คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย My Last Year (Sunggyu X Myungsoo) My Last Year (Sunggyu X Myungsoo) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ธ.ค. 62 / 15:30


My Last Year…..

 

Sunggyu X Myungsoo

 

 

 

12.12.20--

 

            ดวงตาคมมองร่างบอบบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มือหนากอบกุมมือเรียวไว้แน่นส่งผ่านความอบอุ่นให้คนป่วยได้รับรู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆเสมอ

 

 

 

แกร๊ก

 

 

 

เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามา

 

 

 

            “มยองซูเป็นยังไงบ้าง”ฝีเท้าของอีกคนหยุดยืนอยู่ข้างๆทำให้ซองยอลต้องเงยหน้าขึ้นมองซองกยูที่กำลังมองไปที่คนป่วยบนเตียงด้วยสายตาเป็นห่วงไม่ต่างจากเขา

 

 

 

            “ยังไม่รู้สึกตัวเลย”ซองยอลตอบแล้วลุกขึ้นยืน “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก”

 

ร่างสูงเดินนำเพื่อนออกไปที่นอกระเบียงก่อนจะวางมือไว้บนราวระเบียงทั้งสองข้างแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยใจ

 

 

            “มีอะไรวะ”คิม ซองกยูเจ้าของใบหน้าหล่อคมล้อมกรอบหน้าด้วยผมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสันยิ่งทำให้อีกคนดูดีขึ้นไปอีก นัยตาเรียวเล็กแสนมีเสน่ห์ที่แค่ปรายตามองสาวๆหนุ่มๆก็พร้อมที่จะถวายตัวให้

 

 

            “ฉันจะฝากให้แกดูแลมยองซูแทนฉันสักพัก”ซองยอลหันมามองหน้าเพื่อนด้วยสายตาอ้อนวอน

 

 

 

            “ทำไมวะ แกจะไปไหน”ซองกยูขมวดคิ้วก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเอาบุหรี่ขึ้นมาจุบสูบพรางส่งให้เพื่อนอีกม้วนแต่ซองยอลก็ส่ายหน้าไปมา

 

 

            “ฉันเลิกบุหรี่แล้ว”คำตอบของอีกคนทำให้ซองกยูเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ตอนเจอกันอาทิตย์ก่อนเขายังเห็นซองยอลสูบอยู่เลย “เลิกตอนมยองซูเข้าโรง’บาลเนี่ยแหละ เขาเคยขอฉันนานแล้วแต่ฉันทำไม่ได้สักที”

 

 

            “แล้วทำไมถึงจะให้ฉันดูแลมยองซูแทนว่ะ”ซองกยูถามพรางพ้นควันขาวคลุ้งออกมา นี้ถ้าคนที่นอนอยู่ข้างในรู้สึกตัวแล้วได้กลิ่นพวกเขาคงโดดเอ็ดยกใหญ่ มยองซูไม่ชอบและแพ้บุหรี่ข้อนี้ซองกยูกับซองยอลรู้ดี

 

 

            “พ่อฉันป่วย ฉันต้องรีบบินไปดู”ซองยอลถอนหายใจอีกครั้งอย่างเหนื่อยใจ เขาอยากจะเอาบุหรี่มาสูบผ่อนคลายความรู้สึกตัวเองสักม้วนแต่เพราะคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงทำให้เขาต้องอดทนไม่สูบมัน

 

 

            “จะกลับมาเมื่อไร”ซองกยูถามเสียงเรียบต่างจากในใจที่กำลังเต้นรัวจนเขารู้สึกได้ ดวงตาเรียวเล็กได้แต่มองไปข้างหน้านิ่งๆไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้ซองยอลเห็น

 

 

            “ยังไม่แน่ใจเพราะฉันต้องดูงานแทนพ่อสักพัก ยังไงฉันก็ฝากแกดูทางนี้ให้ด้วยฝากบอกมยองซูด้วยว่าฉันจะรีบกลับมาให้ทันคริสต์มาส”

 

 

            “อืม ไม่ต้องห่วง”ซองกยูพยักหน้ารับก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็นการให้กำลังใจ เขาเองเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ตกใจไม่แพ้กันไม่รู้ว่าถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเขาจะทำยังไง พ่อก็ล้มป่วยแถมคนรักยังถูกรถชนและนอนไม่ตื่นมาสองวันแล้ว

 

 

 

13.12.20—

 

 

มือเรียวที่วางอยู่ข้างตัวขยับเบาๆก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วต้องหลับตาลงไปทันทีเมื่อรู้สึกปวดหัวและแสงไฟภายในห้องยังทำให้เขาแสบตา มยองซูค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและพยายามโฟกัสสายตาให้ชินกับแสงไฟ

 

 

            “โอ๊ย”ร่างบางค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นนั่งแล้วร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงข้อมือ ทำให้คนที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟารีบเงยหน้าขึ้นมามอง

 

 

            “ตื่นแล้วหรอ”เสียงทุ้มที่ฟังเท่าไรก็ไม่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอาหมอนมาเรียงวางกันให้เขาได้พิง

 

 

            “พี่ซองกยู”มยองซูเรียกอีกคนเสียงแผ่วพรางมองไปรอบๆห้องแต่ก็ไม่พบร่างของคนที่อยากเจอจึงเงยหน้ามองอีกคนเพื่อจะถาม

 

 

            “ซองยอลไปฮ่องกง”ซองกยูตอบเมื่อรู้ว่ามยองซูจะถามเขาว่าอะไร ดวงตาคมมองร่างบางเรียบๆก่อนจะเอ่ยถาม “หิวหรือเปล่า”

 

 

มยองซูส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะถอนหายใจออกมา ดวงตากลมโตเบนหลบสายตาอีกคนหันไปมองนอกระเบียงที่ตอนนี้ข้างนอกกำลังมือสนิทเพราะอยู่ในตอนกลางคืน เขาไม่ค่อยชอบโรงพยาบาลเท่าไรแต่เหตุการณ์ครั้งนี้มันก็เลี่ยงไม่ได้เมื่อเขาเสร่อไปเดินตัดหน้ารถด้วยความเร่งรีบจนรถยนต์ชนเขาอย่างจังแม้จะไม่ได้แรงเพราะรถคันนั้นขับอยู่ในซอยที่ปลอดความเร็วแต่ก็ทำให้ร่างของเขากระเด็นไปไกล มยองซูรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด เขายังพอมีสติอยู่บ้างในตอนนั้นจึงให้คนที่เขามาช่วยเหลือช่วยโทรหาคนรักให้แล้วสติของเขาก็ดับวูบไป ตื่นมาก็หวังจะได้เห็นหน้าอีกคนแต่คนที่เขาเจอดันเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเขาเท่าไร

 

 

            “เดี๋ยวไปหาอะไรมาให้กิน ถ้าฉันยังไม่กลับมาอย่าลุกไปไหนเด็ดขาด”เสียงทุ้มของอีกคนบอกพร้อมกับร่างสูงที่เดินออกไปจากห้องทันทีหลังจากพูดจบ ทำให้มยองซูถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าอีกคนคงไม่อยากจะอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสองมากนัก

 

 

นานมาแล้วที่มยองซูคบกับซองยอลรวมตอนนี้ก็คงเกือบสี่ปีแล้ว เขารู้จักกับรุ่นพี่ซองยอลตอนเรียนมหา’ลัยปี 2 ส่วนอีกคนก็เป็นรุ่นพี่ต่างสาขาที่เพื่อนเขาจ้างมาช่วยทำกิจกรรมหลังจากที่เจอและทำความรู้จักกันซองยอลก็ตามจีบมยองซูไม่ขาดทำให้อีกคนยอมใจอ่อนคบด้วย การคบกับอีกคนทำให้เขาเจอซองกยูเพื่อนสนิทของซองยอลอยู่บ่อยๆแต่ทุกครั้งที่เจอกันทั้งสองคนก็แทบจะไม่พูดคุยกันเลยหรือถ้าคุยก็แทบจะนับคำได้นั้นทำให้มยองซูรู้สึกว่าซองกยูไม่ค่อยชอบตนเท่าไรไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไร

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้มยองซูต้องหันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นจาง ดงอู พี่ชายข้างบ้านกับนัม อูฮยอนเพื่อนสนิทที่เดินตามหลังกันมา

 

 

“เป็นยังไงบ้าง”ดงอูวางของที่หอบพะรุงพะรังลงโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วยของมยองซูก่อนจะเดินเข้ามายืนอยู่ข้างเตียงข้างอูฮยอนที่กำลังมองสำรวจร่างกายของเขาโดยไม่พูดอะไร

 

 

            “แกจะมองฉันจนทะลุเลยหรือไงแล้วทำไมถึงมาด้วยกันได้”มยองซูแขวะเพื่อนแล้วมองทั้งสองคนสลับกัน 

 

 

            “ฉันเจอพี่แกอยู่หน้าโรง’บาลยืนหัวเราะอยู่เลยลากมาด้วย”อูฮยอนบอกแล้วหัวเราะอย่างขำๆเมื่อเห็นคนบนเตียงหัวเราะขึ้นมาทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ

 

 

            “ก็ฉันคุยกับคุณป้าคนนั้นอยู่ ป้าเขาตลกมากเลยนะ”ดงอูพยายามแก้ตัวกับนิสัยโก๊ะๆของตัวเองแต่ต่อให้พูดไปก็เท่านั้นเพราะน้องชายคนสนิทของเขาทั้งสองคนรู้ดีว่าเขาเป็นยังไง

 

 

แกร๊ก

 

 

เสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามาทำให้สายตาทั้งสามคู่ต้องหันไปมองพร้อมกันแล้วผู้มาใหม่ทั้งสองคนต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าเป็นซองกยู

 

 

            “มีแขกอยู่หรอ โทษที”ซองกยูพูดขึ้นก่อนจะเดินถือถุงอาหารที่เขาซื้อมาไปแกะใส่จานให้อีกคนโดยปล่อยให้ทั้งสามคนคุยกันไป

 

 

            “พวกแกไม่ถูกกันไม่ใช่หรอ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี้ได้”อูฮยอนกระซิบถามเพราะกลัวคนที่กำลังเดินไปนั่งบนโซฟาได้ยิน

 

 

            “สงสัยซองยอลไม่ว่างเลยฝากฉันไว้กับเขา”มยองซูตอบแล้วส่งยิ้มไปให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟาแต่อีกคนก็ทำเพียงมองเขานิ่งๆก่อนจะเบือนสายตาหนี

 

 

            “เขาชื่ออะไรนะ”ดงอูถามขึ้นมาเพราะเขาไม่เคยเจอกับซองกยูเพื่อนของแฟนมยองซู

 

 

            “ซองกยู”

 

 

            “เอ่อ คุณซองกยูครับผมว่าคุณกลับไปพักผ่อนได้แล้วล่ะเดี๋ยวพวกผมดูมยองซูต่อเอง”ดงอูหันไปพูดกับอีกคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์ดวงตาเรียวเล็กจึงเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่ามีคนพูดกับตน

 

 

            “ไม่เป็นไร ซองยอลฝากไว้กับฉัน”ซองกยูตอบเสียงเรียบแล้วหันไปสนใจโทรศัพท์ตัวเองต่อทำให้มยองซูต้องถอนหายใจออกมาแล้วยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างขอโทษขอโพยที่บุรุษพยาบาลจำเป็นของเขาค่อนข้างปากดีและอวดดีแบบนี้

 

 

 

            “ผมว่าพวกพี่กลับไปก่อนเถอะ”มยองซูบอกแล้วส่งยิ้มไปให้ ห้องพักของเขาถึงจะเป็นห้องพิเศษแต่ก็ดูจะแคบลงทันตาเมื่อมาอยู่รวมกันถึงสี่คนทำให้เขารู้สึกอึดอัดรงมกับสถานการณ์แบบนี้ด้วย

 

 

 

            “งั้นพวกฉันกลับก่อนนะ”อูฮยอนบอกแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆจนมยองซูร้องออกมาเมื่อเพื่อนตบเข้าที่รอยช้ำบนไหล่ของเขา

 

 

            “โอ๊ย”

 

 

เสียงร้องของอีกคนทำให้ซองกยูต้องรีบก้าวเขามายืนอยู่ข้างเตียงอีกฝากแล้วมองอูฮยอนด้วยสายตาตำหนิ ทุกๆการกระทำนั้นเขาเห็นหมดนั้นแหละถึงแม้จะนั่งนิ่งทำไม่ใส่ใจแต่ใช่ว่าเขาจะปล่อยปะละเลย

 

 

            “เพื่อนเจ็บอยู่ก็เบาๆหน่อยสิ”เสียงเข้มเอ่ยขึ้นแล้วยกมือลูบไหล่มยองซูเบาๆด้วยความลืมตัวแล้วต้องดึงมือกลับทันทีเมื่อเห็นสายตาของร่างบางที่มองมา

 

 

 

            “ผมไม่รู้ครับขอโทษที กลับกันดีกว่าพี่ดงอู”อูฮยอนมองซองกยูด้วยสายตาครุ่งคิดก่อนจะหันไปเรียกดงอูให้เดินออกไปด้วยกัน ดงอูจึงหันมายิ้มให้ทั้งสองคนแล้วโบกมือลามยองซูอย่างร่าเริง

 

 

 

            “พี่ชายเหรอ”ซองกยูถามแล้วเดินไปเลื่อนโต๊ะกินข้าวมาไว้ตรงหน้ามยองซู

 

 

 

            “เปล่า พี่ข้างบ้าน”มยองซูตอบแล้วมองอาหารตรงหน้าแล้วหน้างอทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นโจ๊ก เขาไม่ค่อยชอบทานอาหารประเภทนี้สักเท่าไร

 

 

            “กินข้าวจะได้กินยา ฉันไปบอกหมอให้มาตรวจแล้วเขาสั่งให้ฉันเอาข้าวมาให้นายก่อน”ซองกยูบอกแล้วมองอีกคนด้วยสายตาเรียบนิ่งเมื่อเห็นว่ามยองซูเอาแต่นั่งมองชามโจ๊กไม่ยอมกิน

 

 

 

            “อ่อลืม เจ็บขอมืออยู่สินะ”ซองกยูพูดขึ้นมาเมื่อนึกออกว่าที่ข้อมือของมยองซูมีผ้าพันไว้อยู่เพราะมือซ้น มือเรียวเอื้อมไปหยิบชามโจ๊กมาไว้ในมือก่อนจะตักขึ้นมาเปาแล้วยื่นไปตรงหน้าของอีกคน “กิน”

 

 

มยองซูมองการกระทำของอีกคนไม่วางตาแล้วหัวใจต้องเต้นรัวขึ้นมาเมื่อซองกยูตักโจ๊กมาป้อนเขาและออกคำสั่งให้เขากิน เขาไม่อยากจะเชื่อว่าอีกคนจะมานั่งดูแลเขาแบบนี้แม้จะดูเหมือนไม่เต็มใจทำแต่มยองซูก็ยิ้มให้อย่างขอบคุณ

 

 

            “อาการของคนไข้ดีขึ้นมากแล้วนะครับ อีกสองวันคงกลับบ้านได้”หมอเจ้าของไข้ที่เข้ามาตรวจดูอาการหันมาพูดกับซองกยูที่ยืนอยู่ข้างเตียง ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะโค้งขอบคุณคุณหมอ

 

 

            “หน้าฉันมีอะไรเหรอนายถึงมองอยู่ได้”ซองกยูถามเมื่อหันกลับมามองแล้วดวงตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตเข้าพอดีจึงเห็นว่ามยองซูกำลังมองเขาอยู่

 

 

            “เอ่อ ขอบคุณนะครับ”มยองซูบอกแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วเขาต้องใจเต้นแรงทันทีเมื่อมือหนาเอื้อมมาลูบหัวเขาเบาๆ

 

 

            “ไม่เป็นไร ไอ้ซองยอลมันฝากฉันไว้”ซองกยูบอกก่อนจะค่อยๆประคองร่างบางให้นอนลงพรางดึงผ้าห่มมาห่มให้ “นอนได้แล้ว”

 

 

มยองซูไม่กล้าหันไปมองว่าซองกยูทำอะไรต่อแต่เขาก็พอรับรู้ได้ว่าซองกยูกำลังจะเดินไปนอนบนโซฟา นี้อีกคนจะมานอนเฝ้าเขาหรอ ร่างบางได้แต่เก็บคำถามนั้นไว้ในใจเพราะไม่กล้าที่จะถามอีกคนกลัวจะถามไม่ถูกใจแล้วถูกอีกคนดุเข้า

 

 

 

14.12.20--

 

 

“เอ่อ พี่ซองกยูครับ”มยองซูเรียกคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆอีกคนจึงเงยหน้าขึ้นมามองพรางเลิกคิ้วอย่างมีคำถาม

 

 

 

“ผมปวดฉี่ พาไปหน่อยได้ไหม”มยองซูถามแล้วมองอีกคนด้วยสายตาอ้อนๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวแต่คนที่มองกลับลมหายใจสะดุด ซองกยูถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินเข้ามาประคองร่างบางแล้วพาไปที่ห้องน้ำ

 

 

“ไม่ต้องล็อคประตูเดี๋ยวเป็นอะไรไปฉันจะเข้าไปช่วยไม่ทัน”ซองกยูบอกหลังจากที่เดินไปส่งร่างบางในห้องน้ำแล้วปิดประตูโดยแง้มไว้นิดๆให้เขาพอรับรู้ถึงคนข้างใน

 

 

“พี่ซองกยูฮะ จะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากอาบน้ำ”หลังจากทำธุระเสร็จแล้วร่างบางก็ค่อยๆเดินกระเผลกมาที่ประตูก่อนจะโผล่หัวออกมาถามคนที่ยืนรออยู่

 

 

“อาบน้ำหรอ ฉันว่าอย่าเพิ่ง..”

 

 

“ผมเหนียวตัว”มยองซูบอกพรางก้มหน้างุดตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเมื่อวานเขาก็ยังไม่อาบน้ำมีเพียงแค่พยาบาลมาเช็ดตัวให้แต่ก็ไม่ได้เช็ดไปถึงข้างในร่มผ้าเช็ดแค่เนื้อตัวส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเท่านั้น

 

 

“เดี๋ยวฉันตามพยาบาลมาเช็ดตัวให้”ซองกยูบอกแล้วจะเดินเข้าไปประคองอีกคนออกมาจากห้องน้ำแต่มยองซูก็ยื้อตัวไว้

 

 

“คือผมเหนียวตัวจริงๆ”มยองซูเงยหน้าขึ้นมองอีกคนทำให้ซองกยูหายใจสะดุดแล้วหยุดนิ่ง ใครบอกว่าดวงตาของเขามีเสน่ห์เขาว่าเขาเจอดวงตาที่มีเสน่ห์มากกว่าเขาแล้วล่ะ “ให้ผมอาบน้ำเถอะนะ”

 

 

ซองกยูว่าเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมมยองซูถึงอยากอาบน้ำ มยองซูเองก็ไม่ได้มีไข้หรืออะไรที่จะทำให้อาบน้ำไม่ได้แต่แค่ต้องระวังรอยแผลตามตัว ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันอีกคนคงจะรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไร

 

 

            “แผลนายยังโดนน้ำไม่ได้”แต่ด้วยการห่วงว่าแผลอีกคนจะหายช้า ตามตัวของมยองซูเต็มไปด้วยแผลถลอกจะเจ็บหนักๆก็แค่ที่ข้อมือกับเท้าข้างขวาเท่านั้นเอง “ให้พยาบาลมาเช็ดให้ดีกว่า”

 

 

            “ผมไม่อยากให้พยาบาลเช็ดเข้าไปข้างใน ผมอาย”มยองซูยอมบอกเหตุผลที่ทำให้ตนเองไม่ยอมให้พยาบาลสาวสวยเช็ดตัวให้เพราะเขาอายที่จะมาแก้ผ้าต่อหน้าเธอ ถึงแม้ว่าอาชีพของเธอจะเห็นมาหลายคนแล้วแต่เขาก็อายอยู่ดียิ่งไปกว่านั้นเขาอายสายตาของคนที่คอยมองเขาตลอดเวลาไม่ว่าเขาจะทำอะไร

 

 

 

“งั้น...”ซองกยูมองร่างบางอย่างลังเลแล้วถอนหายใจออกมา “เดี๋ยวฉันเช็ดให้นายเอง”

 

 

มยองซูว่าเขาฟังผิดซองกยูเนี่ยนะจะมาเช็ดตัวให้เขา คนที่ทำท่าเกลียดเขานักหนาแค่มาเฝ้าดูแลเขาตอนนี้เขาก็รู้สึกไม่เข้าใจมากอยู่แล้วนี้ยังจะมาเช็ดตัวให้เขาอีก เขาจะบอกอีกคนว่ายังไงว่าเหตุผลที่เขาไม่อยากให้พยาบาลเช็ดตัวให้ก็เพราะมีซองกยูคอยมองตลอดถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขาก็อายเป็นเหมือนกันนะ

 

 

 

            “ผมว่า”

 

 

            “รอก่อน”ซองกยูประคองร่างบางมาที่เตียงแล้วเอ่ยบอกก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเอาผ้าขนหนูและกะละมังรองน้ำมาเช็ดตัวให้คนป่วย ซองกยูบีบครีมอาบน้ำลงไปในกะละมังนิดนึงเพื่อให้น้ำมีกบิ่นหอมก่อนจะเดินออกมาหาคนที่นั่งรออยู่

 

 

 

            “ถ้างั้นผมเช็ดเองก็ได้นะครับ พี่ออกไปรอข้างนอก..”

 

 

            “ข้อมือขยับสะดวกแล้วหรือไง อยู่นิ่งๆ”ซองกยูบอกก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อโรง’บาลตัวบางออกจากร่างบอบบาง ดวงตาคมหันหลบไปอีกทางเมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตพร้อมทั้งผิวขาวเนียนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

 

            “พี่ซองกยูทำไมพี่หน้าแดงๆ”มยองซูถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะเอื้อมมือไปจับใบหน้าของอีกคนเบาๆอย่างสงสัยทำให้ซองกยูต้องรีบสะบัดออกอัตโนมัติ

 

 

            “ผะ ผมขอโทษ ผมแค่เป็นห่วงพี่”มยองซูก้มหน้างุดทันทีด้วยความรู้สึกผิด ปฏิกิริยาของซองกยูดูจะไวต่อสัมผัสของเขามากคงจะไม่ชอบหน้าเขามากสินะ

 

 

            “โทษที ฉันไม่ค่อยชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวน่ะ”ซองกยูโกหกออกไปใครว่าเขาไม่ชอบล่ะ ยิ่งถ้าเป็นมยองซูแล้วเขายิ่งชอบแต่เขาจะทำแบบนั้นได้ไงในเมื่ออีกคนเป็นแฟนของเพื่อนสนิทเขา มือเรียวเอื้อมไปดึงสายเชือกบนกางเกงออกแล้วค่อยๆเลือนกางเกงออกจากเรียวขาสวยเบาๆ 

 

 

            “ผมเช็ดเองก็ได้นะครับมืออีกข้างไม่ได้เป็นอะไร”มยองซูบอกอย่างรู้สึกเกรงใจแล้วต้องหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาที่ซองกยูใช้มองร่างกายของเขา พออีกคนเห็นว่าเขามองตนเองอยู่จึงเบือนหน้าหนี ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ทุกคนสินะ ต่อให้เกลียดแค่ไหนแต่พอมาเห็นแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าสัญชาตญาณก็คงออกโดยไม่รู้ตัว

 

 

ซองกยูไม่ตอบอะไรร่างสูงเอื้อมมือไปบิดผ้าให้หมาดๆก่อนจะค่อยๆเอามาเช็ดที่แขนเรียวแล้วเลื่อนไปที่ลำคอก่อนจะเลือนไปที่แขนอีกข้างแล้วเช็ดลงมาที่แผ่นอกบาง มยองซูรู้สึกหายใจติดขัดเมื่อซองกยูมองร่างกายของเขาด้วยสายตาเรียบๆแต่แฝงไปด้วยอารมณ์บางอย่างจนเขารู้สึกได้

 

 

            “พะ พี่กยู”มยองซูเรียกเสียงแผ่วทำให้ซองกยูหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเงยหน้าขึ้นไปมองดวงหน้าหวาด เมื่อกี้เขาคงเผลอมองยอดอกสีสวยนานไปจนอีกคนรู้สึกตัว

 

 

            “มะมีอะไรหรอ”ถามอีกคนเสียงสั่นพรางหลบสายตาของมยองซู ทำไมหัวใจของเขาต้องเต้นแรงขนาดนี้มยองซูจะรู้ตัวไหมว่าทำให้เขาหายใจไม่สะดวก แค่ได้มองร่างกายขาวเนียนก็ทำให้เขารู้สึกบางอย่าง นี้สินะที่ทำให้ซองยอลหลงนักหลงหนา เขาไม่อยากจะคิดอะไรไม่ดีแต่เมื่อตอนนี้ร่างกายเปล่าเปลือยของมยองซูกำลังอยู่ตรงหน้าเขา คนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดกำลังอยู่กับเขาแค่สองต่อสอง

 

 

            “พี่โอเคไหม ผมว่ามือพี่สั่นๆหน้าพี่ก็แดง”มยองซูถามด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเอื้อมมือไปสัมผัสอีกคนเพราะกลัวซองกยูจะสะบัดออกอีกแต่แล้วกลับเป็นซองกยูที่ทำให้เขาเบิกตากว้างเมื่อมือเรียวสวยเอื้อมมาประคองใบหน้าของเขาเบาๆ

 

 

            “มยองซู”ซองกยูเรียกแล้วมองเข้าไปในดวงตาของมยองซูเพื่อหาคำตอบจากดวงตาคู่สวย มยองซูจะรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึกไหม รู้ไหมว่าเขาเฝ้ามองตัวเองตลอดเวลาที่ได้เจอคงไม่สินะในเมื่ออีกคนมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว

 

 

            “พี่ซองกยูเป็นอะไรบอกผมได้นะครับ”มยองซูบอกแล้วเอื้อมมือไปประคองใบหน้าคมคายของร่างสูงไว้เช่นกันเมื่อเห็นว่าแก้มของอีกคนเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆไม่ต่างจากเขาที่รู้สึกร้อนๆที่ใบหน้าเช่นเดียวกัน

 

 

            “มยองซูพี่ระ...”ซองกยูสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะปล่อยมือออกมาเมื่อกี้เขาเผลอพูดคำที่ไม่ควรออกมาแต่พอได้สบตาและเห็นพวกแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อเขากลับรู้สึกอยากจะพูดคำนั้นให้ร่างบางได้ยิน ไม่อยากเก็บไว้ในใจคนเดียวอีกแล้ว

 

 

            “พี่ซองกยูว่าอะไรนะครับ”ตอนนี้มยองซูไม่สนแล้วว่าแอร์ภายในห้องนั้นเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขาอยู่ในสภาพไม่มีเสื้อผ้าปกปิดสักชิ้น เขาสนใจคนตรงหน้ามากกว่าที่เหมือนจะมีเรื่องกังวลใจ “บอกผมได้นะ ผมเป็นห่วงพี่”

 

 

คำบอกกล่าวของร่างบางทำให้ซองกยูชะงัก มยองซูเป็นห่วงเขางั้นหรอแล้วห่วงในฐานะอะไรกัน ซองกยูสะบัดหัวเบาๆไล่ความคิดไร้สาระก่อนจะเอาผ้าขนหนูไปจุ่มน้ำอีกครั้งก่อนจะบิดแล้วเอาไปเช็ดตัวให้ร่างบาง

 

 

            “ขอบคุณครับ”มยองซูบอกเมื่อซองกยูติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้เขาเสร็จแล้วร่างบางส่งยิ้มไปให้แต่ซองกยูไม่ได้ตอบอะไร ร่างสูงเดินเอากะละมังกับผ้าไปเก็บก่อนจะเดินกลับมานอนลงโซฟาท่ามกลางความมึนงงของมยองซู

 

 

            ‘อะไรของเขาคิดจะเงียบก็เงียบ’

 

 

ร่างบางได้แต่คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป มยองซูค่อยๆขยับตัวลงนอนโดยหันหน้าไปทางระเบียงเพราะไม่ค่อยกล้ามองหน้าซองกยูเท่าไร ทำไมเขาต้องรู้สึกร้อนผ่าวเมื่อสายตาเรียวเล็กนั้นมองมาที่เขา ทำไมเขาต้องใจเต้นแรงเมื่อซองกยูมาอยู่ใกล้ๆเขาด้วย ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกันทำไมมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน

 

 

 

ซองกยูมองไปที่แผ่นหลังบางที่นอนหันหลังให้เขาด้วยสายตาเจ็บปวดโดยที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสายตาแบบนี้จากเขา เขารู้สึกยังไงเขารู้ตัวดีและรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แค่เขามีโอกาสเล็กๆน้อยๆเพียงแค่นี้มันก็ดีสำหรับเขาแล้ว แม้โอกาสของเขาจะยิ่งทำให้เขาถลำลึกไปมากแค่ไหนก็ตาม

 

 

15.12.20—

 

 

“ค่อยๆเดิน”ซองกยูบอกพรางประคองร่างบางให้เดินเข้าไปในบ้านแล้วพาไปนั่งตรงโซฟาในห้องรับแขกก่อนจะผละออกมาจากตัวอีกคน

 

 

            “พี่กลับก็ได้นะครับ ผมอยู่ได้”มยองซูบอกอย่างเกรงใจ ตอนนี้เขาได้กลับมาอยู่บ้านแล้วและเขาก็เกรงใจซองกยูที่สองสามวันนี้อีกฝ่ายต้องคอยอยู่ดูแลเขาตลอดไม่ไปไหนราวกับคนไม่มีงานมีการทำทั้งที่จริงแล้วอีกฝ่ายมีร้านซ่อมรถครบวงจรที่ต้องดูแล

 

 

            “แน่ใจหรอว่าอยู่ได้”ซองกยูถามเสียงเรียบแล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจะทำอะไรให้ร่างบางกินโดยไม่รอฟังคำตอบ เขาก็ถามไปอย่างนั้นเพราะรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้มยองซูอยู่คนเดียวในสภาพนี้มันลำบากสำหรับอีกฝ่ายและเขาปล่อยให้อีกคนอยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ

 

 

 

            “แล้วพี่จะนอนที่ไหนครับ ผมไม่ได้เตรียมห้องไว้ให้”มยองซูถามหลังจากที่ทั้งสองคนทานข้าวฝีมือของซองกยูด้วยกันเสร็จ มยองซูเพิ่งได้ลองกินกับข้าวที่ซองกยูทำเป็นครั้งแรกถึงมันจะไม่อร่อยมากแต่ก็พอกินได้แต่ถ้าให้เลือกเขาอยากจะเป็นคนทำให้อีกฝ่ายกินมากกว่าเพราะผู้ชายห่ามๆแบบซองกยูเวลาอยู่ในครัวถึงจะดูเท่แค่ไหนก็ไม่เหมาะกับอีกคนอยู่ดี

 

 

            “นอนกับนายได้หรือเปล่าล่ะ”ดวงตาคมมองหน้าอีกคนอย่างหยอกล้อ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่นี้เป็นการคุยกันอย่างผ่อนคลายๆหลังจากที่รู้จักกันมาหลายปี

 

 

            “ผมว่า..”มยองซูก้มหน้างุดเพราะไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายว่ายังไง จะให้ปฏิเสธก็สงสารซองกยูอีกฝ่ายอุตส่าห์เสียการเสียงานมาดูแลเขาแล้วเขาจะกล้าบอกได้ยังไงว่าไม่ให้นอนด้วย

 

 

            “ฉันพูดเล่น นายนี้ขี้เกรงใจนะก็ว่าทำไมไอ้ซองยอลมันน้อยใจอยู่บ่อยๆ”ซองกยูว่าขำๆพรางส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานชามที่กินเสร็จแล้วไปไว้ที่ซิงค์เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาค่อยมาล้าง “เดี๋ยวฉันไปส่งนายขึ้นห้องแล้วจะกลับไปนอนบ้าน”

 

 

            “ซองยอลคงชอบเอาเรื่องของเราไปพูดให้พี่ฟัง”มยองซูพูดขึ้นเมื่อนึกถึงคนรักที่ตอนนี้คงกำลังขมักเขม่นกับการทำงานแทนผู้เป็นพ่อ ก่อนที่เขาจะออกจากโรงพยาบาลซองยอลก็โทรมาคุยกับเขาผ่านโทรศัพท์ของซองกยูเพราะโทรศัพท์ของเขาคงพังตั้งแต่ตอนถูกรถชน อีกคนบอกว่าถ้างานเสร็จแล้วจะรีบกลับมาแต่มยองซูก็ตอบกลับด้วยความเกรงใจว่าให้อยู่ดูแลพ่อก่อนไม่ต้องห่วงเขา

 

 

            “มันก็เอามาบ่นบ้างแต่ฉันไม่ค่อยได้ฟังหรอก”ซองกยูพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองร่างบางที่นั่งอยู่บนโต๊ะทานข้าวด้วยสายตานิ่งเรียบแต่ภายในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นมยองซูพูดถึงอีกคนด้วยท่าทางมีความสุข

 

 

            “ผมถามจริงๆนะพี่ซองกยู”มยองซูจ้องไปที่ดวงตาคมตรงๆเป็นการบอกกับอีกคนว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดเขาจริงจังอะไร “พี่หึงผมกับซองยอลหรือเปล่า”

 

 

            “แค่ก แค่ก”ซองกยูสำลักทันทีเมื่อร่างบางพูดจบ อย่าบอกนะว่ามยองซูรู้ตัวนี้เขาแสดงออกมากเกินไปหรอ “ทำไมถามแบบนั้น”

 

 

            “ผมรู้สึกเหมือนว่าพี่ไม่ชอบผม ผมเลยคิดว่าพี่หวงซองยอลที่มาคบกับผม”มยองซูบอกแล้วมองอีกคนอย่างรอคำตอบ ก็ตลอดเวลาที่ผ่านมาซองกยูเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาทุกทีที่เจอกัน แทบยังมองเขาด้วยสายตานิ่งๆตลอดแล้วยิ่งซองยอลมาบอกว่าตั้งแต่ที่มาคบกับเขาซองกยูก็ค่อยๆตีตัวออกห่างแบบนี้จะไม่ให้เขาคิดได้ยังไง

 

 

            “หึ ใครบอกว่าฉันไม่ชอบนายความจริงแล้วฉันชอบนายมากๆเลยล่ะ”ซองกยูแค่นหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดออกไป เขาก็แค่สมเพสตัวเองที่พอมีโอกาสได้บอกก็ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ เลยได้แต่พูดแบบนี้ตามประสาผู้ชายห่ามๆ

 

 

            “ประชดผมหรอ”มยองซูว่าแล้วเบ้ปาก ซองกยูนี้นะจะชอบเขามากแต่ทำไมใจเขาต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย

 

 

            “ฉันพูดจริง”ซองกยูว่าก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างบางที่นั่งอยู่บนเกาอี้แล้วเอื้อมแขนไปกักตัวอีกคนไว้โดยใช้มือดันขอบโต๊ะแล้วมองไปที่ร่างบางนิ่งๆดวงตาคมสำรวจใบหน้าที่ทำให้เขารู้สึกหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ใช่ เขาชอบมยองซูเขาไม่ได้ชอบซองยอลอย่างที่อีกคนคิด ผู้ชายแมนๆแบบเขาจะไปชอบไอ้โย่งนั้นทำไมผีเห็นผีชัดๆ “ฉันไม่ใช่คนชอบโกหก”

 

 

            “พะพี่จะเข้ามาใกล้ผมทำไม”มยองซูถามเสียงสั่นเมื่ออีกคนขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ๆเขามากขึ้นทำให้เขามองใบหน้าหล่อเหลาได้อย่างชัดเจน ดวงตาเรียวเล็กที่มองหน้าเขาอย่างสำรวจ ริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่าและไรเคราสีเขียวจากๆที่เขาไม่ค่อยชอบเวลาซองยอลไม่โกนออกแต่พออยู่บนหน้าซองกยูเขากลับรู้สึกว่ามันยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้อีกคนมากขึ้นไปอีก

 

 

            “ขึ้นห้องกันเถอะ”ซองกยูว่าแล้วช้อนตัวร่างบางมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะพาเดินขึ้นบันได้ไปบนห้อง

 

 

            “พี่อุ้มทำไมผมเดินเองได้”มยองซูถามแล้วมองคนที่กำลังพาเขาไปที่ห้องด้วยความไม่เข้าใจแล้วคำพูดของอีกคนที่ฟังดูสุ่มเสียงนั้นอีก

 

 

            “ก็พามานอนไง ฉันขี้เกียจประคองนายเลยคิดว่าอุ้มมาเลยคงจะง่ายกว่า”ซองกยูว่าแล้วหยุดยืนที่หน้าห้อง “เปิดประตูสิ”

 

 

ร่างสูงสั่งอีกคนให้เอื้อมมือไปเปิดประตูเพราะมือของเขาไม่ว่าง ดูจากขนาดตัวแล้วมยองซูก็ไม่ได้ตัวใหญ่มากแต่ออกจะอวบๆนิดหน่อยแต่พอมาอุ้มจริงๆแล้วตัวกลับเบาหวิวจนเขาสามารถอุ้มขึ้นมาได้สบายๆสงสัยคงเพราะไปนอนโรงพยาบาลหลายวันเลยไม่ค่อยจะสมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็น

 

 

            “อุ้มสาวบ่อยหรือไงทำไมพี่ดูไม่หนักเลย”มยองซูเอ่ยแซวในขณะที่คนตัวสูงค่อยๆวางตัวเองลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะบุบสลายก่อนจะนั่งลงข้างๆ

 

 

            “หึ ก็บ่อยนะ”ซองกยูแสยะยิ้มก่อนจะตอบออกไป เขาไม่รู้จะโกหกไปเพื่ออะไรในเมื่อชีวิตเขาก็มีเรื่องพวกนั้นอยู่ไม่ขาดแต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะจริงจังกับใครมากสุดก็แค่สองเดือนเองมั้ง มือหนาเอื้อมไปปัดปรอยผมที่ตกมาปรกใบหน้าหวาดของคนที่นอนมองเขาอยู่ออกเบาๆอย่างอ่อนโยนด้วยความลืมตัว

 

 

            “แล้วจะจับแขนผมอยู่ทำไมปล่อยได้แล้ว”มยองซูบอกออกไปด้วยเสียงไม่พอใจก่อนจะสะบัดแขนออกจากมือเรียวแล้วล้มตัวลงนอน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาต้องไม่พอใจด้วยแต่แค่คิดว่าวองกยูทำอะไรกับคนพวกนั้นบ้างเขาก็รู้สึกไม่ค่อยชอบใจ เขาไม่อยากให้ใครได้รับความอ่อนโยนแบบนี้จะผิดไหมถ้าเขาอยากได้ความห่วงใยจากซองกยูแค่เพียงคนเดียว

 

 

            “พี่ไปก่อนนะ ฝันดีครับ”ซองกยูค่อยๆลุกออกจากเตียงเพื่อเดินออกไปแต่แล้วเขาต้องชะงักเมื่อมยองซูดึงแขนเขาไว้เบาๆทำให้ซองกยูต้องหันไปมองด้วยความสงสัยว่าร่างบางมีอะไร

 

 

            “อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนได้ไหม”มยองซูบอกแล้วมองสบตาคมด้วยดวงตาอ้อนวอนเขาไม่กล้าอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่นี้ปกติก็จะมีซองยอลคอยอยู่ด้วยกันแต่พออีกคนไม่อยู่เขาก็รู้สึกเคว้งคว้างยังไงไม่รู้ “แต่ถ้าพี่มีธุระก็ไม่เป็นไรนะ”

 

 

มยองซูปล่อยมือออกจากแขนร่างสูงเมื่ออีกคนมีท่าทีลังเลและมองเขาด้วยความสงสัยแต่แล้วเขาต้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเขาไว้

 

 

            “คิดดีแล้วหรือไงชวนผู้ชายอยู่เป็นเพื่อนน่ะ”ซองกยูแถมเสียงเบาแต่ด้วยความที่ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงนิดเดียวทำให้มยองซูได้ยินอย่างชัดเจน

 

 

            “เพราะผมรู้ว่าพี่ไม่ทำอะไรผมแน่นอน”มยองซูตอบออกไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่กังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้แต่เขาต้องข่มใจไว้ ยังไงซะซองกยูก็เป็นเพื่อนกับคนรักของเขาต่อให้อีกคนจะร้ายแค่ไหนคงไม่กล้าหักหลังเพื่อนตัวเองและต่อให้ใจเขาจะคิดเลยไปไกลแค่ไหนเขาก็ต้องดึงมันกลับมาเมื่อรู้ดีว่ามันไม่ถูกต้อง

 

 

            “อยู่ในสภาพนี้แล้วยังคิดว่าฉันจะไม่ทำอะไรนายอีกหรอ”เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูทำให้มยองซูขนลุก เสียงแหบแสนมีเสน่ห์และลมหายใจอุ่นร้อนที่อยู่ใกล้ๆใบหน้าทำให้มยองซูร้อนผ่าว มือเล็กยกขึ้นไปดันอกแกร่งไว้ไม่ให้อีกคนเข้ามาใกล้เขาได้มากกว่านี้

 

 

            “ไม่ชอบผมไม่ใช่หรือไงทำไมต้องมาใกล้ขนาดนี้ด้วย”มยองซูถามขึ้นเมื่อใบหน้าหล่อขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ปลายจมูกโด่งเฉียดแก้มของเขาไปเพียงนิดเดียวจนมยองซูไม่กล้าขยับตัว

 

 

            “ก็บอกไปแล้วหนิว่าชอบมาก”ซองกยูเผยยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูท่าทางของมยองซู คงคิดว่าเขาจะทำอะไรตัวเองสินะใจจริงเขาก็อยากทำอยู่หรอกแต่เขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะทำแบบนั้นได้ ร่างสูงจึงขยับถ่อยออกมาเมื่อแกล้งอีกคนจนพอใจแล้ว

 

 

            “นอนได้แล้วเดี๋ยวพี่จะเฝ้าจนนายหลับ”

 

 

น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับมือที่ลูบแก้มเนียนเบาๆทำให้มยองซูรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยไปพร้อมกันๆเมื่อมั่นใจว่าซองกยูจะทำตามอย่างที่พูด ร่างบางค่อยๆหลับเข้าหากันก่อนจะพลอยรับไปด้วยความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยาแก้ปวดที่โรงพยาบาลจัดมาให้เขากิน

 

 

 

24.12.20—

 

 

ผ่านไปเกือบสัปดาห์ที่มยองซูคอยมีซองกยูอยู่ข้างกายตลอดไม่ว่าทำอะไรหรือไปไหนซองกยูก็คอยให้ความช่วยเหลือหรือไม่ก็มองเขาตลอดเวลาแต่มยองซูกลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยอย่างที่ควรจะเป็นในทางกลับกันมยองซูรู้สึกอบอุ่นใจที่มีซองกยูอยู่ข้างๆและมยองซูก็เพิ่งรู้ว่าซองกยูนั้นกวนประสาทมากแค่ไหนเมื่อเริ่มสนิทกันมากขึ้น

 

 

            “ข้อเท้าดีขึ้นแล้วใช่ไหม”ซองกยูถามเมื่อเห็นว่าร่างบางเดินได้ปกติแล้ว

 

 

            “อืม แต่ก็ยังเดินขัดๆอยู่นิดหน่อย”มยองซูตอบแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะขมวดคิ้วมองไปที่รถบิ๊กไบท์คันใหญ่ที่จอดอยู่ในโรงจอดรถ “พี่ขับรถคันนั้นมาหรอ”

 

 

            “ใช่ ไอ้มินซอกมันขโมยรถพี่ไปขับพี่เลยเอาคันนี้มา”ซองกยูตอบแล้วเดินไปขึ้นรถของตนเองก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วขับมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ “ขึ้นมาสิเดี๋ยวจะพาไปขับรถเล่น”

 

 

มยองซูมองคนตรงหน้าสลับกับรถที่อีกฝ่ายคล่อมอยู่ด้วยความลังเลก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อก้าวขึ้นไปซ้อนท้ายซองกยู ร่างสูงส่งหมวกกันน็อคอีกใบมาให้เขาก่อนจะเอื้อมมือมาใส่ให้เมื่อเห็นเขามีท่าทีเงอะงะ มยองซูก้าวขึ้นไปซ้อนท้ายทันทีเมื่ออีกคนพยักหน้าแล้วส่งยิ้มจางๆมาให้เพื่อให้เขามั่นใจว่าเขาจะปลอดภัย

 

 

            “ไม่ต้องกลัวนะ”ซองกยูหันมาบอกก่อนจะดึงแขนเรียวไปโอบรอบเอวตนอย่างถือวิสาสะ ทำให้มยองซูรีบดึงมือกลับทันทีอย่างตกใจ 

 

 

            “พี่ทำอะไร”

 

 

            “ก็จะให้กอดไว้เดี๋ยวนายจะตกลงไปแต่ถ้าไม่กอดก็นั่งดีๆล่ะ”  ซองกยูตอบออกไปแล้วหยักไหล่เมื่อรู้ว่าร่างบางกำลังคิดอะไรแล้วค่อยๆออกรถไปก่อนจะเพิ่มความเร็วเมื่อขับออกมาพ้นหมู่บ้านเข้าสู่ถนนสายหลักด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้มยองซูต้องรีบเอื้อมแขนมาโอบเอวแกร่งอย่างลืมตัวเพราะกลัวจะตกลงไป

 

 

            “กอดดีๆตั้งแต่แรกก็ไม่เอา”ซองกยูหันไปพูดกับอีกคนที่ซบใบหน้าลงบนไหล่เขาด้วยความกลัวก่อนจะหันไปมองถนนข้างหน้าแล้วค่อยๆผ่อนความเร็วลงเป็นความเร็วปกติ

 

 

            “ก็ใครจะไปรู้ว่าพี่จะบ้าเดือดขับเร็วขนาดนี้”มยองซูบ่นอุบพรางวางคางลงบนไหล่แกร่งอย่างลืมตัวทำให้ซองกยูยิ้มออกมาแล้วไม่คิดจะว่าอะไรร่างบางเพราะยิ่งมยองซูทำแบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

            “อะ ถึงแล้ว”ซองกยูบอกก่อนจะค่อยๆดับรถแล้วหันไปมองร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลงไป

 

 

            “พี่พาผมมาที่ไหน”มยองซูถามแล้วมองไปรอบๆที่กำลังมีชายหนุ่มหลายคนขมักเขม่นกับการเช็ครถและมีรถอีกหลายคันที่กำลังขับอยู่ในสนาม

 

 

            “สนามแข่งรถไง”ซองกยูตอบก่อนจะเป็นฝ่ายก้าวลงจากรถก่อนแล้วค่อยๆประคองร่างบางลงมา

 

 

            “รู้แล้วแต่พี่พาผมมาทำไม”มยองซูถามก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ซองกยูด้วยความกลัวเมื่อมีสายตาหลายคู่กำลังมองมาที่พวกเขาด้วยความสนใจ

 

 

            “พามาดูพี่แข่งรถ”ซองกยูตอบก่อนจะพยักหน้าให้มยองซูมองไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตนที่วันนี้จะใช้แข่งขัน “นอกจากคันที่ไอ้มินซอกเอาไปพี่ก็มีคันนี้แต่วันนี้พี่จะใช้แข่งเลยไม่ได้เอาไปรับนาย”

 

 

            “อ่อ ว่าแต่มินซอกนี้ใครอะ”มยองซูพยักหน้ารับก่อนจะถามออกไปทำให้ซองกยูถอนหายใจออกมา คุยกันมาถึงขนาดนี้แล้วมยองซูยังไม่รู้ว่าคิมมินซอกเป็นใครอีกหรอ

 

 

            “น้องชายพี่เอง”ซองกยูตอบแล้วเดินเข้าไปดูรถโดยไม่ลืมจูงมืออีกคนไปด้วย

 

 

            “พี่มีน้องชายด้วยหรอผมนึกว่าพี่เป็นลูกคนเดียวซะอีก”มยองซูถามแล้วส่งยิ้มไปให้คนที่กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากใต้ท้องรถ 

 

 

            “แฟนหรอพี่”อีกคนถามขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืมแล้วปัดเศษฝุ่นตามตัวออก

 

            

            “เปล่า”ซองกยูตอบเสียงเรียบแล้วต้องรีบปล่อยมืออกจากมือบางทันทีเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนมองมือที่กำลังจับกันของพวกเขาอย่างหยอกล้อ

 

 

            “หว่าหน้าเสียดายนึกว่าพวกผมจะมีนายหญิงซะอีก แค่ตุ๊กตาหน้ารถว่างั้นเถอะ”อีกคนว่าก่อนจะหยักคิ้วให้ซองกยูแล้วเดินจากไปเมื่อซองกยูแยกคิ้วใส่ตน

 

 

            “พามาบ่อยหรอ”มยองซูถามแต่แววตาฉายความไม่พอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

 

            “อะไรที่ว่าพามาบ่อย”ซองกยูถามแล้วกับท่าทางของอีกคน เขาจะเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่ามยองซูกำลังหึงเขา

 

 

            “ตุ๊กตาหน้ารถของพี่น่ะ”มยองซูกระแทกเสียงใส่ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้บนอัฒจันทร์ด้วยความไม่พอใจ เขารู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์แต่เขาก็อดรู้สึกไม่ได้จริงๆในเมื่อความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มก้าวมาไกลขนาดนี้

 

 

            “โกรธหรอครับ”ซองกยูเดินเข้ามานั่งข้างๆก่อนจะถามร่างบางที่เบือนหน้าหนีทำให้ร่างสูงอดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้

 

 

            “ผมมีสิทธิอะไรจะไปโกรธพี่ล่ะ”มยองซูถามพรางถอนหายใจออกมา เขาคงแสดงออกมากเกินไปแต่เพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อซองกยูนับวันจะยิ่งถลำลกไปไกลทำให้เขาเผยความรู้สึกออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

 

            “แล้วถ้าพี่ให้นายโกรธได้ล่ะ”ซองกยูเอื้อมมือไปประคองใบหน้าน่ารักให้หันกลับมามองตนแล้วจ้องไปที่ดวงตากลมโตโดยตรงอย่างสื่อความหมาย เขารู้ว่าสิ่งที่กำลังทำในผิดแต่หลายวันที่ผ่านมาทำให้เขารู้ใจตัวเองมากขึ้นว่าเขาต้องการมยองซูมากแค่ไหน มากเกินกว่าจะหยุดยั้งความรู้สึกและความคิดไว้ได้ทำให้เขาเลือกที่จะแสดงความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้มยองซูรับรู้ในช่วงเวลาอันแสนสั้นที่ได้อยู่ด้วยกัน

 

 

            “พี่ซองกยู”มยองซูเรียกอีกคนเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกที่กำลังล้นอก เขาไม่เคยเห็นซองกยูแสดงความรู้สึกมากมายขนาดนี้ออกมามาก่อน ปกติอีกคนเอาแต่นั่งนิ่งพูดออกมาแทบนับคำได้แต่ในหลายวันที่อยู่ด้วยกันมาทุกการกระทำในบ่งบอกได้อย่างดีว่าซองกยูรู้สึกยังไงกับเขาโดยที่เขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง

 

 

            “วันนี้ช่วยเป็นช่วยไปนั่งข้างพี่ได้ไหมพี่สัญญาว่านายจะปลอดภัย”ซองกยูถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะซบหน้าผากของตัวเองเข้ากับหน้าผากมนพรางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มใสเบาๆก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อมยองซูพยักหน้ารับ

 

 

“การแข่งขับจบลงแล้วนะครับแล้วผู้ชนะของเราคือคุณซองกยูเจ้าของสนามแข่งนั้นเอง”

 

 

 

เสียงพิธีกรประกาศพร้อมกับร่างสูงที่จูงมือมยองซูขึ้นไปรับถ้วยรางวัลที่ผู้เป็นเจ้าของสนามแข่งลงเล่นเองกับมือแถมยังชนะคู่แข่งอย่างขาดลอย

 

 

            “เพราะตุ๊กตาหน้ารถน่ารักแบบนี้นี้เองคุณซองกยูถึงมีกำลังใจแข่งจนชนะ”พิธีกรหนุ่มเอ่ยแซวทั้งสองคนที่ยืนอยู่บนเวทีข้างๆตน ซองกยูหันไปยิ้มให้มยองซูก่อนจะกระชับมือที่จับไว้แน่น "คุณซองกยูช่วยพูดอะไรหน่อยครับ”

 

 

            “ขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์ผมในวันนี้นะครับ ผมไม่ค่อยได้ลงแข่งก็กลัวฝีมือจะตกเหมือนกันแต่เพราะวันนี้ผมรู้สึกดีที่มีคนพิเศษอยู่ข้างๆทำให้ผมมีกำลังใจในการแข่ง”จบคำพูดกองเชียร์ทั้งฝ่ายซองกยูและฝ่ายตรงข้างต่างก็โห่แซวจนมยองซูรู้สึกทำตัวไม่ถูกแล้วขยับไปยืนอยู่ข้างหลังซองกยูด้วยความเขินอายจนซองกยูรีบตัดบทแล้วพาอีกคนลงมาจากเวที “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

 

            “พี่ขับรถหน้ากลัวไหม”ซองกยูถามในขณะที่กำลังพาอีกคนเข้านอนอย่างเช่นที่เคยทำทุกวัน ดวงตาคมมองร่างในอ้อมแขนด้วยดวงตาที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความรัก

 

 

            “ไม่ครับ ผมชอบนะสนุกดี”มยองซูตอบแล้วซบหน้าลงที่อกแกร่งทำให้ซองกยูกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ต่อให้เพิ่งผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายมาแค่ไหนแต่มยองซูกลับรู้สึกอุ่นใจที่ได้เป็นคนนั่งข้างๆซองกยูในตอนที่อีกฝ่ายกำลังแข่งรถ

 

 

            “นอนได้แล้วนะ”ซองกยูกดจูบลงไปบนหน้าผากมนเบาๆอย่างถนุถนอม ไม่ต้องมีคำพูดมากมายแต่การกระทำของเขาชัดเจนเสมอเขาไม่เคยพูดให้มยองซูหันมารักเขาแต่เขาอยากอยู่ข้างๆและโอบกอดอีกคนไว้ในวันที่มยองซูอ้างว้างและไม่มีซองยอลอยู่ข้างๆแบบนี้

 

 

            “พี่ซองกยู”มยองซูเงยหน้าขึ้นมองอีกคนอย่างมีคำถาม

 

 

            “หืม”ซองกยูทำเสียงตอบรับแล้วรอฟังว่ามยองซูจะพูดอะไรกับเขา

 

 

            “ที่พี่มาอยู่ข้างผมแบบนี้พี่รู้สึกอะไรกับผมหรือเปล่า”มยองซูถามออกไปอย่างตรงไปตรงมาด้วยความอยากรู้ เขาอยากรู้ว่าซองกยูคิดยังไงกับเขากันแน่แม้ว่าการกระทำของอีกฝ่ายจะชัดเจนแค่ไหนแต่เขาก็ยังอยากได้ยินจากปากของซองกยูอยู่ดี

 

 

            “รู้ไหมว่าตอนที่ซองยอลฝากเราไว้กับพี่ตอนนั้นพี่ดีใจมากแค่ไหน ถ้านายสังเกตเห็นนายจะรู้ว่าพี่คอยมองนายตลอดเวลาและมองมาตั้งนานแล้ว”ซองกยูกระชับอ้อมแขนแน่นกว่าเดิมพรางลูบแผ่นหลังบางไปมาเบาๆ

 

 

            “ตอนแรกผมคิดว่าพี่ไม่ชอบผมแต่ตอนอยู่ที่โรง’บาลพี่ก็คอยมองผมตลอดจนถึงตอนนี้พี่ก็ยังดูแลผมไม่ไปไหน ขอบคุณนะพี่ซองกยู”มยองซูบอกก่อนจะค่อยๆหลับตาลงด้วยความอบอุ่นใจแค่มีซองกยูคอยกอดเขาไว้แค่นี้เท่านั้นที่เขาต้องการ ต่อให้เป็นเพลงกล่อมนอนที่เพราะแค่ไหนคงสู่เสียงซองกยูที่ร้องเพลงให้เขาฟังก่อนนอนทุกคืนไม่ได้

 

 

            “อะ พี่จะทำอะไร”มยองซูร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อซองกยูพลิกร่างกายเขาให้อยู่ด้านร่างก่อนจะขึ้นมาทาบทับร่างกายเขาเอาไว้

 

 

            “พี่รู้ว่ามันผิดแต่พี่ทนไม่ไหวแล้วมยองซู”ซองกยูตอบแล้วมองร่างบางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขาอยากให้มยองซูได้พักผ่อนแต่ตอนนี้อารมณ์และความต้องการของเขามีมากซะจนเขาทนต่อไปไม่ไหว

 

 

            “ถ้าพี่ทำแล้วซองยอลเขารู้”มยองซูตอบก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาของร่างสูง ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกแต่แค่นี้มันก็มากพอแล้วถ้าพวกเขาก้าวข้ามไปมากกว่านี้มันคงเกินจะถอยกลับและถ้าสักวันซองยอลรู้เข้าเขาไม่อยากจะนึกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

            “พี่รู้ พี่ถึงห้ามใจตัวเองมาตลอด ที่พี่นิ่งเฉยใส่ไม่ใช่ว่าพี่เกลียดนายแต่เพราะพี่รักนายมากๆจนกลัวใจตัวเองพี่เลยต้องอดกลั้นไว้ แต่วันนี้พี่ทนต่อไปไม่ไหวขอได้ไหมมยองซูแค่ครั้งเดียวแล้วพี่จะปล่อยนายกลับไปหาซองยอล”เสียงทุ้มที่เอ่ยบอกด้วยความอ้อนวอนทำให้มยองซูเม้มปากเข้าหากันอย่างประหม่า ยิ่งมารู้ว่าซองกยูรักเขามานานแค่ไหนและรักขนาดไหนหัวใจเขายิ่งบีบรัดแน่นเมื่อรู้ว่าต่อไปนี้เรื่องราวระหว่างเขาสองคนจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

 

            “ผมพร้อมจะเป็นของพี่ ผมก็รักพี่นะพี่ซองกยู”มยองซูบอกเสียงแผ่วเบาแล้วต้องหลับตาลงไปเมื่อริมฝีปากร้อนกดลงมาทาบทับริมฝีปากของเขาด้วยความเร้าร้อน ลิ้นร้อนชื้นค่อยๆสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวานที่เขารอที่จะได้สัมผัสมันมาตลอดวันนี้เขารู้แล้วว่ามันหวานละมุมกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะ ร่างสูงไม่ปล่อยให้มือตัวเองว่างคอยลูบไล้ร่างกายบอบบางก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อผ้าของตนเองและคนตัวเล็กออก ใบหน้าหล่อคมและจมูกโด่งคอยสูดดมกลิ่นหอมจากตัวร่างบางทุกที่ที่สัมผัสถึงรวมถึงริมฝีปากร้อนที่ทำหน้าที่อย่างร้ายกาจจนมยองซูปล่อยเสียงออกมาอย่างไม่อายด้วยความเสียวซ่าน ซองกยูกดจูบลงไปทุกที่ไม่เว้นแม้กระทั้งจุดซ้อนเร้นก่อนจะขยับใบหน้าไปชิดกับใบหน้าน่ารักแล้วกดจูบที่ดวงตากลมเบาๆในขณะที่ร่างกายกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

            “อ๊ะ พี่ซองกยู”

 

            “พี่รักนายมากนะมยองซู”สิ้นคำมยองซูก็เชิดหน้าด้วยความเจ็บแสบเมื่อถูกความใหญ่โตสอดแทรกเข้ามาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านเมื่อซองกยูเริ่มต้นบทรักที่ร้อนแรงของตนและคนในอ้อมกอดด้วยความปราถนาจากก้นบึงของหัวใจ มือเรียวประสานเข้ากับมือของร่างบางพรางกระชับแน่นเมื่อร่างกายได้รับความรู้สึกสูงสุดจนแทบทนไม่ไหว เสียงครางหวานที่ซองกยูฝันถึงมาตลอดตอนนี้กำลังส่งเสียให้เขาได้ยินไม่ขาดจนซองกยูต้องกดจูบที่ริมฝีปากสวยครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นการให้รางวัลที่อีกฝ่ายทำให้เขามีความสุขมากขนาดนี้และต่อให้ความต้องการจะถูกปลดปล่อยไปแล้วแต่ร่างกายของทั้งสองคนก็ยังไม่ยอมขยับออกห่างจากกันเพราะทั้งสองคนรู้สึกดีที่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแบบนี้ ผ่านค่ำคืนที่เข้าสู่วันคริสต์มาสไปด้วยกัน

 

 

 

มยองซูนอนมองใบหน้าหล่อคมของคนที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย ร่างบางค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วขยับใบหน้าเข้าไปกดจูบที่แก้มสากเบาๆเมื่อคืนเขารู้สึกดีและมีความสุขมากจริงๆมากกว่าทุกครั้งที่เคยมีกับซองยอลด้วยซ้ำและนั้นมันทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเองที่ร่างกายนี้ไม่ใช่ของซองยอลคนเดียวอีกต่อไป รวมถึงหัวใจของเขาก็ค่อยๆเป็นของซองกยูแล้วเช่นกัน

 

 

            “ตื่นแล้วหรอ หืม”แรงกอดจากข้างหลังทำให้มยองซูเผยยิ้มออกมาในขณะที่ตนกระชับผ้าห่มมาคุมอกแล้วเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าคงทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดกันรู้สึกตัว

 

 

            “เอ๊ะ พี่ซองกยูปล่อยนะ”มยองซูหันหน้าหลบริมฝีปากและจมูกแสนร้ายกาจที่เล่นงานเขาทั้งคืนแต่อีกคนก็ยังไม่ยอมหยุดจนเขาต้องรีบเอื้อมมือไปจับมือเรียวที่อยู่ไม่ห่างจากกรีบกายไว้ก่อนที่จะเลยเทิดไปมากกว่านี้ “สายแล้ว ตื่นได้แล้วนะ”

 

 

            “ไม่อยากไปไหนเลย อยากกอดอยู่แบบนี้รู้หรือเปล่า”ซองกยูตอบแล้วกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ยิ่งได้สัมผัสเขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะขาดมยองซูไม่ได้

 

 

            “ผมหิวข้าวแล้วนะ”มยองซูหันไปทำหน้าหงิกใส่แล้วต้องหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับซองกยูเมื่อเสียงท้องร้องของเขาเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าเขาไม่ได้โกหก

 

 

            “ขออีกรอบสิแล้วเดี๋ยวพี่พาไปปอาบน้ำ”ซองกยูอ้อนขอพรางกดจูบลงไปทั่วซอกคอขาว นี้เขากำลังจะเสพติดมยองซูงั้นหรอแต่เขาก็ไม่ปฏิเสธหรอกในเมื่ออีกคนหอมหวานไปทั้งตัวจนเขาอดใจไม่ไหว

 

 

            “คนหื่น”มยองซูบ่นขึ้นมาเบาๆแต่ก็ยอมนอนลงไปตามแรงดันของคนตัวใหญ่กว่าแล้วตอบรับจูบของซองกยูด้วยความเต็มใจ แขนเรียวเอื้อมขึ้นมาโอบรอบลำคอแกร่งไว้ให้จูบร้อนแรงขึ้นกว่าเดิมและสุดท้ายซองกยูก็ทนไม่ไหวต้องจัดการกับคนขี้ยั่วอีกรอบ เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงเตียงที่กระทบผนังเป็นจังหวะทำให้ใบหน้าน่ารักร้อนผ่าวแต่ความรู้สึกดีก็ทำให้มยองซูลืมเลือนสิ่งนั้นและหันมาสนใจคนที่กำลังเสพสมร่างกายของตนอยู่และไม่นานทั้งสองคนก็หอบหายใจอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเมื่อความสุขสมจบลง

 

 

 

28.12.20—

 

 

 

            “อีกสองวันซองยอลจะกลับมาแล้วใช่ไหม”ซองกยูถามคนในอ้อมแขนขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังมองดวงอาทิตย์กำลังจะตกดินผ่านท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ เขาเลือกจะพามยองซูมาที่นี้เพราะทะเลเป็นสถานที่ที่เขาฝันว่าอยากจะพาใครสักคนมาขอแต่งงานแต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เขาเลยต้องการพาร่างบางมาซึมซับบรรยากาศดีๆที่มีแค่พวกเขาสองคนโดยไม่มีใครรู้จักพวกเขา

 

 

            “อืม อีกไม่นานเราคงต้องห่างกันแล้ว”มยองซูตอบแล้วหลับตาลงไปเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ซองกยูเป็นคนบอกเขาเองว่าเมื่อซองยอลกลับมาพวกเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนั้นทำให้มยองซูไม่สามารถทำอะไรได้เลยเมื่อซองกยูเป็นฝ่ายพูดเอง

 

 

            “เราต้องใช้เวลาที่เรามีด้วยกันให้คุ้มนะรู้ไหม”ซองกยูกดจมูกลงไปที่แก้มเนียนด้วยความรักใครแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าดวงตาช้ำคลอไปด้วยน้ำตาเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขารู้ว่ามยองซูรู้สึกยังไงไม่ต่างกับเขาที่หัวใจกำลังบีบรัดแน่นเมื่อรู้ว่าจะต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

 

            “ผมขอโทษนะ”มยองซูพูดเสียงแผ่วเบาจนแทบฟังไม่ได้ยินก่อนจะซบใบหน้าลงบนอกแกร่งแล้วหลับตาลงกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

 

 

            “ขอโทษพี่ทำไมครับ”ซองกยูถามก่อนจะจับร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งแล้วแล้วใช้มือข้างหนึ่งประคองพวงแก้มนิ่มเบาๆอย่างถนุถนอม

 

 

            “ขอโทษที่ผมอยู่กับพี่ไม่ได้ ผม ฮึก เลือกพี่ไม่ได้”มยองซูบอกพรางจ้องด้วยตาคมด้วยสายตาสั่นไหวก่อนจะร้องไห้ออกมาแล้วโผล่เข้ากอดร่างสูงไว้แน่น

 

 

            “ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกพี่เองแหละที่ผิด ผิดที่ไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง”ซองกยูยกแขนขึ้นมากอดปลอบคนขี้แยไว้แน่นก่อนจะโยกไปมา เขาเองที่ปล่อยให้มันเกินเลยมาถึงขนาดนี้ทั้งที่รู้ดีว่าสำหรับมันก็ได้แค่เท่านี้ เขาไม่ใช่ตัวจริงและไม่เคยเป็นมาตั้งแต่ต้น

 

 

“พี่สัญญากับผมได้ไหมว่าพี่จะไม่กลับไปนิ่งเฉยใส่ผม ผมอยากให้พี่ยิ้มให้ผมเยอะๆ”มยองซูพูดเสียงอู้อี้อยู่ที่อกแกร่งแล้วหลับตาลงซึมซับความอ่อนโยนที่เหลือเวลาอีกแค่สองวันก็จะหมดลง เขาไม่รู้ว่าเขาหลงรักซองกยูไปตอนไหนแต่พอรู้ตัวเขาก็รักจนหมดใจไปแล้ว 

 

 

“ครับ พี่สัญญาว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนจะทำอะไรพี่จะคอยยิ้มให้และคอยมองเราเสมอ”

 

 

 

30.12.20—

 

 

ซองกยูมองแผ่นหลังบางของคนที่กำลังงวนอยู่กับการพับเสื้อผ้าของพวกเขาลงในกระเป๋าเพราะถึงวันที่ต้องเดินทางกลับ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะนั่งลงซ้อนแผ่นหลังบางแล้วโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะดึงร่างบางขึ้นมานั่งตัก

 

 

            “พี่กยู”มยองซูหันมามองตาขวางพรางทำหน้างอใส่แต่อีกคนก็ทำตาใส่ซื่อไม่สนใจท่าทางของแมวบนตัก

 

 

“รีบเก็บจัง หืม”ซองกยูถามแล้วกดจมูกลงไปที่ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

“รีบเก็บไว้เราจะได้ใช้เวลาที่เหลือด้วยกันไง”มยองซูหันมายิ้มเอาใจก่อนจะเอาแขนเรียวคล้องคอร่างสูงไว้เมื่อเอาเสื้อชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋าเสร็จ “ต่อไปนี้มันเป็นเวลาสำคัญแล้วนะ”

 

 

“สำหรับพี่ตลอดเวลาที่อยู่กับนายสำคัญ”ซองกยูบอกเสียงแหบพร่าก่อนจะช้อนตัวร่างบางมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้วพาไปที่โซฟาก่อนจะตามลงไปทาบทับ “พี่ทำได้ไหม”

 

 

“ผมอยากทำให้พี่บ้าง”มยองซูว่าก่อนจะพลิกตัวมานั่งบนตักของอีกคนบนโซฟาที่มีพื้นที่แคบทำให้ร่างกายของทั้งสองยิ่งแนบชิดกันมากขึ้น ซองกยูโอบประคองเอวบางไว้ส่วนมืออีกข้างก็สอดไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวของตนไปสัมผัสสะโพกมนแล้วขย้ำเบาๆอย่างหมั้นเขี้ยว “คิก อย่าแกล้งสิ”

 

 

มยองซูหัวเราะพรางทุบมือลงบนไหล่แกร่งเบาๆก่อนจะกดปลายจมูกลงบนแก้มสากแล้วเลือนไปที่หน้าผากก่อนจะหยุดอยู่แบบนั้นเนินนาน

 

 

“ผมรักพี่ซองกยูนะครับ”

 

 

คำบอกรักของคนบนตักทำให้ซองกยูใจเต้นแรง มือเรียวลูบไล้เรียวขาขาวเนียนไปมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้ร่างในอ้อมแขนมากขึ้น มืออีกข้างกดใบหน้าน่ารักให้ลงมารับสัมผัสจากตน ริมฝีปากร้อนขบเม้มกลีบปากสวยอย่างขออนุญาตก่อนจะล้วงล้ำเข้าไปเมื่อมยองซูตอบกลับมาด้วยความเต็มใจ ดวงหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างเสียวซ่านเมื่อถูกอีกคนปลดกระดุมเสื้อแล้วกดจูบไปทั่วร่างกายตั้งแต่ซอกคอขาวไปจนถึงแผ่นอกบางล้วนแต่ถูกซองกยูสัมผัส สะโพกบางยกขึ้นตามแรงมือของร่างสูงก่อนจะกดลงไปรับความแข็งแกร่งที่ไม่ว่าจะทำความคุ้นเคยบ่อยแค่ไหนก็ไม่คุ้นชินสักที

 

 

“ขยับสิ”ซองกยูกระซิบเสียงพร่าก่อนจะขยับสะโพกของตนเองเข้าใส่ร่างบางแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยวจนอีกคนทุบลงบนไหล่แกร่งเบาๆก่อนจะค่อยๆขยับสะโพกรองรับท่อนกายแข็งแกร่งของอีกคนด้วยความเต็มใจ ไม่รู้ว่าซองกยูเก็บกดมาจากไหนเพราะตั้งแต่มาเหยียบที่ทะเลนอกจากไปดูพระอาทิตย์ตกเขาก็แทบไม่ได้ออกจากโรงแรมไปไหนเลย ถ้าจะพามาเพราะเรื่องแบบนี้พาเขาอยู่บ้านก็ได้

 

 

“สะ เสร็จแล้ว อ๊ะ พาผมไปว่ายน้ำนะ อื้อ”น้ำเสียงเอาแต่ใจเอ่ยขึ้นข้างหูทำให้ซองกยูยิ้มออกมาแล้วเป็นฝ่ายพลิกร่างบางให้นอนราบไปกับโซฟาก่อนจะเป็นฝ่ายจัดการอีกคนซะเอง

 

 

“เราก็ว่ายกันอยู่ไม่ใช่หรอไง”

 

 

 

มยองซูมองร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่ด้วยสายตาเต็มตื้นใจระยะหลายวันที่ผ่านมาซองกยูดูแลเขาดีมาโดยตลอด อีกคนไม่ปล่อยให้เขาเหงาเลยแม้แต่น้อย ทั้งไปเฝ้าที่โรงพยาบาล ไปนอนเป็นเพื่อน พาเขาไปสนามแข่ง และพามาเที่ยวทะเล เหมือนซองกยูจะรู้ใจเขาหมดไปซะทุกอย่างจนแม้แต่ซองยอลยังไม่รู้ใจเขามากขนาดนี้ รายนั้นส่วนใหญ่ก็ทำแต่งานจะมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันก็นานๆครั้ง ไม่เคยทำอาหารให้เขากิน ไม่เคยถามว่าเขาชอบอะไรมีแต่เอาแต่ใจตัวเองและให้เขาทำตามใจแต่ยังไงซองยอลก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขาอยู่ มยองซูนึกโกรธตัวเองที่เอาคนตรงหน้าไปเทียบกับใครอีกคนที่ตอนนี้คงกำลังจะกลับมาหาเขา

 

 

            ติ้ด ติ้ด

 

เสียงมือถือของซองกยูดังขึ้นทำให้มยองซูหันไปมองก็เห็นว่าเป็นคนรักของตน สายตาทั้งสองหันมาสบตากันนิ่งๆก่อนร่างสูงจะพูดขึ้น

 

 

            “รับสิ บอกมันว่าพี่ขับรถอยู่กำลังจะไปรับ”ซองกยูบอกเสียงเรียบแล้วสนใจเส้นทางตรงหน้าต่อ มยองซูจึงหยิบโทรศัพท์ของอีกคนขึ้นมากดรับ

 

 

            “ซองยอล”

 

 

            “((อยู่ไหนกันแล้วมยองซู”เสียงคนรักจากปลายสายถาม ทำให้มยองซูรู้ว่าตอนนี้เท้าของซองยอลคงเหยียบที่สนามบินแล้วแต่พวกเขากลับเพิ่งออกเดินทางกลับจากทะเลเมื่อไม่ถึงชั่วโมง

 

 

            “เอ่อ...”มยองซูหันไปมองคนข้างๆอย่างขอความเห็นทำให้ซองกยูขมวดคิ้วแล้วดึงโทรศัพท์ไปเปิดสปีกเกอร์โฟน

 

 

            “((มยอง..))”

 

 

            “พวกฉันกำลังไปรับ โทษทีว่ะพอดีฉันพามยองซูมารับลมทะเลปูซาน แกรอนานได้ไหม”

 

 

            “((ไปทะเลกันหรอ งั้นเดี๋ยวฉันให้คนมารับแล้วเจอกันที่บ้านนะ))”

 

            

            “อ่อ โอเค”ซองกยูตอบก่อนจะกดว่างสายแล้วว่างโทรศัพท์ไว้ข้างๆตามเดิม ดวงตาคมเหลือบไปมองใบหน้าหวานที่กำลังทอแสงเจ็บปวดออกมาจนเขาต้องเอื้อมมือไปกุมมือบางไว้

 

 

            “ไม่ดีใจหรอ ซองยอลกลับมาหานายแล้วนะ”

 

 

            “ก็ดีใจ แต่ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไร”มยองซูตอบแล้วหันหน้ามามองเสี้ยวหน้าหล่อ เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อรู้ว่าซองยอลกลับมาแล้วและต่อจากนี้ซองกยูกับเขาต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

 

            “อย่าคิดมากสิ พี่บอกแล้วไงว่าไม่ว่ายังไงพี่ก็อยู่ข้างนาย”มือเรียวยกขึ้นลูบหัวร่างบางเบาๆอย่างปลอบโยนก่อนจะหันมากดจูบที่หน้าผากมนแล้วหันไปสนใจถนนต่อ

 

 

 

ซองยอลมองบ้านหลังใหญ่ที่เป็นบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน มือหนายกกระเป๋าลากในมือขึ้นก่อนจะค่อยๆก้าวขึ้นบันได้ไปเพื่อชำระร่างกายจากการเหนื่อยล้า สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ทำงานและคอยแก้ไขงานให้ผู้เป็นพ่อจนแทบไม่มีเวลากระดิกไปไหน เขาคิดถึงคนรักใจแทบขาดแต่ก็แทบจะไม่ได้โทรหา หลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จแล้วซองยอลก็ลงมานั่งรอคนรักกับเพื่อนสนิทที่ยังเดินทางมาไม่ถึง

 

 

            “ทำไมช้าจัง”มือหนายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเวลาทุ่มหนึ่งแล้ว เขารู้สึกหิวและจะรอคนรักมาทำให้กินแต่ทั้งสองคนก็ยังไม่กลับมา พอโทรไปถามก็ได้คำตอบว่าใกล้จะถึงแล้ว ซองยอลจึงถอนหายใจแล้วก้าวขึ้นไปที่ห้องทำงานของตนมือหนาเอื้อมไปเปิดคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานขึ้นแล้วกดโปรแกรมเพื่อเขาไปดูกล้องวงจรปิด

 

 

            “ไหนดูสิว่าระหว่างที่ไม่อยู่แอบร้องไห้ไหม”ซองยอลพูดกับตัวเองก่อนจะเผยยิ้มออกมา เขาติดกล้องไว้ในห้องนอนเพื่อดูความปลอดภัยของมยองซูในระหว่างที่เขาไปทำงาน หลายครั้งที่เขาเปิดดูแล้วเห็นว่าอีกคนชอบโทรไปกวนเวลาทำงานของเขาก่อนจะร้องไห้เพราะโดนเขาดุ

 

 

            “ดูแลกันขนาดนี้เลยหรอว่ะ”ซองยอลมองภาพตรงหน้าที่ซองกยูอุ้มมยองซูมาที่เตียงแม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่การกระทำของทั้งสองคนก็ทำให้คิ้วของเขาขมวดกันแน่น แล้วต้องกำมือเขาหากันแน่นเมื่อเลื่อนดูแล้วเจอกับบางอย่าง น้ำตาค่อยๆซึมออกมาจากดวงตาคมเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ซองกยูกับมยองซูหักหลังเขา

 

 

มยองซูมองรอบๆบางหลังใหญ่เมื่อเข้ามาถึง ดวงตากลมพยายามมองหาคนรักของตัวเองแต่ก็ไม่เจอแล้วต้องหันไปมองซองกยูด้วยความสงสัย ถ้าจะบอกว่าซองยอลยังมาไม่ถึงแต่ประตูบ้านยังเปิดอยู่นะ

 

 

เพล้ง

 

 

เสียงบางอย่างที่ดังมาจากข้างบนทำให้ซองกยูรีบวิ่งขึ้นไปดูเผื่อจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา มยองซูเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นก่อนจะรีบตามขึ้นไปแล้วต้องร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นข้าวของภายในห้องล้มระเนระนาด

 

 

            “มากันแล้วหรอ”ซองยอลถามพรางแสยะยิ้มมองทั้งสองคนสลับกันด้วยสายตาเจ็บปวด

 

 

            “แกเป็นอะไรว่ะ”ซองกยูถามแล้วมองท่าทีของเพื่อนด้วยแววตาครุ่นคิดก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อซองยอลเดินไปหันหน้าจอคอมมาทางพวกเขา ภาพตรงหน้าคือภาพที่เขากับมยองซูกำลังมีอะไรกันบนเตียงนั้นทำให้ซองกยูเข้าใจได้ทันทีว่าที่สภาพห้องเป็นแบบนี้มันเพราะอะไร “ซองยอลแกฟังฉันก่อนนะ”

 

 

 

            “แกจะให้ฉันฟังอะไรอีกว่ะ ภาพมันฟ้องขนาดนี้ แกจะแก้ตัวว่ายังไง”ซองยอลตะคอกเสียงดังแล้วเข้ามาคว้าคอเสื้อของซองกยูอย่างแรงด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาคมมองใบหน้าของเพื่อนรักด้วยความเจ็บปวดก่อนจะยกมือต่อยเข้าเต็มแรงให้สาสมกับที่ซองกยูทำกับเขาแต่พอได้ระบายออกไปแล้วเขากลับไม่รู้สึกดีขึ้นมาเลย

 

 

            “พี่กยู”มยองซูรีบเข้าไปประคองซองกยูที่เกือบจะล้มเพราะแรงต่อยของซองยอลเอาไว้ทันทีด้วยความเป็นห่วง ทำให้ซองยอลยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเดิมเมื่อเห็นคนรักเป็นห่วงซองกยู

 

 

            “พวกแกแอบเป็นชู้กันลับหลังฉันตั้งแต่เมื่อไร”ซองยอลถามเสียงเรียบแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าซองกยูกับมยองซูไม่ตอบอะไร “นานแค่ไหนแล้วที่ฉันโดนสวมเขา มานี่”

 

 

ซองยอลตะคอกถามก่อนจะเข้าไปกระชากมยองซูเข้าหาตนแล้วเขย่าตัวร่างบางแรงๆเพื่อเอาคำตอบจากอีกคน

 

 

            “บอกฉันมา บอกฉันมาสิมยองซู”

 

 

            “ซองยอลแกใจเย็นก่อน”ซองกยูรีบเข้าไปดึงตัวมยองซูจากซองยอลแล้วผลักซองยอลเต็มแรงด้วยความโมโหไม่ต่างกันที่อีกคนจะทำร้ายมยองซู

 

 

            “หึ ให้ฉันใจเย็นแกลองมาเป็นฉันไหมล่ะซองกยู เห็นเมียเอากับเพื่อนสนิทแกจะให้ฉันใจเย็น อึก จิตใจพวกแกมันทำด้วยอะไรว่ะ”ซองยอลถามเสียงดังแล้วผลักซองกยูอย่างแรงจนร่างสูงถ่อยหลังไปหลายก้าว มยองซูยืนมองซองยอลกับซองกยูสลับกันด้วยสายตาพร่ามัว เขาไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนี้ไม่เคยรู้เลยว่าซองยอลติดกล้องไว้ในห้องแต่ต่อให้ไม่มีกล้องพวกเขาก็ไม่ควรทำมันตั้งแต่แรก

 

 

            “เอากันหลายครั้งขนาดนั้นมันถึงใจแกแค่ไหนหรอมยองซู ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกจะร่านขนาดนี้มีฉันคนเดียวไม่พอหรือไงว่ะ ฮึก ฉันคิดว่าพวกแกไม่ชอบขี้หน้ากันซะอีก ทำไมว่ะ”ซองยอลหันมาถามมยองซูแล้วเดินเข้ามาก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งบนพื้นตรงหน้าร่างบาง ตอนนี้เขาเจ็บปวดจนแทบจะทนต่อไปไม่ไหว คนที่เขารักและไว้ใจทั้งสองคนรวมกันหักหลังเขาอย่างไม่มีชิ้นดี

 

 

 

            “ซองยอล”มยองซูเข้าไปกอดคนตรงหน้าไว้แต่ร่างสูงรีบสะบัดออกทันทีราวกับรังเกียจเขานักหนา

 

 

            “ออกไปจากบ้านฉัน แกจะไปไหนก็ไป”ซองยอลผลักมยองซูเต็มแรงจนร่างบางงล้มลงไปกับพื้นซองกยูเห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้ามาดึงร่างบางไปไว้ข้างหลังเพราะกลัวอีกคนจะถูกซองยอลทำร้าย

 

 

            “ฉันขอโทษซองยอลแต่ฉันถือว่าแกยกให้ฉันแล้ว”ซองกยูบอกแล้วมองเพื่อนด้วยสายตารู้สึกผิดก่อนจะจูงมือร่างบางออกไปจากห้องทันที ซองยอลมองตามทั้งสองคนด้วยสายตาเจ็บปวดก่อนจะทรุดลงกับพื้น ไม่มีอีกแล้วมยองซูที่เขารักและซองกยูเพื่อนสนิทที่เขาไว้ใจ ทั้งสองคนทำร้ายเขาจนไม่เหลือชิ้นดีและเขาจะไม่มีวันให้อภัยพวกมันทั้งสองคน

 

 

 

31.12.20—

 

 

ซองกยูดึงร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเข้ามากอดเมื่อลืมตาขึ้นมา ดวงตาคมมองอีกคนด้วยสายตาเป็นห่วงเมื่อมยองซูเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจากับเขาตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืน

 

 

            “ไปหาอะไรกินกันเถอะ”ซองกยูกระซิบที่ข้างหูร่างบางแต่มยองซูก็ยังคงนิ่งจนร่างสูงได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำแต่พอเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จมยองซูก็ยังคงนอนนิ่งมองออกไปนอกระเบียงอยู่ที่เดิมจนเขาเหนื่อยใจ

 

 

            “เดี๋ยวพี่ให้คนเอาอาหารขึ้นมาให้นะ นายพักผ่อนเถอะ”มือหนายกขึ้นลูบหัวร่างบางเบาๆก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เขาเข้าใจมยองซูในตอนนี้ดีว่าอีกคนคงไม่พร้อมคุยกับใคร คนรักที่คบหากันมานานผลักไสไล่ส่งอย่างไม่มีชิ้นดีแต่นั้นมันก็ถูกแล้วกับความเลวที่พวกเขาทำเอาไว้กับซองยอล ซองกยูไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ร่างบางดีขึ้นทั้งๆที่พวกเขาควรดีใจที่จะได้อยู่ด้วยกันแต่มันก็ไม่ควรเป็นแบบนี้

 

 

            “อึก มยองขอโทษนะยอล”มยองซูร้องไห้ออกมาหลังจากที่ซองกยูออกไปจากห้องแล้ว ร่างบางค่อยๆลุกออกจากเตียงก้าวตรงไปที่ระเบียง ดวงตากลมโตมองภาพเบื้องล่างด้วยสายตาพร่าเลือน มือเล็กจับราวบันได้เอาไว้เบาๆ

 

 

            “ถ้าชาติหน้ามีจริงผมขอให้เราได้รักกันนะพี่ซองกยู ขอให้พี่เข้าใจและให้อภัยผมนะ”

 

 

ขาเรียวค่อยๆก้าวข้ามระเบียงก่อนจะค่อยๆหลับตาลงแล้วปล่อยร่างกายลงไปจากชั้นสองของบ้าน เขาอยากอยู่กับซองกยูแต่เขาทนรับความเจ็บปวดไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำมันทำให้คนคนนึงต้องเจ็บปวดจนทุรนทุรายภาพของซองยอลที่ทรุดลงตรงหน้าทำให้เขาเขาเจ็บปวด เขาผิดเองที่ก้าวข้ามความสัมพันธ์นี้มาจนมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ต่อจากนี้ขอเป็นเขาเองที่ไปจากทุกคนซองกยูอาจจะเจ็บปวดแต่สักวันอีกฝ่ายจะลืมเขาได้เอง

 

 

ตุ๊บ

 

 

“มยองซู”

 

 

เสียงเข้มตะโกนเสียงดังเมื่อมีเสียงบางอย่างดังขึ้นข้างหลังในขณะที่เขากำลังสั่งงานลูกน้องอยู่ที่ลานจอดรถ ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างพร้อมกับขายาวที่รีบวิ่งเข้าไปโอบร่างเพรียวบางเอาไว้ ร่างของมยองซูที่เต็มไปด้วยเลือดทำให้ซองกยูร้องไห้ออกมาอย่างไม่คิดจะอายใคร มือหนาจับที่มือบางแน่น

 

 

“ลาก่อนนะพี่ซองกยู”

 

 

เสียงแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับมือที่กระชับมือเขาเบาๆแล้วค่อยๆแผ่วเบาไปเหมือนกับลมหายใจของร่างบางที่นิ่งสนิท มยองซูนอนแน่นนิ่งในอ้อมกอดของซองกยูด้วยร่างไร้ลมหายใจโดยมีลูกน้องและเหล่าคนใช้มายืมรุมมองเจ้านายที่ร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจด้วยความสงสาร

 

 

“ทำไมถึงทำแบบนี้ ฮึก”

 

 

ซองกยูกระชับอ้อมแขนแน่น มยองซูไม่อยู่กับเขาแล้วอีกคนไปจากเขาโดยมีคำลาแค่คำเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำว่าเขามันเลวมากแค่ไหนถ้าเขาห้ามใจตัวเองสักนิดทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้ตอนนี้ซองยอลกับมยองซูคงกำลังมีความสุขอยู่ด้วยกัน ส่วนเขาก็ได้เป็นแค่คนแอบมองถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ทำแบบนี้ การได้แอบมองยังดีกว่าได้รู้ว่าอีกคนไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป

            

            

 

 

 

 

 

 

-The End-

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            

 

 

 

 

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานทั้งหมด ของ doreajang

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น