นางสาวพราวเสน่ห์

ตอนที่ 29 : บทเจ็ด : ดินเนอร์ระดับห้าดาว 7/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62


บทเจ็ด : ดินเนอร์ระดับห้าดาว 7/2





                       

                       คนที่หน้าหงายกลับกลายเป็นเธอเสียเอง เมื่อได้รับคำตอบที่มัน...เกินคาด!!

ร้านอาหารสุดคลาสสิกที่เจ้าตัวโม้ให้ฟังซะดิบดี ที่แท้ก็เป็นแค่...เพิงหมาแหงน อยู่ริมคลองด้านหลังออฟฟิศเขานี่เองปลูกสร้างด้วยไม้กระดานแบบลวกๆ มีส่วนที่ยื่นออกไปเหนือพื้นน้ำเกือบครึ่ง เวลาเห็นนายชิชย์เดินลงเท้าเหยียบย่ำพื้นไม้แล้วได้ยินเสียง เอี๊ยดอ๊าด ดังอยู่ตลอด พานให้พราวรัศมีนึกเสียวไส้ ไม่กล้าเดินตามอีกฝ่ายเข้าไป ถ้าจู่ๆ มันเกิดพังลงมาเพราะเธอดันเดินไปเหยียบไม้อันที่ผุเข้าล่ะจะเป็นอย่างไร หญิงสาวไม่อยากจะนึกสภาพตัวเองตอนที่ตกน้ำคลองป๋อมแป๋มเล้ยยย...

                      คงดูไม่จืด!

                     พวกที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาคีบก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่ากินกันเข้าไปได้ไง ใช้ของสะอาดทำหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูสิ น้ำดำปี๋เชียว หวังว่าคงไม่ได้ตักขึ้นมาจากคลองหรอกนะ

               พราวรัศมีเบ้หน้า ยืนสำรวจร้านอาหารที่ทั้งทรุดทั้งโทรม ไม่เหมาะกับราศีคุณหนูเช่นเธออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งชายหนุ่มหันกลับมามอง เพราะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลังเขาเข้าไปเสียที

                    “ทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะคุณ”

                    “นายจะให้ฉันกินของร้านนี้จริงๆ เหรอ!?”

                เสียงของเซเลบสาวไม่ดัง ไม่เบา แต่ก็ทำเอาแม่ค้าที่ยืนลวกเส้นอยู่หน้าร้านเหล่มองด้วยสายตาไม่พอใจ ชิชย์จึงรีบหันไปส่งยิ้มให้แม่ค้าเจ้าประจำ ก่อนจะหันมากระซิบบอกหล่อนเสียงเข้ม

                    “เบาๆ สิคุณ อยากโดนกระบวยลอยมาเคาะหัวรึไง”

                 ฤทธิ์กระบวยในมือของแม่ค้ายังไม่ทันจะสำแดงเดช ก็ได้ผลชะงัก หญิงสาวหุบปากฉับ เหลือบมองมันสลับกับหน้าโหดๆ บึ้งๆ ของเจ้าของร้านวัยกลางคนอย่างหวาดๆ ชิชย์ถอนหายใจ เอ่ยกับหล่อนใหม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเท่าตัว

                 “คุณยังไม่เคยลองเข้าไปชิมเลย อย่างเพิ่งตัดสินจากสิ่งที่เห็นภายนอกสิ ป้าเจ้าของร้านเขาเน้นเรื่องความสะอาดมาก อันนี้ผมรับรองได้ เพราะทุกครั้งที่ผมมากินก๋วยเตี๋ยวป้าแก ผมไม่เคยท้องเสียเลยสักที”

                พราวรัศมีกวาตามองรอบๆ ร้านอีกครั้ง พอเห็นว่าหลังคาสังกะสีเป็นสนิมเกือบทั้งแผง ก็ยิ่งส่ายหน้าดิก

               “บอกตรงๆ นะว่าฉันมองยังไงก็ไม่เห็นจะเหมือนกับที่นายพูดสักนิด ฉันว่าท้องนายมันต้องหนากว่าคนธรรมดาถึงสามสี่เท่าเลยละ ถึงได้ไม่เป็นไร แต่ร่างกายฉันน่ะบอบบางนะ ขืนกินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป มีหวังฉันได้ไปนอนหยอดน้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลโน่น”

               “เอาอีกแล้ว คุณนี่ชอบมองอะไรที่แค่เปลือกนอกซะจริง เพราะแบบนี้แหละคุณถึงได้พลาดของเด็ดๆ ไปตั้งหลายอย่างผมว่าคุณน่าจะลองเปิดใจสักหน่อย อย่างน้อยก็ลองทำอะไรใหม่ๆ หรือทานของที่คุณยังไม่เคยลองทานดูบ้าง ถ้าคุณเอาแต่ปฏิเสธท่าเดียว คุณคงไม่มีวันรู้หรอกว่าโลกนี้ยังมีอะไรดีๆ รอให้คุณพิสูจน์อยู่อีกเพียบ”

               “แต่จากสภาพที่เห็น มันก็พิสูจน์แล้วนะว่าความคิดของฉันถูกต้อง”

               “ถ้าคุณมั่นใจในความคิดของคุณขนาดนั้นละก็ ไหนลองบอกผมมาสิว่าทำไมก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ถึงได้มีลูกค้าเยอะนัก”

               เซเลบสาวเพ่งพิศแล้วเห็นจริงดังที่อีกฝ่ายกล่าวมา ทั้งที่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ไม่มีป้ายเชิญชวน การตกแต่งร้านนั้นเข้าขั้นแย่ บรรยากาศก็บ้านๆ ผิดกับภัตตาคารหรือร้านอาหารเลิศหรูแท้ๆ แต่ก็มีผู้คนนั่งอยู่อย่างเนืองแน่นเต็มทุกโต๊ะ แต่ละโต๊ะที่เธอเห็นมีชามใบเล็กวางเรียงกองกันเป็นตั้ง มากันเป็นกลุ่มบ้าง ใครที่มาคนเดียวก็อาศัยนั่งเบียดๆ กัน แถมบางคนซดน้ำก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง ราวกับจงใจจะบอกให้เธอรับรู้ถึงความเลิศรสของมัน พอหันมองออกไปนอกร้าน เธอเห็นยังมีอีกหลายคนที่ทยอยเดินเข้ามาที่ตรอกซอกซอยนี้ ดูก็รู้ว่าตั้งใจมาอุดหนุนป้าเจ้าของร้านแน่นอน

               คนมองชักจะเริ่มโอนเอียงตามคำโน้มน้าวของอีกฝ่าย จึงหลิ่วตาถาม

               “ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยขนาดนั้นเชียว?”

               “ถ้าอยากรู้ คุณก็ลองเข้าไปชิมกับผมก่อนสิ แล้วถ้าไม่ติดใจ ผมยอมให้คุณทำอะไรกับผมก็ได้”

               “ที่พูดออกมาน่ะ...แน่ใจแล้วใช่ไหม?” พราวรัศมีผุดรอยยิ้มพราย

               “จะให้คลานเข่าหรือเดินสี่เท้า ผมก็ยอม เข้าไปกินกันสักทีเถอะ ผมหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว” ชิชย์ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าแขนของหญิงสาวพาเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน โดยไม่สนใจอาการแข็งขืนเล็กๆ ของเจ้าหล่อนเลยสักนิด

               บรรยากาศภายในร้านตอนที่เข้ามายืนจริงๆ น่าอึดอัดกว่าที่พราวรัศมีคิดไว้มาก ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ไม้สี่เหลี่ยมตัวเล็ก ไร้พนัก ถูกวางเรียงแบบถี่ๆ จนแทบจะเกยกันทีเดียว เรียกว่าประหยัด พื้นที่ แต่แทบจะไม่เหลือ ที่ ให้คนกินแทรกตัวเข้าไปนั่งได้เลย ยิ่งถ้าคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะด้านหลังดันเป็นคนตัวอ้วนด้วยแล้ว ไม่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดคงต้องนั่งขี่คอโซ้ยก๋วยเตี๋ยวกันบ้างละ ซ้ำร้ายทางเดินก็แคบเสียจนลูกหลานป้าเจ้าของร้านที่ถูกเกณฑ์มาเป็นเด็กเสิร์ฟเดินมากระแทกเธออยู่หลายที แต่พราวรัศมียังไม่ได้ยินคำว่าขอโทษจากอีกฝ่ายเลยสักคำ

               พราวรัศมียืนพ่นลมหายใจ หน้าหงิก รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดอย่างมหันต์ ในใจพลางก่นว่าคนชวนไม่เลิก...

               นี่นายชิชย์พาเธอมาร้านอะไรกันเนี่ยยย??

             เธอนึกอยากจะหันไปแว้ดใส่ยายเด็กเสิร์ฟที่เดินยกถาดก๋วยเตี๋ยวไปวางลงบนโต๊ะของลูกค้ากลุ่มหนึ่งนัก คอยดูสิ เดี๋ยวพอหล่อนวกกลับมาใหม่ ต้องเดินชนเธออีกแน่ เซเลบสาวเลยตั้งท่าท่องคำต่อว่าเอาไว้ในใจ กะว่าถ้าไหล่ของหล่อนโดนตัวเธอเมื่อไร เธอจะสาดวาจาเผ็ดร้อนสวนกลับไม่ยั้งชนิดที่ฟังกันไม่ทันเลยทีเดียว

               แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเดินมาถึงตัว เจ้าของมือหนาที่เกาะเกี่ยวเธออยู่ก็พลันเจอโต๊ะว่างเข้าพอดี เป็นโต๊ะในสุดติดริมน้ำเสียด้วย เขาเลยไม่รอช้ารีบออกแรงดึงเธอให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวคงได้มองบรรยากาศในลำคลองสมใจอยาก ทว่าเธอสิพลาดโอกาสที่จะได้ต่อว่ายายเด็กเสิร์ฟอย่างน่าโมโหที่สุด

               “กินอะไรดีคุณ?”

               “เชิญนายกินไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่กิน!” สะบัดเสียงตอบอย่างพาลๆ

               “แบบนี้มันผิดกติกานะ คุณโกงผมชัดๆ” คนท้าแสร้งว่ายิ้มๆ

            “ฉันไปโกงนายตรงไหน?”

                “ก็เราตกลงกันแล้วว่าคุณจะชิมก่อน แล้วถ้าไม่ชอบ ผมถึงจะเป็นฝ่ายแพ้ ยอมทำตามที่คุณบัญชาทุกอย่าง” ชิชย์ทวนกฎให้ใหม่ คนช่างแถจะได้หมอข้ออ้าง

               “งั้นนายอยากจะสั่งอะไรก็สั่งมาเลย แต่รับรองว่าฉันไม่ชอบแน่ๆ นายน่ะมีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้นละ” พราวรัศมีลอยหน้าเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

                    ชิชย์เลยยอมอ่อนข้อ แกล้งทำเป็นไม่เห็น แถมยังบอกหล่อนอย่างเอาใจ

                    “โอ. เค. ผมสั่งเล็กน้ำให้คุณนะ”

                    “นายมัวแต่ถามฉันอยู่ได้ แล้วนายไม่กินรึไง ไหนว่าหิวจนไส้จะขาดแล้ว”

                    พราวรัศมีตั้งใจจะตีรวนเขากลับไปแท้ๆ แต่คำตอบที่ได้ทำให้หัวใจเธอกระตุกไหว กระทั่งเต้นไม่เป็นจังหวะ

                    “ถึงผมจะหิวขนาดไหน ยังไงเลดี้เฟิสต์อย่างคุณก็ต้องมาก่อน ไม่มีผู้ชายคนไหนจะกินข้าวลง แล้วปล่อยให้ผู้หญิงที่ตัวเองพามาด้วยนั่งมองปากหรอกนะครับ ถ้าคุณเคยหรือกำลังเจอคนแบบนั้นละก็ ผมขอแนะนำว่าให้หนีห่างหรือเลิกคบไปเลย เพราะเขาคงไม่มีทางดูแลใครได้ดีไปกว่าตัวเองแน่”

                    คนพูดโบกมือเรียกให้เด็กในร้านมารับรายการอาหารจากเขาไปพลางๆ ส่วนคนที่นั่งหัวใจเต้นตึกตัก

 

*********************************************************************


อ๊ะๆๆๆๆ เคมีมันเริ่มมาแล้วค่าาาา

แหม...ก็พี่ชิชย์ออกจะเท่ขาดเน้ สาวไหนไม่รักไม่หลงก็บ้าแล้ว

แต่ก็นะ...นี่เป็นยัยคุณหนูพราวนี่ทั้งคน

จะธรรมดาเหมือนชาวบ้านเขาซะที่ไหน

เอาว่ามาลุ้นกันต่อ...

ตอนหน้าจะเขินหรือจะแว้ด! จะหวานหรือจะเผ็ด!

ห้ามพลาดค่ะ



อ่านแล้วชอบ อ่านแล้วสนุก กด fav. ติดตามไว้นะคะ จะได้อัปเดตก่อนใคร

ยิ่งถ้าถ้าช่วยกดแชร์ หรือ คอมเมนต์ให้ชมอีกหน่อย จะขอบคุณมากๆ ค่ะ

พบกับ นางสาวพราวเสน่ห์ ในรูปแบบอีบุ๊กได้แล้วที่เมพ

ชมจันท์
ชีวิตของนางสาวพราวเสน่ห์ เซเลบแถวหน้าอย่าง พราวรัศมี ต้องด่างพร้อย เพราะ เชนทร์...เจ้าของรอยยิ้มละลายใจ ที่ชิ่งหนีเธอไปเพียงแค่เดตแรก สร้างความอับอา...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น