[JBJ ft.pd101] THEN #ดงเคน #ดงเคนชาติที่แล้ว

ตอนที่ 9 : แค่ได้เพียงมองตาคู่นั้น มันมีอะไรซ่อนไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

สถานที่ : ตำหนักรัชทายาทแทฮยอน


     “มีเรื่องอะไรบอกพี่ได้เสมอเลยนะดงฮันพี่ชายตัวเล็กเอื้อมมือไปตบบ่าน้องชายตัวสูงเบาๆ เด็กหนุ่มอายุ17ยิ้มกว้าง นานๆทีเขาได้เจอพี่ชายใหญ่สักทีนี่นา แทฮยอนเป็นคนเดียวที่เกิดมาจากท้องมารดาคนเดียวกันจึงไม่แปลกถ้าดงฮันจะลำเอียงรักพี่ชายคนนี้มากกว่าคนอื่นๆ


     จริงๆดงฮันก็รักทุกคนแต่จะอ้อนพี่ชายใหญ่มากกว่าคนอื่นนิดหน่อยเอง


     คนอื่นที่ไม่นับเคนตะ


     “พะย่ะค่ะเสด็จพี่เจ้าเด็กตัวสูงมองซ้ายมองขวาเห็นข้าราชบริพารทั้งหลายก้มหน้าอยู่เลยถือโอกาสความพี่ชายมากอดให้เต็มรัก สมกับที่ไม่ได้พบกันมาหลายเดือน


     “แอ่กก ดงฮัน แน่นไปๆๆๆ พี่หายใจไม่ออกแทฮยอนตีไหล่น้องไปหลายทีกว่าเจ้าเด็กแรงช้างจะยอมปล่อย


     .

     .

     .


     วันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระราชา


     เวลาเช้าตรู่ในวังกำลังวุ่นวายกับการตระเตรียมพิธีการสำคัญทั้งเหล่าข้ารับใช้และนางในวิ่งวุ่นกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตรวจความเรียบร้อยของประรำพิธีและอาหารต่างๆ อาหารนานาชนิดที่ถูกปรุงอย่างเลิศรสค่อยๆถูกทยอยนำส่งออกมาจากห้องเครื่องหลวงมาวางไว้ยังประรำพิธี


     ดงฮันเองก็ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งองค์เสียตั้งแต่เช้ามืด เจ้าชายน้อยอ้าปากหาวหวอดๆในขณะที่กำลังยกแขนให้เคนตะจัดแต่งแขนเสื้อให้เรียบร้อยโดยมีขันทีจองจัดการเรื่องเข็มขัดให้


     “ข้าง่วงจังเลยเคนตะ กว่าจะถึงเวลาทำพิธียังอีกตั้งเป็นชั่วยาม นอนได้อีกเยอะเลยไยข้าต้องรีบตื่นมาแต่งตัวขนาดนี้กันเจ้าชายน้อยบ่นกระปอดกระแปดแล้วใช้มือข้างที่เคนตะจัดเเขนเสื้อให้เรียบร้อยแล้วมาขยี้ตาหลังจากหาวไปเป็นครั้งที่สิบ


     “ท่านต้องไปเตรียมตัวซักซ้อมพิธีอีกนะขอรับ แค่นี้ยังถือว่าสายแล้วเลยขุนนางตัวน้อยตอบแล้วชะโงกไปดูนางในที่กำลังเดินนำปิ่นปักผมมาให้ เขาเสียบมันเข้ากับมวยผมของเจ้าชายน้อยแล้วถอยออกมาดูผลงานตัวเอง 


     หน้ามุ่ยเชียวนะดงฮัน สงสัยจะง่วงมากจริงๆ


     “เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้าอนุญาตให้พระองค์หลับบนเกี้ยวขณะที่เรากำลังไปลานพิธีได้ ดีหรือไม่


     “เจ้าบอกว่าห้ามหลับบนเกี้ยวเพราะมันอันตรายนี่นา ตกลงแล้วทำได้หรือเคนตะ


     “ข้าก็ไม่อยากให้ท่านหลับหรอก ประเดี๋ยวจะหงายตกลงมา แต่เอาเป็นว่าวันนี้จะยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกันขอรับ

     ไว้ค่อยบอกให้คนหามทั้งแปดคนเดินดีๆก็แล้วกัน จะไม่ให้เจ้าชายนอนเลยก็ดูจะใจร้ายไปสำหรับเด็กวัยรุ่นกำลังโต เมื่อคืนนั่งท่องคำถวายพระพรเสียค่อนคืนกว่าจะจำได้เลยนี่นา


     อีกอย่าง วันนี้จะมีเรื่องแน่ๆ เคนตะสัมผัสได้...


     หลังจากที่เซอุนและท่านหญิงซึลกิได้บอกความจริงบางอย่างกับเขา เขาก็คอยระวังมิให้คนแปลกหน้ามาเข้าเฝ้าเจ้าชายได้เด็ดขาด หากเรื่องที่ทั้งสองคนนั้นพูดเป็นเรื่องจริงต้องมีใครสักคนตายแน่ๆ


     เผลอๆจะเป็นเขานี่แหละ


     .

     .

     .


     “เรื่องเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?”สุรเสียงของผู้ครองแผ่นดินเอ่ยถามบุตรชายตระกูลจองที่ยืนอยู่ข้างขันทีจองที่เป็นหัวหน้าขันทีของวังนี้


     “มีเรื่องหนึ่งเรียบร้อยอีกเรื่องยังไม่เรียบร้อยพะย่ะค่ะจองเซอุนหันมองท่านลุงผู้เป็นขันทึเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ


     “หมายความว่าอย่างไร?”


     “ถ้าหมายถึงเรื่องเจ้าชายรองทรงประทับอยู่ตำหนักเรียบร้อยดีพะย่ะค่ะ ส่วนเรื่องท่านดงฮัน กระหม่อมคิดว่าเราเจอปัญหาใหญ่แล้วพะย่ะค่ะ...”


     สีหน้าของผู้ครองแผ่นดินเครียดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังฟังความจากหลานชายขันที


     เซอุนเองก็เครียดอยู่ไม่น้อย


     เพราะฝ่าบาทเคยลั่นวาจาว่าถ้าเรื่องนี้ไม่สำเร็จจะให้เขาเป็นขันทีเสียเลย


     ได้โปรด แผนอย่าล่ม ข้ายังไม่อยากถูกเจี๋ยน


     “หมายความว่า?...”


     “พยานคนสำคัญของเราหายตัวไปพะย่ะค่ะ..”


     นี่แหละเรื่องใหญ่ประจำวันของวัง แต่แล้วก็มีเสียงนางในเอ่ยขอพระราชทานอนุญาตดังมาจากหน้าประตูห้องว่ามีคนต้องการเข้าเฝ้า


     “ฝ่าบาทเพคะ นายท่านพัค จองซูและนายท่านอง ซองอูมาขอเข้าเฝ้าเป็นการด่วนเพคะ...”


     .

     .

     .


     “แค่กๆเสียงชายชราไอดังก้องไปทั่วคุกใต้ดินในพระตำหนักที่ห่างจากพระราชวังมากโข


     “รับน้ำสักหน่อยดีหรือไม่ท่านหมอ...”เสียงใสเอ่ยถามชายชราที่ถูกล่ามโซ่ตรวน


     ‘จอน จองกุกยืนเอามือไพล่หลังมองดูนักโทษของเขา


     “ท่านจับข้ามาทำไม สรุปแล้วท่านอยู่ฝ่ายพระมเหสีรึ?!!”หมอชราขึ้นเสียงแล้วหันไปไอค่อกแค่ก 


     เวลาชีวิตของเขาน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งมาอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแย่ๆอย่างคุกใต้ดินแล้วยิ่งทำให้ทรุดลงหนัก


     “ฝ่ายเดียวกับพระมเหสี? ฮะๆ เหมือนท่านจะเข้าใจผิดนะท่านหมอ


     “ข้าน่ะ...”


     “อยู่ฝ่ายตัวเองต่างหาก


     .

     .

     .


     “หมายความว่าอย่างไรซองอูเซอุนขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามเมื่อได้ฟังความจากบุตรชายที่นามสกุลแปลกที่สุดในแผ่นดิน


     เป็นภาพที่หายากยิ่งที่ได้เห็นบุตรชายตระกูลจองทำสีหน้าอื่นเสียบ้าง


     “ตามนั้นแหละ...จดหมายนี่ส่งมาจากจอนจองกุก เขาบอกว่าห้ามเราแต่งตั้งเจ้าชายดงฮันเป็นรัชทายาท มิเช่นนั้นจะฆ่าพยานของเราซะ ถ้าทำเช่นนั้นเราก็จะหมดหลักฐานยืนยันที่เชื่อถือได้ วังหลวงต้องลุกเป็นไฟแน่ๆ


     องซองอูยกมือขึ้นนวดขมับแล้วหันมองผู้ที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดิน


     “หมอนั่นจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้กัน ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนตระกูลเดียวกับพระมเหสีแท้ๆ แต่กลับมิให้ราชบุตรที่เกิดจากพระมเหสีเป็นรัชทายาท ข้าคิดยังไงมันก็ไม่เข้าเค้าเอาเสียเลย


     “ที่สำคัญคือรู้ได้อย่างไรว่าฝ่าบาทจะแต่งตั้งเจ้าชายดงฮันเป็นรัชทายาทเจ้ากรมข่าวกรองที่วันนี้แต่งตัวสมฐานะเอ่ยขึ้น


     ขนาดเขาเพิ่งจะรู้เรื่องตอนที่พระราชาตรัสเรื่องแผนให้ฟัง แล้วเจ้าเด็กนั่นรู้ความลับสุดยอดเช่นนี้ได้อย่างไร หน่วยข่าวของจอนจองกุกไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


     พระราชาทิ้งองค์พิงพนักเก้าอี้ วันคล้ายวันพระราชสมภพนี้เขาคิดว่าจะแต่งตั้งรัชทายาทและจัดการเปิดโปงเรื่องทุกอย่างเสีย แต่มันกลับผิดแผนไปเพราะคนที่อยู่นอกแผนการอย่างจองกุก


     หมอนั่นชิงตัวพยานของพวกเขาไป


     พิธีการแต่งตั้งแต่งก็เตรียมไว้เสียเรียบร้อยแล้ว แถมวันนี้ยังมีกำลังพลคุ้มกันรอบลานพิธีหนาแน่นที่สุด เป็นการยากที่คนร้ายจะหลบหนีไปได้


     หากพลาดโอกาสนี้ไปคงหาโอกาสที่เหมาะสมได้ลำบากแล้ว


     “หรือจองกุกจะร่วมมือกับตระกูลโน...”ซองอูเสนอความเห็นก่อนที่เซอุนจะแย้งแทบจะในทันที


     “บ้าน่าซองอู ตระกูลโนล่มสลายไปแล้ว


     “แต่ที่ซองอูพูดก็เข้าเค้าอยู่ไม่น้อยนะเซอุน อีกอย่างตระกูลโนยังเหลือตั้งอีกคนนึงนี่นาพัคจองซูหันมองเด็กหนุ่มที่เสนอความเห็น


     “แต่ข้าว่าคนคนนั้นอาจจะไม่รู้เรื่องด้วยก็ได้ ตลอดเวลาที่ข้าจับตามองเขาไม่มีพิรุธอะไรเลยจองซูเเย้งความคิดตัวเองเเทบจะในทันทีเมื่อนึกถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของเป้าหมายของตน


     “ไม่แน่หรอกท่านอาพัค คนที่ดูไร้พิษภัยอาจจะร้ายที่สุดก็ได้....ส่วนตัวข้าว่าพระมเหสีไม่มีทางร่วมมือกับจองกุก เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นพยานของเราคงถูกสั่งฆ่าไปแล้วเซอุนยกมือขึ้นนวดขมับเมื่อเรื่องราวมันเริ่มจะโอละพ่อขึ้นไปเรื่อยๆ


     “ฝ่ายจุนมยอนน่ะสนับสนุนท่านดงฮันเห็นๆไม่มีทางร่วมมือกับจองกุกแน่...แสดงว่าเรื่องนี้เจ้าเด็กนั่นจัดการคนเดียวจองซูเอ่ยยาวเหยียดแล้วยกมือขึ้นนวดขมับตามเซอุนไปอีกคน


     “แต่ถ้าเราเดินตามหมากของจองกุกถ้าเช่นนั้นแผนทั้งหมดของเราก็จะเสียเปล่ารวมถึงเรื่องฮยอนบินด้วย ถึงคำสั่งกักบริเวณของข้าจะปกป้องเขาจากเรื่องที่จะเกิดขึ้นในงานนี้ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะตลอดไป นอกจากดงฮันที่เป็นเป้าหมายหลักข้าว่าฮยอนบินเองก็มีอันตรายพระราชาตรัสแล้วกำพระหัตถ์แน่น


     พระองค์ปกป้องฮยอนบินด้วยการทำเป็นเหมือนไม่ได้โปรดเพื่อป้องกันไม่ให้ฮยอนบินตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีที่หลอกให้บุตรชายไปสังหารทหารของพระองค์ แต่ถ้าหากขนาดดงฮันที่ทรงแทบไม่แสดงความเหลียวแลยังตกเป็นเป็นหมายได้ฮยอนบินก็ไม่ปลอดภัย


     พระองค์ต้องการปกป้องลูกของพระองค์จริงๆจึงได้ทำเช่นนี้


     แต่เหมือนว่าจะไม่ได้ผลเสียแล้ว


     .

     .

     .


     สถานที่ : ห้องพยาบาล


     “วันหลังก็อย่าซนกันอีกนะอาจารย์ห้องพยาบาลบ่นใส่เด็กทั้งสองที่ประคองกันมาห้องพยาบาลเพราะว่าตกต้นไม้ก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้คนเจ็บอย่างดงฮันนั่งอยู่บนเตียงคนไข้


     แค่ข้อมือซ้น ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง


     “พี่เคนตะ ตามสัญญานะ ห้ามไปไหนดงฮันเอ่ยดักก่อนที่คนตัวเล็กจะทันได้หนีไป


     กำลังจะลุกแล้วเชียว..


     “ก็ได้...”


     “พี่หลบหน้าผมทำไม


     “พี่ไม่ได้หลบ...แค่แบบ...”


     “พี่หลบชัดๆ อย่ามาเฉไฉคนเด็กกว่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่นั่งอยู่ค้างๆ สายตาที่ปกติจะแวววับเหมือนสุนัขตัวโตๆจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ


     “ก็...”


     “ก็?”


     “พี่กลัวอ่ะ


     “กลัวอะไรครับทาคาดะ เคนตะ เล่าให้ผมฟังหน่อยดงฮันจ้องคนตัวเล็กไม่วางตา


     “ก็..เราทำเหมือนมันจะเป็นเรื่องจริงอ่ะ น่าลัวจะตาย...”เคนตะหลบตาคนน้อง ดวงตาของคนพี่หลุกหลิกไปมาเหมือนเเ็กที่กำลังสารภาพผิด


     “ก็มันจริงไงพี่...”ดงฮันเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโนโทนผิดกับคนที่เงยขึ้นมาแหวใส่


     “จะบ้าหรอ! ความฝันแบบนั้นอ่ะนะ จะบอกว่าพี่ระลึกชาติได้รึไง เพ้อเจ้อเคนตะมุ่ยปาก


     “เจ้าไม่ได้เพ้อเจ้อหรอกเคนตะ ข้าพูดจริงๆ...เราสองคนเคยพบกันเมื่อหลายชาติก่อนดงฮันคว้ามือคนพี่มากุมไว้แล้วมองเข้าไปในดวงตาที่เขาหลงใหลมานับร้อยปี


     “...ดงฮัน


     “เจ้าจำได้ถึงตอนไหนกันถึงได้บอกข้าว่ากลัว


     “ก็..ถึงตอน...”


     “ตอน?”


     “ตอนที่พี่...”


     .

     .

     .


     “เสียรู้เจ้าจองกุกมันเสัยได้ ใครจะนึกว่ามันหมายตาหมอชราคนนั้นไว้คิม จุมยอนกำหมัดแล้วทุบลงบนโต๊ะ ทำเอาทั้งแก้วและกากระเด็นขึ้นเล็กน้อยจนชาหกอกมานอกถ้วย


     คิมจงอินถอนหายใจแล้วมองลูกพี่ลูกน้องผู้เยือกเย็นอยู่เสมอกำลังร้อนรน


     “จองกุกมันฉลาดจะตาย ท่านพี่ก็รู้พัค ชานยอล น้องชายต่างสายเลือดคนสนิทของจุนมยอนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแล้วหันมองพี่ใหญ่ที่สุดในห้อง


     “จะสำเร็จอยู่แล้วเชียว ข้าอุตส่าห์กำจัดเจ้าชายฮยอนบินให้พ้นทางไปได้ ถ้าไม่มีเจ้าชายฮยอนบินยังไงเสียเจ้าชายดงฮันก็ต้องได้ขึ้นครองราชย์


     “อะไรทำให้ท่านมั่นใจขนาดนั้นท่านพี่จุนมยอนจงอินขมวดคิ้ว ยังไงก็ยังมีเจ้าชายแทฮยินเป็นเจ้าขายองค์โตอยู่ดีนี่นา


     “เจ้าโง่จงอิน ข้าเคยเล่าให้ฟังไปแล้วอย่างไรเล่าลืมไปแล้วหรือ?!”


     “ท่านจุนมยอน ใจเย็นก่อนเถิด ตอนที่ท่านเล่าจงอินมันเมาอยู่อย่างไรเล่าชานยอลพยายามพูดให้อีกคนใจเย็นลง ตอนนี้จุนมยอนน่ะใจร้อนหัวร้อนเสียจนไม่ฟังอะไรแล้ว 


     หมดกันท่านพี่ผู้เยือกเย็น


     “เฮ้อ เจ้าจำเรื่องกบฏตระกูลโนได้หรือไม่จงอิน


     “จำได้สิท่านพี่ ตระกูลโนยิ่งใหญ่เสียขนาดนั้น แต่ดันไปร่วมมือกับขุนนางญี่ปุ่นก่อกบฏเลยถูกประหารยกตระกูลจงอินสรุปตามความเข้าใจของเขา อันมี่จริงเขาก็เกิดไม่ทันหรอก แต่ท่านพ่อเล่าให้ฟังเลยจำได้ 


     “พระมเหสีน่ะเคยเป็นคู่หมายของบุตรชายคนโตของตระกูลโน คนที่ก่อกบฏคิดชิงบัลลังค์ตอนที่ฝ่าบาทจะขึ้นครองราชย์นั่นแหละ


     “แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะท่านพี่ ในเมื่อถูกประหารเสียยกตระกูลจงอินยังคงเชื่อมโยงเรื่องราวไม่ได้เช่นเคย


     “ก็ก่อนที่พระมเหสีจะสมรสกับฝ่าบาทมันเกิดเหตุการณ์กบฏเสียก่อน นางรอกมาได้เพราะยังไม่ได้แต่งกับบุตรชายตระกูลโน หลังจากเรื่องกบฏสงบก็กลายเป็นว่าฝ่าบาทเกิดหลงนางขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตระกูลจอนแทบจะเดินเหยียบหน้าบิดาข้าอยู่แล้วตอนลูกสาวคนเดียวได้ขึ้นเป็นพระมเหสีจุนมยอนเล่าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ตระกูลคิมสายเขากับตระกูลจอนกัดกันมาตั้งแต่สมัยปู่ทวดแล้ว พอมีอำนาจเข้าหน่อยก็ข่มจนน่ารำคาญ


     จุนมยอนเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ


     “เจ้าชายใหญ่น่ะ ทรงอยู่ในครรภ์เพียงเจ็ดเดือน แรกๆก็เกิดข้อครหาว่าพระนางทรงพระครรภ์ก่อนเสกสมรส แต่เพราะหมอที่ตรวจร่าวกายยืนยันว่าก่อนเสกสมรสพระนางไม่ได้ทรงพระครรภ์จึงรอดมาได้ แต่แล้วยิ่งโตเจ้าชายใหญ่ยิ่งไม่เหมือนฝ่าบาท...”


     “ท่านจะบอกว่าเจ้าชายใหญ่เป็นบุตรชายตระกูลโน? ....”


     “กว่าจะเข้าใจนะจงอิน...ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วสายข่าวของข้าที่เป็นนางในที่ทำงานในตำหนักของฝ่าบาทบอกว่าพัคจองซูมารายงานว่าพบตัวหมอคนนั้นมิหน้ำซ้ำยังรับสารภาพว่ารับเงินมาจากตระกูลจอนเพื่อปิดปากจริงทำเอาฝ่าบาททรงประชวรไปเป็นอาทิตย์


     ตอนแรกข้าก็กะจะกำจัดเจ้าชายฮยอนบินแล้วปล่อยให้พระราชาจัดการไปตามเรื่องของพระองค์ซะ ดงฮันที่เป็นสายเลือดของตระกูลคิมก็จะได้ขึ้นครองราชย์ต่อไป..”จุนมยอนเท้าศอกลงกับโต๊ะแล้วหันมองชานยอล


     “มองข้าทำไมท่านพี่จุนมยอน...ที่จองกุกชิงตัวหมอไปได้นั่นไม่เกี่ยวกับข้านา...”


     “แต่ข้าสั่งให้เจ้าจับตาดูไว้ไงชานยอล...เจ้าปล่อยให้หมอนั่นชิงตัวพยานคนสำคัญไปไงเล่า!”


     “ข้าขอโทษน่า แต่สบายใจเถอะ จองกุกมันไม่ฆ่าหมอหรอก


     “เจ้ามั่นใจขนาดนั้นได้ยังไงชานยอล


     “ข้าพนันเลยว่าที่มันทำแบบนี้เพราะยังแค้นเรื่องจีมินลูกพี่ลูกน้องข้าที่ตายไปเพราะพระมเหสี เจ้าก็รู้ว่าพระมเหสีฆ่าจีมินปิดปากเรื่องท่านแทฮยอน แต่เพราะไม่อยากให้ดงฮันที่เป็นบุตรของพระมเหสีขึ้นครองราชย์เลยทำเช่นนี้


     “เรื่องที่หาหลักฐานไม่ได้นั่นน่ะนะ เหอะ เจ้าเด็กนั่นมันเชื่อจริงๆหรอว่าพระมเหสีเป็นคนสังหารจีมิน


     “แต่มันก็เข้าเค้านะจุนมยอน ถ้าไม่งั้นใครจะมาฆ่าคนไม่รู้เรื่องแบบจีมินหลังจากถูกเรียกไปตำหนักพระมเหสีล่ะ?”


     “ช่างเรื่องจีมินก่อน มาจัดการเรื่องตอนนี้ก่อนดีกว่า ไม่รู้ล่ะชานยอล เจ้าต้องจัดการกับเรื่องนี้ เจ้าเป็นคนปล่อยให้จองกุกชิงตัวหมอไปได้เจ้าต้องจัดการ


     “เอ้า โยนให้ข้าเฉย...”


     .

     .

     .


     “ท่านดงฮัน ท่านรู้จักโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรหรือเปล่า...”เคนตะเอ่ยถามขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากตำหนักเพื่อพาดงฮันไปขึ้นเกี้ยว


     “รู้สิ พวกกบฏจะต้องถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร นับบนแล้วนับล่างให้ครบเจ็ด ถามทำไมหรือเคนตะ เจ้าสงสัยอะไรหรอดงฮันตอบตามที่ได้เรียนในตำรามา



     “ก็สงสัยนิดหน่อยพะย่ะค่ะ...”


     “ว่ามาเลยเคนตะ! ข้าตอบได้แน่ๆช่วฃนี้ข้าตั้งใจเรียนมากเลยนะ


     “ก็...ถ้ากระหม่อมถูกประหาร พระองค์จะเสียใจไหม..”


     “ไม่ได้นะเคนตะ! เจ้าจะถูกประหารเรื่องอะไรกัน ถ้าอยู่โดยไม่มีเจ้าข้าไม่เอาหรอกนะเจ้าชายน้อยหันมาทันควัน     แล้วพูดพร้อมสีหน้าไม่สบอารมณ์


     ทำไมเอาเรื่องความเป็นความตายมาพูดง่ายๆเช่นนี้ล่ะเคนตะ ทำเอาใจไม่ดีเลย


     “แค่ถามดูน่ะพะย่ะค่ะ..เผื่อวันนึงมันอาจจะเกิดขึ้น


     “ไม่รู้ล่ะเคนตะ ข้าไม่ยอมนะ เจ้าห้ามตาย


     “ถ้าไม่ใช่คนที่มีอำนาจเหนือพระองค์เป็นคนสั่ง ข้าก็คงไม่เป็นอะไรหรอกเคนตะพึมพำแล้วก้มมองเท้า แววตาของคนตัวเล็กไหววูบไปเล็กน้อยก่อนจะปรับตัวเองกลับมาให้เป็นปกติ แล้วดันหลังให้เจ้าขายเดินไผขึ้นเกี่ยวเร็วๆ


     “รีบไปเถิดฝ่าบาท เดี๋ยวจะไปร่วมพิธีสาย..”


     .

     .

     .

     

     TBC


     แงง ตอนนี้ใช้สมองเยอะมากเลยค่ะ เราพยายามจะไม่มึนเบลอ กลัวเรื่องคำผิดมากๆแต่ก็พยายามแก้เเล้วล่ะค่ะ ฮือออออ ㅠㅠ


     หลังจากตอนนี้เรื่องก็จะเข้มข้นเป็นต้มยำน้ำข้นแล้วค่ะ! ตอนหน้าจะตู้มมม เฉลยยย อะไรแบบนั้น เราไม่ค่อยถนัดเรื่องผูกปมเท่าไหร่คงไม่ยืดเยื้อแน่ๆ


     คือตอนนี้เพิ่งสอบเสร็จเลยเพิ่งมีเวลามาอัพค่ะ ฮือ ขอบคุณคนที่ยังอยู่รอนะคะ รักส์เสมอ


     อยู่ทีมไหนกันข้างคะ เราอยู่ทีมพี่เคนตะ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #23 Cake10202 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 23:22
    แงงงงงง ติดตามนะคะ แอบใจไม่ดีเลยตอนเคนตะถาม คือแบบ อย่าเป็นอะไรนะ ㅠㅠ รอเสมอนะคะแต่งสนุกมากๆชอบมากเลยค่ะ สู้ๆน้าาา
    #23
    0