[JBJ ft.pd101] THEN #ดงเคน #ดงเคนชาติที่แล้ว

ตอนที่ 4 : ภาพจางๆ เลือนรางเหมือนฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

     แปลก...

     

     คัง อึยกอนว่ามันแปลก


     บุรุษนั่งซบกันนี่มันไม่แปลกหรอ


     บุตรชายคนเล็กของท่านแม่ทัพคังนั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างๆบุตรชายตระกูลองผู้กำลังยืนกอดอกและขมวดคิ้วอยู่เหมือนกัน


     ภาพตรงหน้าพวกเขาคือผู้เป็นทั้งเจ้าชาย นายเหนือหัวและเพื่อนสนิท


     กำลังเอนหัวซบหลังขุนนางญี่ปุ่นตัวน้อย


     เจ้าคนโดนซบก็เหมือนจะชินเสียแล้ว จากแรกๆที่มีบ่นบ้างลุกหนีบ้างตอนนี้เหลือแค่สีหน้าเรียบเฉยเท่านั้น 


     ก็อย่างที่รู้ๆกัน


     ไม่มีใครเอาชนะลูกตื้อลูกอ้อนของฝ่าบาทได้หรอก


     ขนาดแม่ทัพคังยังต้องยอมแพ้นับประสาอะไกับขุนนางที่เพิ่งเข้ามาทำงาน


     “คิดเหมือนกันหรือไม่อึยกอน...”องซองอูเปิดปากขึ้นคนแรกหลังยืนมองพวกดงฮันอยู่นาน


     “ข้าคิดว่าเราคิดเหมือนกันนะซองอู...”


     “ข้าก็คิดเหมือนพวกเจ้าแหละ...”


     “เห้ย!!”สองเสียงอุทานขึ้นพร้อมกัน ดูเหมือนอึยกอนจะตกใจมากกว่าซองอูไปไม่น้อยที่จู่ๆมีคนโผล่มายืนระหว่างพวกเขาโดยที่ไม่รู้ตัว


     เจ้าคนหน้าง่วง จอง เซอุนนั่นเอง


     “ตอนข้าพบท่านอาซอนจาครั้งล่าสุดเขาเกือบร้องไห้ใส่ข้าแหน่ะ


     ที่เซอุนพูดถึงคือขันทีจองที่รับใช้อยู่ข้างกายดงฮัน


     “ข้าเป็นขันทีจองจาข้าก็คงร้องไห้นั่นแหละ...ข่าวลืองี่เง่าเต็มวังไปหมดซองอูเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสามคน


     ส่วนตัวแล้วเขาตั้งชื่อเล่นให้ขันทีจองสามพี่น้องเพื่อความไม่สับสน


     จอง ซอนจิน คือ จองจิน


     จอง ซอนแจ คือ จองแจ


     จอง ซอนจา คือ จองจา


     ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกันความสับสนหาได้มีเจตนาไม่ดีไม่ คิดดูเอาก็แล้วกันพูดถึงขันทีจองทีไรต้องถามต่อทันทีว่าจองไหนตลอด


     “ข่าวลืออะไรน่ะ?”อึยกอนผู้ไม่เคยรู้อะไรไปมากกว่าขนมหวานวันนี้มีอะไรเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง


     “ข่าวลือว่าที่องค์ชายน้อยของเราไม่มีสนมเลยสักคนเพราะชอบผู้ชายไง ก็ดูองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองสิมีสนมตั้งกี่คนแล้วซองอูไขข้อสงสัยให้แล้วกางพัดออกมาพัดแรงๆให้ได้ลมทั้งสามคนเพราะมันร้อนเอามากๆเลย


     “ข้าจะหาสนมให้องค์ชาย...”เซอุนโพล่งออกมาหลังจากที่ยืนนิ่งอยู่สักพัก


     “หือ? เพื่อกลบข่าวลือน่ะหรอซองอูเก็บพัดแล้วหันมาถามเพื่อนหน้าง่วง


     “ใช่ แล้วก็...ถ้าข่าวลือยังไม่สงบท่านปู่จะจับข้าไปตอนแล้วส่งมาเป็นขันทีคุมองค์ชายนี่แหละ...”


     พอพูดถึงเรื่องตอนทั้งสามคนก็เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย


     นั่นมัน โคตรฝันร้ายของชายชาตรี....


     เมื่อตัดภาพไปที่คนสองคนที่หน้าตำหนัก ดงฮันยังคงไม่ทุกร้อนอะไร 


     ทำไมเขาจะไมรู้เรื่องข่าวลือ นางในพูดกันซะหนาหูขนาดนั้น...


     เขาแค่ไม่สน


     “เขยิบไปหน่อยพะย่ะค่ะ กระหม่อมทำงานไม่ถนัด...”เคนตะยกมือดันตัวของคนที่เอนตัวซบตนอยู่ออก แต่เจ้าคนเด็กกว่าดันตัวหนักเสียเหลือเกิน


     “ไม่เอา ข้าเมื่อย


     “เมื่อก็เข้าไปนอนในตำหนักดีๆสิพะย่ะค่ะ


     “ไม่เอา ข้างนอกสบายกว่า


     “งั้นเดี๋ยวกระหม่อมให้นางในเอาที่บรรทมมาไว้ข้างนอกเสียเลยดีไหมพะย่ะค่ะ


     “ไม่เอา ตัวเจ้าสบายกว่า


     “ท่านดงฮัน อย่าดื้อเคนตะใช้ไม้ตายแบบทุกครั้ง แต่น่าเสียดาย


     มันไม่ได้ผล


     ดงฮันเลิกกลัวเคนตะเสียแล้ว


     ตัวเคนตะน่ะ ไม่รู้เรื่องข่าวลือหรอก วันๆโดนองค์ชายตามติดขนาดนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปฟังคนเขานินทากัน แต่เจ้าคนที่รู้ดันไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมเสียนี่


     “งั้นนอนตักแทนได้หรือไม่ เจ้าจะได้ทำงานถนัด


     “ไม่ต้องเลยพะย่ะค่ะคนตัวเล็กถอนหายใจอย่างยอมแพ้


     ดื้อที่สุดเลย...


     .

     .

     .


     แปลก


     ทาคาดะ เคนตะว่ามันแปลก


     ถือโทรศัพท์มือถือไว้ตลอดเวลานี่ไม่แปลกหรอ


     เข้าใจว่าเห่อแต่มันไม่มากไปหรอ...


     ถึงขั้นนอนกอดเนี่ย เดี๋ยวก็นอนทับจอแตกหรอก...


     ใช่ ทาคาดะ เคนตะกำลังนอนตะแคงมองคิม ซังกยุนที่นอนกอดไอโฟนxนอนแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น


     ทั้งๆที่เดินถือมาทั้งวันแล้ว


     เข้าห้องน้ำก็เอาขึ้นมาถ่ายรูป 


     ยืมมือถือเขาไปถ่ายรูปมือถือตัวเองแล้วให้ส่งต่อไปให้เจ้าตัวอัพรูปเองอีกที


     เดินอยู่ดีๆก็ยกขึ้นมาแนบหู


     เรียนอยู่ก็ต้องเอามาวางไว้บนโต๊ะ


     แบบนี้มันไม่แปลกหรอ.....


     .

     .

     .

     .


     “วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน ฝากเจ้าเอาไปวางไว้ให้ฝ่าบาทพิจารณาพรุ่งนี้เช้าด้วยนะฮยอนบินวางพู่กันลงแล้วกวาดม้วนฎีกาจำนวนมากไปอยู่ข้างโต๊ะ 


     เขานั่งอ่านนั่งเขียนมาตั้งแต่บ่ายคล้อยจนตอนนี้อีกไม่ถึงยามก็วนไปเช้าอีกวันแล้วกระมัง


     “พะย่ะค่ะขันทีจองก้มหัวลงเล็กน้อยน้อมรับพระบัญชาแล้วเดินถอยหลังหอบม้วนฎีกาที่เสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องไป


     ฮยอนบินเอนหลังลงนอนกับพื้นทั้งๆที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่


     เหนื่อย


     โคตรเหนื่อย


     ปัญหามากมายที่ต้องสะสาง ทั้งๆที่เร่งมือเต็มที่แล้ว แต่มันก็ยังช้าเพราะการประสานงานของหน่วยงานต่างๆมันล่าช้า 


     ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันเกิดการถ่วงและมีคนคอยขัดขวางให้ล่าช้า


     หากปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้เรียบร้อยก็หมายถึงผลประโยชน์ที่น้อยลงของคนบางกลุ่ม


     เป็นที่น่าเสียใจที่คนบางกลุ่มที่ว่างคือคนที่มีอำนาจในการทำงานเหล่านี้ 


     พวกเขาทำงานและกอบโกยผลประโยชน์อย่างแนบเนียนมายาวนาน จึงยากจะเอาผิด


     กฎหมายบางครั้งก็มีช่องโหว่มากมายจนน่าตกใจ 


     แล้วทำไมถึงไม่ตราให้ยุติธรรมขึ้นน่ะหรือ?

     

     คนที่มีอำนาจไม่ยอมทำ คนที่อยากทำไม่มีอำนาจ


     สัจธรรมที่น่าสังเวชใจ


     เจ้าชายพยายามแล้ว เขาพยายามเร่งทุกอย่าง เขียนฎีกาถวายให้พระบิดาผู้เป็นเจ้าแผ่นดินหลายต่อหลายฉบับ


     มีคำสั่งลงไปหลายต่อหลายครั้ง 


     เขาคนเดียวมิอาจทำทุกอย่างได้จริงๆ...


     ฮยอนบินจะเพิกเฉยเสียก็ได้แต่เขาไม่ทำ


     ยอมรับเลยว่านอกจากหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะราชวงศ์แล้วเหตุผลสำคัญนั้นเป็นเพราะไม่อยากเห็นร่างเล็กที่ได้พบพานในวันวานต้องเผยสีหน้าโศกเศร้าออกมาอีก


     ว่าไปแล้วก็คิดถึง


     อยากพบ


     อยากพูดคุย


     อยากออกไปนอกวังเผื่อว่าจะบังเอิญได้เจอกันอีก


     อ่า...ท่าทางเขาจะอาการหนักแล้วสิ


     อย่างไรก็ตาม วันนี้ควรจะเข้านอนได้แล้ว ไม่งั้นพรุ่งนี้ต้องไม่มีแรงไปสู้รบปรบมือกับพวกขุนนางไก่แก่จอมเจ้าเล่ห์พวกนั้นแน่ๆ


     “นี่ มีใครอยู่ข้างหน้าบ้าง ข้าจะเข้านอนแล้วฮยอนบินเอ่ยเรียกนางในที่มักจะประจำอยู่หน้าห้องเพื่อจะให้มาจัดการกับชุดของเขา


     แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับมีแต่ความเงียบ


     เจ้าชายหนุ่มเอ่ยเรียกอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็เงียบสงัด มันผิดปรกติเสียจนเขาต้องเดินออกมาที่หน้าห้อง


     ทันทีที่หยุดอยู่ตรงประตูเขาก็ได้กลิ่น


     กลิ่นคาวเลือด...


     ที่เขาไม่ได้กลิ่นตั้งแต่ที่แรกนั่นก็เพราะมันถูกกลิ่นกำยานในห้องกลบเสียหมด!!!


     ขณะเดียวกันที่ตำหนักของเจ้าชายลำดับสามก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเช่นกัน...


     เจ้าชายรองไม่รอช้ารีบหมุนตัวจะวิ่งไปหยิบดาบที่วางอยู่ด้านในห้องแต่เขาช้าเกินไป


     ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมชายในชุดสีดำสองคนพุ่งเข้ามา หนึ่งตัวอ้วนหนึ่งตัวผอม ทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า

     

     มีเพียงดวงตาที่โผล่พ้นชายผ้าออกมาเท่านั้น


     หมัดแรกถูกสวนเข้าใส่ยังโจรตัวอ้วน 


     ดาบยาวในมือโจรทั้งสองนั้นถูกตีขึ้นอย่างหยาบๆ แสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่ใช่โจรมืออาชีพ ดีไม่ดีอาจจะเป็นชาวนาที่ถูกจ้างมา


     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮยอนบินเจอกันการลอบสังหาร


     ตลอดชีวิต19ปีมานี้เขาเจอกับมันมากกว่าเจอหน้าพ่อเสียอีก...


     .

     .

     .


     ดงฮันเองก็เช่นกัน


     “เคนตะมาหลบหลังข้า!”ดงฮันออกคำสั่งเสียงดัง เรียกสติขุนนางตัวน้อยที่ยืนตกใจอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับคนร้าย


     มือหนาของเด็กหนุ่มกำด้ามดาบเอาไว้แน่นด้วยใจหวาดหวั่น 


     กลัวว่าอันตรายจะเกิดขึ้นกับคนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้...


     เคนตะไม่มีอาวุธไว้ป้องกันตัว


     ถ้าเคนตะวิ่ง ดงฮันต้องหันไปสนใจเคนตะและอาจจะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้คนร้ายกระทำการสำเร็จ นั่นทำให้เคนตะยังไม่กล้าขยับ


     ทั้งสี่คนยืนดูเชิงอยู่สักพักจนมีเสียงโหวกเหวกของทหารยามดังขึ้นด้านนอกคนร้ายจึงเริ่มขยับ...


     .

     .

     .


     ขณะเดียวกันที่ตำหนักของเจ้าชายรอง คนร้ายสองคนในห้องไม่รอช้าและพุ่งเข้าใส่ร่างสูงทันที ฮยอนบินพยายมหลบเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เจ้าตัวอ้วนน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คนผอมเนี่ยสิ รวดเร็ว ปราดเปรียวอย่างกับแมวป่า


     หากดูจากมุมมองของฝั่งผู้บุกรุกแล้ว เจ้าชายที่กำลังหลบหลีกและเดินถอยหลังไปเรื่อยๆนั้นดูเหมือนจะเสียเปรียบ แต่หากมองจากมุมมองของภายนอกแล้ว


     ที่ด้านหลังอีกเพียงไม่กี่ก้าว ดาบเล่มงามวางแน่นิ่งอยู่บนชั้นวาง


     ถ้าฮยอนบินได้จับดาบเมื่อใดรับรองได้เลยว่าโจรทั้งสองคนไม่มีทางกำจัดเขาได้แน่นอน


     การเกิดเป็นเจ้าชายรองนั้นกดดันพอๆกับเจ้าชายใหญ่ 


     ผู้ที่ไม่สนับสนุนพี่ใหญ่ก็ไม่พ้นที่จะต้องสนับสนุนเขา และผู้สนับสนุนพี่ใหญ่ก็ไม่พ้นจะกลายมาเป็นศัตรูของเขา


     การฝึกการต่อสู้จึงเป็นเรื่องจำเป็น


     และฮยอนบินทำได้ดีเสียด้วย น่ากลัวว่าจะดีกว่าพี่ชายใหญ่เสียด้วยซ้ำ


     และนั่น!!! มือเขาเอื้อมถึงดาบแล้ว


     มือหนากำเจ้าที่ด้ามดาบแล้วยกขึ้นมากันได้ทันท่วงทีก่อนที่คมมีดของมือสังหารจะผ่าแสกหน้าเขา


     คมมีดทื่อๆของฝ่ายนั้นกระแทกเข้ากับปลอกดาบอันแข็งแกร่งจนเกิดเสียงดัง


     มันไม่ทำให้ฝักดาบเป็นรอยเสียด้วยซ้ำ


     เจ้าชายรองที่มีอาวุธในมือนั้นเป็นต่ออย่างมาก 


     จากฝ่ายที่ถอยร่นกลายเป็นฝ่ายที่รุกไล่ เขาซัดกระบวนท่าต่างๆใส่อีกฝ่ายจนในที่สุดคมดาบก็เสียบเข้าที่คอหอยของชายร่างอ้วนอย่างเเม่นยำ


     ไร้ความลังเล ไร้ความปราณี ไม่มีซึ่งเมตตา


     ผู้ที่ปองร้ายสายเลือดแห่งราชวงศ์ หากไม่ตายภายใต้คมดาบก็ต้องถูกทรมาณจนสิ้น


     เจ้ามือสังหารตัวผอมดูเหมือนจะชะงักด้วยความตกใจที่เห็นเพื่อนของตนล้มลงไปนอนชักกระตุก เลือดจำนวนมากทะลักออกมาจากคอของผู้ถูกแทง ลูกตาที่เหลือกขึ้นอย่างทรมาณนั้นช่างเป็นภาพที่น่าเวทนา


     เจ้าชายอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายตกใจเข้าประชิดตัวแล้วซัดคมดาบใส่จนอาวุธของอีกฝ่ายหลุดมือ


     ด้วยกำลังที่ต่างกันมากโขทำให้มือของร่างเล็กชาไปเลยทีเดียว


     ในตอนนั้นเองที่ฮยอนบินได้จ้องเข้าไปในนัยน์ตาของผู้บุกรุก     


     ดาบที่กำลังจะคร่าชีวิตอีกฝ่ายหยุดชะงักทันที


     คนคนนี้...


     ซังกยุน


     .

     .

     .

     .


     “เจ็บมากไหมพะย่ะค่ะ...”เคนตะที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ข้างๆเจ้าชายที่กำลังได้รับการรักษาจากแพทย์หลวง


     เมื่อครู่ที่ทหารองครักษ์มาถึงเจ้าโจรพุ่งมาหาเขาเป็นอันดับแรกหวังจะจับเป็นตัวประกัน


     เคนตะนึกว่าตนจะจบชีวิตลงทีนี่เสียแล้ว


     แต่ในพริบตานั้นภาพของโจรที่พุ่งเข้ามาแปรเปลี่ยนเป็นแผ่นหลังกว้างของผู้สูงศักดิ์ที่ตนรับใช้


     เสียงดาบกระทบกันดังไปทั่วห้อง แม้ดงฮันจะมีฝัมือและกำลังมาก แต่การที่เด็กหนุ่มอายุ17ต้องมารับมือกับผู้ที่หมายจะเอาชีวิตตนถึงสองคนนั้นเป็นสถานการณ์ที่ตึงมือไม่เบาเลย 


     แค่เอาตัวรอดน่ะไม่อยากหรอก แต่พอมีคนต้องปกป้องมันดันยากเป็นเท่าตัว จนสุดท้ายคมดาบของศัตรูก็เฉือนเข้าทีต้นแขนขวาของเจ้าชาย


     เลือดสีสดไหลอาบย้อมแขนเสื้อจนเป็นสีเข้ม แขนแกร่งข้างนั้นทิ้งลงข้างลำตัวแล้วใช้ข้างที่ไม่บาดเจ็บจับดาบไว้


     ทหารองครักษ์ในชุดสีแดงวิ่งเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ อาวุธมีคมจำนวนมากถูกจ่อไปยังผู้บุกรุก


     แต่เพราะเจ้าชายอยูกล้กับคนร้ายมาๆ การจะบุ่มบ่ามวิ่งเข้าไปอาจทำให้เกิดเรื่องอันตรายขึ้นได้


     ดงฮันดันให้เคนตะวิ่งไปหาทหารองครักษ์ทั้งๆที่ยไม่ละสายตาจากผู้บุกรุก


     เคนตะอยู่ในความคุ้มครองของทหารแล้ว ดงฮันจึงเล่ใจไปได้เปราะหนึ่ง


     เขาขยับเล็กน้อย ในตอนนั้นก็เกิดการปะทะกันอีกครั้ง แขนข้างเดียวนั้นสู้ได้ลำบาก แต่ในคราวนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว


     ในพริบตานั้นเบื้องหน้าของเจ้าชายปรากฎทหารกว่าสิบคนวิ่งเข้ามากันเขาไว้ เมื่อมองไม่เห็นทางรอดคมดาบทื่อๆของฝ่ายที่เสียเปรียบก็ปาดเข้าที่ลำคอปลิดชีพตนเพื่อหนีความผิด


     ตายเสียตอนนี้ยังดีกว่าถูกจับไปทรมาณเพื่อเค้นความจริงแหละน่า...


     และเหตุการณ์วุ่นวายในตำหนักของเจ้าชายสามก็สงบลง เหลือเพียงนางในที่วิ่งวุ่นตามหน้าทีและหมอหลวงที่ถูกตามตัวมาแบบเร่งด่วน


     โชคดีนักที่บาดแผลนั้นไม่ลึกมากเท่าไหร่ แต่ร่างกายของเจ้าชายหนุ่มนั้นต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอเพราะเขาเสียเลือดไปไม่น้อยเลยทีเดียว


     .

     .

     .


     “ซัง...กยุน..”ฮยอนบินพึมพำชื่ออีกฝ่ายออกมา ซังกยุนที่พบว่าอีกฝ่ายจำตนได้รีบวิ่งไปคว้าดาบเพื่อจะฆ่าตัวตายแต่เขาช้าไป


     เจ้าชายที่รู้ว่าอีกฝ่ายกกลังจะทำอะไรพุ่งเข้าไปล็อคร่างของคนตัวเล็กไว้ แรงดิ้นนั้นทำให้เขาจุกไปเล็กน้อยแต่ยังพอต้านไหว


     “อยู่นิ่งๆ อย่าดิ้นได้ไหม...ข้าสั่งให้นิ่ง!”เมื่อเอ่ยบอกเท่าไหร่ก็ไม่ฟังจนเจ้าของอ้อมแขนเริ่มหมดความอดทนสุรเสียงของผู้สูงศักดิ์ตวาดใส่คนที่พยายามขืนตัวจากอ้อมกอดจนอีกฝ่ายสะดุ้งแล้วยอมอยู่นิ่ง


     เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางนี้ ทหารองครักษ์แน่ๆ....


     ร่างสูงก้มลงไปกระซิบอย่างแผ่วเบา


     “ตามน้ำข้าไปแล้วเจ้าจะรอด...เข้าใจรึเปล่า


     คนตัวเล็กที่ถูกล็อคตัวตวัดสายตามองคนที่ออกคำสั่งกับตน


     แววตาเเข็งกร้าวนั้นเหมือนจะถามว่า


     ‘แล้วข้ามีทางเลือกอื่นรึไง


     .

     .

     .

     .


     “โห เจ๋งอ่ะเด็กตัวสูงเอ่ยชมซังกยุนที่กำลังยกไอโฟนขึ้นมาแนบหู


     “โฟนxเลยหรอพี่ แพงนะนั่น


     “ก็นิดหน่อยคนถูกชมยักไหล่แล้วทำท่าทางเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร


     แหน่ะ กลั้นยิ้มอยู่ชัดๆ ดีใจล่ะสิที่มีคนชม


     เคนตะอดไม่ได้ที่จะแซะเพื่อนอยู่ในใจ อยู่ด้วยกันทุกวันทำไมจะดูไม่ออกที่เจ้าคนปากแมวนั่นเม้มปากแน่นขนาดนั้นก็เพราะกลั้นยิ้มชัดๆ


     “โห ผมก็อยากได้นะ ดีอ่ะ ใช้ดีไหมพี่ฮยอนบินทำท่าทางตื่นเต้น


     ความจริงเขาเองก็มีไอโฟนxเหมือนกัน ทำเป็นไม่มีไปก่อนแล้วกัน


     “ก็ดีนะ งั้นๆแหละ มือถือธรรมดา


     “พรืด!”เคนตะเผลอขำตอนกำลังดื่มน้ำทำให้เสื้อฮู๊ดของเขาเปียกเป็นหย่อมๆ


     ก็ท่าทางของซังกยุนแม่งโคตรน่าขำเลยอ่ะ ทำเป็นชิวๆแต่ตัวจะลอยแล้วมั้งน่ะ แหมมมมมม


     “ระวังหน่อยสิครับดงฮันที่นั่งอยู่ข้างๆเคนตะหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองออกมาซับหน้ารุ่นพี่ตัวเล็ก


     อีกสองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้สนอะไรมากเพราะกำลังสนใจมือถือใหม่ของซังกยุนอยู่


     พอเห็นท่าทางตื่นเต้นของฮยอนบินแล้วเคนตะก็อดอมยิ้มไม่ได้


     เด็กที่ใส่แบรนด์เนมทั้งตัวแบบนี้ไม่มีทางตื่นเต้นกับแค่มือถือราคาสี่หมื่นหรอก


     นี่เขาเรียกว่าอยู่เป็นชัดๆ...


     ร้ายไม่เบานะ


     ควอน ฮยอนบิน...

     

     “ดงฮัน ไปซื้อกาแฟเป็นเพื่อนพี่หน่อยเคนตะเอ้ยบอกแล้วยันตัวลุกขึ้น เจ้าหมาที่นั่งอยู่ข้างกันก็ลุกขึ้นตามแทบในทันที


     ดงฮันน่ะไม่ขัดใจเคนตะหรอก


     ตามใจจนจะเขาเหลิงจะตายแล้ว 


     เจ้าเด็กตัวสูงเดินตามเคนตะมาจนถึงร้านกาแฟชื่อดังคุมธีมสีน้ำตาลเขียว ที่เคาน์เตอร์มีพนักงานสาวหน้าตาสะสวยยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า 


     เคนตะจำได้ว่าเธอเป็นหนึ่งในเพื่อนที่เรียนเซคเดียวกัน ถึงจะไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งเริ่มมาทำงานที่นี่แน่ๆ


     เพราะคนตัวเล็กมาสั่งกาแฟที่นี่แทบทุกวันแต่ไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนคนนี้มาเป็นพนักงานมาก่อนจึงเดาไปแบบนั้น


     “พาร์ทไทม์หรอซึลกิ


     “อ่า อยู่เฉยๆแล้วมันเบื่อน่ะ รับอะไรดีคะคุณลูกค้าเพื่อนร่วมเซคในชุดพนักงานและผ้ากันเปื้อนสีเขียวตอบพร้อมเอ่ยถามทันที


     “ซิกเนเจอร์ช็อคโกแลตแกรนเดกับคาเฟ่ลาเต้ อ่า...ทอลล์แล้วกันเคนตะสั่งช็อคโกแลตของดงฮันแล้วค่อยสั่งกาแฟของตัวเองพลางมองคนที่กำลังทวนออเดรอ์แล้วจดลงบนแก้ว


     คัง ซึลกิ เทียบกันแล้วเธอถือว่าเป็นบุคคลที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดีมากๆ เคนตะถึงได้เเปลกใจี่เห็นเธอมาทำพาร์ทไทม์ แต่พอได้ฟังคำตอบก็พอเดาได้แล้วล่ะ เพื่อนเขาคนนี้อินดี้จะตาย ในขณะที่คนอื่นกำลังจะตาเพราะโปรเจคแต่เธอยังมาทำพาร์ทไทม์สบายอารมณ์ ทำเอาเเปลกใจไม่น้อยเลยว่าซึลกิแบ่งเวลาใช้ชีวิตยังไงให้มันดูชิลและลงตัวขนาดนี้


     เคนตะเปิดบาร์โค้ดแสกนจ่ายเงินแล้วรับใบเสร็จมาเพื่อไปรับเครื่องดื่มที่อีกด้านของเคาน์ตอร์


     “เพื่อนหรอครับพี่เคนตะดงฮันเอ่ยถามแล้วหันมองไปยังหญิงสาวที่ยืนรับออเดอร์ด้วยรอยยิ้ม


     “อ่า คัง ซึลกิอยู่เซคเดียวกันน่ะเคนตะอธิบายทั้งๆที่ยังกดเกมในมือถืออยู่ เขาโฟกัสกับเกมมากไปจนไม่ทันฟังประโยคถัดมาที่ดงฮันพูด


     “งี้เอง..เหมือนเป๊ะเลย


     ดงฮันอดคิดถึงเรื่องในสมัยก่อนไม่ได้ คัง ซึลกิบุตรสาวของแม่ทัพคัง นางยังคงดูสง่างามและเเข็งแกร่งดั่งเช่นในอดีตชาติ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กข้างกายไม่สนใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงตัวเองที่ต้องอ้อนขอความสนใจจากเคนตะอยู่เสมอๆ 


     ดงฮันจำได้ทุกอย่าง จำได้แทบทุกการกระทำของเคนตะว่าเวลาเขางอแงเกาะแกะนั้นอีกฝ่ายรำคาญขนาดไหน ตอนนี้ก็อยากจะงอแง อยากจะอ้อน อยากอยู่ด้วยทั้งวัน แต่เมื่อยุคสัมยเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่นายบ่าวเช่นในอดีตทำห้เด็กหนุ่มไม่สามารถแสดงอาการเอาแต่ใจได้ ต้องห้ามใจไว้แบบนี้มันอึดอัดจัง


     เขารู้ว่าเคนตะนั้นเริ่มจำได้ลางๆ แต่เพราะอาการปวดหัวของอีกฝ่ายทำให้เร่งอะไรไม่ได้ จะเล่าให้ฟังทุกอย่างก็คงถูกหาว่าบ้าเพราะงั้นได้อยู่ข้างๆไปเรื่อยๆเช่นนี้ก็น่าจะพอแล้ว


     แต่ดงฮันก็ยังมีความโลภอยู่ในใจอยู่ดี


     รีบจำได้เร็วๆได้ไหมพี่เคนตะ....


     TBC


     ในที่สุดก็ได้มาอัพค่ะ เฮือกกกกก

     เฮิร์ทสอบ เฮิร์ทเรื่องบั้มสุดท้าย ฮืออออ


     อ่านแล้วเป็นไงกันบ้างคะ มันโอเคไหมTTTT เราพยายามแก้คำผิดเท่าที่อ่านเจอแล้ว แต่อาจจะมีเล็ดลอดไปบ้างต้องขอโทษด้วยนะคะ

     ถ้าสนุกไม่สนุกยังไงเม้นท์บอกกันบ้างน้า รอคุยกับทุกคนอยู่นะคะ ทั้งในเม้นท์ทั้งในแท็ก #ดงเคนชาติที่แล้ว เลยยยย //มินิฮาร์ททึ


     ตอนหน้าจะรีบมาค่ะ! แล้วพบกันนะคะ


     





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #12 ส่งฮอลล์คูลไป (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 03:41

    ลุ้นไปกับฉากบู้ของเจ้าชายทั้งสอง

    เจ้าชายรองช่วยเจ้าซังกยุนด้วย แล้วค่อยไปเค้นความจริงทีหลังนะ ทำไมทำงี้อ่าเจ้ากยุน

    ขำตามเคนตะ ร้ายนะๆๆ ควอนฮยอนบิน หึหึ

    ไม่เอานะดงฮัน ห้ามงอแง ฮึบๆๆๆๆ 55555

    ติดตามนะคะ สู้ๆนะคะ เริ้ปปป

    #12
    0
  2. #11 Dream-Killer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 15:14
    หูยยย พี่เคนตะจำได้เร็วๆสิ5555 ดงฮันนี่คืยังไงคะ หลงยุคหรือยังไง เริ่มสงสัยละ5555 สู้ๆนะคะไรท์ รออยู่น้าาา
    #11
    0
  3. #8 kemox (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 09:13
    งู้ยยชอบ ไรท์สู้ๆนะคะ จะตามอ่านทุกตอนเลยย
    #8
    0
  4. #7 ONE G (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 08:12
    รออยูานะคะะะ ติดตามๆ
    #7
    0