คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

387

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


387

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.พ. 61 / 16:35 น.
นิยาย ...ѹ คอย...จันทร์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนนนนนนน
     
     ดีใจจุงได้กลับมาสวัสดีและทักทายอีกครั้ง ครั้งก่อนที่ลงนิยายเร่ือง "ลมหนาวและดาวเดือน" ไป ยอดวิวพุ่งกว่านิยายเรื่องอื่น ก็รู้สึกดีใจอย่างแรงมาก ดีใจจริงๆนะ ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ แต่ถ้าเม้นสักหน่อยจะรักมากเลยย ^^

     กลับมาเรื่องนี้ นิยายต้อนรับวาเรน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการนั่งเช็ดจานไป แล้วก็ดูจันทรุปราคาไป แอบเสียใจอยู่เล็กๆที่ไม่ได้เอากล้องไปถ่าย แต่ด้วยทำงานด้วยแหละ เลยเอารูปพระจันทร์ในคลังรูปมาลงแทน


     ใกล้วาเรนแล้ว ก็ขอให้มีความสุขนะ ทั้งคนมีคู่ คนโสด คนแอบรัก เราก็หวังว่านิยาย(สั้น)เรื่องนี้ จะโดนใจชาวแอบรัก เพราะเราแต่งมาจากความรู้สึกของคนแอบรัก

     ยังไงก็ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆของเราด้วยนะ ^^


อย่ามาว่าพระจันทร์เราอ้วนนะ... :)


 E'Nao

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.พ. 61 / 16:35


คอย...จันทร์

     กาลครั้งหนึ่งสมัยที่โลกมีแต่ช่วงเวลากลางคืนอันแสนมืดมิด บทท้องฟ้าสีดำสนิดมีเพียงดวงจันทร์ที่คอยส่องแสงสว่าง และดวงดาวส่องแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าเป็นเพื่อนดวงจันทร์

       เวลาผ่านไปเนินนานดวงจันทร์ผู้ส่องแสงสว่างเพียงดวงเดียวก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ ว่าตัวนั้นช่างเดียวดาย น่าสงสาร ไม่มีคนรักและอยากจะอยู่เคียงข้าง ด้วยตัวนั้นส่องแสงสว่างกลบแสงอื่นๆรอบข้างเสียจนหมด แต่ดวงดาวพากันไม่คิดอย่างนั้น ทั้งยังบอกกับดวงจันทร์

       “อย่าคิดอย่างงันสิพระจันทร์ มันต้องมีสักดวงแหละที่รักพระจันทร์ ในแบบที่พระจันทร์เป็น แม้ว่าพระจันทร์จะส่องแสงสว่างกลบเขาคนนั้นมากแค่ไหน เพียงแต่พระจันทร์ไม่รู้เท่านั้นเอง” ดวงดาวกล่าวกับดวงจันทร์

       “แล้วเขาคนนั้นอยู่ไหนละ” ดวงจันทร์หันไปถาม แต่ได้กลับมาเพียงรอยยิ้มสดใสของดวงดาว “ก็แบบนี้ตลอด” ดวงจันทร์มุ้ยหน้าใส่ดวงดาวหน่อยๆ แล้วหันหลังให้กับดวงดาว

       “ก็แบบนี้ไง พระจันทร์ถึงไม่เห็น” ดวงดาวกับตัวเอง

       วันหนึ่งที่แสนปกติเหมือนเช่นทุกวัน ดวงจันทร์และดวงดาวที่ใช้ชีวิตอยู่ตามปกติก็ถูกรบกวนด้วยแสงสว่างจากดาวดวงหนึ่ง ดวงดาวขนาดใหญ่ที่โลกแนะนำกับทุกดวงว่า

       “นี้คือพระอาทิตย์” ดวงจันทร์มองพระอาทิตย์ด้วยความหลงไหล เมือตัวได้เจอกับดวงดาวที่มีแสงสว่างเทียบเท่ากับตัว และดูเหมือนจะมากกว่าตัวดวงจันทร์เสียด้วย

       “นี้คือแสงสว่างของเรา” ดวงจันทร์กล่าวกับตัว และหันไปสนใจพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่าง ดวงดาวและโลกต่างพากันยินดี ที่ในที่สุดดวงจันทร์ก็ได้เจอกับดวงดาวที่ส่องแสงและจะอยู่เคียงข้างกันและกัน

       แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ดวงจันทร์คิด เมือพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างจนกลบความสว่างของดวงจันทร์ในช่วงเวลายามเช้า ดวงจันทร์ที่เคยลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ากลับโดนแสงสว่างกลบเสียจนหมด จะเห็นดวงจันทร์ได้ ก็ในช่วงกลางคืนเพียงเท่านั้น เพราะดวงอาทิตย์จะหลบไปอยู่หลังโลก

       ในช่วงเวลาที่ดวงจันทร์กลับมาส่องแสงสว่างกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเป็นประจำอยู่แล้วก็เอยขึ้นถาม

       “เป็นไงบางพระจันทร์”

       “พระอาทิตย์มองไม่เห็นเราเลย ดวงดาว” ดวงจันทร์ตอบกลับไป

       “สักวันหนึ่งดวงอาทิตย์ก็จะเห็นพระจันทร์เอง” ดวงดาวบอกกับดวงจันทร์อย่างงี่ทุกวัน ที่ได้เจอกัน

 

       “ไม่จริงสักหน่อย พระอาทิตย์เกิดก่อนดวงจันทร์นะ” ชายหนุ่มที่กำลังนั่งฟังอยู่ก็เอยขึ้น

       “ก็มันนิทานไหมอะ” หญิงสาวที่เป็นเล่าตอบกลับไป

       “แต่เรื่องแบนี้ก็ควรให้มันอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงไหม” คนที่กำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมอง คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ

       นิทานส่วนใหญ่ก็อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากเหมือนกัน” คำพูดติดประชดหลุดออกมาจากปากของหญิงสาว

เออก็จริง เล่ายังไม่จบเลย”

จะไปเรียนแล้ว ไม่ได้มีเรียนแต่โดนเรียนเหมือนคนบางคนนะ” ในขณะที่เก็บของไปเธอก็เอยแซะคนใกล้ตัวไปด้วย

เอ๊า ก็อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง เข้าห้องก็ไปหลับ จะไปทำไมละครับ”

จ้าา งันไปส่งหน่อยสิ” ชายหนุ่มคว้าเอาพวงกุญแจรถขึ้นมา ยื่นให้กับหญิงสาว

เชิญเลยครับ”

แน่ใจ?” เขาทำหน้าคิดเล็กน้อยก่อนจะกุมพวงกุญแจไว้

ไม่ดีกว่า เดี๋ยวไปส่ง” เขาลุกขึ้นยืน พร้อมๆกับที่หญิงสาวสะพายกระเป๋าใบโตของเธอ ก่อนออกเดินจากโต๊ะที่นั่งทำงานเมือกี้ไปยังจอดรถที่อยู่ใกล้ๆกับตึก

โห้ย ฝุ่นเยอะจัง” เธอมองรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่ มือที่อยู่ไม่สุขลูบไปยังผิวรถที่มีฝุ่นเกาะ

ก็ช่วงนี้กรุงเทพฝุ่นเยอะนะ รถก็จอดอยู่ข้างนอกโดนฝุ่นเป็นธรรมดา” ชายหนุ่มขยับรถออกมาจากที่จอด

งันเอามาจอดทิ้งไว้ที่หอสักวัน เดี๋ยวล้างให้” เธอขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซต์

หลังสอบแล้วกันนะ ช่วงนี้งานเยอะ” หญิงสาวพยักหน้าให้หน่อยๆ แต่ลืมไปว่าชายหนุ่มไม่เห็น เธอเลยเปลี่ยนเป็นร้องอืมเบาๆ “แล้วนิทานเนี้ย จะเล่าให้ฟังต่อปะ”

พรุ่งนี้ละกัน”

วันนี้ไม่ได้หรอ”

เลิกเย็น ไม่ว่างมาเล่าให้ฟังหรอก” เธอตอบ หันไปมองถนนที่ใช้เป็นเส้นทางไปยังสถานที่ที่หญิงสาวจะเรียน

ว้า ถ้าพรุ่งนี้ว่างนะ”

มีนัดกับสาวที่ไหนรึไง”

มีสิ แฟนพ่ออะ”

อ๋อ” เธอพยักหน้าให้นิดหน่อย “งันก็ต้องเป็นวันพุธสินะ”

ใช่”

วันพุธก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก” หญิงสาวตอบ ก่อนที่เธอจะเอยกับตัวเองเบาๆ “มันอาจจะยังไม่สายเกินไป ก็ได้”


ไหนว่าวันนี้มีนัดกับแฟนพ่อไง” หญิงสาวเอยถามขึ้น เมือคนที่บอกว่ามีนัดให้เธอต้องเอารถมอเตอร์ไซต์ที่ขี่กลับหอเมือตอนบ่าย มารับชายหนุ่มในตอนเย็น

ก็ไปเจอแล้ว แต่แม่รีบกลับ”

ซะงัน” เธอได้ยินเสียงอืมเบาๆมาจากชายหนุ่ม “แล้วนี้กินข้าวยังละ”

ยังเลย”

งันไปกินข้าวกันไหม?” เธอถามออกไป ทั้งๆที่จริงๆแล้วเธอพึ่งกินข้าวมา

ก็ดีเหมือนกัน ยังไม่อยากกลับแลป ขอโดดงานหน่อย” หญิงสาวส่งรอยยิ้มเล็กๆให้ “เลือกร้านเลย”

อืมม อยากเจอพี่หมี ไปร้านพี่หมีกัน” ชายหนุ่มพยักหน้าให้ “จอดรถแปบ” เธอขับรถไปจอดยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่ซึ่งเธอมักจะเอามาจอดเสมอเมือต้องมาทำธุระแถวนี้

นี้”

ว่า” หญิงสาวเก็บกุญแจรถลงกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม

เล่านิทานเรื่องนั้นต่อหน่อยสิ”

กลายเป็นคนอยากฟังนิทานตั้งแต่ตอนไหนนิ”

ก็ตั้งแต่เมือวานนี้แหละ อยากรู้ว่าตอนจบเป็นยังไงอะ เล่าให้ฟังหน่อย” หญิงสาวหัวเราะออกมา เธอหันไปยิ้มให้หน่อยๆก่อนจะตอบ

ได้สิ ว่าแต่เล่าถึงไหนแล้วละ”

เออ... ตอนที่ดวงดาวบอกดวงจันทร์ว่า สักวันหนึ่งดวงอาทิตย์จะเห็นพระจันทร์เอง”

อ๋อ ตอนนั้น โอเค งันต่อเลยนะ หลังจากนั้น...”

 

       การเกิดกลางวันกลางคืน ทำให้ดวงจันทร์ที่เคยลอยอ้วนๆอยู่บนท้องฟ้า ถูกเงาของโลกที่แสงอาทิตย์ส่องมาทำให้กลายเป็นเสี้ยวในบางคืน จนทำให้ดวงดาวเริ่มพูดกันว่าพระอาทิตย์คือแสงสว่างที่แท้จริง ดวงจันทร์คิดว่าการที่เป็นอยู่แบบนี้คงไม่ได้แล้ว

       ดวงจันทร์คิดการณ์ใหญ่ ด้วยการเอาตัวเองไปบดบังพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างมากกว่าตัวเอง เพื่อที่พระอาทิตย์จะหันมาเห็นตัวของดวงจันทร์ แต่แล้วการกระทำของดวงจันทร์ก็เหมือนไม่เกิดประโยชน์อะไร พระอาทิตย์ก็ยังคงมองไม่เห็นดวงจันทร์ ทั้งยังทำให้โลกโกธรดวงจันทร์ที่ทำให้กิจวัตรเปลี่ยนไป โลกเลยเอาตัวเองมาขั้นกลางระหว่างดวงจันทร์และพระอาทิตย์

       จนทำให้ค่ำคืนนั้น ดวงจันทร์ที่เป็นสีเหลืองนวล กลายเป็นสีแดงอิฐและหายไปจากท้องฟ้าในระยะเวลาหนึ่ง ดวงจันทร์ถึงได้รับรู้ว่าการกระทำของตัวนั้นสร้างผลเสียมากแค่ไหนให้กับโลกและดวงดาวรอบตัว จึงเอยขอโทษโลก

       ดวงจันทร์ที่เคยอ้วนกลับสูบผอมด้วยความเศร้าและเหงา เมือดวงดาวต่างๆเริ่มที่จะไม่เห็นหัว ตัวลอยเงียบๆอยู่บนท้องฟ้าไปมา มีเพียงดวงดาวดวงหนึ่งที่ค่อยพูดคุยอยู่กับดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์คลายเศร้าได้หน่อย แต่เพราะการโคจรของดวงจันทร์และดวงดาวนั้นจะได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้งในรอบเดือน  โลกมองดวงจันทร์ที่บ่นกับตัวทุกวันด้วยความเบื่อ แต่เพราะตัวเป็นดวงดาวที่ดวงจันทร์โคจรรอบ ก็ได้แต่ปลอบดวงจันทร์ผู้ที่น่าสงสารนี้

       “ดวงจันทร์ ทุกวันนี้เจ้ายังคิดว่าพระอาทิตย์คือแสงสว่างของเจ้าไหม?

       “เป็นสิ พระอาทิตย์คือแสงสว่างของเรา แต่คงไม่มีวันหรอกที่พระอาทิตย์จะหันมาเห็นดาวบริวาลเล็กๆของดาวบริวาลตัวเองอย่างเรา” ดวงจันทร์ตอบโลก

       “เจ้าก็คิดแบบนี้”

       “คิดแบบไหน?” ดวงจันทร์หันไปถามโลกอย่างสงสัย

       “ก็เจ้าคิดว่าพระอาทิตย์คือแสงสว่างของเจ้า แต่เจ้าไม่คิดเลย ฤ ว่าตัวเจ้าเองก็เป็นแสงสว่างให้กับดวงดาวดวงอื่นๆเช่นกันกับดวงอาทิตย์” ดวงจันทร์รีบตอบกลับไปทันที

       “เราเนี้ยนะ แสงสว่างของดาวดวงอื่น ไม่มีทาง เราเคยคิดว่าตัวเองสำคัญแต่วันหนึ่งเมือมีพระอาทิตย์ ดาวดวงอื่นก็ไม่สนใจเราแล้ว ใครเขาจะมาคิดถึงแสงสว่างของเราละ เรามันไม่สำคัญขนาดนั้นแล้วละโลก” โลกมองดวงจันทร์ มองบริวาลของตัว ก่อนจะชี้ออกไปยังท้องฟ้าที่เป็นสีส้มใกล้จะเปลี่ยนเป็นสีดำ

       “ดวงจันทร์เอย เจ้าลองมองท้องฟ้าสิ เจ้ามองเห็นดวงดาวที่เริ่มส่องแสงไหม ดวงดาวพวกนั้นอาจจะไม่สว่างเท่ากับตัวเจ้า แต่ดวงดาวพวกนั้นก็พยายามที่จะส่องแสงสว่างให้ได้เด่นอยู่บนท้องฟ้าเช่นเจ้า แม้จะไม่มาก แต่หากลองมองเจ้าก็จะเห็น ดาวดวงหนึ่งที่ไม่ว่าเจ้าจะสว่างมากแค่ไหน หรือมีเพียงเสี้ยว ก็จะลอยเด่นอยู่อย่างนั้น รอวันที่เจ้าหันมาเห็น” ดวงจันทร์มองหาดาวดวงนั้นตามที่โลกบอก

       “รอวันที่เราเห็นหรอ”

       “ใช่ รอวันที่เจ้าหันมาเห็น มาเห็นเขาเป็นมากกว่าละอองดาวทั่วไป แต่เห็นเขาเป็นดวงดาวที่ส่องแสงสว่างเคียงคู่กับเจ้า”

 

       ~รอสักวันให้เธอหันมา รอสักวันทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไร รอแต่เธออยากให้เธอรู้ เธอได้เข้าใจ... ~

       “รอเธอหันมา ก็มา”

       “ร้านก็เปิดเพลงได้พอดีเลย” หญิงสาวกล่าวออกมา “เข้ากับนิทานพอดีเลย”

       “ดาวดวงนั้นคือดาวอะไรอะ”

       “ไม่บอก” เธอตอบ เมือโดนถาม

       “ต้องทำให้น่าติดตามขนาดนี้เลยหรอ” เธอพยักหน้าให้ “งันเล่าต่อเลย จะได้รู้ว่าดาวดวงนั้นคือดวงไหน”

       “ไม่ดีกว่า เอาไว้เล่าพรุ่งนี้ดีกว่า”

       “อะไรอะ”

       “ลืมแล้วหรอ ว่าพรุ่งนี้นัดกันไว้อะ” ชายหนุ่มทำน่านึกนิดหนึ่งก่อนที่จะร้องอ๋อออกมา

       “อ๋อ แต่วันนี้ก็มาฟังได้แล้วนิ”

       “ก็ช่วยไม่ได้ อยากนัดไว้แล้วเอง” เขามุ้ยหน้าใส่หญิงสาวนิดหน่อย “เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปดูดาวดวงนั้นเลย ว่าเป็นดวงไหน”

       “จริงดิ” เธอพยักหน้าให้

       “สัญญานะ แล้วก็ต้องเล่าจนจบด้วย”

       “สัญญา” เธอยิ้มให้กับชายหนุ่ม

~...อาจไม่กล้าพอพูดว่าฉันรักเธอ ได้แต่บอกรักเธอเพียงในใจ ได้แต่รักเธอเพียงข้างเดียวเรื่อยไป แต่ยังไงฉันก็จะรอ ~ ** รอเธอหันมา โฟกัส จิระกุล


          กล้องพร้อมเลยนะ” หญิงสาวที่พึ่งเดินลงมาจากตึก ก็โดนทักด้วยคนที่ควบมอเตอร์ไซต์อยู่

แน่นอน” เธอตอบ “ไม่เอากล้องไปด้วยอะ”

วันนี้ไม่มีพระจันทร์อ้วนนะ”

ก็ไม่ได้กะจะเอาไปถ่ายพระจันทร์ แล้วก็เลิกว่าพระจันทร์อ้วนได้แล้ว” หญิงสาวตอบ “ไปกันเถอะ อ๋อ แวะไปซื้อข้าวโพดให้ด้วยนะอยากกิน” เธอยิ้มจนตาหยี่เป็นการอ้อนชายหนุ่ม

ได้ ครับได้” เขาตอบหญิงสาว ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากหอ ไปยังสถานที่ที่มักจะไปนั่งชมจันทร์และดูดาวกัน อ๋อ แล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อข้าวโพดให้กับหญิงสาวด้วย

จะตั้งกล้องเลยหรอ” ชายหนุ่มถาม เมือเห็นหญิงสาวหยิบเอาขาตั้งกล้องออกมาตั้ง

อืม วันนี้จะถ่ายดาวนะ ต้องตั้งกล้องไวหน่อย”

แล้วข้าวโพดละ” เขายกถุงข้าวโพดในมือขึ้น

ตั้งกล้องเสร็จค่อยกิน” เธอตอบกลับไป

งันระหว่างตั้งกล้อง เล่านิทานต่อได้ปะ” เธอหันไปมองชายหนุ่ม ที่นั่งลงข้างๆกับเธอ

ทำตัวเป็นเด็กไปได้”

ก็เด็กนะ อย่างน้อยก็เด็กกว่าใครบางคนแถวนี้”

จะด่าว่าแก่ก็บอกมาตรงๆเหอะ”

พูดเอง เออเองนะ”

จ๊ะ” หญิงสาวตัดปัญหาด้วยคำตอบง่ายๆ ก่อนที่จะก้มลงสาระวนกับการตั้งค่ากล้องถ่ายรูป

เล่าเร็ว”

แปบสิ ขอนึกก่อนว่าเล่าถึงตอนไหน”

ตอนที่โลกบอกพระจันทร์ เรื่องดวงดาว”

งันก็ต้องต่อด้วย...”

 

ดวงจันทร์หันไปมองพระอาทิตย์ ก่อนที่จะหันกลับไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวเพ่งสายตาไปยังดวงดาวมากมายเพื่อหาดาวดวงนั้นของโลก แต่แล้วดวงจันทร์ก็นึกขึ้นได้

       “โลก”

       “หืม”

       “ดวงดาวที่เจ้าว่านั้น หากมองผ่านๆก็คงคิดว่าเป็นเพียงละอองดาวเล็กๆ” ดวงจันทร์เอยกับโลก โดยที่ไม่ได้หันมามองเลยสักนิด

       “ใช่ ละอองดาวเล็กๆดวงนั้นเจ้าเห็นแล้ว ฤ” ดวงจันทร์หันมายิ้มให้

       “ใช่ ละอองดาวดวงเล็กๆ ที่เราไม่เคยสนใจเลย ทั้งๆที่เขาอยู่เพียงแค่นี้”

       ดวงจันทร์กล่าว ตัวรอคนที่จะมาเติมเต็ม รอคนที่จะมาอยู่เคียงข้าง รอคนที่มาส่องแสงสว่างเคียงข้างกับเขา โดยลืมดูแสงสว่างเล็กๆที่อยู่ใกล้ตัวของเขา คนที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอมา คนที่อยู่กับเขาแม้เขาจะเดินไปหาคนอื่น คนที่มีแสงสว่างมากกว่าตัวเองเป็นล้านๆเท่า แต่ก็ไม่ยอมแพ้และคิดว่าสักวันหนึ่งดวงจันทร์อย่างเขาจะหันมาเห็น รอวันที่หันมามองดวงดาวดวงเล็กๆดวงนี้

       ดวงจันทร์พาร่างอ้วนๆมาลอยเด่นที่เส้นขอบฟ้า รอดาวดวงเล็กของเขาลองจากขอบฟ้าขึ้นมา ดวงดาวยิ้มให้กับดวงจันทร์แล้วเอยถาม

       “เป็นไงบางพระจันทร์ วันนี้ดูสดใสนะ” ดวงดาวเอยถาม

       “เจ้าสนใจเราด้วย ฤ ”

       “ข้าก็สนใจเสมอนั้นแหละ” ดวงดาวตอบ “ว่าแต่ท่านดูอ้วนขึ้นนะ”

       “ห่วงใยเราด้วย ฤ”

       “ก็ท่านคือพระจันทร์ ข้าก็ต้องห่วงท่านอยู่แล้ว”

       “ถ้าเราไม่ใช่พระจันทร์ละ” ดวงจันทร์เอยถาม รอยยิ้มสดใสของดวงดาวถูกส่งกลับมา

       “แค่เป็นท่าน ข้าก็ห่วงแล้ว”

       “เจ้ามีความสุขไหม?”

       “แล้วท่านละมีความสุขไหม” ดวงดาวเอยถามกลับ นั้นทำให้ดวงจันทร์ต้องเอียงมองดวงดาว ก่อนที่จะตอบกลับไป

เราถามก่อนนะ”

ก็คำตอบที่ท่านต้องการมันอยู่ที่ตัวท่านนิ” ดวงดาวตอบกลับมาอย่างรวจเร็ว

       “ทำไม”

       “ก็เพราะท่านคือความสุขของข้าไง” ดวงดาวหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ ดวงจันทร์มองสายตาที่สดใสของดวงดาว สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วยใย ห่วงหา คิดถึงและ รัก

       “ท่านคือความสุข คือแสงสว่าง และคือรอยยิ้มของข้า พระจันทร์”

 

จบแล้ว”

หา จบแบบนี้ได้ไง” คนที่กำลังตั้งใจฟังถึงกับรู้สึกหงุดหงิด ที่อยู่ก็จบลงแบบไม่บอกกล่าว

คนแต่งยังไม่สามารถตอบตอนจบที่แท้จริงได้ไง”

พูดเหมือนเป็นคนแต่งเอง” หญิงสาวหันไปยิ้มน้อยๆให้กับชายหนุ่ม “อย่าบอกว่าเป็นคนแต่งนะ”

ก็ถ้าอย่างนั้นแล้วจะทำไม”

ไงแต่งจบแบบนี้ละ”

ก็อยากให้จบแบบนี้” เธอตอบชายหนุ่ม ก่อนที่จะหันไปสาระวนกับการตั้งกล้องต่อ

งี่ก็ไม่รู้สิ ว่าพระจันทร์คิดไงกับดวงดาว”

ตอนจบมันขึ้นอยู่กับคนที่ต้องการให้มันจบยังไง” เธอตอบโดยไม่ได้หันมามองชายหนุ่มเลยสักนิด “เพราะมันขึ้นอยู่กับคนฟัง ว่าจะเลือกเป็นใคร เป็นดวงอาทิตย์ที่ไม่สนใจแสงเล็กๆอย่างพระจันทร์ เป็นโลกที่รับรู้เรื่องราวของทุกคน เป็นพระจันทา์ที่ตามหาคนเคียงข้างแต่ลืมดูแสงเล็กๆข้างๆตัว หรือจะเป็นดวงดาวที่รอคอยพระจันทร์”

ลึกซึง” หญิงสาวพยักหน้าให้

อะแน่นอน ว่าแต่เจอดวงดาวที่ส่องแสงสว่างข้างพระจันทร์ยัง?” ชายหนุ่มร้องหืมออกมา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง

“ดวงดาวมีตั้งเยอะจะหาเจอได้ไง” เขาถามกลับมา

“ลองมองดูดีๆสิ ดาวดวงนั้นนะ มันอยู่ไม่ไกลเลยนะ” เธอบอกกับเขา ชายหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง เขามองไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่เห็นเลยว่าหญิงสาวกำลังยิ้มให้กับการกระทำของชายหนุ่ม “หาเจอแล้วปลุกด้วยนะ”

“โห้ย จะหาเจอไหมละ ดาวก็ไม่ได้มีน้อยๆนะ”

“ก็นั้นแหละ ทำไมโลกถึงบอกกับพระจันทร์ ว่ามีดวงดาวดวงเล็กๆรอเขาหันมามอง ทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาออกจะโดดเด่นบนท้องฟ้า แต่พระจันทร์กลับไม่เคยที่จะเห็นเลย”

“ซิริอุส ดวงดาวที่อยู่เคียงข้างดวงจันทร์ ใช่ไหม” เขาหันมามองเธอ พร้อมกับชี้ไปยังดวงดาวที่สว่างที่สุดบนฟากฟ้า รอยยิ้มเล็กๆส่งมาให้กับชายหนุ่ม

“ใช่” เธอพยักหน้าให้ “แล้วเห็นดาวที่อยู่ข้างๆน้องยัง” ประโยคหลังเธอกล่าวกับตัวเองเบาๆ ชายหนุ่มหันไปสนใจดวงดาวบนท้องฟ้า เลยไม่ทันได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูด ก่อนที่เขาจะนึกได้แล้วหันไปถามเธอ

เออ...แล้วทำไมถึงบอกว่า ตอบตอนจบที่แม้จริงไม่ได้อะ” เธอหันมามองเขาหน่อยๆก่อนจะตอบ

จะตอบตอนจบได้ มันขึ้นอยู่กับเราไง”


-The End?-




by. E'Nao

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ E'Nao จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น