นางสาวพราวเสน่ห์

ตอนที่ 22 : บทห้า : พนักงานกิตติมศักดิ์ 5/5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62


บทห้า : พนักงานกิตติมศักดิ์ 5/5





                       

                              “นาย!!?”

                              เซเลบสาวตกใจยิ่งกว่าตอนที่ยายเด็กบ้าเรียกเธอว่า ป้า!’ เสียอีก เพราะคนที่เธอตั้งใจจะจัดการให้หมอบกระแต ดันกลายเป็นโจรที่เคยขู่กรรโชกทรัพย์เธอหลายต่อหลายครั้งน่ะสิ ทั้งเรื่องที่เรียกร้องค่าซ่อมรถ (ซึ่งเธอมองอย่างไรก็ใช้ปลูกสาระแนได้อย่างเดียว) เป็นล้านๆ หรือเรื่องที่แอบอ้างเอาชื่อคุณชาติมาหลอกต้มตุ๋นคิดจะขโมยแหวนเพชรในร้านของเธอ แน่นอนละว่าคนอย่างคุณหนูพราวรัศมีนั้นให้การต้อนรับเจ้าตัวอย่างอบอุ่น ถึงอกถึงใจ ชนิดที่จำได้ไม่ลืมไปจนถึงชาติหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เธอตะลึงงันด้วยความพิศวงสงสัยมากกว่าเรื่องพิลึกพิลั่นอย่างพวกไดโนเสาร์ออกไข่เป็นจิ้งจก ก็คือเรื่องที่หมอนี่...ผู้ชายแต่งตัวซอมซ่อในวันนั้น ทำไมถึงมาเดินนวยนาดอยู่ในห้องประชุมโอ่อ่าแห่งนี้!!

                              “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการซะทีครับ...คุณพราวรัศมี!

                            คนพูดเน้นชื่อเธอ พลางกระตุกยิ้มยียวนราวกับจะกวนประสาท แล้วคนแบบเธอ...ก็เป็นประเภทพวกยั่วง่ายเสียด้วยสิ พราวรัศมีพลันหน้าบึ้งหนักกว่าเก่า ลืมข้อสงสัยของตนเมื่อครู่เสียสนิท กลีบปากสีดอกกุหลาบแดงสดหันไปสะบัดเสียงถามหัวหน้าฝ่ายเออีอย่างเอาเรื่อง

                              “หมอนี่เป็นใครคะคุณเชนทร์!?”

                              “พี่ชิชย์เป็น...”

                              “หัวหน้าครีเอทิฟที่จะมารับผิดชอบโพรเจกต์ของคุณ...ต่อจากนี้”

                            “ไม่รู้รึไงว่าระหว่างที่เจ้าของบริษัทเขาจะคุยกันน่ะ ลูกจ้างห้ามสอด!” พราวรัศมีแว้ดสวนทันควัน

                         แต่ดูท่าคนฟังจะหูหนวก เลยไม่รู้สึกรู้สา แถมยังยักไหล่ แสดงท่าทางเป็นนักเลงหัวไม้ด้วยการล้วงสองมือลงกระเป๋า แล้วถอยห่างออกไปหยุดยืนอยู่ที่หัวโต๊ะ จัดการอัญเชิญตนเองนั่งลงบนเก้าอี้แบบไม่แคร์สายตาใคร ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก มองเธอด้วยแววตาอเนจอนาถใจ เหมือนจะโต้กลับมาว่า...เธอนั่นแหละที่ไม่รู้อะไร!!

                    คนถูกสบประมาทเลยอดรนทนไม่ไหว ต้องสำแดง อิทธิฤทธิ์ ให้คนที่ยังไม่รู้เงาหัวตัวเองสะทกสะท้านเสียบ้าง

                    “คุณเชนทร์...ที่วี ธิงค์ นี่ไม่มีหลักสูตรอบรมพนักงานกันบ้างเลยรึไงคะ แต่ละคนถึงได้แสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับลูกค้าแบบนี้”

                    “เอ่อ...คือ...” คนกลางชักเริ่มตกที่นั่งลำบาก เพราะพายุทอร์นาโดที่ก่อตัวตั้งเค้าตามคาด กลับมาพร้อมกันถึงสองลูก แล้วแต่ละลูกน่ะธรรมดาซะที่ไหน ดีกรีความรุนแรงใหญ่โตมหึมาเกินระดับห้าด้วยกันทั้งคู่ แถมยังพร้อมจะฟาดฟันสาดซัดใส่กันอยู่รอมร่อ ทำเอาทั้งเขาและทีมงานที่เหลือได้แต่นั่งมองตากันปริบๆ อย่างกับว่ากำลังตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของมหันตภัยร้าย ซึ่งพัดพาเอาห่าฝนและความเหน็บหนาวมากระทบผิวให้ตัวสั่นงักงกไปตามๆ กัน

                         ตายละวา...เอายังไงดีวะนายเชนทร์!

                   คนที่นั่งหน้าซีดสลับกับหน้าถอดสีคิดอย่างกลุ้มใจ ก่อนจะตัดสินใจหันไปส่งสายตาอ้อนวอนพี่ชาย ซึ่งดูจะง่ายกว่าฝ่ายลูกค้าสาวหน้าบูดเป็นไหนๆ แต่เจ้าตัวกลับทำเมิน ซ้ำร้ายยังหันไปโหมกระพือเชื้อไฟให้เจ้าหล่อนอีกต่างหากว่า

               “ที่นี่เราใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟันครับ ใครดีมาก็ดีตอบ แต่ถ้าใครร้ายมาก็ร้ายตอบ ยิ่งพวกที่ชอบอ้างชื่อเจ้าของมาวางอำนาจบาตรใหญ่เบ่งใส่คนของผม จนพากันประสาทเสียไปทั้งแผนก เพราะเหตุผลงี่เง่าไร้สาระด้วยแล้ว ผมไม่มีทางยอมเด็ดขาด”

               “ช่วยไม่ได้ ก็ฉันเป็นลูกค้า เสียเงินจ้างพวกนายแพงๆ แล้วทำไมฉันจะไม่มีสิทธ์ ฉันจะแก้งานจนกว่าฉันพอใจย่ะ!” พราวรัศมีเชิดหน้าอย่างเป็นต่อ

                    “แก้ได้ครับ แต่ไม่ใช่แก้...เพราะความสะใจที่ได้แก้แค้นส่วนตัว”

                    “เอ๊ะ! นี่นายเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงกล้ามาสอนฉัน!!

               “จะเป็นใครก็ช่าง แต่ผมสามารถถอดโพรเจกต์ของคุณออกจากวี ธิงค์ได้เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ก็แล้วกัน” ชิชย์สวนด้วยความหมั่นไส้

                   พราวรัศมีฉุนขาด ลุกขึ้นยกมือเท้าสะเอว ชี้หน้าไอ้ผู้ชายหน้ารกจอมยียวน หลุดท่าทีออกยักษ์ออกโขน จนภาพลักษณ์ที่เพียรรักษาต่อหน้าผู้เข้าร่วมการประชุมหายวับไปกับตา

               “อ๊ายยย....มันจะมากเกินไปแล้วนะ นายมีสิทธ์อะไรมาไล่ฉัน ขนาดเจ้าของบริษัทอย่างคุณชาติยังต้องเกรงใจฉันเลยนะ”

                “แต่บังเอิญว่าคุณชาติของคุณยังต้องฟังผมซะด้วยสิ ถ้างานไหนผมบอกว่าโน! คุณชาติไม่เคยรับ โปรดเข้าใจข้อเท็จจริงตรงนี้เอาไว้ด้วยนะครับ...คุณพราวรัศมี”

               คนที่เคยมั่นใจว่าได้รับการถือหางจากซีอีโอหนุ่มแต่เพียงผู้เดียวแทบจะร้องกรี๊ดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เอาให้ตึกหลังนี้มันร้าวไปเสียเลย ทว่าสิ่งที่ทำ มีเพียงการหันไปเอาเรื่องกับหัวหน้าฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์แทน

                    “คุณเชนทร์! คุณต้องจัดการลงโทษหมอนี่ให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่ยังงั้นฉันจะบอกคุณชาติ!!

                    “เอ่อ...”

               คนที่โดนทั้งขึ้นทั้งล่องอึกอัก ไม่ว่าจะเข้าข้างฝ่ายใด เขาก็มีแต่ ตาย กับ ตาย!’ เท่านั้น หากพราวรัศมีนำเรื่องนี้ไปฟ้องพี่ชายคนโต ความคงแตก เรื่องที่เขาฝ่าฝืนคำสั่งดึงพี่ชายคนกลางเข้ามาร่วมโพรเจกต์ลับๆ (ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะลับนัก) ทั้งที่โดนกำชับนักหนา หรือแค่พี่ชิชย์ยกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียวถึงพี่ชาติ บอกว่าไม่อยากทำโพรเจกต์บ้าๆ นี่แล้ว เขายิ่งจบเห่ แถมจะได้ข้อหาเพิ่มมาอีกกระทงด้วย โทษฐานที่โกหกไว้ซะเยอะว่า...งานดี๊ดี...ไม่เค๊ย ไม่เคยมีปัญหา

                    ใช่เสียที่ไหนล่ะ??

               เชนทร์ลอบถอนหายใจ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร รู้สึกเหมือนตนผูกเงื่อนไว้จนแน่น เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มคลายปมจากตรงไหนก่อน หรือตอนนี้มะกอกสิบตะกร้าอย่างเขาจะถึงคราวตัน?!

                    ไม่! เขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น!!

                คนคิดส่ายหน้า รีบเค้นสมองหาทางแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปให้ได้โดยเร็วที่สุด เขาต้องเกลี้ยกล่อม นางสาวร้อยเรื่อง ให้สงบลงก่อน แล้วค่อยตามด้วยการหว่านล้อมพี่ชาย ถึงจะรู้ว่ามันช่างยากเย็นเข็ญใจไม่ต่างอะไรกับการยกภูเขาทั้งลูก แต่เขาก็ต้องทำ ในเมื่อตอนนี้เขาเองก็หลังชนฝาอยู่แล้ว จะหันซ้ายหรือหันขวา ก็เจอะแต่พญาเสือและนางสิงห์ ถ้านิ่ง เขายิ่งไม่รอด งั้นต้องลองวิ่งหนีดูสักตั้ง เผื่อว่าบางทีมันจะมีช่องทางให้เขาแทรกกายออกไปตั้งหลักได้ โดยไม่ถูกกรงเล็บแหลมคมตะปบให้เจ็บตัว

                  “คุณพราวนี่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมสัญญาว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้อย่างดีที่สุด แต่คนที่ทั้งสวยและใจกว้างอย่างคุณจะไม่ลองให้โอกาสครีเอทิฟคนใหม่ได้ลองพรีเซ็นต์งานดูก่อนเหรอครับ ถ้าเกิดว่ามันไม่เวิร์กจริงๆ ผมจะตามใจคุณ ทุกคนในที่นี้ก็จะไม่มีใครกล้านินทาว่าคุณเป็นคนใจแคบด้วย...นะครับ คราวนี้ผมขอรับรองด้วยเกียรติของวิริยะพงษ์เลยว่า เรด แอปเปิล จะต้องออกมาดูดีและเนี้ยบที่สุดเท่าที่คุณเคยฟังการพรีเซนต์มา เพราะคนที่คิดคือ เชฟ โอเปอเรติง ของฝ่ายผลิต ไม่มีใครในวี ธิงค์ ที่จะเก่งไปกว่าเขาอีกแล้วครับ”

                    คนฟังปรายตามองผู้ที่ได้รับการกล่าวขานอย่างยกย่องเกินจริงตามความคิด แล้วยิ้มเยาะ

                    เชอะ! แต่งตัวแบบหมอนี่น่ะเหรอ...ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต?

                    สงสัยคนคิดชื่อตำแหน่ง Chief Operating Officer ของวี ธิงค์ จะตกภาษาอังกฤษ!!

                    ถึงอย่างนั้นสิ่งที่นายเชนทร์พูดมาก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง ขืนใครรู้เรื่องนี้เข้า แล้วเอาไปพูดลับหลังว่าเซเลบสาวคนดังอย่างเธอน่ะเรื่องมาก จนทีมงานถึงกับส่ายหน้า ไม่ขอร่วมงานด้วยอีกเป็นอันขาด เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ?

                    เอาเถอะ...เธอจะยอมเป็นนางฟ้าผู้ใจดีมีเมตตากับนายหนวดนี่สักวันก็แล้วกัน 

                 “ก็ได้ค่ะ ฉันจะลองเสียเวลาฟังอีกครั้ง แต่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ และถ้าคราวนี้ยังไม่ผ่านอีกละก็ คุณคงรู้ชะตากรรมของตัวเองดีแล้วใช่ไหมคะ”

                    ผมแน่ใจ...ว่าหัวผมจะยังคงอยู่บนบ่า

                    เชนทร์ตอบอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะคลี่ยิ้ม หันไปขยิบตาให้พี่ชาย

                    “พร้อมแล้วใช่ไหมครับพี่ชิชย์?”

               “ถ้านายเคลียร์ช้ากว่านี้อีกสักนาที ฉันคงหอบข้าวหอบของกลับไปนอนรอที่บ้านแล้วละ” ชิชย์ประชดกลับแทนคำตอบ แล้วจัดการเตรียมเอกสารสำหรับการพรีเซนต์ ท่ามกลางสายตาจ้องจับผิดของคนที่ไม่คิดจะฟังเขานำเสนองานเลยสักนิด!!


*********************************************************************


ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ที่หายไปหลายวัน

ทั้งที่ถึงตอนกำลังลุ้นเลยเชียว

มันน่าโมโหมั้ยล่ะ???

เอาเป็นว่า...กลับมาลงให้ต่อแล้วนะคะ

ใครที่รอคุณหนูสาบวีนหน้าแตก ตอนหน้าห้ามพลาดค่ะ

วันนี้ ชมลงนิยายเรื่องใหม่ให้อ่านกันด้วยค่ะ

เรื่อง "เจ้าสาวจำนน" นามปากกา "ณวภร"

ใครชอบพระเอกแนวปากกับใจไม่ตรงกัน 

ปากว่าไม่ แต่เดี๋ยวก็กอด จับ จูบบบบบบ ตลอดๆๆๆๆ

รับรองงานนี้มีถูกใจค่ะ

ห้ามพลาดนะคะ


อ่านแล้วชอบ อ่านแล้วสนุก กด fav. ติดตามไว้นะคะ จะได้อัปเดตก่อนใคร

ยิ่งถ้าถ้าช่วยกดแชร์ หรือ คอมเมนต์ให้ชมอีกหน่อย จะขอบคุณมากๆ ค่ะ

พบกับ นางสาวพราวเสน่ห์ ในรูปแบบอีบุ๊กได้แล้วที่เมพ

ชมจันท์
ชีวิตของนางสาวพราวเสน่ห์ เซเลบแถวหน้าอย่าง พราวรัศมี ต้องด่างพร้อย เพราะ เชนทร์...เจ้าของรอยยิ้มละลายใจ ที่ชิ่งหนีเธอไปเพียงแค่เดตแรก สร้างความอับอา...





1 ความคิดเห็น