[JBJ ft.pd101] THEN #ดงเคน #ดงเคนชาติที่แล้ว

ตอนที่ 7 : คงจะมีแต่ฟ้า และดินที่จะรับรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

     เคนตะนั่งพิงประตูห้องอยู่นานสองนานแล้ว


     ชายหนุ่มในชุดขุนนางตัวเดิมชันเข่าขึ้นมากอดไว้แล้วถอนหายใจ


     เขานั่งเรียบเรียงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตตอนนี้


     เขาถูกจับ แต่รอดมาได้เพราะมีคนในช่วยเหลือไว้ ถึงจะยังไม่รู้จุดประสงค์ของเจ้าจอง เซอุนนั่นแต่ก็ต้องขอบใจที่ไม่ทำให้เขาถูกทรมานจนตายคาลานทรมาน


     เขาถูกส่งมาอยู่กับเจ้าชายน้อยจอมซน วอแวเก่ง งอแงก็เก่ง ขี้อ้อน และดื้อ


     ดื้อมาก ทั้งดื้อทั้งซนจนเคนตะอยากจะบ้าตาย


     แถมไม่กี่เดือนถัดมายังมีเจ้าตัวป่วนเพิ่มมาอีก 


     ซังกยุน ที่จู่ๆโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลูกเต้าเหล่าใครไม่มีใครรู้ ข้อมูลที่ได้รับก็แค่เป็นคนของเจ้าชายรอง แค่นั้น แค่นั้นเลยจริงๆ


     แต่คนของเจ้าชายทำไมไร้ความรู้เรื่องในวังขนาดนี้....เคนตะงง


     แถมเมื่อเย็นเขายังรับรู้เรื่องน่าตกใจเพิ่มขึ้นอีกอย่าง...สองอย่างแล้วกัน


     คนบ้าที่เจ้าชายสนิทด้วยคือเจ้ากรมข่าวกรองลับที่ปลอมตัวมายอมรับเลยว่าเนียนมาก บ้าได้สมจริงสุดๆ


     คนคนนี้รู้จักกับพ่อของเขาอีกต่างหาก


     เรื่องมันเยอะจนเคนตะเริ่มจะมึนงงเสียเอง


     อ่า...เลิกคิดแล้วนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นมารับมือกับเจ้าเด็กดื้อแต่เช้าอีก...


     .

     .

     .


     “ถามจริงเห๊อะ ทำไมต้องหนีหน้ากันขนาดนี้วะเคนตะ น้องมันขู่จะฆ่ารึไงซังกยุนถามเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้วยกันบนต้นไม้


     ใช่ บนต้นไม้จริงๆ


     เป็นต้นแอปเปิ้ลใหญ่ที่อยู่ข้างศูนย์วิจัยของมหาลัยนี่แหละ ทั้งสองคนนั่งห้อยขาอยู่คนละกิ่งแล้วหันหน้าเข้าหากัน


     “เฮ้อ...”คนตัวเล็กตอบคำถามด้วยการถอนหายใจเพียงเท่านั้นจนต้องถามซ้ำ


     “มาฮ่งมาเฮ้อซังกยุนเอนตัวไปข้างๆพิงลำต้นแอปเปิ้ลพร้อมจ้องเพื่อนตัวน้อยอย่างไม่วางตา


     เขาต้องการคำตอบ!


     ต้องการเหตุผลในการทิ้งสเต็ก


     และเหตุผลที่ต้องปีนขึ้นมานั่งบนต้นไม้นี่!


     “คืองี้...”เคนตะเริ่มเกริ่นพร้อมตาที่หลุกหลิ่กไปมาเหมือนกำลังคิดหาคำพูดที่เหมาะสมที่สุดอาจจะฟังดูบ้าๆนะ..แต่จำเรื่องที่เคยบอกได้ไหม ที่บอกว่าเห็นภาพหลอนเป็นสมัยโบราณอ่ะ


     “อ่าห้ะ ที่ฝันเห็นเกาหลีโบราณน่ะหรอซังกยุนพยักหน้า เขาเหลือบไปเห็นแอปเปิ้ลสีแดงสดล่อตาล่อใจอยู่ที่กิ่งข้างๆ โอ้โห ถ้าหยิบมากินจะถือว่าเป็นการลักทรัพย์ของมหาวิทยาลัยรึเปล่าหนอ


     “คือ ไปเล่าให้น้องฟังมา


     “อาห้ะ


     “แล้ว.......น้องคือโคตรจริงจังอ่ะ


     “ยังไงวะ ไหนเล่า


     ซังกยุนบอกในขณะที่กำลังเอื้อมไปจะเก็บแอปเปิ้ลที่อยู่กิ่งใกล้ๆ ขนาดเอือมสุดแขนแล้วยังแตะได้แค่ปลายนิ้ว 


     อีกนี้ดดดด จะได้กินแล้ว


     “น้องเหมือนจะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง


     “เพ้อเจ้อซังกยุนเอ่ยทันที นี่มันไม่ใช่หนังไม่ใช่ละคร เรื่องระลึกชาติจะเป็นไปได้ยังไง 


     “แต่ภาพมันชัดขึ้นเรื่อยๆเลยนะ แล้วแบบ...”


     “ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมต้องหนีวะ


     จะได้แล้ว แอปเปิ้ลลลลลลลลลลล อีกนิดเดียว!!!


     “คือ มันจบไม่ค่อยสวยอ่ะ ถ้ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา...”


     “เห้ย! โถ่ แอปเปิ้——“ซังกยุนใช้ปลายนิ้วเขี่ยจนแอปเปิ้ลหลุดจากขั้ว รวมถึงหลุดมือหล่นลงไปอีก และที่สำคัญ...


     “โอ้ย!!!”เสียงของผู้โชคร้ายที่ได้ทำการทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกดังมาจากด้านข้าง ตามมาด้วยเสียงอุทานของเคนตะ


     ผู้รับบทเป็นท่านเซอร์ไอแซก นิวตันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนบนต้นไม้


     ด้านล่างนั้น...


     คิม ดงฮัน...อยู่ที่โคนต้น!


     แล้วจะหนียังไงทีนี้


     .

     .

     .


     “ซังกยุนเป็นอย่างไรบ้างเสียงทุ้มเอ่ยถามขุนนางตัวน้อยที่ตนเรียกมาพบ องค์ชายฮยอนบินมี่เพิ่งเสด็จกลับมาได้ออกคำสั่งให้ไปเรียกเคนตะมาพบ


     “ก็ดีพะย่ะค่ะ แต่ซนไปเสียหน่อย เข้ากับองค์ชายดงฮันได้ดีทีเดียว...ซนกันทั้งวันหลังฟังเคนตะรายงานองค์ชายรองก็เงยหน้าขึ้นมา เขาคงเข้าใจความหมายที่เคนตะจะสื่อ เพราะสายตาที่มองมาอย่างเห็นใจ ใครๆก็รู้เรื่องที่องค์ชายซนสุดๆ ยิ่งได้คู่หูแบบนี้ ไม่ต้องบอกฮยอนบินก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น


     “เหนื่อยหน่อยนะ...”


     “พะย่ะค่ะ...”


     หลังจากที่เอ่ยลาเจ้าชายฮยอนบินแล้วเคนตะก็เดินมาเรื่อยๆตามทางเดิน 


     วันนี้องค์ชายน้อยต้องไปวัดตัวตัดชุดสำหรับงานวันพระราชสมภพของพระราชาที่จะมีในอีกไม่กี่เดือน เคนตะจึงว่างครึ่งวัน


     เป็นครึ่งวันที่แสนสงบสุขเสียจริง


     ว่าไปก็คิดถึงตอนยังอยู่นอกวัง...


     ปึก!


     เคนตะที่กำลังจะเลี้ยวกลับไปยังตำหนักเดินชนใครบางคนที่ตรงหัวมุม เพราะอีกฝ่ายสูงและตัวใหญ่กว่าจึงทำให้คนตัวเล็กโดนแรงสะท้อนเกือบหงายหลัง แต่กลับมีลำแขนแกร่งคว้าเอวของขุนนางตัวน้อยไว้เสียก่อนทำให้เขาไม่ล้มลงไปก้นกระแทกพื้น


     “ขอโทษนะ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่าเสียงนุ่มเอ่ยถามแล้วปล่อยมือเมื่อเคนตะยืนด้วยตัวเองได้แล้ว


     “ไม่เป็นไรขอรับ ขออภัยที่เดินชน ข้าผิดเองเคนตะก้มหัวลงขอโทษคนตรงหน้า เพราะเขามัวแต่เหม่อเองจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น


     “ไม่เป็นไร...เจ้าเป็นขุนนางที่นี่หรอคนตรงหน้าเอ่ยถาม


     เคนตะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ดวงหน้าน่ารักและตากลมโตผิดกับรูปร่างสูงสมส่วนแบบชายชาตรี 


     “ขอรับ ข้าอยู่ตำหนักเจ้าชายดงฮันเคนตะเอ่ยตอบ 


     เมื่อพิจารณาจากชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่ตั้งแต่หมวกสีดำและชุดผ้าไหมเนื้อดีที่ถักทออย่างปราณีต เครื่องประดับหรูหรา ผิวพรรณบ่งบอกถึงฐานะที่เป็นชนชั้นสูง แต่ไม่ได้มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือเครื่องแบบขุนนางเช่นเขา จึงน่าจะเป็นคุณชายหรือลูกขุนนางสักคน...


     เขามาในวังหลวงได้ยังไงกัน...


     “ชื่ออะไรน่ะคนคนนั้นเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มสดใส


     “ทาคาดะ เคนตะขอรับ ข้าเป็นคนญี่ปุ่น


     “จริงหรอ?! ยอดเลย...น่ารักแบบนี้เอง มิน่าท่านดงฮันหวงน่าดู


     ท่านดงฮัน?


     เรียกแบบค่อนข้างเป็นกันเองเช่นนี้...หรือจะเป็นเพื่อนขององค์ชาย?


     แต่เพื่อนสนิทของเจ้าชายน้อยก็มีเพียงสี่จตุรตัวแสบมิใช่หรือ?


     “ลืมแนะนำตัวไปเลย...”ชายตรงหน้าขำในลำคอเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหน้างุนงง


     “ข้าชื่อจอนจองกุก พ่อของข้าเป็นพระอนุชาของพระมเหสี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านดงฮัน แต่ข้าแก่กว่าน่ะ


     “อ้อ...”เคนตะพยักหน้ารับทราบ


     “ว่าแต่เจ้าน่ะ ไปทำอีท่าไหนถึงถูกใจเจ้าชายน้อยได้น่ะหือ?”จอน จองกุกถามพลางก้มลงมามองหน้าเคนตะใกล้ๆ


     น่ารัก ตัวเล็ก ท่าทางดุเสียด้วย...เจ้าชายน้อยชอบแบบนี้หรอเนี่ย


     “เอ่อ...”


     “อ่ะๆ ข้าเข้าใจว่ามันตอบอยาก เอาเช่นนี้แล้วกัน พาข้าไปหาดงฮันที ว่าจะมาคุยเล่นเสียหน่อยจองกุกเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคนตัวเล็ก


     “ตอนนี้องค์ชายไปวัดตัวตัดชุดขอรับ คงไม่สะดวกให้เข้าเฝ้าเคนตะลือกใช่ภาษาสุภาพเพราะชายคนนี้แม้จะมีสายเลือดเดียวกับเจ้าชายแต่ก็ไม่ได้เป็นราชนิกุล


     “ไม่เป็นไร พาข้าไปรอในตำหนักก็ได้


     “อ่า...”


     “น่านะ ข้าเดินวนไปวนมานานแล้ว เมื่อยจะแย่พอแววตาแฝงความออดอ้อนของอีกฝ่ายก็ทำเอาขุนนางตัวน้อยอดจะใจอ่อนไม่ได้ ตากลมใสดูไร้พิษภัยเหมือนกำลังถูกกระต่ายน่ารักๆขอร้องจนเคนตะลืมไปว่าอีกฝ่ายตัวใหญ่กว่าตัวเองโข


     นี่แหละความสามารถพิเศษของจอน จองกุก ทำให้คนอื่นเห็นใจและเอ็นดูได้อย่างง่ายดาย...


     “อ้าว คุณชายจองกุกนี่เสียงเอ่ยทักดังแทรกมาในตอนที่เคนตะกำลังจะเอ่ยปากตอบรับเขาหันไปมองผู้มาใหญ่สองคนที่เดินหอบกองม้วนผ้าฎีกาเดินเข้ามา คนที่เอ่ยทักพวกเขาคือคุณชายตระกูลอง องซองอูกับคนที่เดินมาด้วยกัน คิมจุนมยอน หลานชายของเจ้ากรมคลัง คุณชายจากตระกูลผู้ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดิน...


     แม้จะนามสกุลคิมเช่นเดียวกับเจ้าชายแต่ก็เป็นญาติห่างๆคนละสายกัน จากความเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยจึงไม่ถือว่าเป็นราชนิกุล 


     “ท่านพี่จุนมยอน...ท่านพี่ซองอู สวัสดียามบ่าย ยังทำงานกันอยู่อีกหรือ? มา เดี๋ยวข้าช่วยจองกุกเอ่ยปากทักก่อนแล้วเดินผ่านเคนตะเข้าไปหาซองอูที่หอบม้วนฎีกาจนล้นมือ


     “ช่วยแต่ซองอูแต่ไม่ช่วยข้า น่าน้อยใจเสียจริงคุณชายจุนมยอนแสร้งทำเป็นงอนแล้วกระชับกองฎีกาที่แบกอยู่


     “ใครว่า ข้าก็อยากช่วยท่านพี่แต่ของพี่ซองอูดูจะหนักกว่าเท่านั้นเอง


     “อย่ามาแก้ตัวเจ้าหนูจองกุก ใช่ซี๊ข้าไม่ใช่พี่ชายคนโปรดของเจ้านี่คุณชายตระกูลคิมแกล้งหันหลังให้จองกุกแต่เคนตะเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มอยู่ที่ได้แกล้งคุณชายจอน


     ขี้แกล้งกันทั้งวังจริงๆ....


     “อย่าโกรธข้าเลยนะท่านพี่ ท่านแบ่งมาสักห้าม้วนสิ มือข้ายังว่างอยู่คุณชายจอนเริ่มร้อนใจโดยไม่รู้เลยว่าโดนแกล้งเสียแล้ว ส่วนทางซองอูก็ได้แต่กลั้นยิ้มแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย


     เครียดกับงานจนต้องมาลงกับน้องเชียวหรือจุนมยอน


     “ให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับคุณชายเคนตะมองทั้งสามคนแล้วตัดสินใจเดินเข้าไปช่วย


     อย่างไรเขาก็ว่างอยู่แล้วช่วยคุณชายทำงานก็คงดี


     คิมจุนมยอนแบ่งม้วนผ้าให้เขาถือบางส่วน แต่ก็ยังน้อยกว่าที่ถือเองอยู่ดี เคนตะจะเซ้าซี้ขอถือเพิ่มก็กลัวจะล้ำเส้นจนดูเป็นการประจบประเเจ้ง


     เห้อ...เป็นผู้น้อยนี่มันเหนื่อย...


     “แล้วเขามาทำอะไรในวังเนี่ยจองกุกซองอูเอ่ยขัดจังหวะก่อนที่พี่ชายตรงหน้าจะเอ่ยวาจาแกล้งน้องชายตัวสูงต่อ


     “เข้ามาเยี่ยมเสด็จป้าน่ะ ท่านพ่อให้เอาโสมมาฝากพระองค์แล้วก็ว่าจะมาเล่นกับท่านดงฮันด้วยจองกุกยิ้มกว้างขณะเอ่ยตอบ รอยยิ้มสดใสของเจ้าคนหน้าตาน่ารักเรียกรอยยิ้มจากพี่ชายทั้งสองได้ไม่ยากเลย


     ว่าไปแล้วเคนตะก็ลอบมองคิมจุนมยอนที่อยู่ตรงหน้า เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเจอคนที่สูงเท่าเขา...แต่รูปร่างอีกฝ่ายนั้นสมชายกว่ามาก อยากตัวหนาๆแบบนั้นบ้างแต่จะให้เขาไปออกกำลังกายหนักๆแบบนั้นก็ไม่ไหว ตายก่อนเป็นแน่


     “มีอะไรรึเปล่า?”คุณชายคิมถามคนตัวบางที่เอาแต่จ้องเขาอยู่จนคนถูกทักหลุดจากภวังค์แล้วรีบปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะเสียมารยาทที่จ้องอีกฝ่าย


     ทั้งสี่คนพากันหอบม้วนฎีกาเดินตามกันเป็นแถวไปยังห้องทรงงานของพระราชา มีสวนกับนางในบ้างเป็นครั้งคราวกว่าจะมาถึงก็กินเวลาไม่น้อย


     ป่านนี้เจ้าชายน้อยจะตัดชุดเสร็จหรือยังหนอ...


     .

     .

     .


     “นั่นมันเคนตะกับซังกยุนนี่...เพื่อนคณะพี่ใช่ปะจองกุกสะกิดพี่ชายที่นั่งตรงข้ามให้มองออกไปนอกร้านกาแฟ ที่ไกลลิบๆนั่นมีสองคนที่นั่งอยู่กิ่งไม้เหมือนจะทะเลาะกับคนบางคนที่อยู่ด้านล่าง


     ใครน่ะ คุ้นๆแต่นึกไม่ออก


     “อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลยจอน จองกุก พรุ่งนี้จะควิซอยู่แล้ว หันกลับมา!”คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามแหวใส่แล้วเอาสันเท็กซ์บุ๊คหนาๆเคาะหน้าผากรุ่นน้อง


     “พี่ยุนกิอ่ะ เจ็บนะครับคนน้องเบะหน้าลูบหน้าผากปอยๆ เคาะลงมาได้ สันไม่ได้เล็กๆเลยนะนั่น เกิดสมองฝ่อขึ้นมาทำไง


     “ไม่อยากเจ็บก็แก้โจทย์ข้อนี้ แนวนี้พี่สอนไปแล้ว อย่าคิดนอกเรื่อง ถ้านายตกควิซรอบนี้แม่นายเอาพี่ตายยุนกิดันเเว่นเล็กน้อยแล้วกอดอกมองคนที่นั่งตรงข้าม


     “คุณนายจอนไม่ทำอะไรพี่หรอกครับ พี่ลูกรักเขานี่


     “น้อยไปสิ แม่นายน่ะสุดโหดรู้ไว้ด้วย


     “อ่าครับ...ผมทำไม่ได้อ่า สอนอีกรอบได้ไหมจองกุกช้อนตามองอ้อน ทำตัวไม่สมกับขนาดตัวเอาเสียเลย..เจ้ากระต่ายกล้ามโตนี่


     “จริงๆเลย พี่บอกแล้วใช่ไหมให้ตั้งใจฟัง...”


     ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดจบ ดวงตากลมโตก็แอบเหลือบมองเหตุการณ์ที่ใต้ต้นแอปเปิ้ล


     เกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมมันรู้สึกเดจาวูพิกลๆ


     .

     .

     .


     “ทรงลงมาเถิดพะย่ะค่ะ!!!”ขันทีจองตะโกนบอกคนที่อยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ในอุทยานหลวง


     “ข้าขอดูครู่เดียวเอง อย่าตื่นตระหนกไปน่าองค์ชายสามตะโกนกลับลงมาโดนไม่ละสายตาจากเป้าหมาย


     เมื่อไม่นานมานี้มีนกสีน้ำตาลบินมาอาศัยในวังหลวง ปกติแล้วคนสวนจะไม่ปล่อยให้พวกมันมาอาศัยอยู่ในนี้แต่ก็มีบ้างที่หลุดรอดสายตาไป


     แต่ถึงจะรอดสายตาคนสวนก็ไม่รอดสายตาองค์ชายน้อยหรอก คราแรกก็เดินกลับตำหนักกันอยู่ดีๆเผลอเพียงพริบตาก็เห็นนายเหนือหัวปีนขึ้นต้นไม้รวดเร็วปานวานร ขันทีจองยังไม่ทันหายตกใจก็ขึ้นไปถึงกิ่งที่นกนั้นอยู่เสียแล้ว 


     ถ้าเจ้าชายตกลงมาแข้งขาหักล่ะก็หัวขาดยกขบวนแน่ๆ


     “นี่เจ้าน่ะ ไปตามเคนตะมาเร็วขันทีจองหันไปบอกนางในที่หน้าเสียอยู่ข้างๆ 


     ตอนนี้เป็นที่รู้กันว่านอกจากคำสั่งพระราชาแล้วก็มีเพียงเคนตะนี่แหละที่ปราบเจ้าชายน้อยได้ ขันทีจองแทบจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ชายชาวญี่ปุ่นคนนี้หลายคราแล้ว เขาจัดการเจ้าชายจอมซนได้ภายในเวลาเพียงห้าเดือนที่เข้ามา


     ใช่ ตั้งแต่วันแรกในต้นฤดูใบไม้ผลิ ตอนนี้ผ่านล่วงเลยมาจนถึงปลายฤดูร้อนแล้ว...


     “นั่นมัน...นกปรอดหูสีน้ำตาลนี่ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นในตอนที่มาหยุดยืนหลังขันทีจอง


     “ท่านจุนมยอนผู้ต่ำศักดิ์กว่าเอ่ยทักแล้วก้มหัวลงเคารพคุณชายจากตระกูลใหญ่


     “แปลกนะ ปกติป่านนี้พวกมันน่าจะไปที่อื่นหมดแล้วนี่นา”จุนมยอนเงยหน้ามองนกสีน้ำตาลและเจ้าชายที่อยู่บนต้นไม้


     “ขอรับ?”


     “นกนี่น่ะ มันอยู่มาช่วงอากาศอุ่น นี่จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ปกติน่าจะบินลงไปหาอากาศอบอุ่นกันหมดแล้ว


     “เออ..จริงด้วยขอรับขันทีจองตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา เขาไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอกเออออตามคุณชายเขาไปอย่างนั้นแหละ


     “สงสัยเจ้าตัวนี้จะหลงฝูงกระมัง...”


     “องค์ชาย!!!”


     ยังไม่ทันที่คุณชายคิมจะพูดจบเสียงตะโกนเรียกชายผู้สูงศักดิ์ที่สุดในบริเวณก็ดังขึ้น เดาจากเสียงแล้วก็คงไม่พ้นขุนนางตัวน้อยชายญี่ปุ่น


เคนตะมาพอดีเลย!ดูเจ้านี่สิสวยมากเลยเจ้าชายน้อยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าน้ำเสียงของคนตัวเล็กนั้ยไม่ได้เรียกเขาด้วยน้ำเสียงธรรมดาขนาดคิมจุนมยอนยังสัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดในน้ำเสียงนั้นจนต้องถอยหลังออกมาเล็กน้อย


     “ลงมานะพะย่ะค่ะ!”เคนตะหยุดยืนที่โคนต้นแล้วตะโกนคุยกับคนด้านบน


     “เดี๋ยวก็ลงแล้วน่า เดี๋ยวเดียวดงฮันพูดขณะกับลงไต่ไปตามกิ่งไม้เพื่อไปยังตัวนก เหมือนมันจะบาดเจ็บเลยไม่ได้บินหนีเขา


     ห่างออกไปที่ตำหนักริมน้ำจอนจองกุกกำลังจิบชาอยู่กับเสด็จป้าของเขา 


     “ดงฮันซนอีกแล้ว ข้าละกลัวเขาจะตกลงมาจริงๆพระมเหสีตรัสด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ทรงยกชาขึ้นจิบ


     “ยุนกิ เดินไปดูแลให้ทีสิพระนางทรงรับสั่งให้องครักษ์ประจำพระองค์ไปดูแลลูกชายคนเล็ก มินยุนกิ เป็นเด็กจากชายแดนที่จับพลัดจับผลูเข้ามาในวังแล้วถูกตาต้องใจพระมเหสี คราแรกทรงอยากได้มาเป็นขุนนางแต่คนตัวเล็กกลับชอบโบกกระบี่มากกว่าฎีกาจึงขอพระราชทานอนุญาตเข้ากับกรมทหารองครักษ์ ทรงเอ็นดูยุนกิเหมือนหลานชายคนหนึ่งแต่ด้วยอุปนิสัยนิ่งเงียบจึงไม่เคยประจบประเเจง น่าแปลกที่พระนางกลับโปรดเขามากกว่าเดิม


     แม้จะเป็นชายชาติทหารแต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเขามีรูปร่างเล็กปราดเปรียว ผิวขาวซีดเหมือนหิมะแม้จะหยาบกร้านตามประสาทหารแต่ก็ถือว่างาม ตาเรียวคมมีแก้มเล็กน้อยพอน่าฟัด 


     อย่างน้อยก็ในความคิดของจองกุกน่ะนะ..


     “เดี๋ยวข้าไปด้วยพี่ยุนกิเจ้าเด็กตัวสูงหันไปหาคนหน้านิ่งที่กำลังจะเดินออก


     “จองกุกนี่ติดยุนกิจริงๆเลยนะ ข้าน้อยใจแล้วรู้หรือเปล่าพระมเหสีตรัสแล้วทรงสรวลเล็กน้อยที่ได้แกล้งหลานชาย


     “ไม่ได้ติดนะขอรับเสด็จป้า ข้าแค่อยากไปหาท่านดงฮันเอง


     ขณะที่ป้าหลานกำลังง้องอนกันอยู่ที่ริมน้ำ บนต้นไม้กลับมีสถานการณ์น่าเป็นห่วง


     ดงฮันก้าวพลาดจนห้องต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้ 


     “ท่านดงฮั้นนนนนนนขันทีจองกรีดร้องเหมือนจะขาดใจที่เห็นนายเหนือหัวห้อยอยู่บนกิ่งไม้


     ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย


     ชีวิตดงฮัน?


     เปล่า


     ชีวิตเขานี่แหละ!!!!!


     โดนตอนแล้วจะโดนตัดหัวด้วยไหมเนี่ย โอ้ย ชีวิตจอง ซอนจา เจ้าชายตกมาเมื่อไหร่หัวขาดแน่


     “อย่าโดดลงมานะพะย่ะค่ะ มันสูงเดี๋ยวจะทรงเป็นอันตราย!”เคนตะตะโกนคนที่กำลังจะตกแหล่มิแหล่อย่าร้อนรน 


     ดงฮันดูไม่กังวลเลยที่ตัวเองจะตกต้นไม้ แถมยังหัวเราะร่าเสียอีกถ้าเคนตะไม่บอกไว้เขาคงปล่อยมือลงไปจริงๆ ลงบนพื้นหญ้าขาไม่หักหรอกมั้ง แต่เคนตะห้ามไว้ เอาไงดีหนอ จะดึงตัวขึ้นก็ยาก ชุดเจ้าชายนี่มันทั้งหนักทั้งเกะกะจริงๆ


     “เดี๋ยวข้าขึ้นไปเอง พวกเจ้ารออยู่ข้างล่างนะ”คุณชายหลานเจ้ากรมคลังเดินมาจับไหล่เคนตะกับขันทีจองเพื่อให้ทั้งสองคนใจเย็นๆ


     “ทรงอยู่นิ่งๆนะเจ้าชาย ห้ามปล่อยมือลงมานะพะย่ะค่ะ”จุนมยอนเอ่ยบอกดงฮันแล้วค่อยๆปีนตามขึ้นไปบนต้นไม้


     ชุดยาวๆแบบนี้มันเกะกะจะตายไป เจ้าชายปีนขึ้นไปได้ยังไงนะ ขนาดเขายังแทบจะเหยียบชายผ้าตัวเองเลย


     เรื่องเล่นซนโลดโผนนี่ต้องยกให้ฝ่าบาทเลยจริงๆ


     .

     .

     .


     “นี่ เจ้าชายสอง เราจะไปไหนกัน?”ซังกยุนที่ยังเจื้อยแจ้วไม่หยุดปากเอ่ยถามชายที่นั่งซ้อนหลังตนอยู่ด้วยท่าทางและระดับภาษาที่เป็นกันเองทำเอาเหล่าทหารรอบข้างต่างรอบข้างต่างแปลกใจ หัวหน้าหน่วยปราบปรามที่ขี่ม้าตามหลังเจ้าชายเองก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วอย่างสงสัย


     ปกติแล้วเจ้าชายรองออกจะเคร่งครัดในเรื่องมารยาททำไมถึงปล่อยเจ้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้านี้มาตีตนเสมอองค์ได้ขนาดนี้นะ


     มิหนำซ้ำยังยอมให้ขึ้นม้าตัวเดียวกันอีก


     ฝ่าบาททรงให้เหตุผลว่า 


     ‘ก็เจ้านี่ขี่ม้าไม่เป็นแต่ร้องจะตามมา จะให้ข้าทำอย่างไร


     หัวหน้าหน่วยอยากสวนว่าให้ไปนั่งกับทหารนายอื่นหรือแม้กระทั่งก็อย่าตามใจเขาสิพะย่ะค่ะจนใจจะขาด


     เจ้าชายยังเสริมอีกว่าซังกยุนนั้นมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมถ้าพาไปด้วยนอกจากจะไม่เป็นตัวถ่วงแล้วอาจจะมีประโยชน์อีกด้วย


     ตัวเเค่นั้นนั่นนะ?


     ถามจริงเถอะพะย่ะค่ะ!


     แต่ถ้าขนาดขันทีประจำพระองค์ยังห้ามไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับหัวหน้าหน่วยเช่นเขา..


     เจ้าชายรองก้มลงไปมองคนถามที่ถือวิสาสะเอนตัวพิงอกเขาอยู่


     “ไปทำงาน


     ตอบคำถามของอีกฝ่ายแแล้วรีบเงยหน้ากลับไปมองทางต่อ มือหนากระตุกบังเหียนให้ม้าที่กำลังวิ่งเหยาะๆอยู่วิ่งเร็วขี้นอีกเล็กน้อย


     “อ้าวแล้วทำไมไม่ไปห้องทำงานเล่า ออกมาข้างนอกวังทำไม แถมพกทหารมาเสียมากมายขนาดนี้ ไม่บอกเนี่ยข้านึกว่าไปรบ


     “คนแค่สามสิบจะไปรบได้อย่างไร เจ้านี่พูดจาเหลวไหล


     “เอ้า ว่ากันอีก แล้วปกติกองทัพนึงมันมีเท่าไหร่เล่า ร้อยคนเลยรึไง


     “ใครว่ามีเป็นหมื่นเป็นแสนต่างหาก


     “บ้าไปแล้ว!”ซังกยุนอุทานคำว่าบ้าเต็มหน้าเจ้าชายจนทหารรอบข้างยังสะดุ้งไปตามๆกัน


     เสียวคอเเทนเลย...


     “ไม่บ้า ใครเขารบแล้วเอาทหารไปหลักสิบกัน


     เจ้าชายฮยอนบินอธิบายแต่เมื่อหันไปเห็นหน้าเหวอๆของคนที่อยู่บนม้าตัวเดียวกันก็ได้แต่ถอนหายใจ



     ใช้เวลาไม่นานกองทหารขนาดสามสิบนายก็หยุดกึกอย่างพร้อมเพรียงจนคนที่ไม่รู้เรื่องหยัดตัวขึ้นมานั่งตรงๆแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างงงๆ


     โห หยุดโคตรพร้อมใจไม่ต้องมีสัญญาณ 


     เจ้าชายยกพระหัต์ขึ้นชูนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วปัดไปทางซ้ายเล็กน้อย ทหารสิบนายก็วิ่งหายเข้าไปในป่าด้านทหาร ทรงทำแบบเดียวกันอีกครั้งแต่เป็นด้านขวา ทหารอีกสิบนายก็หายไผทางด้านขวา


     คนที่เหลืออีกสิบนายและตัวหัวหน้าหน่วยก็กระจายกันออกเป็นหน้ากระดานไปหลบอยู่หลังต้นไม้บ้าง ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้บ้าง


     แต่ทั้งหมดนั่นแทบไม่ก่อให้เกิดเสียงเลย ทั้งฝีเท้าที่เบาและรวดเร็ว ท่าทางกระชับกระเชง คนทำงานคล้ายๆกันนั้นดูออก เขาดูออกว่าทหารพวกนี่แหละของจริง ถ้าวันที่บุกเข้าวังได้เจอทหารกองนี้แทนทหารเวรยามล่ะก็ต้องซี้แหงแก๋ตายคาที่แน่ๆ


     เจ้าชายไม่เอ่ยอะไรแล้วหยิบเอาดาบสั้นที่เหน็บอยู่ข้างตัวม้ามายัดใส่มือซังกยุน


     “ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองปลอดภัย เรื่องอื่นเจ้าไม่ต้องสนใจเข้าใจหรือไม่?”แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่คนตัวเล็กก็พยักหน้าตอบไปอย่างงงๆ


     คำสั่งมันไม่ยากหรอก แต่ทำไมต้องจริงจังขนาดนี้ล่ะ ทำเหมือนจะมีคนมาฆ่าแกงกันงั้นแหละ


     ร่างสูงสง่าของเจ้าชายรองเหวี่ยงตัวลงจากม้ามายืนบนพื้นอย่างมั่นคง ชักเอาพระแสงดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวมาถือไว้ในมือ 


     “บุกเลย...”ทรงหันไปตรัสกับแม่ทัพก่อนที่ชายผู้นั้นจะส่งสัญญาณให้ทหารนายที่อยู่ใกล้ๆรับทราบโดยทั่วกัน 


     เจ้าคนหน้าแมวที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์เพิ่งสังเกตว่าพวกเขากำลังล้อมบ้านหลังหนึ่งอยู่ และคำสั่งที่ว่าบุกเลยคือทุกคนบุกเข้าไปในบ้านหลังนั้น


     บุกทำไม บ้านหลังนี้ขโมยข้าวสารมาเยอะหรอถึงต้องมาจับน่ะ...


     เมื่อมีทหารฝีมือดีกว่าสามสิบคนบุกเข้ามาในยามวิกาลโดนไม่ทันตั้งตัวทำให้คนในกระท่อมนั้นยากที่จะรับมือไหว เสียงกรีดร้องและเสียงโลหะกระทบกันดังออกมาเป็นระยะๆ ซักยุนที่นั่งรออยู่บนหลังม้าหาได้รู้สึกลัวหรือตกใจใดๆเลย ได้แต่พยายามชะเง้อมองว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน 


     ก็ปกติเขานั่นแหละคนที่บุกเข้าไปฆ่าชาวบ้านเขา จะมาตกใจอะไรเล่า ชินแล้วล่ะ แต่อยากเห็นข้างในชัดๆบ้าง..


     ไม่นานความคิดของซังกยุนก็เป็นจริงขึ้นมาเมื่อมีใครสักคนในกระท่อมทำตะเกียงตกลงบนพื้นจนไฟลามไปทั่ว แสงสว่างจากไฟที่ลุกท่วมกระท่อมทำให้เขาเห็นสถานการณ์ชัดขึ้น เหมือนทุกคนจะเลิกซัดกันในกระท่อมแล้วออกมาตะลุมบอนกันข้างนอกแล้ว เหล่าทหารที่เตรียมกายเตรียมใจและมีอาวุธครบมือนั้นดูจะได้เปรียบกว่าอีกฝ่ายอยู่โข 


     แน่ล่ะสิ ก็ฝั่งนั้นยังอยู่ในชุดนอนอยู่เลยด้วยซ้ำ


     ขณะที่เขากำลังชมการต่อสู้อยู่อย่างเพลิดเพลินหนึ่งในคนที่กำลังถูกล่าได้วิ่งมาทางเขาพร้อมกับอาวุธในมือ ตาของฝ่ายนั้นจ้องมองมายังม้าตัวที่เขาขี่อยู่ จะแย่งม้ากันล่ะสิ ไม่ง่ายหรอกนะ ถ้าเทียบกับทหารคนอื่นๆซังกยุนน่ะตัวเล็กกว่าใครเขา ยิ่งในตอนนี้เขาหลบอยู่นอกวงตะลุมบอนพร้อมกับสิ่งมีค่าอย่างม้ายิ่งทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้แหละ


     เมื่อฝ่ายนั้นเข้ามาในรัศมีการโจมตีก็เกิดแสงสว่างวาบของเหล็กที่สะท้อนกับแสงไฟเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น หยดเลือดที่กระเซ็นเต็มบริเวณพร้อมร่างที่ทรุดลงบนพื้นราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดด้าย ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว หากเป็นคนธรรมดามองด้วยตาเปล่าคงได้แต่สงสัยว่าคนตัวเล็กลงดาบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 


     ซังกยุนเก็บดาบสั้นเข้าฝักอย่างใจเย็นแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองสนามรบขนาดย่อมที่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว เหล่าทหารกำลังพลิกร่างที่นอนอยู่บนพื้นเพื่อหาผู้รอดชีวิต


     แต่เหมือนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนะ เจ้าชายหน้าเครียดเชียว...


     .

     .

     .


     งานในวันนี้ของเขาคือมาทลายแหล่งซ่องสุมของกองกำลังกบฎตามที่สายลับจากกรมข่าวกรองแจ้งเบาะแสมา ด้วยความไม่ไว้ใจเขาได้ส่งให้คนของตัวเองไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งและได้ความว่าเรื่องที่แจ้งมานั้นเป็นความจริง ฮยอนบินเชื่อฝีมือทหารเขาจนหมดใจ เขาวางแผนงานนี้มานานแรมเดือน ทั้งฝึกปรือทหาร วางกลยุทธ์วิธีบุก และอื่นๆอีกมากมาย เขาต้องการนำความสำเร็จของงานนี้ถวายให้เสด็จพ่อเป็นการฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา


     แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้


     “ฝ่าบาท..แย่แล้วพะย่ะค่ะทหารนายหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหานายเหนือหัวทันทีที่เขาพบบางอย่าจากร่างศัตรูที่เสียชีวิต


     “เกิดอะไรขึ้น..”ร่างสูงของผู้สูงศักดิ์ก้มลงมองก้อนหยกที่เปรอะเถ้าถ่านเสียจนดูไม่ออกขึ้นมาถือแล้วปัดทำวามสะอาดก่อนที่คิ้วคมเข้มจะขมวดเป็นปมทันที สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนักเมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่นมือคือหยกล้ำค่าที่สลักรูปมังกรตัวใหญ่เอาไว้ 


     มันคือพระราชลัญจกรประจำรัชกาลของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน...


     คนที่จะมีสิ่งนี้ได้นั้นมีแค่ขุนนางระดับสูงที่ได้รับโองการให้ไปจัดการเรื่องใหญ่ๆหรือไม่ก็ทหารที่ได้รับโองการให้มากระทำการอย่างลับๆเท่านั้นไม่มีทางที่ใครจะมีสิ่งนี้ได้แม้กระทั่งแต่เจ้าชายอย่างพวกเขายังไม่มีสิทธิ์.. เป็นไปไม่ได้เลยที่ศพที่นอนกองอยู่ที่นี่จะเป็นอะไรไปได้นอกจากทหารของพระบิดา พวกเขาถึงได้ถือครองพระราชลัญจกรประจำรัชกาลไว้ได้


     พวกเขาถูกหลอก มีเกลือเป็นหนอนในหน่วยของเขา...


     ซวยแน่ที่นี้


TBC.


TALK


     สวัสดีค่ะทุกคน เรายังมีชีวิตอยู่นะฮืออ  ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอมอยู่ยังวุ่นวายไม่เลิกเลยค่ะTT เราไม่ได้ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน แต่อาจจะนานๆโผล่มาที ไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ แง 

     

     ไม่รู้ว่าจะยังมีคนรออยู่ไหมแต่ถ้ายังมีจะบอกว่าขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากเลย รักกกกก คิดถึงทุกคนนะคะฮือออ


     สารภาพว่าบางทีก็มีหัวตันๆแต่งไม่ออกบ้างแต่พอมาอ่านเม้นท์แล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ เราอ่านทุกเม้นท์เลย//มินิฮาร์ททึ

    

     ในส่วนของคำผิดนั้นเราอ่านทวนหลายรอบมากๆพยายามแก้เท่าที่เจอ ถ้ามีอีกบอกกันได้น้า 


     เม้าท์มอยหอบกาบทวงฟิคติชมได้ในคอมเม้นท์หรือที่ #ดงเคนชาติที่แล้ว เลยนะคะ


     ตอนนี้ก็มาเอาใจช่วยเจ้าชายฮยอนบินกับคิมดงฮันในปัจจุบันกันนะคะ<3












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #20 Cake10202 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 21:34
    อหหหหห. ค้างเด้อออออ 😂😂😂 แต่จะรอนะคะ รออยู่เสมอน้าาา สู้ๆค่ะ สนุกมากกกก แงงงงง ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ 💕💕
    #20
    0
  2. #19 เอาใจช่วยเด็กๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 18:06

    เรารออยู่น้าาาาา ดีใจที่มากลับนะคะ อิอิ

    ชอบตอนแอปเปิ้ลตกมาก ที่เปรียบกับท่านเซอร์ 5555

    เจ้าชายดงฮันจะตกมั้ย ซนจริงๆ แล้วเจ้าชายฮยอนบินจะเป็นอะไรหรือเปล่า เล่นฆ่าทหารของท่านพ่อไปหมดเลย ใครกันที่เป็นคนร้าย นี่โคนันหรือเปล่า 5555

    ปล.ไรท์แต่งดีมากกกกกกกๆๆๆเลยนะคะ ทั้งสำนวนภาษา อ่านแล้วเห็นภาพ ตลกก็ขำซะ ตอนบู้ก็ลุ้นไปด้วย แต่ยังแอบมีคำผิดอยู่นะคะ ด้วยรักส์ จุบุ

    #19
    0