกล้ามาขี่รถรับจ้างแบบนี้

เลือกงานด้วยเหรอ? ริมฝีปากหยักลึกกดลงคล้ายจะหยัน งั้นเอาแบบนี้ ถ้าเธอขี่รถไปส่งฉันแค่รอบเดียว ฉันให้เธอห้าร้อยเลย ดีกว่ามานั่งขี่วนรับคนทีละสิบยี่สิบบาทถมเถไป

ไฮโซหนุ่มจัดแจงต่อรองราคาเสียสูงลิ่ว เพราะคิดว่าอย่างไรซะคนจนก็ต้องแพ้น้ำเงินอยู่วันยังค่ำ

ฉันไม่ได้เลือกงาน คนขับพยายามบอกอย่างใจเย็น แต่ฉันไม่มีใบขับขี่ ขืนออกไปไกลขนาดนั้นละก็ได้ถูกตำรวจจับกันพอดี

ไม่มีใบขับขี่!” คราวนี้คนที่แปลกใจกลับกลายเป็นคนนั่งซ้อนท้าย เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดมาจริง ก็เท่ากับว่าหล่อนเป็นพวกคนเถื่อนนอกรีตที่ชอบทำผิดกฎหมายน่ะสิ

แล้วเธอมาขับรถรับคนได้ยังไงล่ะ!? เขาหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ไว้ใจ นึกอยากจะเห็นหน้าค่าตาของคนทำผิดใจกล้าขึ้นมาตงิดๆ ผู้หญิงประเภทกันไหนนะที่กล้ามาทำงานขับรถรับจ้างทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีใบขับขี่

ทันเท่าความคิด มือหนาจึงเอื้อมไปปลดสายรัด แล้วดึงหมวกกันน็อกออกจากศีรษะของสาวร่างบางด้วยความว่องไวทันที!

อ๊ะ! ทำอะไรน่ะ? กว่าหญิงสาวจะทันรู้ตัวก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อแสงแดดแรงจ้าตกกระทบลงบนดวงหน้างามโดยไม่มีสิ่งใดปกปิด

ฝ่ายคนอยากรู้ก็แทบช็อก! เมื่อใบหน้าละมุนที่ปรากฏแก่เขานั่นคือ หญิงสาวคนเดียวกับคนที่ตนกำลังนึกเข่นเขี้ยวอยู่

แม่ยาจก!” พระเพลิงเรียกขานอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

ฉันมีชื่อเรียกนะคะ กรุณาอย่ามาเปลี่ยนชื่อที่พ่อกับแม่ของฉันอุตส่าห์ตั้งให้เลยค่ะ ธารน้ำเอ่ยต่อว่า

ก็ได้ เขายักไหล่ไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างยียวน แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ?

พระเพลิงเพียรพยายามเก็บงำความอยากรู้เอาไว้จนมิดชิด เพื่อที่เจ้าตัวจะได้ไม่นึกเคลือบแคลงสงสัยว่าเขากำลังสนใจแม่สาวอวดเก่งคนดีของท่านนายพลขึ้นมานิดๆ เสียแล้ว หลังจากตนได้ชิมรสหมัดหนักๆ เข้าตรงปลายคางจนเต็มรักเมื่อวันก่อน

 “เอาหมวกของฉันคืนมา แล้วคุณก็ลงไปจากรถฉันได้แล้ว คนถูกถามไม่ยอมตอบ แถมยังหันมาไล่เขาโต้งๆ ด้วยสีหน้าง้อง้ำไม่พอใจ

บอกชื่อของเธอมาก่อนสิ แล้วฉันถึงจะคืนให้ คนเอาแต่ใจเอ่ยต่อรองอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะนึกสนุก อยากจะแกล้งหยอกเหย้าแม่สาวใจกล้าให้อารมณ์เบื่อๆ เซ็งๆ ก่อนหน้านี้ได้รับการระบายออก

ทำไมคะ คุณจะไปขุดประวัติต้นตระกูลของฉันขึ้นมาแก้แค้นเรื่องที่ฉันชกหน้าคุณเมื่อวานรึไง? ธารน้ำย้อนถามกลับเสียงเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยแววประชดประชัน

รู้ด้วย!? ใบหน้าหล่อเหลาแกล้งทำตาโตอย่างแปลกใจ ช่างเป็นพัฒนาการความฉลาดของคนจนเสียจริง

แล้วคนพูดก็เปล่งเสียงหัวเราะที่น่าเกลียดเหลือทนออกมาเสียดแทงใจคนได้ยิน

ถึงฉันจะจน แต่ฉันก็มีความเป็นคนไม่แตกต่างอะไรไปจากคุณหรอกนะคะ หญิงสาวเอ่ยเสียงเข้ม

โอ้! น่าประทับใจจริงๆเสียงร้องอุทานอันโอเว่อร์ดังขึ้นอีกคราว ครั้งนี้มันมาพร้อมกับเสียงปรบมือดังแปะๆๆ นี่ฉันเพิ่งจะได้มีโอกาสเห็นเกียรติยศของคนจนเป็นครั้งแรกนะเนี่ย

ท่าทางยั่วเย้าช่างยียวนกวนประสาทนั้นบ่งบอกให้ธารน้ำรู้ว่า เจ้าตัวมิได้สำนึกในสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด หญิงสาวจึงยิ่งบันดาลโทสะมากขึ้น เธอเค้นเสียงกล่าวตักเตือนคนนิสัยไม่ดีด้วยท่าทีที่เพียรให้สุขุมว่า

อย่าทำให้ฉันหมดความอดทนไปมากกว่านี้นะคะคุณพระเพลิง!”

ทำไม เธอจะทำอะไรฉันได้... ฮึ? ดวงตาคมหรี่มองเสี้ยวหน้าคนข่มขู่ด้วยใบหน้าเรียบตึงขึ้นมาทันควัน

มีแต่เขาเพียงคนเท่านั้นที่สามารถขู่เข็ญใครต่อใครก็ได้ แต่...

ห้าม!!! ทุกคนปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้เป็นอันขาด

ดังนั้น...คนที่คิดจะเล่นงานชายหนุ่มจึงกลับเป็นฝ่ายที่รู้สึกเหมือนถูกไล่ต้อนเสียเอง

ธารน้ำเองก็เข้าใจดีว่าหากเธอยังคงต่อปากต่อคำกับคนพรรค์นี้ ยิ่งเท่ากับเป็นการต่อความยาวสาวความยืดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อาจจะส่งผลให้ชีวิตอันสุขสงบเรียบง่ายของเธออับปางลงจากฝีมือของพ่อจอมยุ่ง เอาแต่ใจ อีกทั้งยังเจ้าอารมณ์อย่างนายพระเพลิงโดยไม่ต้องสงสัย

และทั้งที่รู้อย่างนั้น... แต่ปากน้อยๆ ก็ยังคงเชือดเฉือนอีกฝ่ายกลับไปโดยไม่ลดละว่า

ฉันก็จะไล่คุณลงไปจากรถฉันไงละ ออกไปได้แล้ว และก็เอาหมวกของฉันคืนมาด้วยกายเล็กเอี้ยวตัวกลับ ท่อนแขนเรียวพลางยื่นออกมาหมายจะคว้าสิ่งของตนกลับคืน

ไม่คืน!” แต่คนรู้ทันก็ชิงชูมือขึ้นสูงจนหญิงสาวเอื้อมไม่ถึง บอกแล้วไงว่าฉันต้องได้รู้ชื่อเธอก่อน

ชื่อฉันมันสำคัญนักหรือไง? ธารน้ำแหวใส่เขาอย่างสุดจะทน

ไม่สำคัญ!” พระเพลิงเหยียดปากตอบ

แล้วคุณจะอยากรู้ไปทำไม? เธอมองค้อนชายหนุ่มตาเขียวปัด พลางกระแทกเสียงถามอย่างฉงนใจ

ก็ไม่ทำไม เจ้าตัวลอยหน้าบอกอย่างยั่วเย้า แค่อยากรู้เอาไว้ประดับบารมี มีปัญหาอะไรไหม?

คุณมันคนบ้าบอ! โรคจิต!” ธารน้ำเลยหลุดคำสบถออกมาอย่างเหลืออด เพราะไม่สามารถจัดการอะไรกับพ่อคนเจ้าปัญหาได้ เธอจึงตัดสินใจรีบๆ บอกชื่อตัวเองออกไปให้หมดเรื่อง เพื่อที่จะได้ไปทำมาหากินต่อเสียที ขืนมัวแต่นั่งทะเลาะอยู่กับเขาตรงนี้ มีหวังคนที่บ้านเธอคงได้กินแกลบกันหมด

ธารน้ำ คนตอบบอกเสียงห้วน พลางหันหน้ากลับมองตรงเหมือนเดิม

ตั้งชื่อแปลก พระเพลิงเหยียดปากออกอีกครั้ง ทำไมไม่ตั้งชื่อว่าทานข้าวหรือดื่มน้ำไปเลยล่ะ?

ทันทีที่ชายหนุ่มจงใจตีรวนหาเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ชื่อเสียงเรียงนามของหล่อนอย่างเละเทะเสร็จ ขีดสุดความอดทนของธารน้ำจึงขาดผึงลง ณ วินาทีนั้น

ลงจากรถของฉันไปเลย คุณพระเพลิง เสียงตวาดแว้ดดังขึ้นอย่างสุดกลั้น พร้อมกับใบหน้างามที่ตวัดกลับมาทำตาเขียวใส่

อย่ามาขึ้นเสียงไล่ฉันนะ!” คนฟังตะคอกกลับ ยังคงนั่งนิ่งเฉย ไม่ยอมขยับไปไหน

ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อฉันบอกเรื่องที่คุณอยากรู้นักหนาไปแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันอีก คุณจะยอมคืนหมวกแล้วลงไปจากรถของฉันดีๆ หรือจะต้องให้ฉันเรียกตำรวจคะ? ธารน้ำงัดไม้เด็ดขึ้นมาออกปากไล่เขาอย่างไม่ไว้หน้า พลางคิดมุ่งมั่นว่า

เป็นตายร้ายดียังไง เธอจะขอสู้หัวชนฝากับเขาดูสักตั้ง

ก็เอาสิ เรียกมาเลย คนฟังร้องท้าเหยงๆ หนำซ้ำยังเอ่ยปากเล่นงานคนมีชนักกลับบ้าง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ระหว่างผู้โดยสารธรรมดาอย่างฉันกับคนขับรถเถื่อนอย่างเธอ ใครจะต้องเข้าไปนอนในคุกก่อนกัน

แล้วสิ่งที่เขาข่มขวัญก็ได้ผลดีเกินคาด แม่ยาจกสาวถึงกับหน้าซีดเผือดลงทันตา เพราะกลัวความผิดที่หล่อนอาจได้รับ คนใจร้ายเลยยิ่งตอกย้ำให้เจ้าตัวรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ว่ายังไงล่ะ หรือจะให้ฉันไปช่วยเรียกตำรวจมาแทนพระเพลิงบอกอย่างเป็นต่อ

......... เมื่อเจอมุขนี้ของชายหนุ่มเข้า ธารน้ำเลยถึงกลับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

คนนึกกระหยิ่มยิ้มย่องเลยถือโอกาสตอนหญิงสาวกำลังสับสนมึนงงอยู่นี้ รีบเอาหมวกกันน็อกสวมกลับคืนบนหัวหล่อน จากนั้นก็สอดแขนอีกข้างที่ว่างเข้าตรงบั้นเอวคอดกิ่วของธารน้ำอย่างว่องไว ก่อนจะเอ่ยสั่งหล่อนเสียงเข้ม

เอาละ รีบๆ ขับรถไปส่งฉันได้แล้ว

อ๊ะ! อะไรกันเนี่ย คุณจะทำอะไรน่ะ!?คนไม่ทันตั้งตัวจึงส่งเสียงร้องโวยวาย พยายามดิ้นรนสะบัดกายบิดซ้ายทีขวาที เพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของผู้ชายตัวโตทางเบื้องหลัง

ไม่ต้องวี้ดว้ายให้มันมากนัก ฉันแสบแก้วหู พระเพลิงพูดอย่างรำคาญ รีบๆ สตาร์ทรถซะทีสิ

แต่ฉันไปส่งคุณไม่ได้จริงๆ นะคะ เห็นใจฉันเถอะ คราวนี้ธารน้ำหันมาใช้ไม้นวมบ้าง พยายามอ้อนวอนเขา

ไม่รู้ละ อย่างน้อยๆ เธอก็ต้องไปส่งฉันหน้าปากซอยก่อน เพราะฉันจะไม่ยอมเดินไปกลางแดดเปรี้ยงๆ แบบนี้เด็ดขาดคนเจ้าปัญหาเน้นย้ำจุดยืนเดิมของตน แต่แอบผ่อนปรนระยะทางให้หญิงสาวนิดหน่อย

หา! มีอย่างนี้ด้วยเหรอคะ? พอได้ฟังคำพูดเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ธารน้ำเลยถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา

มี! เธอจะให้คนอย่างฉันมาเดินกรำแดดร้อนๆ เหมือนกับกรรมกรแบบเธอได้ยังไงกัน? คุณหนูตกยากบ่นอิดออด

ก็ถ้าไม่อยากเดิน แล้วทำไมคุณถึงไม่ขับรถออกมาล่ะคะ? หญิงสาวเลยประชดกลับด้วยความหมั่นไส้

ถ้าเอาออกมาได้ก็ดีน่ะสิ พระเพลิงบอกอย่างเข่นเขี้ยว ยังอดเจ็บใจบิดาของตนไม่หาย

ช่างเถอะ เธออย่ามัวถามมากอยู่เลย รีบขับรถออกไปส่งฉันหน้าปากซอยซะทีสิ นั่งอยู่ตรงนี้นานๆ ฉันร้อนจะตายอยู่แล้วแล้วคนขี้โมโหก็เอ่ยตัดบท เพราะไม่อยากจะเสียอารมณ์มากไปกว่านี้

คนที่โดนฤทธิ์เดชของพ่อเจ้าประคุณเข้าให้จึงได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะใส่หมวกเข้าที่ แล้วหันกลับมาสตาร์ทรถตามคำสั่ง ในใจก็คิดอย่างปลงๆ

ถือซะว่าช่วยพ่อจอมวุ่นวายเอาบุญก็แล้วกัน

ธารน้ำบิดคันเร่ง ก่อนจะขับขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ป้ายรถประจำทางหน้าปากซอยใหญ่ เพื่อรีบไปส่งคุณชายผู้ตกระกำลำบาก ไม่สามารถเดินเท้าท่ามกลางแสงแดดแผดเผาอย่างที่ตัวเธอนั้นคุ้นชินได้ แล้วหลังจากนี้เธอก็จะหมดเวรหมดกรรมกับพ่อคนเจ้าปัญหาเช่นเขาเสียที!

จับแน่นๆ นะคะ ฉันจะซิ่งละ เธอหันมาเตือนคนข้างหลัง ในขณะที่เพิ่มความเร็วรถ จึงเปิดช่องทางให้คนชอบยั่วเย้าโอบกระชับวงแขนเข้ากับหน้าท้องแบนราบแนบแน่นยิ่งขึ้น

เอ๊ะ!” คนที่รับรู้ได้ถึงสัมผัสแปลกๆ จึงก้มลงมองดูอุ้งมือขยุกขยิกด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันมาเล่นงานพ่อตัวดีทันควัน

อย่ามาเอาเปรียบฉันแบบนี้นะคุณพระเพลิง!” คนขับร้องเตือน ในขณะที่สายตาจับจ้องอยู่กับทางข้างหน้า

เอาเปรียบอะไร ไหนพูดมาซิ? เจ้าตัวแกล้งทำไขสือ

ก็ไอ้ที่คุณกำลังกอดฉันอยู่แบบนี้น่ะสิ เขาไม่เรียกว่าเอาเปรียบยังไงไหว ธารน้ำเอ็ดเสียงเขียว

ก็ใครใช้ให้เธอขับรถเร็วล่ะ? 

อีกฝ่ายโบ้ยใบ้ว่าเป็นความผิดของเธอซะอย่างนั้น แถมเจ้าตัวก็ไม่พูดเปล่า ยังแกล้งยกคางเกยหัวไหล่มน ส่วนท่อนแขนแกร่งก็กอดรัดร่างบางให้แน่นแฟ้นเข้าไว้ อีกทั้งจงใจเลื่อนฝ่ามือขึ้นสูงจนมันเกือบสัมผัสฐานทรวงอกนุ่มหยุ่นของพลขับสาวได้อย่างถนัดถนี่

อ๊ะ!” ธารน้ำหวีดร้องเสียงหลง สองมือที่ใช้บังคับรถก็สั่นพร่าแทบจะบังคับแฮนด์ไม่อยู่ จนกระทั่งตัวรถเกิดเสียหลักซวนเซไปนิดหนึ่ง ธารน้ำจึงได้ชะลอความเร็ว

หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณพระเพลิง! แล้วก็เอามือของคุณออกไปจาก... ตะ... ตรงนั้นด้วย

น้ำเสียงตะกุกตะกักแสดงให้คนเจนจัดรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า เธอกำลังขัดเขินเขาปานใด?

และมันก็ทำให้พระเพลิงรู้สึกพออกพอใจที่จะหยอกเย้าเจ้าตัวมากขึ้นไปอีก

อยากรู้นักว่าถ้าเขามาไม้นี้ หล่อนจะแก้ลำกลับยังไง?

ตรงไหนล่ะ? เขาถามกลับหน้าตาย

ก็ตรงที่คุณกะ... กำลัง... แต๊ะอั๋งฉันอยู่นี่ไง ธารน้ำกลั้นใจบอกด้วยความอับอาย

คนอย่างฉันนี่น่ะเหรอจะแต๊ะอั๋งเธอ สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า? คนข้างหลังถามกลับอย่างหมั่นไส้

ถ้าไม่ใช่ คุณก็รีบเอามือออกไปสิ

จะเอาออกได้ยังไง ถ้าขืนฉันปล่อยมือ แล้วเกิดตกรถลงไปตายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ คนเหลี่ยมจัดแนบหน้ากระซิบถามชิดริมกกหูของเธอ พร้อมกับเป่าลมหายใจร้อนผะเผ่ารดผิวเนื้อแดงฝาดตรงซอกคอสาวน้อยอย่างหยอกเอิน

อย่ามาแกล้งทำเป็นปอดแหกไปหน่อยเลย ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้กลัวจริงๆ หรอก ธารน้ำแบะปากใส่พ่อคนดีดดิ้นด้วยความน่าหมั่นไส้สุดคณา เพราะฉะนั้น รีบๆ เอามือของคุณออกไปเดี๋ยวนี้

ทว่ามีหรือที่คนแสนเอาแต่ใจจะฟังเสียง นอกจากเขาจะไม่ทำตามที่หล่อนบอกแล้ว พระเพลิงยังแสร้งซุกซบใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นเป็นการท้าทายเสียอีก

อุ๊ย!” คราวนี้คนถูกหยอกเย้าด้วยความวาบหวามถึงกับออกอาการขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง น้ำเสียงสั่นหวิวก็ละล่ำละลักร้องห้าม นี่! หยุดนะคุณพระเพลิง เดี๋ยวรถคว่ำ!”

ทำไมล่ะ? คนตัวสูงหรี่ตาถามอย่างเจ้าเล่ห์ หรือว่าพออยู่ใกล้ๆ ฉันแล้วเธอเกิดหวั่นไหว?

บ้าน่ะสิ ใครจะไปพิศวาสคนอย่างคุณลง

แม้จะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่นวลแก้มของคนพูดกลับมีสีแดงระเรื่อขึ้น คนฟังเลยไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมาอีก เพราะเจ้าตัวนั้นหลงติดอยู่ในวังวนแห่งความเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินจำเริญใจที่ว่า

แปลกจริง... กลิ่นตัวคนจนมันน่าจะเหม็นสาบอย่างที่เขาคิดไว้สิ?

แต่นี่... ผิวกายของหล่อนทำไมถึงได้นุ่มนิ่ม หอมละมุนติดจมูกนักนะ

หอม! จนทำให้เขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่า... เขากำลังหลงใหลมัน

พระเพลิงไล้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูไปตามไรผมเรื่อยๆ ด้วยความเผลอไผล พลันสายตาก็เพิ่งจะได้สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มจึงร้องถามสาวร่างบางทันที

ทำไมผมของเธอมันถึงได้หดสั้นจุดจู๋เหลือแค่นี้ล่ะ เมื่อวานยังยาวสลวยอยู่เลยแท้ๆ

หากธารน้ำฟังไม่ผิดละก็ เธอคิดว่าตัวเองสามารถจับกระแสเสียงแห่งความไม่พอใจของเจ้าตัวได้นิดๆ

ถามแปลกๆ ฉันก็ตัดมันออกน่ะสิคะ หญิงสาวตอบกลับอย่างงงๆ พลางชะลอความเร็วรถลง เมื่อเห็นปากทางใหญ่อยู่ไม่ไกลนัก

ตัดทำไม? คนที่ยังติดใจถามกลับอย่างเอาเรื่อง

ก็มันร้อน แถมยังเกะกะเวลาฉันทำงานอีก หญิงสาวตอบปัดไปอย่างรำคาญ ก่อนจะหักมอเตอร์ไซค์เข้าจอดสนิทชิดริมฟุตบาทใกล้ป้ายรถเมล์

ถึงแล้วค่ะ ธารน้ำสะบัดเสียงบอก พร้อมกับปล่อยมือจากแฮนด์รถ เพื่อหันมาแกะมือกาวที่กำลังรวบเอวเธอไว้อย่างแน่นหนา ให้หลุดออกจากกันได้เป็นผลสำเร็จ

ลงไปได้แล้วค่ะ และก็จ่ายค่ารถมาด้วยห้าร้อยบาท มือบอบบางแบออกรอรับค่าจ้าง

ตอนแรก เธอไม่คิดจะรับเท่าราคาที่เขาตั้งไว้ แต่เมื่อเจ้าตัวอยากเอาเปรียบเธอนัก ธารน้ำก็ต้องสั่งสอนเขาเสียหน่อย ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ใส่ใจในประเด็นนั้น แถมยังหันมาตั้งหน้าตั้งตาเอาเรื่องเธอเกี่ยวกับที่หญิงสาวตัดผมเป็นจริงเป็นจังเสียด้วย

เสียดายผมสวยๆ ทีหลังอย่าไปตัดมันอีกนะ ผู้โดยสารหนุ่มกิตติมศักดิ์ไม่ยอมก้าวขาลงจากรถ หนำซ้ำเขายังหันมาอ้าปากบ่นถึงแต่เรื่องผมของเธอไม่เลิกรา จนธารน้ำอดนึกสงสัยไม่ได้

ตกลงว่า... นี่เธอตัดผมของเธอหรือของเขากันแน่นะ?

แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับพ่อคนขี้โมโหด้วยล่ะ?

ประสาท! ผมของฉัน ฉันจะตัดตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน ทำไมฉันถึงต้องเชื่อคุณด้วยล่ะ? หญิงสาวเถียงกลับ ก่อนจะเร่งรัดเอาค่ารถจากเขาอีกรอบ

คุณอย่ามัวแต่พูดนอกเรื่องอยู่เลย รีบๆ จ่ายเงินฉันมาซะทีดีกว่า ฉันจะได้ไปรับคนอื่นต่อ

ฉันจะพูดสั้นๆ แค่คำเดียว อย่าให้ฉันเห็นเธอตัดผมอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเธอโดนดีแน่!” พระเพลิงชี้หน้าคาดโทษคนทำผิดอย่างขึงขัง ก่อนจะยอมก้าวขาลงจากรถแต่โดยดี แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาควักแบงก์สีม่วงส่งให้สารถีสาวด้วยอาการกระแทกกระทั้น จากนั้นเจ้าตัวก็สาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

นั่นสิ... กะอีแค่หล่อนตัดผม ทำไมเขาจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนด้วยล่ะ?

พระเพลิงไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า เหตุไฉนเขาจึงแสดงท่าทางเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอีกฝ่าย ราวกับตนชักจะเริ่มสนใจยายบ้านนอกเข้าให้เสียแล้วกระนั้นแหละ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นตัวเขาเองมิใช่หรือที่พูดจาสาดเสียเทเสียใส่เจ้าหล่อน

แล้วดูตอนนี้สิ... เขาเป็นอะไร?

ไยต้องสนใจด้วยว่าแม่นั่นจะไว้ผมยาว ผมสั้น หรือแม้แต่จะโกนหัวด้วยล่ะ??

ก็แค่... เขาชอบมองผมยาวๆ ของผู้หญิงเท่านั้นเอง

ยิ่งคิด ชายหนุ่มก็ยิ่งแปลกใจและยิ่งสับสนในความรู้สึกของตัวเองอยู่ไม่น้อย พ่อคนฟอร์มจัดเลยหาทางกู้หน้าด้วยการแถไปเรื่อยว่า แม่ยาจกสาวคือเหยื่ออันโอชะที่อยู่ในกำมือของเขา ฉะนั้นการที่หล่อนริอ่านทำอะไรตามอำเภอใจ โดยไม่ถามความเห็นของผู้เป็นนายเช่นตน จึงเท่ากับเป็นการเหยียบหัวเขาอยู่น่ะสิ

ใช่แล้ว! ดังนั้นการที่เขาจะรู้สึกไม่พอใจเช่นนี้ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสักนิด

เมื่อคิดหาเหตุผลเหมาะสมให้แก่ตนได้แล้ว พระเพลิงจึงโบกมือเรียกแท็กซี่ไปทำงานต่อด้วยความสบายใจ

ในขณะที่คู่กรณีของเขาซึ่งกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการขับรถรับส่งผู้โดยสารที่วินหลังตลาดหน้าปากซอยแห่งนี้ด้วยความงุนงงสงสัยในพฤติกรรมของชายหนุ่มเช่นกัน แต่ธารน้ำก็เลือกจะปัดมันทิ้งไปเสียอย่างรวดเร็ว ไม่คร่ำครวญคิดวกไปวนมาหาข้อแก้ต่างให้กับตัวเองเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายกระทำ เพราะเธอไม่ว่างพอจะมานั่งสนใจสิ่งใดมากไปกว่าเรื่องปากท้องของคนในครอบครัวได้

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



ช่างร้ายเหลือทน คนอารายไร้ความปรานี...

มาเป็นเพลงเลย 555

เรื่องเอาแต่ใจ ต้องยกให้คุณชายพระเพลิงค่า ไม่มีใครโค่นฮีได้แน่นอน

แต่สาวๆกำลังแอบคิดชิมิว่าเป็นช้านก็ยอม >.,<

ก็พี่เขาทั้งหล่อ รวย แซ่บบบบซะเบอร์นั้น

เอาเป็นว่าใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:14
    รออ่านต่อนะคะ
    #11
    1
    • #11-1 ชมจันท์ / ณวภร (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 12)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:28
      ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ จะพยายามลงให้อ่านต่อเนื่องนะคะ แต่ถ้าช้านิดช้าหน่อย อย่าเพิ่งงอนกันน้า ไรเตอร์มีภารกิจรัดตัว ช่วงนี้เป็นแม่ค้ามือใหม่ด้วย อาจจะทำให้ช้าไปบ้างค่า
      #11-1