อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 7. แรงงานหญิง 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.พ. 60

                                                         7. แรงงานหญิง 1/2



เช้าวันรุ่งขึ้น คุณชายแห่งบ้านสัจจะอมรกุลเดินลงมาจากห้องนอน ตรงไปยังห้องรับแขกในยามใกล้เที่ยง เหตุเพราะเมื่อคืนเขามัวแต่เฝ้าคิดถึงแม่สาวหัวใจแกร่งที่อาจหาญชกหน้าตน จนไม่สามารถข่มตาลงหลับได้ ผิดแผกกับผู้เป็นพ่อที่ต้องตื่นมารับโทรศัพท์ต่อว่าต่อขานจากบรรดาเพื่อนบ้านเสียจนหน้าม้านตั้งแต่เช้า เพราะวีรกรรมอันเด็ดดวงของผู้เป็นบุตรชาย โดยบ้างก็พูดว่า

ท่านนายพลคะ ดิฉันเกรงใจเหลือเกินที่จะต้องบอกว่า เสียงปาร์ตี้ที่บ้านท่านเมื่อคืนดังมากๆ เลยค่ะ

บางคนก็ออกปากขอร้องเขาด้วยความไม่พอใจว่า

ท่านนายพลคะ กรุณาช่วยเพลาๆ เสียงเอะอะที่บ้านท่านหน่อยจะได้ไหมคะ ลูกๆ ของดิฉันไม่เป็นอันหลับอันนอนเลยค่ะ

ที่ร้ายกว่านั้น บางรายถึงกับเอ่ยประชดเขาเลยว่า

เสียดายจังครับ ผมเพิ่งเอาเหล้าจากฝรั่งเศสไปฝากบ้านคุณหญิงสุมนทิพย์เมื่อวันก่อน ถ้าผมรู้ว่าบ้านท่านจัดปาร์ตี้ละก็ ป่านนี้ผมคงจะวิ่งเอาเหล้าไปฝากท่านแล้วละครับ

ทุกคำบอกเล่า ไม่ว่าจะเอ่ยกับเขาตรงๆ หรือโดยทางอ้อม ต่างก็ทำให้พงษ์เทพรู้สึกละอายใจเป็นยิ่งนัก ที่บุตรชายของเขากระทำตัวสำมะเลเทเมาราวกับคนไร้การศึกษา ไม่เคยเกรงอกเกรงใจผู้อื่น ชีวิตนี้มุ่งหวังเพียงแต่ว่าขอให้ข้าได้สนุกไว้ก่อนอย่างเดียว ส่วนความทุกข์ความเดือดร้อนอันจะเกิดแก่ใครนั้น... ช่างหัวมัน!

ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาเหลือบเห็นตัวต้นเหตุเดินผ่านหน้าไปอย่างสบายอุรา ผู้เป็นพ่อจึงอดเหน็บแนมไม่ได้

เมื่อคืนปาร์ตี้หนักไปหน่อยรึไง ถึงได้ตื่นสายขนาดนี้ หรือว่าเป็นนิสัยประจำตอนแกอยู่อังกฤษ

ครับ รอยยิ้มยียวนถูกจุดขึ้น ประหนึ่งยอมรับข้อกล่าวหาทั้งสองอย่างหน้าชื่นตาบาน ทำเอาคนถูกปั่นหัวแทบจะออกอาการเต้นผางเป็นเจ้าเข้ากับท่าทีกวนประสาทอันเหลือร้ายของอีกฝ่าย

แต่ยังก่อน! เขาไม่ยอมเสียความตั้งใจที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะสั่งสอนลูกชายให้กลายเป็นผู้เป็นคนเด็ดขาด ดังนั้นเขาจำต้องพยายามวางตัวสุขุมให้จงหนัก เพราะถ้าเขาเอาแต่ดุด่าไอ้ตัวดีเหมือนเช่นเดิมละก็ จะกลายเป็นเขาถูกย้อนศรโดนคนเป็นลูกยั่วโมโหซะจนเสียเรื่องอีกตามเคย เขาเลยรีบบอกความตั้งใจเสียก่อนที่จะไม่ได้พูด

แต่อยู่ที่นี่แกจะมัวนั่งกินนอนกินไปวันๆ ไม่ได้ ฉันเลยฝากงานในบริษัทของแม่แกเอาไว้ให้แล้ว ไปเริ่มงานวันพรุ่งนี้ซะพงษ์เทพเอ่ยสั่งการเสียงเรียบ

ทำไมผมจะต้องไปทำด้วย?คนฟังนิ่วหน้าไม่ชอบใจ เมื่อบิดาเอ่ยถึงยายแม่มดจอมแสบ

เพราะฉันจะตัดเงินในบัตรเครดิตของแกทุกใบ ถ้าแกไม่ยอมทำตามที่ฉันสั่ง

เชิญครับ พระเพลิงยอกย้อนคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา

คิดเหรอว่าเขาจะกลัว เพราะที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ใช้แค่เงินของพ่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แม้ว่าพ่อจะตัดแกออกจากกองมรดก แกก็จะไม่ทำอย่างนั้นเหรอ? พงษ์เทพย้ำถามเสียงหนัก

ครับ

คำตอบของเจ้าตัวคาดเดาได้ไม่ยาก แต่เขาเองก็มีมาตรการดัดหลังไม้แก่ไว้รอท่าอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อเถอะว่าหากเขายื่นคำขาดออกไปละก็ แม้แต่คนเกเรชอบทำตัวดื้อด้านอย่างนายพระเพลิงก็ยังต้องยอมสยบ เพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะออกอาการพยศต่อต้านเขาขนาดไหน แต่พงษ์เทพก็รู้ดีกว่าใครทั้งหมดว่าบุตรชายนั้นรักและเทิดทูนตนเพียงใด

ถ้าแกไม่ทำ ก็เชิญไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย ท่านนายพลใหญ่ชี้นิ้วตะเพิดบุตรชาย และถ้าเมื่อไหร่ที่แกก้าวขาพ้นออกไปจากบ้านหลังนี้ละก็ แกจะไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไป เพราะฉะนั้นต่อให้ฉันตาย แกก็ไม่ต้องมาเผาผีกันอีก!”

พอเจอถ้อยคำประกาศิตที่ตัดขาดไม่นับญาติกันเช่นนี้ คนที่มักจะยียวนกวนอยู่เสมอจึงยอมสงบปาก แล้วหันมาใช้ความคิดแทน พระเพลิงรู้อยู่แก่ใจดีว่าคนเป็นพ่อนั้นเอาจริง เขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงทำอะไรรุนแรงให้ท่านและตนต้องมานั่งเสียใจภายหลังเหมือนคราวก่อนด้วย

ขณะที่คนรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบก็รีบกล่าวกดดันลูกชายอย่างต่อเนื่องทันที เมื่อเห็นสีหน้าของคนฟังเคร่งเครียด

เลือกเอาก็แล้วกันว่าจะยอมไปทำงานซะดีๆ หรือจะขนของออกไปจากบ้านฉัน แววตาคนพูดเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึม แถมยังย้ำชัดๆ ให้เจ้าตัวพึงตระหนักด้วยว่า อ้อ... แล้วอย่าคิดนะว่าครั้งนี้ฉันจะพูดเล่น เพราะถ้าขืนแกยังทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายอยู่แบบนี้ละก็ สู้ฉันไม่มีแกในชีวิตซะเลยจะดีกว่า

กรอด! คราวนี้แม้พระเพลิงจะไม่ได้เอ่ยคำย้อนยอกอะไรออกมาเหมือนเคย แต่เสียงกัดกรามที่ดังกระทบกันสนั่นก็เพียงพอแล้วที่บ่งบอกให้คนพูดรับรู้ว่า

ลูกชายกำลังโกรธเขาอยู่มากมายขนาดไหน?

ดังนั้นคนเป็นพ่อเลยไม่อยากกวนตะกอนให้มันยิ่งขุ่นมัวลงไปอีก จึงได้แต่พูดทิ้งท้ายกับเจ้าตัวเพียงว่า

พ่อเหนื่อยที่จะพูดมากกับแกแล้ว ลองเก็บเอาไปคิดดูเองเถอะ

 

หลังจากได้รับคำสั่งอาญาสิทธิ์ หนุ่มนักเรียนนอกก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนเหมือนตอนเด็กๆ เวลาเจ้าตัวเกิดโมโหหรือขัดใจใคร แต่ไม่อาจโต้ตอบ และจำต้องยอมรับสภาพอันน่าอึดอัดนั้น เขาจะเลี่ยงมาสงบสติอารมณ์อยู่ภายในนี้ สถานที่เดียวที่ชายหนุ่มสามารถแสดงตัวตนอันแท้จริงออกมาได้ ไม่ว่าพระเพลิงจะอยู่ในโหมดเหงา เศร้าโศก หรือกรุ่นโกรธขนาดไหนก็ตาม

บิดาของเขาฉลาดนัก

รู้ว่าคนอย่างเขาแม้จะร้ายกาจสักเพียงใด แต่ก็ไม่กล้ากระทำอะไรรุนแรงถึงขนาดข่มเหงน้ำใจท่านจนต้องตัดสัมพันธ์กันอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเขามัวแต่โลภห่วงสมบัติพัสถานที่พึงจะได้รับ แต่เป็นเพราะเขากลัวการต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยปราศจาก

พ่อบังเกิดเกล้า... 

คนที่มอบความรักและทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้ตามที่เขาต้องการต่างหากเล่า

แต่... 

พ่อกลับไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กหรือยันโต!

พอรู้สึกตัวว่าชักจะอ่อนแอมากเกินไป ชายหนุ่มจึงรีบเพียรสร้างกำแพงอันหนาแกร่งขึ้นมาปกป้องตนเองทันทีด้วยการคิดหาหนทางแก้เผ็ดคนเป็นพ่ออย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้รู้สึกเสียหน้า และไม่ต้องทนใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ยายแม่มด... ผู้หญิงที่เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่า

เกลียดจับจิตจับใจ!

และแล้วความคิดแบบเด็กๆ ก็ผุดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มพึงใจที่ถูกจุดบนโครงหน้าคมคาย เจ้าตัวจึงแอบย่องกริบลงไปที่โรงรถเพียงลำพังในยามค่ำ เพื่อจัดการบางอย่างกับรถสปอร์ตเปิดประทุนคันโก้คู่ชีพตน

วันพรุ่งนี้... เขาก็จะมีข้ออ้าง ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของบิดาได้!

แล้วที่นี้... บิดาจะได้รู้ฤทธิ์ของลูกชายจอมวายร้ายที่ไม่เคยอยู่ในสายตาท่านอย่างเขาเสียบ้าง!!!

 

เช้าวันใหม่...

พระเพลิงที่อยู่ในชุดสูทเรียบหรูสีดำสนิททั้งตัวเดินตรงลงมายังห้องอาหารเพื่อให้คำตอบแก่บิดา เขานั่งรอบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารเพียงไม่นาน ผู้เป็นพ่อก็เดินตามข้ามาภายในห้อง เมื่อรอจนกระทั่งอีกฝ่ายนั่งประจำที่เรียบร้อยดีแล้ว เขาจึงเอ่ยทักทายท่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

อรุณสวัสดิ์ครับ

อืม ท่านนายพลตอบรับเพียงสั้นๆ พลางปรายตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างระแวดระวัง คอยย้ำเตือนกับตัวเองว่า จงเตรียมตัวตั้งรับสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังจะเกิดตรงหน้าให้ดี

แต่งตัวแบบนี้... แปลว่าตัดสินใจจะไปทำงานกับแม่แกแล้วใช่ไหม? นายพลพงษ์เทพถามขึ้น

ครับ เพราะผมกลัวว่าจะไม่ได้สมบัติจากคุณ คนตอบไหวไหล่อย่างกวนๆ

ก็ดี ไม่ยังงั้นแกจะเอาแต่ผลาญเงินพ่อเพียงอย่างเดียว ไม่รู้จักทำให้มันงอกเงยขึ้นมาซะบ้างบิดาแอบเหน็บ

ก็ผลาญมันทำง่ายกว่านี่ครับ พระเพลิงสวนกลับ ไม่ยอมลดละ ทำให้คนฟังหันขวับไปเอ็ดบุตรชายเสียงเข้มอย่างเหลืออด

เพราะแกคิดอย่างนี้น่ะสิ มิน่าละ...ฉันถึงไม่เคยเห็นแกทำตัวมีสาระเหมือนคนอื่นๆ เขาสักที!”

ทว่านายพลใหญ่กลับได้รับเสียงหัวเราะรื่นเริงคืนจากบุตรชายแทนอาการสลดหดหู่อย่างที่ควรจะเป็น แล้ววาจาเผ็ดร้อนของคนเป็นลูกก็เอ่ยขึ้นโดยไม่อนาทรร้อนใจว่า

ใครบอกกันล่ะครับ ผมมีแผนในใจอยู่แล้วต่างหาก แค่รอให้สมบัติของคุณหมดซะก่อน ผมถึงค่อยไปหาใหม่

แม้นจะเพียรบอกตัวเองให้พยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่พอได้ประคารมกับลูกชายจอมวายร้ายที่เก่งกาจในการยั่วโมโหของเขาทีไร นายพลพงษ์เทพเป็นต้องออกอาการโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่นเสียทุกครั้ง และคราวนี้ก็ไม่ต่างไปจากคราวไหนๆ เพราะทันทีที่พระเพลิงพูดจายอกย้อนเจ็บแสบจนตัวเขาแทบจุก ท่านนายพลก็แสดงความเดือดดาลออกมาโดยฉับพลัน

ปัง!!! เขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนสุดแรง พร้อมกับเอ่ยปากไล่ไอ้เด็กเหลือขอทันควัน

แกออกไปให้พ้นๆ หน้าฉันเดี๋ยวนี้ ตอนที่ฉันยังระงับความโกรธเอาไว้ได้อยู่... ไป!”

พระเพลิงเลยรวบช้อนในมือลงทั้งที่ยังรับประทานอาหารในจานไม่หมด แล้วจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมๆ กับปรายตามองหน้าคนเป็นพ่อด้วยแววยิ้มเยาะ ก่อนจะเคลื่อนกายสาวเท้าเดินออกไป

พอออกมาจากห้องอาหารปุ๊บ เขาก็เดินตรงดิ่งไปที่โรงจอดรถ แสร้งทำทีขึ้นไปนั่งสตาร์ทรถออกเหมือนปกติ ทั้งที่เจ้าตัวก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าถึงจะหมุนพวงกุญแจให้ตายอย่างไร เครื่องยนต์ก็ไม่มีทางติดเด็ดขาด เพราะตัวเขาเองนี่แหละเป็นคนเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้ทั้งคืน!

และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงไม่เหลือหลอ จนรถเก๋งคันงามของเขาไม่สามารถใช้งานได้ในเช้านี้

แล้วเพื่อทำให้แผนการอันสมบูรณ์แบบครั้งนี้ของเขาประสบผล พระเพลิงเลยต้องรีบหาแพะมารับบาปเป็นการด่วน ก่อนที่พ่อบังเกิดเกล้าของเขาจะไหวตัวทัน น้ำเสียงทรงอำนาจจึงแผดเรียกคนใช้ดังก้องกังวานว่า

ขจร! ไอ้ขจร! ออกมานี่เดี๋ยวนี้!!!”

คนใช้หนุ่มที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่วิ่งตาลีตาเหลือกมายังโรงรถตามคำบัญชาของเจ้านายหนุ่มอย่างเร็วจี๋ เพราะขืนเขาล่าช้าเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวละก็ คุณชายมาดใหญ่ต้องอาละวาดตนจนแหลกลาญเป็นแน่แท้

มีอะไรเหรอครับคุณพระเพลิง?ขจรเอ่ยถามหน้าตื่น ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าความซวยกำลังจะมาเยือนตนอยู่รอมร่อ

จะอะไรซะอีกล่ะ ฉันก็เรียกให้แกมาดูผลงานตัวเองไง พระเพลิงจงใจตะโกนด่าทอบ่าวไพร่เสียงดังโหวกเหวก เพื่อเรียกให้คนที่อยู่ภายในคฤหาสน์รีบกรูกันออกมาดูเขาแผลงฤทธิ์

แล้วมันก็เป็นไปดังคาด เมื่อร่างสูงใหญ่ของบิดาเดินออกมาชะโงกดูด้วยความสงสัย

ผะ... ผะ... ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับคุณพระเพลิง มือหยาบหนาของคนรับใช้ผู้เคราะห์ร้ายโบกปฏิเสธเป็นพัลวัน

ยังจะมาบอกว่าเปล่าอีก ก็เมื่อวานฉันสั่งให้แกเป็นคนเอารถฉันไปจอดไม่ใช่เหรอ...เฮอะ!? พระเพลิงยิ่งสวมบทโหดให้ดูสมจริง โดยไม่นึกสงสารคนที่หัวใจใกล้จะวายเต็มแก่เลยสักนิด

ผะ... ผม... ผมเหรอครับ? คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ชี้นิ้วจิ้มอกของตนด้วยความงงงัน รอยวันพันปีไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณชายใหญ่ของบ้านจะยื่นพวงกุญแจรถให้เขาแตะ

ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่ใช้ขี้ข้าอย่างแก แล้วหมาตัวไหนมันจะมาเลื่อนรถให้ฉันล่ะฮะ!? คนเป็นนายยิ่งพูดตอกย้ำ ราวกับจะสะกดจิตให้เหยื่อเชื่อว่าเจ้าตัวทำเช่นนั้นจริงๆ

ผะ... ผมไม่รู้เรื่องนะครับ แต่คนใช้สติดีก็ยังบอกปัดข้อกล่าวหานั้นอย่างลนลาน

ไอ้ขจร! นี่แกกล้าเถียงฉันเหรอ? คนโมโหร้ายเลยยกรองเท้าประเคนเข้าเต็มอกของเจ้าตัวเป็นการตอบแทนที่มันไม่ยอมรับสมอ้างด้วยความยินดี ร้อนถึงคนเป็นพ่อต้องรีบเดินเข้ามาห้ามปรามอย่างเร่งด่วน เมื่อเห็นว่าบุตรชายของเขาชักจะเกเรถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนในบ้าน

เกิดอะไรขึ้นขจร? พงษ์เทพเลือกหันไปถามคนใช้แสนซื่อ เพราะคงจะได้ความจริงอันถ่องแท้มากกว่าบุตรชายจอมเจ้าเล่ห์ของเขาเป็นไหนๆ

กะ... ก็... คุณ... ยังไม่ทันที่คนใช้หนุ่มจะได้เปล่งเสียง คู่กรณีก็เป็นฝ่ายชิงอธิบายเสียเอง

ก็ไอ้ขจรน่ะสิครับ ดันเปิดไฟหน้ารถของผมทิ้งไว้ทั้งคืนจนแบตมันหมด ผมเลยสตาร์ทรถไม่ติด คนพูดมีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเสียนักหนา แล้วทีนี้ผมจะไปทำงานยังไงล่ะครับ?

เพียงเท่านี้... คนเป็นพ่อก็เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของบุตรชายอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่าต้องการสิ่งใด?

เรื่องแค่นี้เอง แกก็ขับรถคันอื่นไปสิ บ้านเรามีรถออกเยอะแยะ คนรู้ทันจึงไม่ยอมหลวมตัวไปตามแผน

ก็ผมไม่ถนัดเท้านี่ครับ ถ้าเกิดผมเหยียบเบรกผิดขึ้นมาจะทำยังไง? คนเกเรยังคงแถข้างๆ คูๆ

ถ้ายังงั้นแกก็นั่งรถเมล์ไป แล้วทำเรื่องเบิกค่าใช้จ่ายกับแม่เขาโน่น คนเป็นพ่อเสนอทางเลือกให้ใหม่

คุณจะให้ผมไปทนนั่งร้อนๆ เบียดกับคนอื่นน่ะเหรอครับ? เจ้าตัวแสดงท่ารังเกียจรังงอน ผมไม่เอาด้วยหรอก

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำ แล้วแกก็รีบยกกระเป๋าออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้ และอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!” นายพลใหญ่ประกาศกร้าวอย่างสุดจะทน เตรียมจะหันหลังเดินจากไป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันกลับมาเล่นแง่กับเจ้าคนหัวดื้ออีกครั้ง

อ้อ... แต่ถ้าแกเปลี่ยนใจจะไปทำงานละก็ ไม่ต้องเอารถในบ้านออกไปนะ เพราะขืนแกเกิดเหยียบเบรกผิดๆ ถูกๆ ขึ้นมาจริงอย่างที่ว่า ฉันขี้เกียจไปตามเก็บศพ

เมื่อพูดจบ ประมุขใหญ่แห่งบ้านสัจจะอมรกุลก็เดินจากไปอย่างสงบนิ่ง โดยไม่ลืมที่จะเรียกคนใช้หนุ่มให้ติดตามหลังไปด้วย เพราะนึกสงสารกลัวว่าขจรจะถูกบุตรชายพาลกระแชงฟาดงวงฟาดหางใส่จนเจ็บหนักอาการโคม่า

ส่วนคนพ่ายในเกมนี้ก็ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น เพียรสะกดกลั้นโทสะของตนเอาไว้อย่างเต็มที่ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าทำงานที่วางไว้ในรถเมื่อครู่ แล้วตะบึงตะบอนออกจากเคหสถานไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่มีทางเลือกอื่น


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



แซ่บบบบสมชื่อคุณชายพระเพลิงเริงโลกันตร์มั้ยคะ

ฉากนี้ไรเตอร์ขอเดาว่าคงมีคนหมั่นไส้พ่อพระเอก จนอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว

เอ??? หรือว่าจะตบ! ตบ...ด้วยปากดีคะ

เดี๋ยวชมจันท์จะจับพ่อคุณชายมัด แล้วส่งมาให้สำเร็จโทษจนหนำใจเลยค่า อิอิ

คราวหน้ามาดูกันค่ะว่าพ่อคุณจะได้ไปทำงานวันแรกรอดมั้ย 

หรือจะมีเหตุอะไรให้ลุ้นระทึกกันอีก


ส่วนใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

ช่วงนี้เป็นเดือนแห่งความรักทั้งที 

ถ้าชมจันท์ไม่มีโปรลดแหลกก็จะดูใจร้ายมากกกกก

เอาเป็นว่ามีโปรดีๆ ลดราคาถุกๆ สบายกระเป๋าให้หอบพี่เขากลับบ้านกันค่ะ

แต่...มีแค่ 2 วันนี้เท่านั้นนะคะ ใครชอบรีบไปโหลดเก็บไว้เลยค่า 

ตามลิงก์นี้ไปเลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น