คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

48

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


48

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.ย. 61 / 22:01 น.
นิยาย () ѧԭ (ไม่) บังเอิญ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีท่านผู้อ่านอีกครั้ง...

          หลังจากห่างหายไปนานตั้งแต่เรื่องล่าสุด คือ คอย...จันทร์ ซึ่งลงไปเมือวันที่ 14 กุมภา... โคตรนานเลยจ้า
ตอนนี้เราก็เอาเรื่องราวน่ารักๆมาให้ทุกคนได้อ่านกัน และวันนี้ก็ดันเป็นวันที่ ม.เรามีงานเปิดแยกแจกกุหลาบพอดี คือมันพอดีมากๆ เพราะเราให้ฉากจบเป็นงานนี้พอดี ก็เลยตั้งใจลงมันวันนี้เลย...

          เนื้อเรื่องนี้ อาจจะมีชื่อตัวละครที่คุ้นเคยกันมาแล้ว... ก็ขอบอกเลยว่าเราไปรื้อนิยายเรื่องนั้นมาแต่งใหม่ โดยใช้ชื่อตัวเองชื่อเดิม แต่เนื้อเรื่องไม่เป็นเหมือนเดิม ซึ่งเราก็ยังไม่ได้เอาลงที่ไหน(เพราะยังแต่งไปไม่ถึงไหน) ก็ฝากติดตามกันด้วยนะ

          นิยายเรื่องนี้ได้รับแรงบันดานใจจากเค้าโครงเรื่องจริง แต่เราไม่บอกหรอกนะว่าเค้าโครงเรื่องนี้เป็นของเพื่อนคนไหน ถ้านางได้อ่านแล้ว ก็อย่ากรี๊ดนะ... ที่เราแอบหยิบยกเรื่องในชีวิตมาเขียน 555555

          ก็บอกแล้วว่าอย่ามีเพื่อนเป็นนักแต่งนิยาย... ไม่งันชีวิตจะได้มาอยู่บนความมโนและตัวอักษร(แต่อย่าเลิกคบนะ แค่นี้ก็มีเพื่อนน้อยจะตายแล้ว)

          ก็ฝากนิยายสั้นเรื่องนี้ด้วยนะคะ เดี่ยวจะพยายามปั่นนิยายเรื่องยาวให้ออกทันเดือนตุลาคมนี้... ถ้าเสร็จทันก็ได้อ่านนะ ถ้าเสร็จไม่ทัน นั้นก็หมายความว่านักเขียนอาจจะตายอยู่ในกองหนังสือ กองงาน ที่เยอะซะเหลือเกินนน

          ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

ปล. แก้คำผิดอาจจะไม่หมด บอกเราได้

ปล2. ขออภัยที่ลงช้า เนื่องจากหนีเที่ยวมาแล้วอ่านแก้ไม่ทัน 55555555

ปล3. อยากอ่านคอมเม้นอะ ช่วยๆคอมเม้นหน่อยนะ จะได้เอาไปปรับปรุงในการเขียนครั้งหน้า

by. E'Nao

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.ย. 61 / 22:01


(ไม่) บังเอิญ

 

“รู้ปะ ว่าที่เจอกันบ่อยๆมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

“ก็รู้ ถ้าไม่งัน เราคงไม่ได้บังเอิญเจอกันบ่อยๆหรอก” ฉันตาโตมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เดี๋ยว!! ไปรู้มาจากไหน หรือว่า...”

 

สองเดือนก่อน

“เฟือง มึงรู้ได้ไงว่าตึกคอมอยู่ไหน” ฉันหันไปถามเพื่อนสนิดที่นั่งอยู่ข้างๆ ภายในงานมีตติ้งชมรมที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่กำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ “น้องบอกหรอ”

“เปล่า ไอ้นู่นบอก” เฟืองชี้ไปยังเพื่อนตัวเล็กที่เดินเข้ามาหาพวกเราสองคน

“มีอะไรหรือเปล่า” แต้ม เพื่อนในชมรมเอยถามขึ้น

“มึงรู้ได้ไงว่าตึกคอมอยู่ไหน ขนาดเด็กวิศวะเองยังไม่รู้เลย” ก็ถามเด็กวิศวะแล้วมันยังไม่รู้เลยว่าตึกคอมอยู่ไหน

“กูรู้จักเด็กคอม ก็เลยได้ไปตึกบ่อยๆ อยากจะไปจีบเด็กภาคคอมหรอ” รู้ดีไปหมดไอ้นี้ นี้เป็นเด็กคณะเกษตร หรือคณะเผือกศาสตร์กันแน่เนี้ย

ฉันหันมองเฟืองหน่อยๆ ก็ได้การตอบกลับมาเป็นการพยักหน้าให้ พอมองหน้าแต้มที่พร้อมจะเผือกเต็มที่เลยทำให้ฉันถอนหายใจออกมา

“มึงรู้จักคนชื่อฝุ่นปะ”

“ไม่”

“อ้าว” ฉันกับเฟืองร้องขึ้นพร้อมกัน นึกว่าจะรู้จักซะอีก

“แต่ให้สายถามให้ได้นะ เอาเฟสไม่ก็ไอจีมา” ฉันยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าไอจีของสีฝุ่นหนุ่มวิศวะคอมไปให้แต้มดู คุณเธอถ่ายก่อนที่จะส่งไปให้ใครสักคน แปบๆโทรศัพท์ก็เด้ง พร้อมกับรอยยิ้มของคนตรงหน้าที่ฉันบอกเลยว่าโคตรเกลียดมาให้กับพวกฉัน

“สายตอบมาว่า คุณสีฝุ่นนี้โสดค่ะ แต่มิอาจทราบได้ว่ามีคนคุยเยอะหรือเปล่า ที่แน่ๆสาวสนใจเยอะมากกกก” รวจเร็วสมกับเรียนคณะเผือกศาสตร์จริงๆ “ภาคนี้อะตามตัวยากเว้ย แม่งเรียนแต่ที่ตึกภาค ถ้ามึงอยากเจอเขาอะ มึงต้องไปดักรอที่ใต้ตึก มึงเจอแน่ๆ”

“ก็นี้ไงกูถึงมาตามหาว่าตึกคอมอยู่ตรงไหน”

“ก็ถ้าเจอแล้ว ก็ไปเจอเขาสิค่ะ” ง่ายอย่างปากมึงพูด ก็ทำไปแล้วไหมอะ

 

วันต่อมา...

“ไอ้แต้มบอกเขาเลิกสี่ครึ่ง มาช้าขนาดนี้กูว่าเขาไปแล้วละ” ขาที่กำลังจะก้าวออกจากใต้ตึกภาควิศวะคอมก็ต้องถูกเบรกโดยไอ้เพื่อนตัวดีอย่างเฟือง

“จะไปไหน ไอ้แต้มก็บอกแล้วนิว่าเขายังไม่ลงจากตึก” อ๊าก แต้มมึงไปรู้มาได้ไงว่ะว่าเขายังไม่ลงจากตึก “รอหน่อยนะมึง”

“กูไม่รอแล้ว ไปเหอะมึงเดี๋ยวไปวิ่งไม่ทัน” ฉันหันไปลากไอ้เฟืองออกจากใต้ตึก

“เห้ยฝัน สีฝุ่นของมึงมานู่นอะ” ของกูซะที่ไหน

“อ๊าก” ฉันรีบหันไปมอง สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มนามว่าสีฝุ่น ผู้ชายที่ฉันแอบชอบ พอหันมามองคนข้างๆที่ยืนอยู่ นู่นจ้าวิ่งไปนั่งทำท่าเล่นโทรศัพท์อยู่ไกลๆนู่นแล้ว

เขากำลังเดินมาแล้ว กำลังเดินมาแล้ว ทำไงดีว่ะ อ๊ะ ร้านกาแฟ เท้าที่เมือกี้ก้าวไม่ออกก็สาวยาวๆไปยังร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ๆ เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับสั่งคาปูโดยไม่คิดอะไรสักอย่าง

กริ๊ง!!

“ลาเต้แก้วหนึ่งครับ” เสียงคุ้นๆดังขึ้น แอบมองไปข้างๆตัวก็เห็นเสื้อช็อปสีเขียวขี้ม้า พอมองเลยขึ้นไปนิดก็เห็นตราประจำภาคคอมและ cpe31 ใช่ค่ะ คนที่ยืนข้างๆฉันคือสีฝุ่น

“นี้เพื่อนพี่ เอ้ย เพื่อนแต้มเปล่าอะ”

 “หืม” ฉันมอง คนที่ทักคือน้องของแต้มนิ “อืม หวัดดี” ฉันทักออกไป และที่พึ่งสังเกตคือ สีฝุ่นมากับน้องของแต้ม คืออะไรว่ะเนี้ย พวกมันเรียนภาคเดี่ยวกันหรอ เดี๋ยวนะ ขออนุญาตงง

“นี้ฝันปะ” อยู่ๆสีฝุ่นก็เอยขึ้น คือเขาจำชื่อฉันได้เว้ย เขาจำชื่อฉันได้ด้วย “มาทำไรเนี้ย”

“ซื้อกาแฟ” ฉันชี้ไปยังแก้วกาแฟที่เขาพึ่งเอามตั้งให้ ไม่ลืมที่จะยิ้มกลบเกลือนความเขิลให้ด้วย “แล้วเนี้ยพึ่งเลิกเรียนกันหรอ”

“ใช่”

“เย็นนี้ฝันไปกินข้าวกับพี่ใช่ไหม” ฉันพยักหน้าให้กับน้องของแต้ม พึ่งได้เจอเมือวานแต่ทำเหมือนฉันกับน้องของแต้มสนิดกันมาเนิ่นนานเลยเนอะ “ฝากด้วยนะ รู้สึกช่วงนี้พี่เมาๆ”

“เมาตลอดแหละคนนั้น” อ้าว แล้วฉันดันตอบกลับเหมือนว่าเรารู้จักกันมานาน นานที่ไหนแค่ชื่อยังไม่รู้จักเลยเนี้ย

“หมูกับฝันรู้จักกันหรอ?” สีฝุ่นหันไปถามเพื่อนตัวเอง อ๋อ ชื่อหมู

“เพื่อนของพี่นะ”

“อ้าวแล้วพี่หมูไม่ได้อยู่ปีสามหรอ” ฉันเงยหน้ามองคุณน้องของแต้มนิดๆ ไอ้แต้มมันอยู่ปีสองนะ หรือว่ามันซิ่วมาว่ะ เออก็ไม่เคยถามนะ แต่พอฉันได้ยินคำตอบจากหมู ก็ทำให้ฉันต้องแอบคิดใหม่

“เรื่องมันซับซ้อนนะ” ตอบเหมือนไอ้แต้มเลย

 

“นั้นไง กูบอกแล้ว ถ้าไม่ไปรอมันก็ไม่เจอ”

“พูดเรื่องอะไรกัน บอกปันหน่อยสิ” ปัน เพื่อนอีกคนเอยขึ้นเมือพวกเรา ฉัน เฟือง และก็แต้ม พูดกันเรื่องที่ไปเจอสีฝุ่น

“ก็เรื่องหนุ่มวิศวะคอมไง” แต้มหันไปบอกปัน

“อ๋อ เรื่องนั้นหรอ แล้วเป็นไงบาง”

“ก็แค่ได้ทักอะ ไม่อะไรมาก” แต่คำว่าไม่อะไรมากเนี้ย ก็ทำเอาใจเต้นแรงอยู่เด้อจ้า

“จริงหรอ ไอ้การสั่งคาปูมาแดกสองแก้วเนี้ย เรียกไม่อะไรมากจริงดิ” เฟืองหันมาถามฉัน พร้อมกับยกเศษซากแก้วน้ำที่เหลือขึ้นให้คนในวงดูกัน

“ก็ตอนนั้นเขาลงมากับเพื่อนอะ แล้วไอ้เฟืองก็ดันหนีกูอีก เออ แต้ม”

“ว่า” แต้มเงยหน้าขึ้นมามองฉันหน่อยๆ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปปิ้งหมูต่อ

“สรุปน้องมึงอะ น้องจริงๆ หรือแค่ชื่อเรียก แล้วเขาไปรู้จักกับสีฝุ่นได้ไง” แต้มที่กำลังปิ้นหมูอยู่ในเต่เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับรอยยิ้มหน่อยๆ แลมันจะตอบกวนตีน “เอาดีๆนะเว้ย”

“น้องพี่คือชื่อเรียนกันของฉันกับมัน เขาต้องรู้จักกันอยู่แล้ว ก็พวกมันเรียนภาคเดียวกัน” ตอบครบทุกคำถาม แบบไม่ปิดบังอะไรแต่ก็ยังงงค่ะ

“งันสายที่มึงว่าก็คือน้อง” แต้มพยักหน้าให้

พวกเราไม่ได้อยู่คณะเดียวกัน ยกเว้นฉันกับเฟืองนะ ไอ้แต้มเรียนเกษตร ส่วนปันเรียนประมง แทบจะเรียกว่าวนเวียนมาเจอกันไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะเมือตอนปีหนึ่ง พวกเราไปเข้าค่ายของชมรมด้วยกัน และอะไรก็ไม่รู้ดึงดูดให้พวกเรามานั่งด้วยกัน คุยกัน และอยู่ยาวจนมาถึงตอนนี้ อาจจะเพราะศีลเสมอกันเหมือนที่ไอ้แต้มชอบพูดบ่อยๆก็ได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ส่วนใหญ่เราก็จะไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวกันเท่าไหร่ ยกเว้นเรื่องกินและชวนกันไปนั่งเล่นในชมรม พึ่งจะเปิดโลกของกันและกันไปเมือไม่นาน ด้วยเพราะปัญหาที่ทุกคนหนักอกหนักใจ และต้องการระบายให้คนอื่นฟัง

“น้องกูบอกมา จะจีบก็จีบเลย อย่ารอ เพราะถ้าแม่งรอ เดี๋ยวจะอดเอานะ”

“มาช่วยกูจีบไหม”

“อย่าท้านะเว้ย” แต้มมันเงยหน้าขึ้นมอง “มึงก็รู้ว่ากูเซียนเรื่องการเป็นแม่สื่อ”

“จ้า” ปันที่เงียบๆอยู่พูดขึ้น “ช่วยไอ้ฝันจีบสีฝุ่นแล้ว มาช่วยกูด้วยนะ”

“ได้ดิ แต่ทีละคนนะมึง เดี๋ยวกูแยกประสาทไม่ออก” พวกเราหัวเราะให้กับพูดของไอ้แต้ม ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องอื่น

 

ผ่านมาสองอาทิตย์ ไอ้คนที่จะบอกว่าจะมาเป็นแม่สื่อให้ ก็ไม่เคยโผล่หัวมาให้เห็นเลย นอกจากตอนที่พวกเรานัดกันกินข้าว หรือไปเจอกันที่ชมรม จะว่ามันไม่ได้นะ มันเรียนหนักนิ กว่าจะเลิกก็ทุ่มสองทุ่มทุกวัน

ฉันกับเฟือง อาจจะเปลี่ยนบางในบางวันที่ปันมันว่าง พากันมานั่งเล่นที่โรงอาหารวิศวะ หรือที่คนใน ม. เรียกกันว่า บาร์วิศวะ รอเวลาที่คุณแต้มทักมาบอกว่าสีฝุ่นเลิกแล้ว และกำลังจากตึก พวกฉันก็จะพากันเดินผ่านใต้ตึกคอมไปยังสนามกีฬา

ซึ่งแผนนี้คุณแต้มเธอเป็นคนคิด ให้ไปเจอบ่อยๆทุกเย็น ก็ได้ผลบาง ไม่ได้ผลบาง คือก็เจอแทบทุกวันอะนะ แต่สีฝุ่นก็มากับเพื่อนเขา มากับสาวสวยๆ ฉันไม่กล้าเข้าไปทักหรอก ก็ได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆแล้วพวกเราก็เดินแยกย้ายกันไปคนละฝั่ง

“เปลี่ยนชุดไหม” เฟืองถามขึ้น

“อืม ไปเปลี่ยนก็ได้” ฉันมองเสื้อนิสิตที่เปื้อนน้ำเป็นดวงๆ มันเกิดจากความซุ้มซามของฉันเองแหละ “ปันจะมาใช่มะ”

“อืม บอกว่ากำลังออกจากชมรม”

“งันเดี๋ยวกูไปเอง มึงรอปันที่นี้แหละ”

“ได้” โชคดีที่ทุกเย็นฉันกับเฟืองจะไปวิ่งเก็บรอบกันที่สนามกีฬา ทำให้พกชุดติดกระเป๋าตลอด ไม่ต้องกลับหอไปเปลี่ยนชุด แล้วอะไรคือการที่เดินมาห้องน้ำบาร์วิศวะแล้วคนมันเต็มขนาดนี้ อ๊าก ฉันไปเข้าตึกคอมก็ได้

ฉันขึ้นมาเปลี่ยนชุดที่ชั้นห้าของตึก ซึ่งที่ฉันเลือกชั้นนี้ก็เพราะแต้มมันเล่าให้ฟังว่าสีฝุ่นเรียนที่ชั้นนี้ นี้ไม่ได้กะจะมาเจอเลยนะ ไม่ได้กะจะมาเจอเลยจริงๆ แต่ก็ไม่เจอหรอกเขาคงกลับบ้านไปแล้วละ

ติ่ง!

เสียงลิฟต์ที่ขึ้นมาหยุดพร้อมกับลิฟต์เปิดออก ฉันเดิมเข้าไปข้างในก่อนที่จะกดชั้นหนึ่ง ประตูกำลังปิดอยู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมา

“รอด้วยครับ” ฉันรีบเอื้อมมือไปกดลิฟต์ให้เปิด เงยหน้าขึ้นมองก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของคนที่ฉันอยากจะเจอ นั้นมันสีฝุ่นนิ เห้ย อะไรคือการที่อยู่ๆก็ได้เจอ

“ขอบคุณครับ” หนึ่งในแก๊งที่เดินมากับสีฝุ่นเอยขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะดันฉันให้เข้ามาส่วนในสุดของลิฟต์ ในขณะที่สีฝุ่นนั้นอยู่ส่วนหน้า

โอ้ย ความบังเอิญที่โคตรจะไม่มีโชคเลยเนี้ย แล้วไอ้พวกเพื่อนสีฝุ่นแต่ละคนก็ตัวใหญ่กันทั้งนั้น เขาจะเห็นไหมว่าฉันอยู่ในลิฟต์ พอลงมาถึงชั้นหนึ่งสีฝุ่นก็เดินออกจากลิฟต์ไปโดยไม่สนใจที่จะหันกลับมามองเลยสักนิด หันกลับมามองฉันหน่อยจะได้ไหม

พอออกมาก็ไม่เห็นเงาของสีฝุ่นสักนิด เห้อ กลับไปหาเฟืองกับปันที่บาร์วิดวะก็ได้ ชิ แต่อยู่ๆเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ฉันหยุดแล้วหยิบมันขึ้นมาดู

 

แต้มไงค่ะ : อยู่ไหนว่ะ

ฝันเฟื่อง : ใต้ตึกคอม กำลังไปบาร์วิดวะ มีไรปะ

แต้มไงค่ะ : สายส่งแชทมาบอก ว่าสีฝุ่นกำลังลงจากตึก

ฝันเฟื่อง : เจอละ แต่เขาไม่เห็น

 

“นั้นฝันอะเปล่า”

“หืม” เสียงเรียกทำให้ฉันเงยหน้าจากแชท โทรศัพท์ในมือแทบตกพื้น ไอ้ห่าน “หวัดดีสีฝุ่น” ฉันกำโทรศัพท์แล้วยกมือโบกให้หน่อยๆ

“เจอกันอีกแล้วนะ มาทำไรแถวนี้เนี้ย” ถ้าจะตอบกลับไปว่ามารอเจอเนี้ย จะหาว่าฉันโรคจิตปะเนี้ย ไม่ได้ๆ ต้องมีความมารยาสักนิด

“มาเปลี่ยนชุดนะ” ฉันยกถุงผ้าขึ้นให้ดู

“อ๋อ” มันโผล่มาจากไหนว่ะเนี้ย ฉันหันซ้ายหันขวามองทางที่สีฝุ่นน่าจะเดินมา “หาใครอะเปล่า” หาคุณไงค่ะ ปากเกือบตอบไปแล้วไง

“เปล่าหรอก แล้วเนี้ยจะไปไหนหรอ” อยู่ๆก็ถามออกไป

“กำลังจะไปหาอะไรกิน แล้วนี้จะไปไหน”

“กลับไปหาเพื่อนที่ iup อะ”

“งันเราเดินไปด้วยนะ” ตามสบายเลยค่ะ เอาเลยค่ะ โอ้ย ฝันเอยฝัน อยู่ๆก็ได้มาเดินกับคนที่แอบชอบ อ๊าก โคตรฝันเลย

“ได้สิ ยังไงก็ทางเดี่ยวกัน” มารยาไปอีกจ้า ถ้าเขารู้แผนการเนี้ยอาจจะไม่อยากคุยด้วยเลยก็ได้นะ

ฉันกับสีฝุ่นเดินคุยกันมาเรื่อยๆ แอบก้าวช้าๆ ให้ได้เดินคุยกับสีฝุ่นนานๆ เรื่องที่คุยกันก็เป็นเรื่องเรียน มากกว่าที่จะเป็นเรื่องอื่น และนั้นทำให้ฉันได้รู้ว่า คุณสีฝุ่นนั้น มาเรียนแล้วก็กลับบ้าน ไม่ค่อยอยู่ ม. ต่อนานๆ เพราะเป็นเด็กติดบ้าน ยกเว้นเวลาเพื่อนชวนกินเหล้า จ้า  ไอ้พวกติดเหล้า

“งันเราไปนะ”

“อืม บาย”

“เอาไว้บังเอิญเจอกันอีกนะ” สีฝุ่นโบกมือให้ฉัน ก่อนที่เขาจะเดินไปหาที่นั่ง

“ไงเดินกลับมาด้วยกัน” ฉันหันไปมองเฟืองกับปันที่กำลังมองฉันอยู่

“บังเอิญเจอ แล้วเขาก็มาหาข้าวกิน”

“ว๊าย ก้าวไปอีกขั้น รายงานไอ้แต้มเร็ว” ปันพูดขึ้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์

ฉันมองไปยังทางสีฝุ่นที่กำลังยืนซื้อกับข้าวอยู่ พอมองกลับไปที่โต๊ะของเขาก็มีเพื่อนมานั่กินข้าวด้วย เขามองกลับมาหาฉัน แล้วแอบยิ้มให้หน่อยๆ

โอ้ย เขิลค่ะ นี้ฉันไม่ได้ได้กำลังฝันไปใช่ไหม

ขอให้บังเอิญเจอกันแบบนี้บ่อยๆอีกนะ

 

“คิดไงชวนมากินนมว่ะแต้ม” เฟืองเอยถาม ที่พาพวกเรามากินนมในยามค่ำๆ หลังจากพากันไปร้องเกะหลังคุณแต้มเลิกเรียน ซึ่งกว่าคุณนายจะเลิกเรียนก็ทุ่มกว่า กว่าจะได้ห้องก็สองทุ่ม กว่าจะร้องเสร็จก็สี่ทุ่มไปแล้วจ้า

“ก็วันนี้น้องไปกินเหล้ากลับค่ำ” แดกเหล้าวันพุธเนี้ยนะ

“เลยชวนมากินนมรอน้อง”

“จะว่างันก็ได้” เห้อ คุณน้องไปแดกเหล้า คุณพี่เลยมาชวนเพื่อนกินนมเนี้ยนะ ว่าแต่ มันรู้ได้ไงว่ะว่าตรงนี้มีร้านนม

“รู้จักร้านนี้ได้ไงอะ อยู่ในตรอกขนาดนี้”

“มันอยู่ข้างร้านเหล้าที่มากิน” อ๋อ คือกินเหล้าเสร็จก็มากินนมต่องี่สินะ

“แดกบ่อยนะมึง” เฟืองพูดถูกใจ

“เลิกสนใจกูเถอะ ว่าแต่มึงอะฝัน เรื่องคุณมึงกับคุณฝุ่นไปถึงไหนกันแล้ว” มาอัพเดตเรื่องความเป็นแม่สื่อสินะ แม่สื่อที่หาตัวเจอยากมาก แต่กลับทำงานได้ดีมากๆ

“ก็เรื่อยๆอะมึง”

“เรื่อยๆอะไร ทุกวันนี้เขาคุยกันในไอจีบ่อยนะมึง”

“แถมเจอบ่อยด้วย” ไอ้เฟืองกับปันรีบพูดขึ้นมา ไม่ต้องมาทำเป็นอัพเดตขนาดนั้นก็ได้เพื่อน

“ก็ไม่ขนาดนั้นไหมละ” ก็จริงอยู่ที่ฉันได้คุยกับสีฝุ่นมากขึ้น ก้าวหน้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ใช่ไม่ก้าวหน้าไปไหนมากกว่าเดิมเลย นอกจากคุยกันเรื่องทั่วๆไปที่คนอื่นคุยกัน

“ซะงัน” แต้มถอนหายใจออกมา “ศุกร์นี้มีงานเปิดแยกแจกกุหลาบ ไปเดินวนกับกูมะ”

“มึงว่างหรอคะ คุณแต้ม” ฉันถามออกไป คนตารางเรียนแน่นอย่างแต้มเนี้ยนะชวนไปเดินวิดวะ

“ว่างดิ วันศุกร์กูเรียนครึ่งวัน ถึงจะมีเรียนแต่มันเปิดแยกตอนเที่ยงไหมมึง”

“เออ นั้นดิฝัน ไปเดินหน่อยๆ เผื่อได้กุหลาบ”

“เออๆ ไปก็ได้”

“ดีๆๆ” หลังจากตกลงกันว่าจะไปเจอกันที่ไหน พวกเราก็เปลี่ยนเรื่องคุยกัน จนเวลาผ่านไป ผ่านไปแบบมองนาฬิกาอีกทีคือเปลี่ยนวันใหม่แล้ว

“กลับยัง” ฉันเอยถามขึ้น

“แปบดิ น้องกูยังไม่เสร็จ”

“คุยกันต่อก็ได้ ยังไม่ดึกเท่าไหร่นิ” ปันว่า “สั่งเพิ่มไหมมึง ยังไม่อิ่มเลย” ยังไม่ดึกเพราะมันเริ่มวันใหม่แล้วสินะ

“ใช่ๆ กูยังหิวอยู่เลย” เฟืองก็อีกคน ไอ้พวกนี้ตัวแดกจริงๆ แดกเยอะแต่ไม่ค่อยออกกำลังกายกันเลย แต่ดีนะที่พวกนี้ไม่บ่นอ้วน

“อะ ตามสบาย” พวกมันหันไปสั่งอีกรอบ ก่อนที่แต้มจะเป็นคนลุกขึ้นไปสั่ง

“เห้ยมึง มีคนขอมานั่งด้วย” แต้มที่เดินกลับมาพูดขึ้น

“หืม” พวกเราร้องขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ไอ้คนที่เดินตามมาจะเอยทักทายพวกเรา

“สวัสดี เจอกันอีกแล้วนะฝัน” บอกทีว่าฉันไม่ได้กำลังฝันไป

“เห้ย นั่งๆ” ปันขยับตัวเข้าไปติดผนังมากขึ้น ส่วนแต้มก็ไปหยิบเก้าอี้มาให้กับทั้งสองคน สองคนที่ว่าคือคนที่ไอ้แต้มรอ และพวงด้วยคนที่ฉันอยากเจอ สีฝุ่นกับหมู

“ไปไหนกันมา” เฟืองเป็นคนเอยถามขึ้น

“กินเหล้าร้านข้างๆนี้ไง” หมูเป็นคนเอยตอบ “พอดีไอ้ฝุ่นมันยังไม่สร่างเมาเท่าไหร่ เห็นพวกพี่นั่งอยู่นี้พอดีเลยขอมานั่งด้วย” มาเป็นชุดเลยค่ะ แล้วนี้คือสภาพคนเมาจริงดิ

ตายังใสเดินตรงโคตรๆ แถมกลิ่นเหล้าก็ไม่แรงด้วย นี้มีการแอบดมกลิ่นคนข้างๆ กลิ่นเหล้าที่ว่าไม่แรง แต่มีกลิ่นหอมๆที่น่าจะเป็นกลิ่นประจำตัวของสีฝุ่นติดจมูกฉันมา

“กินเหล้ากันตั้งแต่กลางอาทิตย์เลยหรอ” ปันเป็นคนถาม

“เด็กวิดวะก็งี่แหละ” สีฝุ่นพูด “ฝันไม่กินเหล้าหรอ” มีการหันมาถามฉัน ไม่ค่ะฝันไม่กินเหล้า ฝันกินแต่นม

“ไม่อะ มีแต่ปันกับแต้มนู่นแหละที่กิน” ฉันตอบกลับ แล้วชี้ไปหาแต้มกับปัน ตัวแดกเหล้าประจำกลุ่ม ที่เวลาพี่ในชมรมชวน พวกนางก็ไม่เคยจะปฏิเสธ

“ปันไม่ค่อยกินนะ กินหนักๆก็แต้มนู่นเลย” อ้าว มีความโยนค่ะ

“นี้กูชวนมาแดกนมเนี้ย ไม่ช่วยลบภาพกูแดกเหล้าเลยหรอค่ะ”

“ไม่” เสียงหัวเราะดังขึ้นกลางวง แต้มแอบทำหน้ามุ้ยให้หน่อยๆ ก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่อยๆ รอให้คนที่พึ่งมานั่งใหม่สร่างเมา

“แล้วฝุ่นกลับไงนิ” เฟืองเอยถาม

“ขับรถกลับนะ” สีฝุ่นว่า “เออ ว่าแต่พวกฝันกลับกันไงนิ”

“เดี๋ยวปันกลับกับแต้ม ไปกับหมู ส่วนเรากับฝันกลับด้วยกัน” ไอ้เฟืองตอบ

“หอแถวไหนนิ”

“แถวกรมสัพอะ”

“สีฝุ่นไปส่งเพื่อนเราหน่อยสิ ยังไงก็ผ่านทางนั้นอยู่แล้วปะ” อะไรของมึงค่ะคุณแต้ม แล้วไปรู้ได้ไงเนี้ยว่าเขากลับทางไหน คุณมึงจะเผือกศาสตร์มากไปแล้วนะ

“ไม่เป็นไรหรอก คอนโดเขาอยู่แค่นี้เอง” ฉันว่า

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง”

“เออ...”

“ตกลงสีฝุ่นไปส่งฝันกับเฟืองนะ”

“ได้” ยังไม่ทันได้พูดอะไร คุณเพื่อนก็ดิวให้โดยเสร็จสัพ ถามความเห็นฉันสักนิดสิ ถามความเห็นคนต้องกลับด้วยจะได้ไหม

และสุดท้ายแล้ว สีฝุ่นก็มาส่งฉันกับไอ้เฟือง แถมมีการให้ฉันนั่งหน้ารถด้วยนะ สีฝุ่นมีการบอกว่าตั้งแต่ขับรถมานอกจากแม่แล้วก็มีฉันที่เป็นผู้หญิงอีกคนที่นั่งหน้ารถ แถมมีการเรียกฉันว่าตุ๊กตาหน้ารถด้วยจ้า ควรดีใจใช่ไหม

คนที่ชวนคุยกันส่วนใหญ่จะเป็นเฟืองกับสีฝุ่น ส่วนตัวฉันนั้นพยายามจับเส้นถนนให้ตรง ถ้าไม่ตรงเมือไหร่จะได้หันไปสะกิดบอกคนขับ แต่มันก็ตรงอย่างนั้นมาตลอดทางจนถึงคอนโดของพวกเรา

“ช่วงนี้ไม่เห็นอยู่ iup เลยนะ” อยู่ๆสีฝุ่นก็พูดขึ้น ขณะที่ฉันกำลังจะลงจากรถ ส่วนไอ้เฟืองนั้นลงรถไปยืนรออยู่หน้าตึกแล้ว

“ช่วงนี้อ่านหนังสือนะ เลยไม่ค่อยได้ไป” ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ไปนั่งเฝ้ารอสีฝุ่นเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปนั่งกินข้าวแล้วก็ไปอ่านหนังสือ ก็มันใกล้สอบแล้วนิ ถึงจะมุ้งเรื่องผู้ชายและของกินแล้ว การเรียนเราก็ไม่ทิ้งนะคะ

“อ๋อ งันเอาไว้เจอกันอีกนะ”

“อืม แล้วเจอกัน” อีกนะ

 

วันเปิดแยกแจกกุหลาบ

วันนี้พวกเราสี่คนนัดกันมากินข้าวเที่ยงที่บาร์วิดวะ คนที่มาช้าสุดก็เป็นคนนัดนั้นแหละ วิ่งหอบมาตั้งแต่ไกล พร้อมกับเสื้อช็อปสีเขียว ที่ไม่ใช่ของคณะนาง ซึ่งช็อปนั้นเป็นของคณะที่เรามานั่งกินข้าวกันอยู่ตอนนี้

“ว่าไงแต้ม มาช้าสุดเลยนะมึง” ปันพูดขึ้น

“โห้ย ใจเย็นดิ นี้พึ่งเลิกแล้วรีบมาเลยนะ” แต้มวางกระเป๋า พร้อมกับมีอาการหอบหน่อยๆ

“อะข้าวที่ฝากซื้อ” เฟืองขยับจานข้าวและก็น้ำไปหาแต้ม ซึ่งไอ้แต้มฝากซื้อไว้ เพราะเหมือนจะรู้ว่ามาช้าที่สุด

“ขอบคุณค่ะ” พวกเราสนใจกับข้าวตรงหน้ามากกว่าที่จะคุยกัน ด้วยเพราะหิวกันด้วยแหละ พอกินเสร็จก็นั่งคุยกันหน่อยๆ

“ติดโทรศัพท์นะมึง” ฉันทักแต้ม เมือเห็นสนใจโทรศัพท์มากกว่าหัวข้อสนทนา

“เพื่อนถามงานนิดหน่อยอะ”

“แล้วเราจะไปเปิดแยกตอนไหน” เฟืองพูดขึ้น ตอนนี้เที่ยงครึ่งแล้ว งานเปิดแยกเริ่มแล้ว แต่เรายังไม่ทันได้ไปเดินเลย ดอกกุหลาบหมดก่อนฉันจะงอนพวกแกนะ

“ขออีก 1 นาที ตอบงานเพื่อนแปบนะมึง” แต้มยกมือขึ้น แล้วหันไปพิมพ์รั่วๆใส่โทรศัพท์

“งานรัดตัวนะมึง”

“นิดหน่อย” แต้มว่า ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าแล้วยิ้มให้กับพวกเรา “ไปเข้าห้องน้ำไหม”

“ไป” นั้นทำให้พวกเราเดินมาเข้าห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินไปยังแยกวิศวะ

งานเปิดแยกแจกกุหลาบของวิศวะนั้น ดึงดูสาวๆที่อยากรู้จักเด็กวิศวะมาได้เพียบเลย ใช่พวกเราเองก็เหมือนกัน และยิ่งไอ้แต้มใส่ช็อปเขียวพร้อมกับตราวิศวะ ยิ่งทำให้พวกเราเป็นที่ถูกจับตามองไม่หน่อยแหละ เยอะเลย

“มาเดินงี่ มึงมีจุดประสงค์ปะแต้ม” ฉันหันไปถามไอ้แต้มที่เดินอยู่ข้างๆฉัน

“แดกเครบบาร์วิทย์”

“อะไรของมึง” คือไม่ได้อยากได้ดอกกุหลาบ แต่อยากจะมากินเครบบาร์วิทย์ เอาที่เพื่อนสบายใจเลยจ้า

พวกเราเดินมาถึงบริเวณแยกเพื่อจะเดินไปบาร์วิทย์ที่อยู่ตรงข้าม ก็มีเด็กวิศวะเอาดอกกุหลาบมาให้เฟือง แต่เหมือนคนที่ให้จะรู้จักกับไอ้แต้ม และไม่ใช่แค่คนเดี่ยวแต่เป็นทั้งแก๊งเลย เนี้ยก็อยากจะรู้นะว่าจริงๆแล้วมันเรียนเกษตรหรือวิศวะกันแน่ ทำไมมีเพื่อนวิศวะเต็มเลย

“เพื่อนเยอะนะ” ปันพูดขึ้น

“ยังไม่หมด”

“มีอีกหรอ” ฉันหันไปถาม นี้มีเรียนบ่ายต่อนะเว้ย

“อ๊ะ นั้นไง มาแล้ว” แต้มชี้ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนน มองตามมือไปก่อนที่จะเห็นหมูเดินมา และคนตัวสูงที่เดินตามหลังหมูมานั้น

“นั้นสีฝุ่นนิหวา” เฟืองพูดขึ้น

“แต้มมึงนัดสีฝุ่นหรอ” ปันถาม

“เปล่า กูแค่นัดกับน้อง” กูว่าไม่ใช่ละ “สีฝุ่นอาจจะแค่เดินลงมากับน้องกู”

“ไอ้แต้มมมม” แต้มหันมายิ้มให้ฉัน ก่อนที่เจ้าตัวจะหลบตัวออกไปหน่อยๆ และฉันถึงได้เห็นว่ามีดอกกุหลาบสีชมพูถูกยื่นมาให้ฉัน คนที่ยื่นนั้นไม่ใช่หมู แต่เป็นสีฝุ่น ฉันยืนงง

“รับสิว่ะ”

“อย่างงสิเพื่อน”

“นิ่งอีก” อ๊า อะไรของพวกมัน

“ให้ครับ” สีฝุ่นพูด พร้อมกับรอยยิ้ม “แล้วขอถ่ายรูปด้วยนะ เผื่อจะได้รางวัล”

“ว้าวว” ร้องไรของพวกมึง

“ได้” ใจเต้นแรงเหี้ยๆเลยจ้าตอนนี้ ฉันรับดอกกุหลาบมาถือ ก่อนที่จะโดนแต้มกับหมูให้หันมาถ่ายรูป และพึ่งเห็นว่าคุณทั้งสองนั้นพกกล้องมาด้วย ถ่ายเสร็จก็ดูรูปกันในกล้อง ก่อนจะกดอะไรสักพักแล้วยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปพวกเรามาให้กับสีฝุ่น

“ได้แล้ว” แต้มว่า แอบสังเกตดีๆหมูกับแต้มเหมือนใส่เสื้อคู่กันนะ ใส่เสื้อคู่ไม่พอยังถือกล้องที่มีสายคล้ายๆกันอีก น่าคิดแล้วนะเนี้ย

“โห้ยมีหนุ่มให้ดอกกุหลาบอะ อยากได้บางอะ” ปันยืนเกาะอยู่กับเฟืองเอยขึ้น “จะมีหนุ่มวิศวะมาให้ไหมนะ”

“นั้นสิ” เอาเข้าไปไอ้พวกนี้ คุณเฟืองค่ะคุณก็ได้ดอกกุหลาบแล้วนิค่ะ

“ต้องไปจีบเอาแล้วนะคะแบบนี้” แต้มพูดขึ้น ก่อนที่คุณเธอจะชี้ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนน พวกเรามองตามก่อนจะเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่ง “คนนั้นก็เด็กวิดวะนะ ปันมึงลองไปขอดิ เผื่อเขาจะให้”

“ปล่อยให้เขาอยู่บนหิ้งต่อไปเถอะมึง” ปันตอบกลับมาด้วยสายตาเศร้าๆ “อยู่อย่างพี่น้องเนี้ยแหละดีแล้ว” อ้าว ดึงดราม่าไปอีกจ้า

“เขาไม่ใช่พระนะ ส้อยลงมาได้ไม่บาปหรอกมึง” ไอ้แต้มนี้ก็ “ปะ เดี๋ยวกูพาไปทักทาย”

“ไปด้วย” เฟืองพูดขึ้น ก่อนจะเดินตามไอ้แต้มที่ลากไอ้ปันไปหาเขาคนนั้น

“น้องไปด้วย” อ้าวเห้ย...

“เห้ย ทิ้งกูเลยหรอ” พึ่งนึกได้ว่าเพื่อนกำลังจะทิ้งแล้วหนีไปอีกฝั่ง ตัวที่กำลังจะออกวิ่งตามเพื่อนไป ถูกแรงดึงไว้ และคนที่ดึงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสีฝุ่น

“ไปไหน อยู่ด้วยกันก่อนสิ” สีฝุ่นพูดขึ้น

“ไม่ตามเพื่อนไปหรอ” ฉันถาม

“อันที่จริงไม่ได้กะจะมาตามเพื่อนหรอก แต่จะมาหาฝันตั้งหาก”

“ห๊า...” มือที่ถูกจับไว้โดนแรงฉุดเบาๆให้พวกเราเดินไปพร้อมกัน “งันครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

“ก็ไม่” พวกเราเดินไปตามถนนโดยไม่มีจุดหมาย ไปทางตรงข้ามพวกนั้นที่วิ่งไป และอยู่ฉันก็อยากจะพูดเรื่องหนึ่งขึ้น

“รู้ปะ ว่าที่เจอกันบ่อยๆมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

“ก็รู้ ถ้าไม่งัน เราคงไม่ได้บังเอิญเจอกันบ่อยๆหรอก” ฉันตาโตมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เดี๋ยว!! ไปรู้มาจากไหน หรือว่า...”

“หมูกับแต้มไง” ว่าแล้ว “สองคนนั้นนะเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้เลยนะ ฝันไม่รู้ตัวหรอ”

“ใครมันจะไปรู้ เห็นแค่บอกว่าวันนี้สายบอกมาว่า...” ไอ้ชิบ งี่เขาก็รู้ดิว่าเราไปดักรอ     

“ก็ใช่ไง เราจะเผื่อเวลาลงมาช้ากว่าปกติห้านาทีเพื่อให้ได้เจอฝันทุกวันเลยนะ แต่ฝันก็ไม่มาทักเราสักที” ก็อยากจะทักแต่ไม่กล้าไง

“คนเยอะขนาดนั้นใครจะไปกล้าละ” ฉันว่า

“เราก็เลยต้องไปทักเองยังไงละ ถ้าไม่กล้าทักรักก็ไม่เกิด” ฉันเงยหน้ามองสีฝุ่นหน่อยๆ “สาวจีบหนุ่มแบบนี้ มันน่ารักดีนะ”

“รู้ปะว่าใครเป็นต้นคิดเรื่องนี้” สีฝุ่นสายหน้าให้กับฉัน “ไอ้แต้มเป็นคนคิด”

“ก็เหมือนกับหมู”

“แต่ทำไมมันสองคนถึงล่มจมด้านความรัก ไม่รู้ใจตัวเองสักที” ฉันว่าขึ้น เมือมองย้อนกลับไปมองพวกมันสองคน

“เก่งแต่เรื่องคนอื่น พอเรื่องตัวเองคงไม่เก่งแหละมั้ง” นั้นสินะ ฉันหยุดยืนอยู่กลางสะพานหันไปมองสีฝุ่นที่เดินตามมา 

“เดินช้า” ฉันว่า

“ขอพิมพ์อะไรแปบสิ”

 

ติ่ง!

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อไอจีของสีฝุ่นแท๊กไอจีของฉัน พอเปิดเข้าไปมาดูเป็นรูปของฉันกับสีฝุ่นที่แต้มกับหมูพึ่งถ่ายให้พร้อมกับแฮทแท๊ก ฉันอ่านแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับสีฝุ่น

“จริงนะ” ฉันถาม

“จริงสิ”

“ดี จะได้ไม่เหนื่อยต้องมารอทุกวัน”

“ต่อไปก็นัดเจอกันเลย เรื่องบังเอิญจะได้ถูกกำหนดได้” ฉันยิ้มให้

“ได้สิ”

ฉันตอบ สีฝุ่นเดินมาข้างๆก้มมองมือข้างหนึ่งของฉัน ก่อนที่จะกุมมือเอาไว้ รอยยิ้มน่ารักๆถูกส่งมาให้นั้นทำให้ฉันเลือกที่จะบีบมือกลับไป ก่อนที่พวกเราจะออกเดินไปพร้อมกันอีกครั้ง

 

‘บางทีความบังเอิญมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ...ขอบคุณที่กล้าจะเข้ามาจีบนะ แต่ต่อไป เราของทำหน้าที่ของคนจีบบางนะ #เปิดแยกแจกกุหลาบ’

 

แด่ ... ความรักของชายหญิง

แด่ ... เรื่องราวความรักของคนคนหนึ่ง

แด่ ... เรื่องราวที่เหมือนนิยาย

แด่ ... เพื่อน

 

ไม่กล้าทัก รักก็ไม่เกิดนะ...


- The End -


by. E'Nao

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ E'Nao จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น