คัดลอกลิงก์เเล้ว

กลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับในการเรียนให้ประสบความสำเร็จ

โดย Punchino

การเรียนที่ดี...ต้องไม่หักโหม แต่ก็ต้องไม่ปล่อยวางมากเกินไป แน่นอนว่าการเรียนให้ได้คะแนนดีๆนั้นยากเหลือเกิน วันนี้เราเลยมีกลเม็ดเล็กๆน้อยๆมาฝากเผื่อสามารถนำไปใช้จริงจนเกิดประโยชน์ได้

ยอดวิวรวม

1,204

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,204

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


3
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ธ.ค. 54 / 20:23 น.
นิยาย () Ѻ㹡¹ʺ กลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับในการเรียนให้ประสบความสำเร็จ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
โอ้ย...ไม่เรียนมันแล้ว เบื่อ!!! เรียนทำไม เรียนแล้วได้อะไร ทำงานแล้วมันก็ไม่ใช้! จะเรียนอะไรนักหนา คนนะไม่ใช่อัจฉริยะ หรือหลากหลายคำบ่นที่มักทำให้เราเริ่มเกิดอาการท้อและขี้เกียจในการเรียนมาอย่างง่ายๆและแก้ไขได้ยาก ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไม่พยายาม เรียนผิดวิธี เป็นต้น เลยนอยากจะลองเสนอวิธีที่ตัวเอง (และคนอื่นๆบางคน) ใช้แล้วเค้าประสบความสำเร็จในการเรียนอย่างดีทีเดียว ลองไปติดตามดูกัน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ธ.ค. 54 / 20:23


 เทคนิคการเรียนที่ดี มี 10 ข้อพึงปฏิบัติ

1. ความขยันคือสิ่งทื่จำเป็นที่สุด หลายคนเป็นคนเรียนดีถึงขั้นเทพทีเดียว แต่ตัวเองขาดความขยันหมั่นเพียร หลงระเริงว่าตัวเองเก่ง ยังไงก็ต้องได้คะแนนดีอยู่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่ามันคือตัวทำลายประสิทธิภาพการเรียนอย่างไม่น่าเชื่อ ลองเทียบดูกับคนที่เรียนไม่ดีเลยถึงปานกลาง แต่อ่านหนังสือทบทวนทุกวัน กับคนเก่งๆแต่ตัวเองไม่คิดจะแตะหนังสือ ไม่คิดจะอ่านอะไรมาอ่านช่วงใกล้ๆสอบแล้วหรืออะไรก็ตาม แน่นอนว่าคนเก่งมันจะแพ้คนขยันอย่างประหลาด (ประสบการณ์ส่วนผู้เขียน)


2. เลิกเครียดจนเกินเหตุ แน่นอนว่าก็ต้องมีสักคนที่ทุ่มเทกับการเรียนมาก แต่มันมากจนเครียดเกินไป บางคนเครียดจนเกิดอาการปวดไมเกรน หรือเป็นโรคต่างๆ รวมถึงซึมเศร้าอีกด้วย ดังนั้นการเรียนที่ดีควรจะต้องปรับมุมมองเหล่านี้ให้ไปในทางที่พอประมาณดุจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บอกว่าให้เดินทางสายกลาง คือเรียนอย่างทุ่มเท แต่ก็ต้องไม่มากจนเกินไป จำไว้เสมอว่า "คนที่เครียดที่สุด...คือคนที่ต้องตายก่อน" และก็ไม่ใช่ทุ่มเทน้อยเกินไปนะเออ = = ประมาณว่า อย่าหลงระเริงมากไป จะคะแนนตกไม่รู้ัตัวตามแบบข้อ 1 นะจ้ะ อิอิ
 



3. ช่วงใกล้สอบลองทำช้อตโน้ตดูสิ มันสามารถช่วยในเรื่องเตือนความจำก่อนสอบได้ดีเลยนะ ถึงอาจไม่มากแต่ก็ช่วยได้ใช่มั้ยละ แน่นอนว่าหลายคนขี้เกียจทำเพราะมันต้องลงแรงเขียนเองหรือพิมพ์เอง ซึ่งเอาเวลาไปอ่านมันทุกตัวอักษรหรือจะให้ดีหน่อยก็ขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญไว้ แต่การทำช้อตโน้ตนั้นเป็นการย้ำความจำไปในตัว ยิ่งเขียนเรายิ่งจำได้ พอเราลืมเราสามารถหยิบช้อตโน้ตที่เราจดไว้มาอ่านได้ง่ายๆไม่ต้องวุ่นวายเปิดหนังสืออ่าน หรือถ้าจะให้ดีเล่นปากกาหลากสิสิ ช่วยได้มากทีเดียว ยิ่งพวกวิชาท่องจำนะ จัดเต็มเลยครับพี่น้อง (ผู้เขียนลองมาแล้วได้ผล 100%)



4. เรียนในห้องสงสัยว่าอาจารย์พูดอะไรชั้นไม่เข้าใจ ยกมือถามคือทางเลือกที่ดี หลายคนพยายามไม่ยกมือถามเหตุเพราะอายกลัวเพื่อนล้อหรือมองว่าโง่หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดีเราก็ไม่ควรไปแคร์จริงมั้ย เพราะฉะนั้นถ้าสงสัยในสิ่งที่อาจารย์พูด ยกมือถามได้เลย อาจารย์ไม่ฆ่าเราตายหรอก วะฮ่าฮ่าฮ่า~~~ และก็เรียนในห้องต้องตั้งใจด้วยล่ะอย่าแอบหลับไม่ก็เอานิยายเอาโทรศัพท์มาแอบเล่นหรือมัวแต่นั่งเมาท์กับเพื่อนอยู่ล่ะ แบบนั้นไม่ได้ทำให้การเรียนดีขึ้นเลย ทำให้แย่ลงไปอีกนะครับ



5. ความขี้เกียจคือตัวทำลายล้างการเรียนให้หมดไป หลายคนชอบบอกตัวเองว่าชั้นจะอ่านชั้นจะตั้งใจ ชั้นจะบลาๆๆๆ แต่ลองได้อยู่หน้าคอม เปิดอินเตอร์เน็ต เปิดเกมส์ เปิดเฟสบุ๊ค เปิดเอ็ม เปิดเด็กดี (หรืออะไรก็ตามแต่) มันมักจะทำให้เราจดจ่ออยู่กับมันจนไม่มีเวลาที่จะทำอย่างที่เราตั้งใจ พอมีเวลาก็บ่นว่าขี้เกียจ~~~ เพราะฉะนั้นเวลาตั้งปณิธานเหล่านี้กรุณาห่างๆจากอบายมุขทั้งหลายแหล่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการเรียนที่ดี ถ้าเป้าหมายสำเร็จแล้วอยากเล่นสัก 10 ชม. เอาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลก็เชิญเลย (แต่อย่าเล่นจนลืมเวลาล่ะพี่น้อง)



6. เบื่อกับการท่องจำ โอ้ยน่าเบื่อ ทำไมไม่ลองหาวิธีจำที่รวบรัดและสนุกสนานดูละ แน่นอนว่าสามารถกระตุ้นการเรียนได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ผู้เขียนเคยเรียนกับอาจารย์แบบนี้มาก่อน) มันทำให้เราสนุกกับการเรียนและการท่องจำซะทีเดียวเลยแหละ



7. หมั่นค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวเสมอ อย่าหวังที่จะรอความรู้ในห้องอย่างเดียว บางครั้งเนื้อหาที่ได้มันอาจไม่ครอบคลุมเสมอไป ดังนั้นการที่เราจะเหนื่อยไปห้องสมุดไปเลือกหนังสือมาอ่านมาค้นคว้าสักหน่อยคงไม่ใช่เรื่องเสีัยหายอะไร (มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องไปสอบเข้าหรือสอบแข่ง) หรือจะไปหาความรู้จากการออกค่ายทัศนศึกษาต่างๆก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ (แต่อย่าเที่ยวจนลืมตัวละ แล้วจะหาว่าไม่เตือน งุงิ) ส่วนบางคนก็ออกไปเรียนพิเศษ มันก็ดีนะ หุหุ 



8. จมปลักกัีบการเรียนอย่างเดียวทำไม กิจกรรมไม่ออกไปทำบ้างหละ ใครจะรู้ว่าการทำกิจกรรมต่างๆ ก็สามารถช่วยเราในการเรียนด้วยเช่นกัน การทำกิจกรรมก็เหมือนหาประสบการณ์ชีวิตใส่ตัว ถึงไม่ใช่เรียนทางความรู้แต่มันคือการเรียนทางชีวิตที่เราสามารถนำไปใช้ได้ต่อไปในอนาคต (บ่อยครั้งช่วยให้ผู้ที่ประสบความล้มเหลวกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง) และหัดสร้างอารมณ์ขันไว้บ้าง บ้าบอเลยยิ่งดี เนื่องจากตัวผู้เขียนสังเกตว่าคนที่เรียนได้ดีๆมักจะบ้าบอกัยแทบทั้งนั้น (มันหมายถึงเค้าด้วยชิมิ T^T)



9. เพื่อนมีไว้ทำไมล่ะ (อย่าบอกนะว่าเอาไว้แชท ไว้เมาท์ ไว้เล่นเกมส์ บลาๆ) เพื่อนเค้ามีไว้ถาม เพื่อนเรามันเก่งวิชาไหนก็ควรที่จะต้องหน้าด้านไปถามไปขุดไปคุ้ยให้เค้าสอนเราให้จงได้ (เวอร์ละ = =) ความจริงก็ถามแค่ที่สงสัยหรือถ้าสงสัยมันหมดนี่แหละ ให้เพื่อนติวให้ดีกว่า (อาจารย์เค้าไม่มาสอนเราใหม่หมดตั้งแต่เริ่มแรกหรอกพี่น้อง) ตรงกันข้ามถ้าเราเก่งวิชานี้แต่เพื่อนมันดันไม่เข้าใจ ก็ควรปฏิบัติตนเป็นคนดีด้วยการสอนเค้าด้วยความเต็มใจ (เน้นว่าเต็มใจเนื่องจากบางคนสอนแบบจะฆ่าคนที่มาขอให้ได้เลยทีเดียว) หรือจะติวให้เค้าก็ดีนะ เป็นการทวนความรู้ไปในตัวที่ดีมากๆ เพราะผู้เขียนลองมาแล้ว ปรากฏว่าคะแนนติดอันดับทอป >.< 



10. อย่าท้อแท้ในการเรียน การท้อแท้มันก็เหมือนไฟที่ทำลายความมั่นใจความพยายามของเราจนหมด จำไว้ว่าหากลอง 9 วิธีข้างต้นจนหมดหรือวิธีอื่นใดก็ตามแล้วยังไม่ไปถึงเป้าหมาย ก็จงพยายามต่อไป แล้วสักวันนึงจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน (คำคมเวลาผู้เขียนท้อ : สู้ต่อไปทาเคชิ!!~~)

ผลงานอื่นๆ ของ Punchino

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 21:45
    เวิร์คจริงๆครับ ได้ผลจริงๆ ยกนิ้วให้เลยครับ สุดยอดมากๆ ตอนแรกอาจจะไม่ค่อยชิน แต่ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก้ชินเองครับ
    #4
    0
  2. วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 20:33
    ใช่เลย 555555 ยาวเหยียดมากเพื่อนเอ๋ย ขอบใจมากน้ะ เป็นประโยชน์ต่อทุกคนจิงๆ ไลค์เรย :D
    #3
    0
  3. วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 20:29

    แต้งกิ้วกั๊ตจัง ก็นะพึ่งลงครั้งแรกนี่นาครับ T^T แต่ครั้งต่อไปจะพยายามให้มันดีกว่านี้นะ

    #2
    0
  4. วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 20:08
    อ่าฮะ ไม่เลวนี่ครับพั้นคุง อ่า เเต่ควรจะมีรูปภาพเเทรกก็ดีนะ
    หรือ เว้นช่วงตัวหนังสือไม่ให้ดูเเน่น
    ไม่งั้นมันดูไม่ชวนอ่านอ่านะ ///บางคนเห็นเเล้วง่วง=___=

    ขอบคุณมากๆเลยจ้า^^




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2554 / 20:09
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 11 ธันวาคม 2554 / 20:12
    #1
    0