นางสาวพราวเสน่ห์

ตอนที่ 15 : บทสี่ : ย้ำแค้น!!! 4/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 พ.ค. 62


บทสี่ : ย้ำแค้น!!! 4/2





                   เขาไม่น่าทำงานเพลินจนลืมเวลาเลย...

                    ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ถอดหมวกกันน็อกออก หลังจอดมอเตอร์ไซค์คู่ชีพที่ชั้นแรกในห้างใหญ่ใจกลางกรุง ก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

                    อีกสิบห้านาที...สี่ทุ่ม

                    ป่านนี้แล้ว...ร้านจะปิดหรือยังนะ?

                   ชิชย์ออกจากบริษัทมาตอนสามทุ่มกว่า โชคดีที่เขารีบบึ่งมอเตอร์ไซค์และรถรายามค่ำคืนแถวนี้ก็ไม่ติดขนัดเหมือนช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เขาเลยยังพอมาทันก่อนเวลาห้างปิดเล็กหน่อย แต่ไม่รู้ว่าจะทันเวลาปิดร้านด้วยรึเปล่า

               คนคิดไม่รอช้า ก้มหน้าก้มตาสาวเท้า โดยไม่แวะชมอะไรทั้งสิ้น จึงไม่ทันสังเกตรอบข้างเลยว่าร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ปิดให้บริการไปแล้วหลายส่วน กระทั่งเขาเดินมาถึงหน้าชอปแห่งเดียวที่ยังเปิดไฟสว่างอยู่ ชิชย์เลยรีบพรวดพราดเข้าไปภายในร้าน เพราะกลัวพนักงานจะดับไฟเสียก่อนที่เขาจะทันได้รับของ

               พนักงานคนหนึ่งยืนนับสินค้าด้านหลังเคาน์เตอร์ ส่วนอีกคนก็ยืนทำบัญชีอยู่ใกล้ๆ กัน ทั้งสองถึงกับผงะ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะรีบเก็บถุงเงินซ่อนใต้เคาน์เตอร์ ส่วนอีกคนที่ดูสาวกว่าวางมือจากการนับสต็อกในตู้โชว์ แล้วหันบอกเขาทันที

               “ร้านปิดแล้วค่ะ”

             เห็นสายตาของพนักงานขายที่มองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชิชย์ก็เข้าใจแล้วละว่าทำไมพวกหล่อนจึงไม่ค่อยเต็มใจบริการ ก็เขาเล่นมาเอาตอนที่ห้างกำลังวังเวง ไร้ผู้คน แถมพวกหล่อนก็กำลังยืนตรวจนับทั้งเงินและสินค้าซึ่งมีมูลค่า ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ คงไม่มีใครวิ่งเข้ามาช่วยพวกหล่อนแน่ เลยไม่น่าแปลกที่ทั้งสองจะมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวงไม่ไว้ใจ

          แต่หากพ้นวันนี้ไป ชิชย์เองก็คงไม่มีเวลามาเอาแหวนเพชรให้น้องชายตัวแสบได้เช่นกัน เขาจึงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาจับผิดสองคู่นั้น แล้วเอ่ยถามด้วยความสุภาพ

               “ขอโทษนะครับ คุณพราวรัศมีอยู่ไหม ผมมารับแหวนที่คุณชาติ วิริยะพงษ์ สั่งไว้”

               “ขอดูใบรับสินค้าด้วยค่ะ” หญิงวัยกลางคนกล่าว

               ชายหนุ่มสอดมือลงหยิบกระเป๋าสตางค์จากในกางเกงเปิดออก ดึงแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่พับไว้ในช่องใส่ธนบัตรตามที่คุยกับเชนทร์ไว้เมื่อกลางวันยื่นให้อีกฝ่าย คนรับก้มหน้าอ่านรายละเอียดด้านในอย่างถี่ถ้วน จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาศีรษะจรดปลายเท้าอีกครั้ง

               ชิชย์รู้และเข้าใจดี ราคาแหวนเพชรที่ระบุไว้ในใบรับสินค้า มันช่างแตกต่างกับการแต่งตัวของเขาวันนี้เหลือเกิน แต่...

               อย่ามองให้มันออกนอกหน้าเสียจนน่าเกลียดนักจะได้ไหม!

               ทำไมล่ะ...คนธรรมดาอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ซื้อเครื่องประดับแพงๆ ให้ผู้หญิงเลยรึไง?

            ชิชย์เกิดคำถามในใจ ขณะมองภาพตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ เขาต่างจากปุถุชนทั่วไปตรงไหน...

               จริงอยู่ที่ผู้ชายอย่างเขาอาจจะดูดิบๆ เถื่อนๆ หน้าเข้ม ไว้หนวดเครา ผมเผ้าก็ไม่ตัดตามทรงนิยมเหมือนพวกนักร้องบอยแบรนด์ กลับจงใจเลือกไถเกรียนด้านข้าง แล้วเสยผมข้างหน้าไปด้านหลังหมด เขารู้ว่าหลายคนขัดใจกับทรงผมประหลาดของเขาอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ถ้าลองไปถามเด็กแนวดูละก็ รับรองตอบได้ทุกคนว่านี่มัน ทรงปอมปาดัวร์ไงล่ะ ยิ่งการแต่งเนื้อแต่งตัว เขารู้ดีว่าไม่เฉียดเข้าใกล้กลุ่มผู้ชายในฝันของสาวๆ เหมือนพี่ชายคนโตเลยสักนิด เพราะสวมเพียงเสื้อยืดสีซีดๆ ทับด้วยแจ็กเกตยีน ใส่กางเกงขาดวิ่น เนื้อผ้าเดียวกัน ตบท้ายด้วยรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่คนมองอาจไม่ค่อยแน่ใจนักว่าแต่ก่อนมันเคยเป็นสีขาวหรือสีอะไรกันแน่

             ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ...แต่ทำไมคนเราสมัยนี้ถึงได้ชอบดูถูกผู้อื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกกันนัก!?

                    ชิชย์หรี่ตามองพนักงานทั้งสองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แหวนเพชรสิบกะรัตที่ชาติสั่ง ราคาเพียงห้าล้านเศษนิดๆ คนที่มีนามสกุลดังพ่วงท้ายชื่ออย่างเขาจะซื้อไปแจกสาวๆ สักสิบวงหรือมากกว่านั้นก็ยังไหว แต่ชิชย์ก็ไม่ได้อวดอ้างโพรไฟล์ของตนออกไป เนื่องจากไม่เห็นประโยชน์อันใด เขาเพียงส่งสายตาเร่งพนักงานที่หยิบใบรับสินค้าจากมือเขาไปแล้วเท่านั้น เพราะเจ้าหล่อนยังมัวแต่หันรีหันขวาง กระซิบกระซาบบางอย่างกับเพื่อนร่วมงาน แทนที่จะรีบทำตามความต้องการของเขา ชายหนุ่มเลยแกล้งจ้องหน้าหล่อนตรงๆ พลางเลิกคิ้วสูง ราวกับจะถามว่าติดปัญหาตรงไหน เจ้าหล่อนก็เลยหันมาตอบเขาอย่างเสียไม่ได้

                    “รอสักครู่นะคะ”

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับ มองตามคนพูดที่เดินหายเข้าไปหลังร้าน จากนั้นก็หันไปสบตากับพนักงานสาวอีกคนที่ยืนจ้องเขาเขม็ง ชนิดที่แทบไม่ยอมให้ขยับตัวเลยทีเดียว บางทีก่อนที่พนักงานคนแรกจะเดินจากไป คงบอกกับรุ่นน้องสาวคนนี้ไว้ว่าให้คอยจับตาดูเขาดีๆ เผื่อเขาจะฉวยโอกาสขโมยเอาพวกเครื่องเพชรราคาแพงระยับลงกระเป๋า แล้ววิ่งหนีไปล่ะมั้ง

               ครีเอทิฟหนุ่มคิดอย่างเซ็งๆ ก่อนจะพลิกกายหันไปสนใจรอบด้านเป็นการฆ่าเวลาแทน เนื้อที่ภายในร้านกว้างขวาง คงจะกินพื้นที่ราวๆ เกือบร้อยตารางวา ตกแต่งอย่างมีระดับด้วยโทนสีขาว ดูสว่างตา บนเพดานประดับโคมไฟแชนเดอเลียร์ห้อยระย้า ส่องแสงเป็นประกายวิบวับตัดกับแท่งคริสตัลขนาดเท่าฝามือที่แขวนอยู่บนผนังด้านซ้าย เครื่องตกแต่งร้านหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นไม้แท้เนื้อดี โดยเฉพาะประตูไม้ที่เชื่อมต่อระหว่างตัวร้านกับด้านหลัง แกะฉลุลวดลายวิจิตรบรรจง บางส่วนใช้ขวดเซรามิคขนาดใหญ่ รูปทรงแปลกตา จัดแสดงสินค้าจำพวกสร้อยคอ ออกแบบผนังรอบทิศทางเป็นกระจกอย่างหนา บานใหญ่ เพื่อให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมานอกร้านได้เห็นถึงความงดงามของตัวเรือนเพชรอย่างชัดเจน

          ชิชย์หมุนกายสำรวจรอบร้าน จนกระทั่งวนกลับมาที่ใบหน้าช่างจับผิดของพนักงานสาวในเคาน์เตอร์อีกครั้ง เขาจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจ หลุบตาลงต่ำ มองสินค้าที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบในตู้กระจกด้วยความอิดหนา เขาเห็นเครื่องเพชรมากมาย ทั้งต่างหู สร้อย กำไล รวมถึงแหวนแบบที่เขามาเอาด้วย ต่างพากันส่องแสงแวววาวอวดโฉมแข่งกัน ทำให้ชายหนุ่มเกิดความสงสัย...

                    ทำไมพวกผู้หญิงถึงได้ชอบเพชรชอบพลอยกันนัก?

*********************************************************************

ตอนนี้ให้เวลาพี่ชิชย์ทำใจก่อนเจอศึกหนักค่ะ

ขนาดพนักงานยังดูถูกกันแบบนี้

แล้วตัวแม่อย่างพราวนี่จะเเผลงฤทธิ์ขนาดไหน

ไปตามลุ้นกันต่อตอนหน้าน้าาาา


อ่านแล้วชอบ อ่านแล้วสนุก กด fav. ติดตามไว้นะคะ จะได้อัปเดตก่อนใคร

ยิ่งถ้าถ้าช่วยกดแชร์ หรือ คอมเมนต์ให้ชมอีกหน่อย จะขอบคุณมากๆ ค่ะ

พบกับ นางสาวพราวเสน่ห์ ในรูปแบบอีบุ๊กได้แล้วที่เมพ

ชมจันท์
ชีวิตของนางสาวพราวเสน่ห์ เซเลบแถวหน้าอย่าง พราวรัศมี ต้องด่างพร้อย เพราะ เชนทร์...เจ้าของรอยยิ้มละลายใจ ที่ชิ่งหนีเธอไปเพียงแค่เดตแรก สร้างความอับอา...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น