[JBJ ft.pd101] THEN #ดงเคน #ดงเคนชาติที่แล้ว

ตอนที่ 10 : ความทรงจำในใจก็ย้อนคืนมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

     “พี่เคนตะไปไหนอ่ะพี่ฮยอนบินกุมแก้วกาแฟร้อนที่อยู่บนโต๊ะแล้วยื่นหน้าไปถามคนท่ีกำลังเหม่อลอยคนกาแฟเย็นอยู่ตรงหน้า


     “ไม่รู้มัน ยังอยู่กับดงฮันมั้ง..”


     ว่าก็ว่า แอบงอนนะเนี่ย หายไปกับน้องมันตั้งสองชั่วโมงแล้วยังไม่มีแม้แต่ข้อความส่งมาบอก


     เชอะ วันนี้จะนอนหันหลังให้เลยคอยดู


     “ถามจริง ทำไมมึงมาชอบกูวะ น่ารักกูก็ไม่น่ารักคนหน้าแมวถามกลับในสิ่งที่คาใจมานาน


     “ใครว่าพี่ไม่น่ารัก น่ารักจะตาย


     “กูไม่ดีใจหรอกนะโดนชมว่าน่ารักเนี่ย ไว้ชมว่าหล่อคอยมาคุยกันซังกยุนเบ้ปากใส่ฮยอนบินแล้วยกกาแฟขึ้นมาดื่ม


     “ครับสุดหล่ออออคนตัวสูงลากเสียงยาว แฝงความประชดเล็กน้อยแต่ก็ด้วยความเอ็นดูคนพี่ล่ะนะ


     “พูดดีคุยต่อได้ ตอบกูมา


     “คือ ตอนแรกอ่ะ ผมคุ้นหน้าพี่แต่นึกไม่ออก ตามไปตามมาเห็นพี่น่ารักเลยชอบฮยอนบินตอบตามความเป็นจริง


     จริงๆแล้วเขาเห็นซังกยุนครั้งแรกในคลาสเรียนรวมของรุ่นพี่ขณะกำลังเดินไปแคนทีน เขาหยุดยืนมองอีกคนที่กำลังสัปหงก ตาตี่นั้นหรี่ลงแล้วพยายามเพ่งมองว่าใครวะหน้าคุ้นจัง


     แต่เขาก็นึกไม่ออก


     ฮยอนบินมองซังกยุนทุกครั้งที่บังเอิญเจอ มองไปมองมาจนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าถ้าไม่ได้เจอจะคิดถึงเอามากๆ กระทั่งตัดสินใจเดินเข้าไปบอกคนพี่โดยลืมไปว่าซังกยุนไม่รู้จักตนจนคนพี่เตลิดหนีเขาไปตั้งหลายวัน


     “คุ้นหน้ากู?...”


     ชิบหายหรือมันก็พวกระลึกชาติแบบเคนตะวะ


     “จริงๆนะพี่ ผมต้องเคยเจอพี่ที่ไหนสักแห่งอ่ะ นึกไม่ออก


     .

     .

     .


     “แล้วจะทำยังไง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจองกุกมันพาหมอคนนั้นไปไหนชานยอลตอบกลับจุนมยอนที่สั่งห้เขารับผิดชอบเรื่อง


     “เอ้า เรื่องของเจ้าสิพี่คนโตตอบกลับแล้วไหวไหล่


     “มีคนให้ข้ายืมหรือไม่ล่ะชานยอลถามหาความช่วยเหลือ พวกของเขานะส่วนใหญ่อยู่ในวังแล้ววันนี้ต้องไปเพิ่มกำลังอารักขาที่ลานพิธี จะให้ไปทำงานนี้ให้สักคนก็คงจักยากนัก


     “มันก็มี แต่กว่าจะติดต่อกันได้พิธีคงเริ่มไปแล้วจุมยอนจับคางแล้วครุ่นคิดว่าเขาจะใช้หมากตัวไหนจึงจะมีความเสียหายต่อตนน้อยที่สุด


     “ข้าว่า ข้าได้แล้วล่ะว่าจะส่งคนไหนให้เจ้า ชานยอล


     .

     .

     .


     ยามนี้ที่แสงสุริยันกำลังสาดส่องแรงกล้า ภายในลานพิธีคราครำ่ไปด้วยเหล่าขุนนางและนางในที่กำลังซักซ้อมจัดเตรียมพิธีที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงเที่ยง อีกด้านหนึ่งของวังหลวง ตำหนักขององค์ชายรองผู้ต้องโทษกักบริเวณ ปรากฎร่างปราดเปรียวของอดีตมือสังหารนอนอยู่ที่ท้ายตำหนัก 


     เจ้าชายบอกอยากอยู่คนเดียวซังกยุนเลยออกมา


     “ข้าไม่ทำแล้ว...”ซังกยุนเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนประเภทที่ตัวเองคุ้นเคยกำลังเข้ามาใกล้


     กลิ่นอายของพวกมือสังหารชุดดำ กับใครบางคนที่มีกลิ่นหอมเหมือนกองเงินกองทอง


     กลิ่นหลังนี่หอมอย่าบอกใครเชียว...


     “ยังไม่ทันจะเสนอเลยนะ ปฏิเสธเสียแล้วเสียงนุ่มที่เขาไม่คุ้นเคยพูดขึ้นมา เจ้าคนตัวเพรียวเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วมองไปทางทิศเจ้าของเสียง


     “ท่าน....”ถึงเขาจะเป็นสามัญชนชั้นล่างแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักคุณชายจุนมยอนแห่งตระกูลคิมผู้ร่ำรวย 


     แต่ทำไมคุณชายถึงมากับมือสังหารล่ะ...มันสื่อได้แค่มือสังหารและคำสั่งทั้งหลายมาจากคุณชายคนนี้


     แสดงว่าคำสั่งสังหารเจ้าชายรองก็มาจากจุนมยอนน่ะสิ?...


     “ข้ามีงานให้ทำ...”ยังไม่ทันที่จุนมยอนจะพูดจบซังกยุนก็สวนขึ้นมาเสียก่อน


     “ข้าไม่ทำแล้ว ไม่อยากฆ่าใครแล้วเพราะเขาสัญญากับเจ้าชายและดงฮันไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปทำงานแบบนั้นอีก


     ยิ่งกับคนที่ว่างจ้างให้เขามาฆ่าเจ้าชายรองแล้วด้วย


     “คิม ซังกยุนคนเก่งของข้า ถอดเขี้ยวถอดเล็บมาเป็นแมวในตำหนักเจ้าชายเสียแล้วจุนมยอนขำเบาๆกับคำตอบของคนตัวเล็ก นี่น้องชายห่างๆของเขาเลี้ยงดีขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย


     “ข้าเป็นคนไม่ใช่แมว! ข้าไม่ทำงานให้ท่านด้วย ท่านเป็นศัตรูของเจ้าชายรอง


     “ฟังข้าก่อนซังกยุน ข้าน่ะอยู่ฝั่งเดียวกับเจ้าชายของเจ้าแล้ว...และมาเพื่อขอความช่วยเหลือเท่านั้นจุมยอนกล่อมคนตัวเล็กพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นมาตรงหน้าให้ดูว่าเขาไม่มีทั้งอาวุธและไม่มีเจตนาจะมาทำร้าย


     “....”คนตัวเล็กยอมนิ่งเงียบเพื่อฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูด แต่ก็พร้อมที่จะคว้าอาวุธชิ้นเล็กที่แอบไว้ในเสื้อตลอดเวลา


     “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเจ้าชายรองและพระมเหสีอยู่คนละข้างกันเพราะการแย่งราชบัลลังค์...นั่นแหละ มีคนคนนึงที่ข้าอยากให้เจ้าไปนำตัวกลับมาเพื่อใช้กำจัดพระมเหสี เจ้าชายของเจ้าก็จะปลอดภัยด้วยนะ สนใจรึเปล่า


     “เจ้าชายจะปลอดภัยยังไงกัน ตอนนี้ก็ประทับอยู่ตำหนักก็ปลอดภัยอยู่แล้ว..”     


     “เด็กน้อยเอ๋ย เรื่องในวังมันซับซ้อนเกินกว่าเจ้าจะเข้าใจทั้งหมดได้ เชื่อข้าเถอะว่าเรามีศัตรูคนเดียวกัน


     ไว้กำจัดเสี้ยนหนามใหญ่เช่นพระมเหสีได้ ฝ่ายสนมควอนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล


     สายเลือดตระกูลคิมจะยังเป็นผู้ครองแผ่นดินเช่นเดิม...


     “...”ซังกยุนเงียบ เขาไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละ รู้แค่พระมเหสีอยากให้ลูกชายคนโตครองบัลลังค์ เจ้าชายของเขาที่มีสิทธิ์เหมือนกันจึงเป็นเหมือนหอกข้างแคร่

     

     “เจ้าเป็นมือดีของข้า ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนทำงานนี้นะซังกยุน ทำเพื่อเจ้าชายของเจ้าไง...”


     “ข้า......



     ตกลง


     .

     .

     .


     “เราจะไม่บอกพวกเขาเรื่องกองกำลังทหารของพระมเหสีจริงหรือท่านลุงจองเซอุนเอ่ยถามชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา


     บิดาของเขาเป็นคนจากตระกูลอื่นที่ไม่ได้มีอำนาจมากนัก แต่เพราะเขาเป็นลูกชายคนเดียวจึงต้องมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อสืบสกุลจองให้คนอยู่ต่อไป


     “หากเราผลีผลามบอกไปต้องเกิดสงครามในวังเป็นแน่ แค่จะห้ามฝ่าบาทมิให้นำกำลังทหารไปจับกุมพระมเหสีทันทีที่ทรงทราบก็ยากมากแล้วหากรู้เรื่องกองกำลังทหารฝ่าบาทคงรับสั่งให้ล่าตัวให้หมดวัง เจ้าไม่เห็นหรือเรื่องคำสั่งให้จับกุมจอนจองกุกมันกระจายไปทั่วอาณาจักรแล้ว ป่านนี้มันคงรู้ตัวจนหนีไปไกลแล้วก็เป็นได้ ฝ่าบาทน่ะเลือดร้อนพอๆกับท่านฮยอนบินนั่นแหละ พ่อลูกเหมือนกันจริงๆ


     “แต่ถ้าเรากล่อมฝ่าบาทแล้วเคลื่อนไหวตั้งแต่เนิ่นๆ เราน่าจะได้เปรียบกว่านะขอรับท่านลุงเซอุนเสนอความคิดเห็น


     “การใช้กำลังเข้าจัดการมันไม่ใช่ทางออกเสมอไปหากเกิดการปะทะแล้วมันจะไม่ใช่ความเสียหายที่เราจัดการได้...หากได้ตัวหมอชราคนนั้นกลับมาแล้วใช้กำลังล้อมทหารในลานพิธีไว้ย่อมจะได้ผลกว่าการปะทะซึ่งหน้า อีกทั้งหากพระมเหสียอมรับความผิดแต่โดยจำนนต่อหลักฐานจากคำให้การและจดหมายฉบับนั้นเราก็จะชนะได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อใดๆ เจ้าเองก็ได้อ่านบันทึกการกบฎของตระกูลโนแล้วไม่ใช่หรือ อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอบหรืออย่างไร 


     ข้าเชื่อว่านอกจากกองกำลังที่เรารู้พระนางต้องมีไพ่อื่นซ่อนไว้แน่ๆ ไหนจะเจ้าเด็กทาคาดะที่เป็นบุตรชายของขุนนางที่ร่วมก่อกบฏคนนั้นอีก แม้จะเป็นคนของเจ้าชายสามแต่ถ้าหากฝ่าบาททรงทราบจะต้องถูกสั่งประหารตามกฏเป็นแน่ ข้าเชื่อว่าพระมเหสีรู้จักตระกูลทาคาดะแทบทุกคน ถ้าเราไม่ระวังเผลอๆจะโดนเจ้าเด็กทาคาดะตลบหลังเอาได้


     “ท่านลุง...เคนตะน่ะ...”


     “ไม่มีทางหักหลังท่านดงฮันหรอกขอรับ....”


     .

     .

     .


     “เรามีเวลาไม่มาก ทำตามที่ข้าสั่งก็พอชานยอลเอ่ยบอกคนตัวเล็กที่จุนมยอนพามาให้ พวกเขาเริ่มแกะรอยจากจุดที่หมอชราหายตัวไป แต่เพราะเป็ฯเวลากลางวันทำให้มีคนพลุกพล่าน จะทำอะไรต้องระวังตัวเป็นอย่างยิ่งนัก


     “มีโคลนสีน้ำตาลแดงซังกยุนที่นั่งยองๆอยู่ริมกระท่อมมองคราบสีน่ำตาลแดงแก้งกรังอยู่บนพื้น


     “รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโคลน มันดูคล้ายคราบเลือดเสียมากกว่าชานยอลแย้งแล้วก้มลงไปดูใกล้ๆจุดที่ว่า


     “มันมีกลิ่นดิน เป็นผงด้วย...”ซังกยุนกัมลงไปดมแล้วลุกขึ้นยืน


     “...”


     “คิดว่าคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก ถ้ามันใกล้ถึงขั้นเหยียบโคลนจากที่อื่นมาแล้วไม่แห้งไปเสียก่อนถึงที่นี่...ถ้าไม่ใช่ที่ที่ฝนเพิ่งตกก็น่าจะเป็นในป่า


     “ถ้าฝนล่ะก็ ไม่มีหรอก แต่ป่าน่ะแถวนี้มีเยอะพอดูชานยอลปรายตามองคนต่ำศักดิ์กว่าแล้วออบคิดในใจ


     ก็สมกับเป็นคนที่จุนมยอนชอบใช้งาน มีประโยชน์กว่าที่คิด


     พวกเขากำลังเเข่งกับเวลา ถ้าพยานบุคคลยังไปไม่ถึงที่ภายในช่วงเวลาที่จะประกาศตัวรัชทายาทจะต้องเกิดข้อกังขาขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย     


     ซังกยุนกับชานยอลจะทำได้รึเปล่านะ...


     .

     .

     .


     อีกด้านหนึ่ง ในลานพิธีของวังหลวง ทุกอย่างถูกจัดวางเข้าที่ไว้อย่างเป็นระเบียบและถูกต้องตามตำรา กำลังอารักขาก็มากกว่าเดิมถึงสามเท่า


     บรรยายกาศนั้นดูคึกคักต่างจากภายในตำหนักพระมเหสี


     “พระมเหสีจอน วันนี้เป็นโอกาสอันดี...ข้าว่าเราควรลงมือเสียวันนี้เสียงขุนนางชั้นสูงผู้หนึ่งเอ่ย เขาคือจอน จินซอก บิดาของพระมเหสีผู้สนับสนุนหลักของฝ่ายกบฎ 


     ตระกูลจอนนั้นก็เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการก่อกบฏเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่หายไปทำให้พวกเขาหลุดจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะยึดเอาบัลลังค์มาจากตระกูลคิม


     “จะดีหรือท่านพ่อ อย่างไรเสียแทฮยอนลูกข้าก็ต้องได้ขึ้นเป็นพระราชาอยู่แล้ว จะกลัวไปไย


     “เชื่อข้าเถิดพระมเหสี ตราบใดที่องค์ชายฮยอนบินและองค์ายดงฮันยังมีชีวิตมันก็ไม่ใช่หลักการันตีที่แน่นอนว่าฝ่าบาทจะทรงเปลี่ยนใจเมื่อใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ชายดงฮันที่มีศักดิ์เป็นราชบุตรเช่นเดียวกันนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นครองราชย์ได้ หากเราต้องการกำจัดอำนาจตระกูลคิมแบบถอนรากถอนโคนมีแต่ต้องให้แทฮยอนขึ้นครองราชย์แล้วกัดกินจากภายในเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าความลับถูกเปิดเผยก่อนจะได้ขึ้นครองราชย์เราจะชวดกันเสียหมด สู้ปฏิวัติเสียตั้งแต่เนิ่นๆตอนที่ทุกฝ่ายยังไม่ทันระวังตัวเช่นนี้ข้าว่าจะเป็นการดีกว่านัก


     ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าบิดาของแม่แห่งแผ่นดินเอ่ยโน้มน้าว


     แผนการของพวกเขาพร้อมหมดแล้วเหลือก็เพียงลงคำสั่งเท่านั้น ทหารในลานพิฑีส่วนมากก็เป็นคนของตระกูลจอนที่นำมาสับเปลี่ยน เทียบกำลังของทั้งสองฝ่ายแล้วฝ่ายเขามีมากกว่าถึงสิบเท่าเลยทีเดียว


     “แล้วพวกจุนมยอนเล่า เจ้าจิ้งจอกพวกนั้นสนับสนุนดงฮันอยู่ คิดว่าพวกมันจะไม่ซ้อนแผนเราเอาหรอกหรือท่านพ่อ


     “อย่ากลัวไปเลยลูกพ่อ เจ้าเด็กนั่นมันก็แค่กบในกะลาที่คิดว่าตัวเองฉลาดเหนือใคร เหมือนเจ้าเด็กจีมินที่ขู่เจ้าตอนนั้นอย่างไรเล่าปากดีไปสุดท้ายก็ไม่รอดคมดาบ คิดจะเปิดโปงพวกเราด้วบันทึกตรวจร่างกายเล่มนั้น แม้เราจะหาไม่เจอแต่คงไม่มีใครได้มันไปอีกแน่ๆ


     “ข้ากลัวจริงๆนะท่านพ่อ หากเราลงมือครั้งนี้แล้วเราไม่มีคนรับหน้าแทให้เช่นตอนตระกูลโนและตระกูลทาคาดะแล้วหนา หากล้ม เราจะล้มกันหมดสิ้น


     “เชื่อข้าเถิด ครั้งนี้แผนของเราต้องสำเร็จ...”


     .

     .

     .

     .


     “เก่งนี่ ตามมาถึงนี่ได้...”


     ชานยอลและซังกยุนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าชายร่างสูงสมส่วนผู้มีดวงตากลมโต มันเคยฉายเเววสดใสไร้เดียงสาแต่ตอนนี้ใบหน้าน่ารักนั้นกลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามและท้าทาย


     ใช่ พวกเขาตามมาจนเจอจอนจองกุก เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าพวกเขาจะมา ออกมารอเลยเชียว...


     “เลิกเล่นได้แล้วจองกุก ส่งตัวไอ้แก่นั่นมา พวกข้ารีบชานยอลเอ่ยอย่างหัวเสีย เห็นหน้าไอ้เด็กนี่ทีไรมันสะกิดอวัยวะเบื้องล่างทุกที


     “ใจเย็นสิท่านพี่ชานยอล ท่านหมอกำลังพักผ่อนอยู่ในกระท่อมด้านหลังข้านี่แหละ อยู่เล่นกับข้าเสียประเดี๋ยวจะเป็นอะไร อุตส่าห์พามือดีมาด้วย จะให้กลับไปเฉยๆก็ง่ายไปกระมังจองกุกปรายตามองมาทางซังกยุน


     คนคนนี้อันตราย


     สัญชาตญาณของซังกยุนมันบอกแบบนั้น จองกุกเองก็คงเก่งกาจไม่แพ้นักสู้คนไหน ยิ่งดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวอีกฝ่ายก็น่าจะถูกตีขึ้นมาอย่างพิถีพิถันดูจากปลอกดาบที่แสนล้ำค่า ใบเหล็กกล้าภายในก็คงไม่ด้อยไปกว่ากัน


     ชานยอลจิ้ปากอย่าหงุดหงิดแล้วชักกระบี่ข้างเอวขึ้นมาพุ่งใส่จองกุกที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่


     เคร้ง!


     ชั่วพริบตานั้นจองกุกชัดดาบออกมาด้วยความเร็วที่เร็วกว่าตาคนทั่วไปจะมองได้ทันแล้วปัดดาบของชานยอลให้พ้นจากตัว แรงปะทะของทั้งสองคนส่งผลให้คนที่พุ่งเข้าไปถูกดันกลับมาจนต้องถอยหลังออกมาเล็กน้อย


     ชานยอลน่ะตัวใหญ่กว่าจองกุก แต่เขาใจร้อนเกินไป จองกุกน่ะ ใจเย็นและมั่นคง เหมือนภูผาที่โค่นล้มได้ยากประหนึ่งศึกระหว่างเปลวเพลิงและภูผา


     เอาล่ะสิ แล้วสายลมเช่นซังกยุนจะทำเช่นไรดี


     จองกุกยังคงยืนอยู่กับที่มีแต่ชานยอลที่ซัดกระบวนท่าใส่ไม่ยั้งแรงจนดูอ่อนแรงลง ผิดกับคนที่ยืนตั้งรับ เขาอ่านสีหน้าของจองกุกไม่ออกแต่ก็พอรู้ว่าถ้าชานยอยังใจร้อนไม่หยุดเขาจะหมดแรงแล้วเสร็จเจ้าคนตาโตนั่นแน่ๆ


     เคร้ง ฉัวะ!


     ซังกยุนพุ่งเข้าไปขวางกลางแล้วผลักชานยอลให้พ้นไปจนตัวเองพลาดโดนคมดาบของจองกุกเข้า แม้จะเป็นแผลถากๆแต่ก็สร้างความเจ็บแสบได้พอสมควร


     “โห เร็วเหมือนกันนะเนี่ย สมแล้วที่ท่านพี่จุนมยอนเลือกใช้งาน


     ซังกยุนไม่ได้โต้ตอบ คนแบบนี้สามารถทำให้ไขว้เขว่ได้จากคำพูดที่พยายามยั่วยุอารมณ์


     “ท่านชานยอล ไปพาหมอคนนั้นหนีไปเร็วเข้า...”


     “อย่ามาสั่งข้านะเจ้าไพร่นี่!”ชานยอลหุนมาแว้ดใส่ เขายังหัวเสียไม่เลิกเพราะจองกุกอยู่เลย โดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาสั่งอีก!!


     “ขอร้อง...”ซังกยุนเอ่ยเสียเบาทั้งๆที่ยังยืนคุมเชิงอยู่กับจองกุก เพื่อเจ้าชายแล้วเขาจะยอมเอาตัวเข้าแลก ถ้าหมอคนนั้นได้กลับไปแล้วจะทำให้เจ้าชายปลอดภัยเขาจะยอมทำทุกอย่าง


     “...”ชานยอลไม่ตอบอะไร ก็ดี เขาจะได้รับกลับ กลับไปช้าก็กลัวเจ้าพี่จุนมยอนจะบ่นเอา..


     แต่เพียงแค่เบี่ยงไปด้านข้างก็ถูกจองกุกเข้ามาขวาง แต่ยังไม่ทันที่คมดาบจำปะทะกันซังกยุนก็เข้ามาขวางรับคมดาบของศัตรูเอาไวอย่างรวดเร็ว


     “คู่ต่อสู้ของท่านคือข้า...”ดวงตาคมคนหน้าแมวที่มองสบดวงตากลมโตของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แรงกล้าจนรู้สึกได้ ในระหว่างที่ยืนอยู่นั้นชานยอลก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปยังในกระท่อมด้านหลังซึ่งห่างออกไปไม่กี่เมตร


     “เหอะ เป็นแค่นักฆ่าปลายแถว..”

     

     “ก็ได้ ถ้าอยากตายนีกข้าก็จะสงเคราะห์ให้จองกุกจ้องอีกฝ่ายไม่วางตาแล้วถอยหลังมาตั้งหลักก่อนจะพุ่งเข้าใส่มือสังหารที่ตัวเล็กกว่หากสู้ด้วยแรงปะทะทั้งดาบและแรงของซังกยุนคงมิอาจสู้ได้แต่ความเร็วของเขาเหนือกว่า เขาปัดคมดาบเหล็กกล้าให้เฉไปทางอื่นจนเกิดช่องว่างตรงกลางให้พุ่งเข้าไปแต่จองกุกเองก็ดูถูกไม่ได้ร่างสูงหมุนเบี่ยงตัวไปด้านข้างจนหลบคมดาบของซังกยุนพ้นอย่างฉิวเฉียด มืออีกข้างที่ว่างจับข้อมือข้างที่ถือดาบของคนต่ำศักดิ์กว่าไวแล้วบีบอย่างแรงก่อนจะใช้ดาบในมือฟันไปยังลำคอ แต่คนตัวเล็กกลับไหวตัวทันเอนตัวไปด้านหลังจนใบดาบเฉียดปลายคางไปเล็กน้อยแล้วพลิกตัวตีลังกาจนข้อมือที่ถูกจับไว้หลุดจากการเกาะกุมเพราะแรงบิด


     ซังกยุนกระโดดถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อนตั้งท่าใหม่ ข้อมือที่ถูกบีบนั้นสั่นเล็กน้อย คนตรงหน้าเขาแรงเยอะจริงๆ...


     “พลิ้วอย่างกับแมวเลยนะจองกุกเอ่ยแล้วตั้งท่าชี้ดาบมาทางซังกยุน ก่อนขะพุ่งเข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าว วาดใบดาบลงมาหมายฟันเข้ากลางอกแต่ซังกยุนใบ่ดาบมาตั้งขวางรับเอาไว้จนตัวเองโดนกระแทกล้ม


     ที่หางตานั้นเขาเห็นม้าวิ่งออกไปอยู่ลิบๆ ชานยอลคงได้ตัวหมอคนนั้นแล้ว หน้าที่เขาเหลือแค่ถ่วงเวลาจองกุกไว้ไม่ให้ตชานยอลไปเท่านั้น


     “ไม่ต้องดีใจไป ไว้ฆ่าเจ้าเสร็จแล้วข้าค่อยตามไปยังไม่สาย เจ้าถ่วงเวลาข้าได้ไม่นานหรอกจองกุกเอ่ยด้วยความมั่นใจพร้อมเผยรอยยิ้มออกมา


     กลายเป็นซังกยุนที่ต้องเครียดแทน เขาเป็นนักฆ่าก็จริงแต่เป็นมือลอบสังหารมิใช่นักสู้ ให้มาปะทะกันตรงๆหนึ่งต่อหนึ่งเช่นนี้เสียเปรียบยิ่งนัก ในใจตอนนี้คนตัวเล็กไม่ได้หวังถึงชัยชนะเลย เขาคิดแค่เพียงจะถ่วงเวลาเอาไว้ได้นานที่สุดอย่างไรดี...


     .

     .

     .


     “เจ้าว่าวันนี้จะเกิดเรื่องหรือไม่เซอุนองซองอูเอ่ยลอยๆขณะที่พวกเขากำลังเดินเข้าไปในปะรำพิธีในฐานะขุนนางราชสำนัก


     “ข้าว่าเจ้าต้องถามว่าจะเกิดเรื่องใหญ่หรือใหญ่มากเสียมากกว่นะซองอู


     ใช่ บรรยากาศรอบข้างนั้นกดดันเสียจนรู้สึกได้ กองทหารเองก็ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ถ้าให้เดา แทบทั้งในลานพิธีนี้จะต้องเป็นกองกำลังของพระมเหสีเกิดครึ่งเป็นแน่ ไหนจะเรื่องประกาศรัชทายาท เรื่องคุณชายจองกุกอีก


     โอ้ยยย เซอุนปวดหัว!!


     พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งพระบรมวงศานุวงศ์เอ่ยถวายพระพรเสร็จสิ้นจนครบ ในประรำพิธีนั้นยังมีที่ว่างด้านหลังจุนมยอน ซึ่งนั่นคือที่ของชานยอล การที่ชายผู้นั้นไม่มาถือเป็นเรื่องผิดปกติยิ่ง หากหายไปพร้อมคิมจงอินเขาคงไม่สงสัย แต่หายไปคนเดียวแบบนี้มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ


     ไหนจะเรื่องหมอคนนั้นอีก ยังหาจองกุกไม่เจอเช่นนี้จะทำอย่างไรได้ การติดต่อกลับจากกองทหารลับก็ยังไม่มี แสดงว่าพวกเขายังหาตัวจองกุกไม่เจอ


     หากหาตัวหมอคนนั้นไม่เจอก่อนที่พระราชาจะประกาศรัชทายาทล่ะก็เรื่องใหญ่ๆแน่ๆ


     ซึ่งมันก็อีกไม่กี่เพลาข้างหน้านี้แล้วนี่ไง!!


     ในชั่วะยะเวลาเพียงกะลาจมนั้นร่างของผู้ครองแผ่นดินก็ยืนขึ้นแล้วเยื้องเสด็จพระบาทมาด้านหน้าเล็กน้อย พระองค์กวาดพระเนตรมองไปรอบๆด้วยสีหน้าเป็นกังวลแต่ก็ยังคงเอ่ยต่อไปตามที่ตั้งใจไว้


     “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมอวยพรให้เราในวันนี้...เราเองก็ขอให้ทุกท่านอยู่กับเราไปเช่นนี้เพื่อร่วมกันปกครองแผ่นดินให้สงบสุขร่มเย็นต่อไป..”


     ทรงมีพระราชดำรัสหลายประการที่ถูกเติมเข้ามาเพื่อยืดเวลาออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ สุดท้ายเมื่อทรงเห็นว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลงจึงทรงตัดสินพระทัยที่จะรับสั่งเรื่องที่สำคัญที่สุด


     “การที่เราให้ทุกท่านมารวมตัวในวันนี้ยังมีข่าวดีอีกประการ นั่นคือเราจักประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าเรามีความเห็นจะแต่งตั้ง...”


     ในตอนนั้นบรรยากาศรอบข้างต่างตึงเครียด สังเกได้จากสีหน้าของขุนนางในหลายฝ่าย บ้างจ้องตาเขม็งบ้างเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวา บ้างแสดงสีหน้าหวาดหวั่น


     แม้แต่พระมเหสีเองก็มีสีพระพักตร์เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด


     “เจ้าชายคิมดงฮัน เป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิ์สืบบัลลังค์ต่อจากเรา...”


     เพียงเท่านั้นก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นไปทั่ว 


     เสียงคัดค้านดังขึ้นมากมายเพราะเกิดข้อกังขาในการตัดสินพระทัยครั้งนี้


     “เนื่องจากเจ้าชายแทฮยอนขาดคุณสมบัติรัชทายาท...เพราะมิได้เป็นบุตรชายของเรา!!”


     “ไม่เป็นความจริงนะเพคะ!”พระมเหสีลุกขึ้นแทบจะในทันทีที่เอ่ยสวนออกไป ทรงลืมมารยาทต่างแล้วเสียสิ้นเพราะความตกพระทัยจนไม่ทันยั้งคิด


     กลับกันเจ้าชายใหญ่ที่ตกเป็นประเด็นนั้นไม่มีท่าทางตกใจราวกับรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว สีหน้าของเจ้าชายใหญ่สงบนิ่งไม่แม้แต่จะหันไปสบตาพระอนุชาที่เพิ่งจะได้เป็นรัชทายาทสดๆร้อนๆผู้กำลังงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ไม่ไกล 


     เคนตะที่อยู่ไม่ไหลจากดงฮันเริ่มขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้าชายมากขึ้นพร้อมทั้งระวังตัวอยู่ตลอดเวลา อันตรายจะเกิดขึ้นกับดงฮันเมื่อไหร่ก็ได้...


     “ขอเดชะ! ฝ่าบาทมีหลักฐานอันใดจึงมากล่าวหาพระโอรสว่ามิใช่พระราชบุตรกันหรือพะย่ะค่ะบิดาของพระมเหสีรีบออกตัวก่อนอย่างรวดเร็ว เขามีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด


     ฝ่าบาทรู้ได้อย่างไร...


     ผู้สูงศักดิ์แห่งแผ่นดินล้วเข้าไปในแขนฉลองพระองค์แล้วดึงม้วนกระดาษออกมากาง     


     “นี่อย่างไรเล่า หลักฐาน!!”


     ในกระดาษนั้นคือรายงานเรื่องการตั้งครรภ์ของพระมเหสีก่อนเข้าพิธีอภิเษกพร้อมกับคั่งประทับตราตระกูลพัค ผู้เป็นตระกูลแพทย์ตระกูลหนึ่งแห่งแผ่นดินนี้ ที่ปลายกระดาษมีรอยไหม้คล้ายถูกเผา คาดว่าจดหมายฉบับนี้คงเคยเกือบถูกทำลายมาแล้ว...


     บรรยากาศในลานพิธีถูกกดทับด้วยความสงสัยและตึงเครียด บ้าก็มาคุจากคนที่อยู่ต่างฝ่ายกัน


     “กระดาษชิ้นนี้ผ่านการตรวจสองแล้วว่าเป็นลายมือของท่านหมอพัคจินซอก ตรประทับเองก็เป็นของจริง โดยเนื้อความได้กล่าวไว้ว่าพัคจินซองเป็นผู้ตรวจร่างกายของพระมเหสีและผลการตรวจถูกรับรองโดยพัคจินซอกว่านางตั้งครรภ์ก่อนอภิเษกกับเราถึงจะผิดแผนที่ไม่มีตัวแพทย์ผู้ตรวจมายืนยันด้วยตนเองแต่พระองค์ก็จะมิคอยเวลาแล้ว ให้มันรู้ดำรู้แดงไปเสียตอนนี้เลยก็แล้วกัน


     ในระหว่างที่ทุกคนกำลังอยู่ในภาวะตกใจอย่างหนักกับสิ่งที่ได้รับรู้คิม จุนมยอนก็เอ่ยแทรกขึ้นมา


     “กระหม่อมขอรับรองว่าเป็นความจริงพระเจ้าค่ะ ชานยอลพาท่านหมอพัคออกมาเขาหันไปสั่งด้วยเสียงอันดังก่อนที่ร่างสูงของน้องชายต่างสายเลือดจะประคอง หรือเรียก่าลากอย่างละมุนละม่อมก็ไม่ผิดนักพาตัวชายชราที่บอบช้ำจากการถูกกักขังและขี่ม้าด้วยความเร็วมาเป็นเวลานานลงมาจากบันไดตรงข้ามกับพระพักตร์ กษัตริย์ผู้ที่อยู่บนบัลลังค์เบิกพรเนตรอย่างแปลกใจเล็กน้อยที่คนที่ช่วยเหลือเขาคือคนจากตระกูลคิม แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนจากทางนั้นสนับสนุนดงฮันแต่ก็ไม่นึกว่าจะรู้เรื่องมากขนาดนี้


     เอาเถอะ ถ้ามันทำให้เขาได้ผลประโยชน์ก็จะถือว่าเป็นมิตรกัน..


     “กระหม่อมขอสาบานด้วยชีวิตว่าผลตรวจนั้นเป็นความจริงพระเจ้าค่ะ กระหม่อมได้รับเงินค่าปิดปากมาจริง แต่ตระกูลจอนกลับส่งคนมาไล่สังหารกระห่อมเพื่อปิดปาก เคราะห์ดีที่กระหม่อมรอดมาได้หมอชราทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์เพื่อสารภาพทุกสิ่ง


     “ไม่จริง!!! หมอคนนี้มันโกหก มันเป็นกลุมต่อต้านที่ต้องการกำจัดเจ้าชายแทฮยอน!!  เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาบุตรชายข้า!!”พระมเหสีที่กำลังร้อนพระองค์ตวาดใส่ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น


     “เงียบ!!”พระราชาตวาดใส่พระชายาให้นางหยุดพูดเสีย ดวงเนตรหญิงสูงศักดิ์นั้นคลอไปด้วยหยาดน้ำที่บีบออกมาเพื่อขอความเห้นใจจากพระสวามี


     “กระหม่อมขอยืนยันว่าเจ้าชายแทฮยอนอยู่ในครรภ์ครบเก้าเดือน มิได้ประสูติก่อนกำหนดดั่งเช่นที่กล่าวอ้าง อ่อก!!!”


     ยังไม่ทันที่จะจบประโยคก็มีศรปลายแหลมพุ่งเข้าปักกลางหลังทะลุมาถึงอกของชายชรา ร่างที่บอบช้ำเื่อได้รับบาดเจ็บหนักอย่างมิทันตั้งตัวมิสามารถทนพิษบาดผลได้จนทรุดลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นพร้อมเลือดสีชาดที่ค่อยๆไหลนองกลางลานพิธี


     เมื่อเกิดเหตุร้ายราชองครักษ์ก็รีบเข้าไปป้องกันนายเหนือหัวของตนแต่แล้ว...


     จากองครักษ์จำนวนมากมีเพียงสองนายเท่านั้นที่เข้ามายืนข้างผู้ครองแผ่นดิ ส่วนทีเหลือกลับชักดาบขึ้นมาพร้อมสู้และหันเข้าหาพระราชา ทหารยามเองก็เช่นกัน พวกขุนนางและนางในต่างกรัดร้องอย่างแตกตื่นเมื่อบางส่วนถูกจับเป็นตัวประกัน ทางด้านเคนตะนั้นรีบฉุดเจ้าชายใในลุกขึ้นแต่แรงของเขาไม่พอ เจ้าเด็กดื้อนั้นตกใจจนไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วนแล้วคิดจะพุ่งออกไปช่วยพระบิดาที่ตกอยู่ในวงล้อมแม้จะถูกเคนตะรั้งเอาไว้แต่ก็ไม่หยุด


     เคนตะนึกถึงซังกยุนขึ้นมาทันที ตัวเขานั้นไม่ได้มีวิชาการต่อสู่ใดๆที่จะปกป้องเจ้าชายได้เลย ถ้าอีกคนอยู่คงจะอุ่นใจกว่านี้ แต่ตอนนี้ซังกยุนอยู่ไหนกัน...


     .

     .

     .


      “เก่งกว่าที่คิดนะ..ทำเอาเสียเวลาไปเยอะเลยจองกุกปรายตามองคู่ต่อสู้แล้วเช็ดทำความสะอาดดาบเล่มงามที่เปื้อนเลือดก่อนเก็บเข้าฝัก


     “ถ้าเจ้าเป็นคนของข้าคงจะดีไม่น้อย น่าเสียดายๆ...”คนตัวสูงเเสร้งถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปปลดเชือกเพื่อจูงม้าออกมา ป่านนี้ชานยอลคงไปไกลแล้วกระมัง เขาคงหมดหวังที่จะใช้เจ้าหมอคนนั้นเป้นตัวประกันแล้ว ไม่น่าประมาทเลยจริงๆ


      เอาเป็นว่าไปดูเรื่องสนุกๆในวังหลวงฆ่าเวลาก็แล้วกัน ไว้ให้พวกมันตีกันจนบอบช้ำแ้วค่อยเข้าไปจัดการรวดเดียวหมดก็ยังไม่สาย


     ร่างสูงสมส่วนเหวี่ยงตัวขึ้นไปนั่งบนม้าแล้วบังคับบังเหียนให้เจ้าม้าสีขาวออกวิ่งไป


     จริงด้วย ว่าจะถามชื่ออยู่ เห็นเก่งดีอยากจะรู้จักไว้เสียหน่อย


     แต่คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง 


     ก็คนมันตายไปแล้วนี่นา...


     TBC


     //คลานเข่าเข้ามากราบขอโทษรอบทิศ


     หะ...หายไปนานมาก ขอโทษนะคะ ฮือออออออ เทอมที่แล้วเกรดเราตกมากเลยอยู่ในภาวะช็อค บวกกับรักษาตัวอยู่นิดหน่อยเลยแต่งได้วันละนิดๆหน่อยๆ กว่าจะถึงตรงนี้ก็กินเวลาตาที่เห็นค่ะฮืออออ แต่ตอนนี้อาการเราดีขึ้นแล้วน่าจะกลับมาอัพได้ตามปกติแล้วค่ะ!


     ตอนนี้เรื่องใกล้ถึงจุดจบมากขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ! ยังไงช่วยติดตามด้วยนะคะ จะพยายามทำให้ดีที่สุดเลย


     ใครยังอยู่รอก็ต้อบขอบคุณมากจริงๆค่ะ รักมากๆเลยนะคะ ถ้าเราเเต่งจบว่าจะเขียนตอนพิเศษแล้วทำของเเจกด้วยล่ะค่ะ!







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #24 Cake10202 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:56
    ช็อคมากแมมมม่ ฮืออออ ซังกยุนนนน เนื้อเรื่องเจ้มจ้นมากค่ะ อินมากเหมือนดูซีรี่ย์เลย55555 เจ้าชายฮยอนบินจะเป็นไงบ้างนะ ค่าตัวแพงเหลือเกิน5555 ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ยังรอเสมอนะคะ สู้ๆค่า <3
    #24
    1
    • 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51
      YGขึ้นค่าตัวน้องไม่มีเงินจ่ายค่ะ ฮรุก //ซับนั้มตา
      ขอบคุณที่ยังอยู่นะคะ แง
      #24-1