คัดลอกลิงก์เเล้ว

Bad Valentines

โดย E'Nao

วาเลนไทน์ บางครั้งก็ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องราวความรักที่หวานๆเพียงอย่างเดียวก็ได้

ยอดวิวรวม

58

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


58

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.พ. 60 / 12:20 น.
นิยาย Bad Valentines Bad Valentines | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
     Hi... อันที่จริงโปรเจคนี้เขียนขึ้นในวันวาเลนไทน์ และกะจะลงในวันที่ 15 กุมภา แต่เนื่องจากชีวิตอันยุ่งๆของเรา ทำให้เราลืม และลืมยาวเลยมาจนถึงตอนนี้ จนเกือบจะสิ้นเดือนนน หือออ ถ้าไม่ใช่ว่ามีใครคนหนึ่งมาทำให้นึกขึ้นมาหรอกนะ
     หลังจากทำการอ่านซ้ำมาแล้วหลายๆรอบ ก็แน่ใจว่าพร้อมที่จะลงแล้วละ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยที่เราไม่เขียนให้มันตลกๆ ยังไงก็ฝากด้วยนะ ^^

     

By E'Nao

          ปล. อ่านจบแล้วอย่าขัดใจกับตอนจบนะ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.พ. 60 / 12:20


วาเลนไทน์

เทศกาลดอกไม้ ช็อกโกแลต บรรยากาศแห่งความรักอบอวนไปทั่วบริเวณ ทุกคนดูซาบซึ้งกับสิ่งตรงหน้า ยกเว้นฉัน

ใช่ฉันนี้แหละ ฉันคนหนึ่งที่เกลียดวันวาเลนไทน์เข้าไส้ จะบอกว่าเพราะฉันไม่มีแฟน อืม ก็อาจจะใช่ แต่มันมีเหตุผลมากกว่านั้น เหตุผลทางความรู้สึกที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มักจะเอาวิทย์มาอธิบายสิ่งต่างๆ มากกว่าความรู้สึกหรือสิ่งที่ไม่มีหลักการ

วันวาเลนไทน์ วันที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกรียติให้แก่นักบุญคนหนึ่งที่ที่ตายในวันนั้น นักบุญที่ขัดคำสั่งของพระราชาที่ไม่ให้มีการทำพิธีแต่งงาน(ตามแบบศาสนาคริสต์) นักบุญท่านนี้ก็ทำซะงัน แถมดอกกุหลาบที่เขาว่าเป็นดอกไม้ประจำวันวาเลนไทน์นั้นอันที่จริงแล้วไม่ใช่เลย ในสมัยนั้นเป็นใบมะกอกตั้งหากละ(เหมือนมงกุฏในกีฬาโอลิมปิกนั้นแหละ) เอาดอกกุหลาบมาให้กันนี้เพื่อระลึกถึงเลือดของนักบุญวาเลนไทน์งันหรอค่ะ

ฉันดูเป็นคนขว้างโลกจังเลยเน้อ เห้อ ก็คนมันโสด คนมันไม่เคยอิน ไม่สิ ต้องบอกว่าครั้งหนึ่งฉันเคยอิน แต่หลังจากนั้นวันวาเลนไทน์ก็กลายเป็นฝันร้ายสำหรับฉัน ฝันร้ายที่ฉันจะไม่มีวันลืม 

อยากรู้ละสิ มันคงต้องย้อนไปเมือหลายปีก่อน หลายปีมากๆ ตอนที่ฉันยังเป็นเพียงเด็กสาวแว่นหนาเตอะ ไม่ค่อยทันคนและชอบโดนแกล้งเป็นประจำ ตอนนั้นแหละคือเรื่องราวที่ทำให้ฉันเกลียกวันวาเลนไทน์

 

9 ปีก่อน

ฉันคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่หก ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในสักจังหวัดหนึ่งของเมืองไทย เพื่อนๆมักจะชอบเรียกฉันว่า 'ยัยแว่น' เพราะฉันมีแว่นตาเป็นอวัยวะที่สามสิบสาม ร่างกายเล็กๆตามประสาเด็กยังไม่ทันโต สะพายกระเป๋าย่ามสีน้ำเงิน ในนั้นมีหนังสือเล่มหนาๆอยู่เล่ม

ฉันมีเดอะแก๊งเป็นพวกที่ชอบถูกมองข้าม ไม่ค่อยมีใครสนใจ เพื่อนของฉันอีกสามคนก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไร ยังดีหน่อยที่ไม่ทำตัวแปลกๆอย่างฉัน

ฉันแปลกยังไงหรอ อืม ฉันเป็นเด็กไม่ค่อยพูด แต่ถ้าพูดก็คือด่า หน้าจะนิ่งๆ วันๆอยู่แต่กับหนังสือ กิจกรรมยามว่างคือการนั่งเล่นอักษรไขว้ ชอบคิดอะไรเกินตัว และที่สำคัญคือแม้งตรงเกินไป

นั้นแหละค่ะ จุดเริ่มต้นอีกอย่างที่ทำให้ฉันคิดว่าความจริงใจบางอย่างนั้น มันไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะกับผู้ชายหน้าตาดีๆ และมุกจีบหญิงเดิมๆ

วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นการเรียนอาทิตย์รองสุดท้ายก่อนที่ฉันจะจบ ป.6 ฉันก็มาโรงเรียนตามปกติ ถือดอกกุหลาบมาให้กับเพื่อนสนิดทั้งสามคน ก็เพราะไม่มีใครจะให้ และปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้ว ไม่รู้ว่าพอ ม.1 จะได้อยู่โรงเรียนเดียวกันหรือเปล่า

"ว่าไง มีดอกกุหลาบมาด้วยจะเอามาให้ใครหรอ" เพื่อนของฉันเงยหน้าขึ้นมาถาม

"ให้พวกแกนั้นแหละ อะเฟิร์น นี้ของแกแตง ส่วนนี้ของแกแก้ม" ฉันยื่นดอกกุหลาบในช่อสวยให้กับเพื่อนทั้งสามคน ก่อนจะนั่งลงตรงม้านั่งที่ว่างอยู่ ซึ่งเป็นม้านั่งที่พวกเรามานั่งกันเป็นประจำ

"คิดไงให้เนี้ย" แก้มถามขึ้นอย่างงงๆ

"ก็อยากให้นี้แหละไม่มีอะไร" ฉันยิ้มให้ ก่อนที่จะหยิบหนังสือในกระเป๋าย่ามสีน้ำเงินขึ้นมาอ่าน

"เล่มใหม่หรอ" เฟิร์นเงยหน้าจากงานขึ้นมามองฉัน ฉันเงยหน้าจากหนังสือที่ตัวเองอ่านขึ้นมองเพื่อน ก่อนที่จะตั้งให้ดูหน้าปก

"อืม พึ่งได้มาเมือวาน"

หลังจากฉันตอบ เพื่อนๆก็เลิกสนใจ หันไปสนใจงานตรงหน้าแทน

พอเข้าแถวเสร็จก็ขึ้นห้องมาเรียน  วันนี้มีการปรับตารางเรียนให้เร็วขึ้น เพราะตอนเย็นจะมีกิจกรรมวันวาเลนไทน์ ฉันค่อนข้างดีใจนะเพราะช่วงนี้ที่เรียนๆอยู่ค่อนข้างหน้าเบื่อ ก็นะใกล้จะหมดเทอมแล้วนิ

การเรียนในช่วงเช้าก็เหมือนๆเดิม แต่เรียนแปบๆก็จบคาบ ไม่นานก็ได้เวลากินข้าว ฉันกับเดอะแก๊งก็ลงมากินข้าวตามปกติ ระหว่างเพื่อนไปซื้อกับข้าวฉันก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะเหมือนกับทุกๆวัน

ฉันหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา ก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันเหนือหัวฉันไปนิดหน่อย และเงาของใครสักคนไม่สิสักกลุ่มตรงมายังที่ฉันนั่งอยู่ ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนเดินมาหยุดอยู่หน้าฉัน

"สวัสดีแว่น" ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่หล่อที่สุดในรุ่นเอยทักทาย กลุ่มใหญ่ๆกลุ่มนี้คือเพื่อนฉันเองแหละ เด็กหลังห้องที่ฉันมักจะไม่ค่อยได้ยุ่งกันสักเท่าไร เพราะถ้าให้เทียบกลุ่มฉันเหมือนดาวเคราะห์ ส่วนพวกนี้คือดาวฤกษ์

"ไรหรอ"

"เปล่าหรอก ฉันเอาช็อกโกแลตมาให้นะ" กล่องช็อกโกแลตถูกส่งมาให้ฉัน ฉันมองมันสลับกับใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างงงๆ

"ให้ฉัน" ฉันชี้หน้าตัวเองพร้อม

"ใช่" ว่าแล้วทั้งกลุ่มก็เดินจากไป พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ส่งมา ฉันมองกล้องช็อกโกแลตอย่างงงๆ 

"ใครเอาทาให้อะแว่น" แตงกวาถาามฉันขึ้นเมือทั้งสามเดินมา

"โฟเอามาให้นะ" เสียง หืม ดังมาจากคนทั้งสาม

"โฟเนี้ยนะ" ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะดันช็อกโกแลตไปให้กับเพื่อน

"อืม พวกแกเอาไปกินหน่อยสิ ฉันไม่กินช็อกโกแลตนะ"

"รู้อยู่แล้ว แว่นนะไม่กินช็อกโกแลต คนเอามาให้นี้ไม่สืบเลยสักนิด" ฉันเพียงยิ้มๆให้กับทั้งสาม

ใช่ฉันเป็นมนุษย์ไม่ชอบกินช็อกโกแลต อย่างมากที่กินก็แค่น้ำเท่านั้นแหละ

พวกเราสี่คนกินข้าวเสร็จ ก็ไปนั่งเล่นที่ม้าหินอ่อนตัวประจำที่มักจะมานั่งเล่น วันนี้โรงเรียนเต็มไปด้วยคนถือดอกกุหลาบกัน มองไปก็เจอแต่รอยยิ้มทั้งนั้น

"พี่ครับพี่ครับ" ใครบางคนเรียกฉัน ฉันหันไปมองก็เจอกับเด็กน้อย ป.4 บนเสื้อมีสติกเกอร์รูปหัวใจอยู่เต็ม

"มีไรค่ะ" ฉันถามออกไป

"มีคนฝากมาให้ครับ" ฉันรับมันมาอย่างงงๆ ดอกกุหลาบสีแดงสดในช่อจัดอย่างสวย

"ใครค่ะ" น้องชี้ไปยังกลุ่มของโฟที่ยืนไปจากตรงนี้ไม่ไกลนัก โฟยืนอยู่ข้างหน้าก็จริงแต่คนที่โบกมือให้กับเป็นเมฆ "ขอบคุณนะคะ" ฉันบอกกับน้อง แล้วน้องก็วิ่งจากไป

"ใครให้อะแว่น" เฟิร์นถามขึ้นพร้อมกับคว้าดอกกุหลาบไปดู

"เมฆอะ" เธอมองไปยังกลุ่มใหญ่ของโฟที่เดินจากไปแล้ว

"เมฆเนี้ยนะ"

"วันนี้คนที่สองแล้วนะแว่นที่มีคนให้ของ" ฉันเพียงพยักหน้าให้ ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่ถึงมาให้ของฉันในวันวาเลนไทน์

"มันคงมีอะไรแหละมั้ง ไม่ก็อาจอยากจะขอบคุณที่ฉันเป็นต้นฉบับ" ฉันคิดในแง่ดี ทั้งที่ในใจก็คิดไปต่างๆนาๆนะว่าทำไมมันถึงเอามาให้

แต่สุดท้ายแล้วฉันก็เลิกสนใจดอกกุหลาบในช่อสวย เพราะบ้านฉันมีสวนดอกกุหลาบของตัวเองนะสิ กุหลาบดอกนี้สวยในระดับเกรด B เท่านั้นแหละ ฉันหันไปอ่านหนังสือในมือต่อ

ช่วงเวลาพักเที่ยงหมดไปอย่างรวดเร็ว ฉันกับเดอะแก๊งเก็บข้าวของแล้วพากันเดินขึ้นห้องไป ห้องฉันอยู่ชั้นสี่ของอาคาร ติดกับบันไดทางขึ้นอาคาร โต๊ะเรียนของฉันอยู่ติดหน้าต่างตรงหน้าห้อง คนที่นั่งข้างๆคือแก้ม ส่วนแตงกวากับเฟิร์นนั่งอยู่ข้างหลัง

ฉันเดินเข้ามาในห้องเพียงคนเดียวเพราะอีกสามคนแวะเข้าห้องน้ำก่อน ฉันยัดดอกกุหลาบลงในกระเป๋า ก่อนที่จะหันไปยัดหนังสือลงใต้โต๊ะ แต่มือฉันกับสัมผัสอะไรบางอย่างนุ่มๆคล้ายกลีบของดอกไม้

พอดึงออกมาก็พบว่ามันเป็นดอกทานตะวันขนาดเท่าผ่ามือของฉัน มันช่างดูสดใสเหมือนพึ่งถูกเอามาวางอย่างไงอย่างงัน ฉันมองไปรอบๆห้อง แต่ก็ไม่มีใครอยู่ มองดูใต้โต๊ะก็เห็นการ์ดใบเล็กๆวางไว้อยู่ ฉันหยิบมันขึ้นมาดู

'ทานตะวันของดวงตะวัน -น-' รอยยิ้มจางๆปรากฏบนริมฝีปากของฉัน ฉันลูบกลีบของมันด้วยรอยยิ้ม 

"ทานตะวันของดวงตะวันงันหรอ" ฉันเอยเบาๆ เสียงของเพื่อนๆที่เดินมาทำให้ฉันยัดดอกทานตะวันลงไปใต้โต๊ะเหมือนเดิม

"มีไรหรือเปล่าแว่น" แตงกวามถามฉัน

"เปล่าหรอก" ฉันหันกลับไปมองกระดาน ซึ่งจังหวะนั้น เพื่อนๆในห้องกลับเข้ามาพอดี 

ตลอดช่วงบ่ายฉันนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว แต่ไม่ค่อยมีใครสังเกตหรอก เพราะฉันมักจะทำหน้านิ่งกับเพื่อนเสมอ

พอเลิกเรียนคาบสุดท้าย พวกเราก็พากันลงไปยังลานกิจกรรมของโรงเรียน ที่มีคณะกรรมการนักเรียนจัดกิจกรรมอยู่ ผู้คนเริ่มทยอยกันลงมายังลานกิจกรรมกันมากขึ้น ฉันกับเดอะแก๊งนั่งกันอยู่บนแสตนเพื่อจะได้มองลงไปยังเวทีได้ชัดๆ คนส่วนใหญ่มักจะยืนออๆกันบริเวณหน้าเวที 

"ปีนี้จะมีเซอร์ไพร์อะไรมั้ยอะ" แก้มพูดขึ้นทำลายความเงียบของกลุ่ม

"นั้นสิ ปีที่แล้วพี่บอลกับพี่ปายอะ แม้งโคตรโรแมนติกเลย" ฉันนึกตามสิ่งที่เฟิร์นกับแก้มพูดกัน

ปีที่แล้วมีเซอร์ไพร์ขอเป็นแฟนกลางเวที โดยพี่บอลหนุ่มหล่อประจำวงโย กับพี่ปายสาวสวยของวงโปงลาง

"ก็ต้องรอดู" ฉันตอบเบาๆ 

กิจกรรมส่วนใหญ่ที่จัดก็จะเป็นวงดนตรี ทั้งนั่งเล่นและวงใหญ่ มีเพลงทั้งเศร้าและอินเลิฟมาให้ฟังมากมาย ฉันกับเดอะแก๊งก็พากันร้องเพลงไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน ถึงพวกฉันจะเป็นเด็กเนิสน์ๆ แต่ก็ชอบฟังเพลงนะไม่อยากจะบอก จนใกล้เวลาที่จะเลิกพิธีกรก็ขึ้นมาดำเนินรายการ

"เอาละครับทุกคน ปีนี้เรามีเซอร์ไพร์เล็กๆน้อย จากชายหนุ่มคนหนึ่ง" งานนี้ทำให้หลายๆถึงกับอยากรู้ว่าใคร "ผมขอเชิญหนุ่มผู้กล้าของเราเลยครับ"

คนที่เดินขึ้นมาบนเวทีทำให้ฉันอึ่งหน่อยๆ ก็คนคนนี้คือเพื่อนในห้องฉันเองและก็อยู่แก๊งเดียวกับโฟด้วย เป็นเพียงหนึ่งในสามของแก๊งที่โสดอยู่ ทิศเหนือ

"นั้นเหนือนิ" แตงกวาชี้ไปยังชายที่เดินขึ้นมาบนเวที

"เหนือจะสาระภาพรักกับใครอะ" เฟิร์นพูดขึ้น

ทิศเหนือเป็นผู้ชายคนเดียวในแก๊งนั้นที่ดูอบอุ่นและนุ่มนวลที่สุด แต่เขาก็ค่อนข้างจะเป็นคนขี้แกล้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็น่ารักในสายตาของฉัน ทุกวันฉันจะชอบเดินผ่านกับเหนือในขณะที่เขาเดินออกจากห้องโยไปเตรียมบรรเลงเพลงชาติ ทุกเที่ยงฉันมักจะเห็นเขาเล่นบาสกับพวกโฟที่สนามบาส และทุกเย็นฉันมักจะเห็นเขาวิ่งรอบสนามก่อนที่ฉันจะกลับบ้านเสมอ

"สวัสดีครับคุณเหนือ" และทุกๆคนมักจะเรียกเขาว่าคุณเหนือ

"ครับ" เขารับไมค์มา ยิ้มหน่อยๆ นั้นคือจุดเด่นบนใบหน้าของเขา

"วันนี้คุณจะมาสารภาพรักกับสาวคนไหนครับ" เหมือนเขาจะถอนหายใจออกมาหน่อยๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

"กับสาวคนหนึ่งในห้องของผมครับ" เพื่อนๆของฉันกรี๊ดกร๊าดออกมากันเลยทีเดียว รวมทั้งเดอะแก๊งของฉันทั้งสามคน "เธอเป็นผู้หญิงแปลกๆคนหนึ่ง ที่มักจะพกหนังสือติดมือเสมอ ทุกครั้งที่ผมเจอเธอ ถ้าไม่นั่งอ่านหนังสืออยู่ก็นั่งแก้ปริศนาอักษรไขว้" แตงกวาที่นั่งข้างๆฉันถึงกับต้องสกิด

"แกแน่ๆเลยแว่น" ฉันหันไปยิ้มหน่อยๆให้ แล้วหันไปมองเวทีต่อ

"ทุกเช้าผมจะรอจังหวะที่เธอเดินผ่านหน้าห้องโยเดินออกไปพร้อมกับเธอ ทุกเที่ยงผมจะเล่นบาสอยู่ตรงข้ามกับม้านั่งตัวโปรดของเธอ และทุกเย็นผมจะชอบหาจังหวะวิ่งไปพร้อมๆกับเธอตอนเดินกลับบ้าน" รอยยิ้มที่เขามักจะยิ้มให้กับฉันก็ถูกส่งมา "ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอชอบผมมั้ย แต่ที่แน่ๆผมรักเธอ"

เสียงร้องกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาจากสาวๆ และเสียงร้องจากชายหนุ่ม เหนือคืนไมค์ให้กับพิธีกร ก่อนที่จะเดินลงจากเวที รับดอกไม้จากใครคนหนึ่ง ดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่เดินมายังแสตน เหนือเดินขึ้นมายังบริเวณที่ฉันยังอยู่

"แว่น" ใจฉันเริ่มเต้นแรงเมือเขาเอยชื่อฉัน "ฉันรักแกอะ" ฉันหลับตาลงขมความเขินที่มีอยู่ ฉันรับรู้ได้ว่าหน้าฉันร้อนมาก ก่อนที่ฉันจะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองสิ่งตรงหน้า เหนือยังคงยิ้มให้กับฉัน "เป็นแฟนกันได้ปะ"

"เป็นเลย"

"รับเลย" เสียงเชียร์ดังอยู่รอบๆตัวฉัน 

ฉันถามตัวเองเหมือนที่เคยถามทุกครั้ง ฉันรู้สึกกับเหนือมากกว่าเพื่อนใช่มั้ย และความคิดของฉันก็มักจะตีกันเสมอ สรุปสุดท้ายความคิดฝ่ายที่ไม่ชอบก็มักจะชนะ ทั้งๆที่ถ้าลองถามใจฉันว่าคำตอบมันจะเป็นอีกแบบ และตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้ว

ฉันเอื้อมมือไปรับช่อดอกกุหลาบช่อนั้นมาถือไว้ พร้อมกับยิ้มอย่างสดใสให้ เป็นรอยยิ้มที่ฉันมักจะไม่ยิ้มให้ใคร

"เป็นใช่มั้ย" 

"อืม" ฉันตอบเบาๆ

"อะไรนะ" เหนือถามขึ้นเหมือนไม่ได้ยิน

"อืม" ฉันตอบดังๆอีกครั้งให้เขา

"อะไรนะ" เหมือนเหนือจะแกล้งฉันอย่างงันแหละ

"เป็นก็เป็น" เสียงร้องไชโยขึ้นรอบๆตัวฉัน รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมๆของเหนือ เขาจับมือฉันเอาไว้ แล้วหันไปตะโกนบอกกับทุก

"คนนี้ไม่โสดแล้วนะ" พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังมาจากเพื่อนๆของฉัน นี้คือความรู้สึกของการมีแฟนงันหรอ

แต่นั้นก็เป็นเพียงความรู้สึกเริ่มต้น และสิ่งเริ่มต้นของเรื่องราวต่อมา และสิ่งที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตลอดกาล

พองานกิจกรรมถึงเวลาเลิก ฉันกับเดอะแก๊งก็พากันขึ้นมาเก็บของกันบนห้อง ส่วนเหนือนั้นรอฉันอยู่ข้างล่าง เพราะเขาเก็บของลงไปแล้ว ดอกกุหลาบที่ได้จากเมฆยังคงนอนอยู่ในกระเป๋าเหมือนเดิม ช็อกโกแลตจากโฟตอนนี้ก็เหลือเพียงกล่องเปล่าๆ เพราะยัยสามตัวนี้จัดการไปหมดแล้ว พอลงมาถึงข้างล่างฉันถึงนึกได้ว่าลืมดอกทานตะวันกับหนังสือไว้ใต้โต๊ะ เลยบอกเดอะแก๊งให้ไปรอที่เดิม ก่อนฉันจะเดินขึ้นห้องกลับไปเอาของ

ในห้องไม่มีคนเหมือนเดิม แต่ก็ยังคงมีข้าวของของบางคนที่ยังไม่ได้เก็บไป เพราะว่าคาบสุดท้ายเป็นคาบที่ไปเรียนที่อื่นไม่ได้เรียนที่ห้อง ฉันเอาดอกทานตะวันใส่กระเป๋าไว้ ก่อนจะลวงเอาหนังสือใต้โต๊ะ การ์ดที่มากับดอกทานตะวันตกลงพื้นฉันเลยก้มลงไปเก็บ พร้อมๆกับได้ยินเสียงของโฟมาแต่ไกล

"ไม่คิดเลยว่ะว่าจะเป็นงี่ กูนึกว่ายัยแว่นมันจะปฏิเสธเสียอีก" คำนั้นทำให้ฉันก้มตัวลงแอบฟัง

"แต่ไอ้เหนือก็เล่นละครได้โคตรเก่งเลย นี้ถ้าไม่ใช่แผนที่มึงวางไว้นะบิวกูต้องคิดว่าไอ้เหนือชอบยัยแปลกแน่ๆ" เสียงใครสักคนตอบไป

"ก็ใครจะไปรู้ บางทีไอ้เหนืออาจจะชอบยัยแว่นจริงๆก็ได้นะเว้ย ยัยนั้นนะมองดีๆมันก็สวยนะ ถ้าไม่นับความแปลกๆของมัน" น้ำตาของฉันไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งหมดนี้คือแผนงันหรอ ฉันถามตัวเอง

"ก็นะช็อกโลแลตจากกูไม่สน กุหลาบของมึงยังไม่เอา กูว่าเข้าขั้นแปลกแล้วนะ แต่ดันมายิ้มให้กับดอกทานตะวัน แม้งโคตรแปลกเข้าไป" นั้นคือเสียงของโฟ

"เออ ว่าแต่แผนต่อไปเป็นยังไงนะ"

"ก็บอกเลิกวันสายใยไงมึง"

"อีกตั้งนาน"

"ตอนนั้นเราก็จะได้วีดีโอสนุกๆไปฉายงานตอนเย็นไง นานหน่อยแต่สนุกนะมึง" น้ำตาฉันไหลเป็นสาย

"เออว่าแต่พรุ่งนี้มีการบ้านไรบางว่ะ กูยังไม่ได้ทำสักอันเลย"

"ยืมยัยแว่นลอกสิมึง มันให้อยู่หรอก" แล้วเสียงก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ ฉันนั่งกับพื้น มือปาดน้ำตาที่หยดลงมา ฟังเสียงนั้นจนกระทั้งเงียบลง

ฉันนั่งทบทวนสิ่งที่ได้ฟัง งันแสดงว่าวางแผนกันมาแล้วตั้งแต่ให้ช็อกโกแลต ดอกกุหลาบ แม้กระทั้งเรื่องขอเป็นแฟน มันคือแผนทั้งหมด แผนจากผู้ชายที่ไม่เคยจะสนใจนอกจะแกล้ง งันสิ่งที่เหนือพูดมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้ฉันรับเป็นแฟน เพียงเพื่อแค่นั้นงันหรอ

น้ำตาตกลงมากระทบมืออีกหยด ฉันปาดมาออกก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องมา และใครคนหนึ่งก็เดินขึ้นมา เหนือนั้นเอง

"เป็นไร" เขาถามฉันด้วยเสียงอ่อนโยน

"นี้ก็คือการแสดงละครอีกใช่มั้ย?" ฉันถามออกไป เหนือมองฉันอย่างงงๆ

"อะไร" 

"ก็เรื่องที่นายวางแผนกับโฟไง ฉันรู้หมดแล้วนะ" ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา "พวกนายสนุกกันมากนักใช่มั้ย" ฉันตะโกนเสียงดัง

"มันไม่ใช่อย่างงันนะ" เขาเดินเข้ามาใกล้ฉัน เอื้อมมือมาจับมือของฉันไว้ แต่ฉันสะบัดออก

"งันหรอ แล้วความจริงมันเป็นยังไงละ ฉันว่าแล้วนายไม่เคยสนใจฉันหรอก ไม่มีสักนิดเลยใช่ไมละ ทำไมต้องมาเล่นกับความรู้สึกของฉันด้วยละ พวกนายสนุกกันมาใช่มั้ย" น้ำตาที่พยายามไม่ให้กลับหลั่งออกมาเป็นสาย "ฉันได้ยินเรื่องแผนของพวกนายหมดแล้วนะ ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันมันโง่เอง" 

"ฟังกันก่อนได้มั้ย" เขาจับมือฉันในจังหวะที่ฉันกำลังจากเดินลงบันไดไป

"งันบอกความจริงมา"

"คือ มันก็เป็นแผนของคอฟ มันเป็นอย่างนั้น แต่..." 

"นายยอมรับแล้วใช่ นั้นไง ฉันไม่จำเป็นต้องฟังนายแล้วละ" ฉันสะบัดมือของเหนือ ก่อนจะก้าวเดินต่อ แต่พื้นที่รองรับเท่าฉันกลับไม่มี

"แต่ความรู้สึกฉัน..." 

"ว้าย!"

"แต้ม!"

เหนือเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันกลับจำใจความไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้คือฉันตกบันไดลงมา และสลบไป

ฉันฟื้นอีกทีก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว พ่อกับแม่และคุณหมอค่อยถามฉันว่าเป็นไร ฉันเพียงส่ายหัวแล้วขอนอนต่อ โดยไม่เห็นสภาพของตัวเอง

ฉันแขนหัก กระดูกขาร้าว หัวโนเพราะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เข้าสแกนสมองตั้งหลายรอบ นอนอยู่โรงพยาบาลเกือบสามอาทิตย์

นั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะฉันจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน อาจารย์อำนวยความสะดวกคือให้ฉันสอบที่โรงพยาบาลพร้อมๆกับเพื่อน โดยมีอาจารย์ประจำชั้นมาเป็นคนคุมสอบ ฉันยังคงจบพร้อมเพื่อน ข้าวของที่โรงเรียนเดอะแก๊งทั้งสามเก็บมาให้ฉัน งานวันสายใยฉันไม่ได้ไป และอันที่จริงต้องบอกว่าฉันไม่เคยได้เจอเพื่อนคนอื่นเลยนอกจากเดอะแก๊ง

เหนือมาหาฉันวันหนึ่ง แต่ฉันเพียงทำเป็นนอนหลับและหันหลังให้เขา เขาไม่พูดอะไรเลยจนออกไป ฉันอาจจะนับเขาเป็นแฟนของฉันก็ได้ แต่เพราะเรื่องที่ฉันได้ยินมานั้น ฉันขอไม่นับเลยจะดีกว่า

ข้าวของในวันเกิดเหตุอยู่ในห้องนอนของฉัน ฉันทิ้งช็อกโกแลตและดอกกุหลาบทั้งสองช่อนั้นทิ้งไป ส่วนดอกทานตะวันที่ไม่รู้ใครให้ฉันก็ทิ้งไว้ในห้องอย่างนั้น มีการ์ดใบหนึ่งที่เขียนคำว่าขอโทษ ฉันเดาเลยว่าต้องเป็นของเหนือ เป็นของคนอื่นไม่ได้ โฟและคนในแก๊งโทรมาหาฉันหลายต่อหลายครั้งแต่ฉันไม่เคยจะรับเลยสักครั้ง เช่นเดียวกันกับเหนือ

ฉันซึมมากหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นจนพ่อกับแม่ตัดสินใจส่งฉันไปอยู่กับอาที่อเมริกา และฉันก็ต่อไฮสคูลที่นั้น ก่อนที่จะกลับมาสอบเข้ามหาลัยตามคำของของพ่อแม่

นั้นคือสิ่งที่ทำให้ฉันเกลียดวันวาเลนไทน์ ฉันไม่เคยจะถูกับมันสักครั้งเลย เวลามีหนุ่มๆมาจีบฉันจะพยายามหลบ ไม่พูดคุย แต่อย่างน้อยก็ดีตรงที่ฉันมีเพื่อนเป็นผู้ชายมากขึ้นด้วยความที่ฉันไปเรียนที่นั้น ฉันสวยขึ้น และนั้นทำให้ผู้ชายตามจีบฉันมากขึ้น แต่ขอโทษนะฉันเกลียดทุกคนที่เข้ามาจีบฉัน

 

"ตะวัน"

"หึ" ฉันหันไปมองเพื่อนของฉันที่ตอนนี้กำลังขายดอกกุหลาบกันอยู่ ปัจจุบันนี้ทุกจะเรียกฉันว่าตะวัน เพราะตอนที่ฉันไปอยู่อเมริกาชื่อเล่นฉันค่อนข้างเรียกยาก ทุกคนเลยเอาชื่อจริงของฉันมาเรียกเป็นภาษาอังกฤษและนั้นทำให้ฉันติดแนะนำตัวว่าชื่อตะวันเสมอ ส่วนชื่อ แว่น นั้นหรอ หายไปพร้อมๆกับชื่อเล่นของฉันนั้นแหละ

"ขายใกล้หมดยัง" 

"เหลือสี่ดอกนะ" ฉันยกช่อดอกกุหลาบในมือขึ้นให้เพื่อนดู

"ฉันเหลือตั้งเยอะเลย" เพื่อนของฉันหัวเราะออกมา ตอนนี้ฉันไม่ใช่ยัยแปลกแล้ว ฉันเข้ากับเพื่อนง่ายขึ้นหลังจากไปอยู่อเมริกา

"งันฉันช่วยขายนะ" แถมพูดเยอะขึ้นด้วย

ฉันรับดอกไม้จากเพื่อนมาช่วยขาย เราขายดอกกุหลาบเก็บเงินเอาไปทำค่ายกัน เพราะงี่ฉันถึงรับมาเป็นคนขาย อย่างน้อยหน้าตาฉันก็ช่วยให้ขายได้ง่ายขึ้น

ไม่นานนักดอกกุหลาบที่เอามาก็หมด พวกเราทั้งกลุ่มก็ช่วยกันเก็บข้าวของกลับไปที่คณะ เพื่อจะได้นับจำนวนเงิน เพื่อนๆของฉันเดินนำหน้าไปก่อน ส่วนฉันมักจะเดินตามหลังเสมอ ฉันชอบมองด้านหลังของเพื่อน

สายตาของฉันมองไปยังคนที่เดินถือดอกกุหลาบไปทั่วมหาลัย คนส่วนใหญ่นั้นค่อนข้างจะมีความสุขกับวันแห่งความรักเช่นนี้ แต่ฉันก็ว่ามีไม่น้อยเหมือนกันที่ไม่มีความสุขกับวันอย่างนี้ ฉันเคยเป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้ฉันเกลียดมากกว่า และเริ่มจะเข้าขั้นคำว่าชินแล้ว

สายลมพัดผ่านร่างกายฉันไป ฉันหยุดหน่อยๆเงยหน้ารับแรงลมที่มาปะทะกับ สายลมจากทิศเหนือ พอลมหยุดฉันก็ออกเดินต่อ

"แต้ม!" 

ฉันชะงัก เหมือนใครบางคนเรียกฉัน แต่อาจจะไม่ใช่ เพราะนั้นเป็นชื่อที่ไม่ค่อยจะมีใครรู้แล้ว

"เป็นไรหรือเปล่าตะวัน" เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งหันมาถามฉัน ฉันยิ้มบางๆให้พร้อมกับตอบ

"เปล่าหรอก" แล้วเริ่มออกเดิน

 

"แต้ม!" ผมเอยออกไปโดยไม่รู้ว่าเธอคนนั้นจะใช่ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ใจของผมตลอดมาหรือเปล่า

เธอหยุดชะงักสักหน่อย ก่อนที่จะเริ่มออกเดินต่อ เธออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ผมถอนหายใจออกมา แล้วหันมองบรรยากาศรอบกาย คนดูเหมือนจะมีความสุขกันจังเลย

ผมไม่เคยมีความสุขกับวันวาเลนไทน์เลยสักครั้งหลังจากเรื่องเมือเก้าปีก่อน เรื่องที่คลายเป็นตราบาปในใจของผม ที่ทำให้ผมไม่ยอมเปิดใจที่จะรักใครอีกสักครั้ง จนเพื่อนๆผมมักจะบอกว่าผมเป็นเพลย์บอย ทั้งๆจริงแล้วมันอาจจะไม่ใช่

"เป็นไรไปว่ะเหนือ" เพื่อนของผมตบไหล่ของผม หลังจากที่ผมวิ่งนำหน้ามันมา

"เปล่าหรอกวะ"

"แล้วมึงวิ่งมาก่อนทำไม"

"เหมือนจะเจอคนรู้จัก" ผมตอบไป

"แล้วใช่มั้ย" ผมส่ายหัวให้

นานแล้วที่ผมตามหาแต่ไม่เคยเจอเลยสักครั้ง เธอคนนั้นตัดผมออกจากวงโคจรของเธอ เธอหายไปไปเรียนต่อถึงอเมริกา และผมก็ไม่เคยได้ข่าวของเธออีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ผมผิดแหละที่ทำตามแผลของคอฟ แต่หนึ่งสิ่งที่ไม่เคยเป็นไปตามแผนเลยคือ ความรู้สึกของผม ผมรู้สึกกับเธอจริงๆ รักเธอจริงๆ และสิ่งที่ผมพูดกับเธอในวันนั้นเป็นเรื่องจริง แต่เธอก็ไม่เคยได้ฟังความจริงจากผมเลย

"เออนี้มึงรู้เปล่าเด็กภาคฟิมีคนหนึ่งโคตรสวยเลยวะ" เพื่อนผมเอยขึ้น และมันก็เริ่มพากันเข้าเรื่องนี้ บอกว่าเธอเป็นนักเรียนนอก ไม่มีแฟน มีคนจีบตั้งเยอะแต่ก็ไม่ยอมตกลงกับใครสักคน เป็นคนเงียบๆหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับมาก

"นี้ๆ กูไปได้รูปเขามาแหละ" เพื่อนผมคนหนึ่งกล่าว พร้อมกับหันโทรศัพท์มาให้พวกผมดู

"แจ่มมากว่ะ" ผมกะจะไม่ดูแล้ว แต่ก็แอบๆอยากจะเห็น แต่พอได้มองรูปนั้นถึงกับทำให้ผมต้องรีบคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนมาดูชัดๆ

"เป็นไรไปว่ะเหนือ" เจ้าของโทรศัพท์ถามผม

"คนนี้ใคร" ผมถามออกมา จ้องมองรูปถ่ายในโทรศัพท์นั้น

"ตะวัน เด็กภาคฟิ"

"ตะวันงันหรอ"

"อืม" 

ผมตามหาเธอเจอแล้ว เจ้าของหัวใจของผม เจ้าของรอยยิ้มอันสนใส ผมตามหาเธอเจอแล้ว เธอยังคงเป็นดวงตะวันที่สดใสเหมือนเมือเก้าปีก่อนไม่มีผิด

"แต้ม"

 

งานฉลองวันวาเลนไทน์ภายในมหาลัยทำให้ฉันจำเป็นต้องมาตามที่เพื่อนลากมา คนในงานค่อนข้างเยอะ เพื่อนอยากจะดูการแสดงวงดนตรีของคณะต่างๆเลยพาฉันขึ้นมานั่งบนแสตน

"อยากกินอะไรมั้ยตะวัน" เพื่อนที่ลากฉันมาถามขึ้น

"ไม่ละ ฉันยังไม่หิว" ฉันตอบไป ก่อนที่เพื่อนจะทิ้งให้ฉันเฝ้าของแล้วเดินไปหาของกิน

ฉันนั่งมองงานจากมุมสูง ผู้คนค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่มักจะมากันเป็นคู่ แต่ก็มีคนมาคนเดียวเยอะอยู่เหมือนกัน แสงสีเสียงค่อนข้างเหมือนๆงานวัด แต่มีลูกโป่งสีชมพูกับดอกไม้มากกว่า

"พี่ครับ" ใครบางคนเรียกทำให้ฉันต้องหันไปมอง

"ครับ"

"มีคนฝากให้ครับ" เด็กน้อยน่าจะมัธยมยื่นดอกทานตะวันให้กับฉัน ฉันรับมาอย่างงงๆ

"ขอบคุณครับ" ฉันตอบ เด็กคนนั้นก็วิ่งไป ดอกทานตะวันขนาดเท่าฝ่ามือของฉัน มันดูสดใสมากๆ ตรงใบมีการ์ดใบหนึ่งห้อยอยู่ ฉันเปิดการ์ดนั้นดู

'ทานตะวันของดวงตะวัน -น-'

ภาพของการ์ดเมือเก้าปีของใครสักคนฉายขึ้นมาในหัวของฉัน ตอนนั้นเขาคนนั้นเขียนแบบนี้ ใครสักคนที่ส่งดอกไม้ที่ฉันชอบมาให้ ดอกทานตะวัน

ฉันมองไปรอบๆ เผื่อจะมีใครสักคนส่งยิ้มมาให้กับฉันแต่ก็ไม่มี ฉันเลยเก็บดอกไม้อันมีชื่อเดียวกับฉันลงในกระเป๋าผ้าของฉัน แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน รอเวลาเพื่อนกลับมา

ไม่นานนักเพื่อนของฉันก็เดินกลับมา พร้อมๆกับที่วงดนตรีเริ่มขึ้นแสดง ท้องฟ้าเริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีดำ อาการเริ่มเย็นขึ้น 

"เอาละครับ ต่อไปจะเป็นกิจกรรมสารภาพครับ" พิธีกรดำเนินรายการขึ้นมากล่าว

"สารภาพอะไรหรอค่ะ" พิธีกรคู่กันนั้นหันไปถาม

"สารภาพความในใจไงครับ คุณบีมเคยได้รับเซอร์ไพร์จากใครไหมครับ"

"เคยสิค่ะ เซอร์ไพร์วันเกิด"

"มันจะมาเซอร์ไพร์อะไรกันบนเวทีวะ" เพื่อนสาวใจหญิงของฉันเอยขึ้น

"มาดูคนบอกรักกันเนี้ยนะ น่าเบื่อ" สาวโสดแบบสนิดประจำกลุ่มของฉันว่า

"ดูๆไปเถอะ ไม่นานหรอก" ฉันกล่าวออกไป อยากรู้จักว่ามันจะมีใครโดนเซอร์ไพร์แบบฉันมั้ย เซอร์ไพร์ที่จะไม่มีวันลืม

"ขอเชิญพี่เหนือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ครับ" เสียงปรบมือดังขึ้น ชายคนหนึ่งในชุดนักศึกษาสวมด้วยเสื้อชอปเดินขึ้นมาบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดได้จากทั้งคนข้างล่างและเพื่อนของฉัน

ฉันมองใบหน้าของผู้ชายคนนั้นช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ฉันเคยเจอผู้ชายคนนี้มาก่อนหรือเปล่า แต่อาจจะไม่หรอกมั้ง 

"วันนี้พี่เหนืออยากจะสารภาพอะไรครับ" พิธีกรชายถาม

"ความผิดจากการบอกร้กผู้หญิงคนหนึ่งครับ"

"ยังไครับ"

"ย้อนไปเมือหลายปีก่อน ผมเคยเซอร์ไพร์ผู้หญิงคนหนึ่งครับ เซอร์ไพร์ในงานโรงเรียนตอนกิจกรรมวันวาเลนไทน์นี้แหละครับ" ผู้ชายคนนั้นหยุดพูด

"ยังไงครับ"

"เรื่องทั้งหมดมันคือการวางแผนมาก่อนหน้านั้น ผมสารภาพไปทุกคนอาจจะเกลียดผม แต่กรุณาฟังให้จบนะครับ ตอนนั้นเพื่อนผมอยากจะแกล้งเธอ เลยทำเป็นจีบ ซึ่งในกลุ่มของผมมีคนโสดเพียงสามคน สองคนแรกตามจีบแล้วเธอไม่เล่นด้วย พอตาผมเธอยิ้มให้กับสิ่งที่ผมให้ และนั้นก็ทำให้ผมเป็นคนต้องไปของเธอเป็นแฟน เหตุการณ์ที่ทุกคนคาดเดาคือเธอไม่น่าจะรับเป็นแฟน และพวกผมจะทำการหักหน้าเธอกลางงาน"

"ถ้าเธอรับละค่ะ"

"ก็เล่นบทเป็นแฟนแล้วเอาเรื่องราวของเธอไปเฉลยในวันสายใยของโรงเรียน"

"เลว" เสียงตะโกนดังขึ้น

"แม้งเหี้ยเน้อ" เพื่อนของฉันว่า

"เขาขอความกรุณาฟังให้จบปะวะ" เสียงของเพื่อนถูกกลืนหายไปเมือเขาคนที่อยู่บนเวทีนั้นพูดต่อ

"แล้วยังไงครับ" พิธีกรถามอย่างอยากรู้

"เธอตอบตกลงครับ ตอนนั้นผมดีใจมาก เพราะถ้าถึงวันสายใยแล้ว ผมจะบอกว่ากับเธอว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นแผน แต่ยังไม่ทันไร เธอดันไปยินเพื่อนของผมพูด และตอนนั้นเธอโกธรมากจนตกบันได เข้าโรงพยาบาลกว่าสามอาทิตย์ เธอไม่เคยพูดกับผมอีกเลยจนผ่านมาตอนนี้"

"สมควร" เสียงของคนที่ฟังอยู่พูด แต่กับใจของฉันนั้นไม่คิดอย่างนั้น ผู้ชายคนนี้คือเหนือ เหนือคนนั้นคนที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป

"แต่จะไม่อะไรมากนะครับ ถ้าความรู้สึกของผมมันไม่ใช่ของจริง" เหมือนมีอะไรปักลงกลางอกของฉัน เหมือนตอนนั้นที่เขาพยายามจะบอกอะไรกับฉัน แต่ฉันไม่ยอมฟัง

"พี่เหนือรักเธอ"

"ครับ ผมรักเธอ ผมแอบรักมานานแล้ว เธอเป็นสาวแปลกในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับผมไม่ เธอชอบอ่านหนังสือและเล่นอักษรไขว้ มาโรงเรียนสาย นั่งม้าหินตัวเดิม และกลับบ้านเย็น เธอแปลกในสายตาคนอื่นแต่เธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักสำหรับผมเสมอมา เธอจริงใจ และมีรอยยิ้มที่สวย ผมไม่เคยได้บอกความจริงเธอเลยสักครั้ง แต่มันก็สมควรแล้วละครับ"

"ถ้าสมมุติเขาอยู่ตรงนี้ พี่เหนืออยากจะบอกอะไรกับเขาไหมค่ะ" เหนือถอนหายใจออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ฉันว่าอย่างนั้น เพราะฉันเห็นรอยยิ้มของเขาหน่อยๆ ก่อนที่จะหันกลับไปมองพิธีกรทั้งสอง

"เขาอยู่ตรงนี้แหละครับ" เสียงวีดวายดังขึ้นรอบตัวของฉัน

"ใครว่ะ" คนที่นั่งติดฉันพูดขึ้น

"คนตั้งเยอะจะเจอมั้ยว่ะ"

"ผู้หญิงแม้งต้องรู้ตัวแน่ว่ะ" ใช้ ผู้หญิงคนนั้นรู้ตัว ฉันนี้แหละรู้ตัว

"ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆนะแต้ม" ชื่อเล่นของฉัน ชื่อเล่นที่ถูกลืมไปแล้ว เขาคนนี้ยังจำได้ ชื่อของฉัน 

"ใครชื่อแต้ม" เพื่อนของฉันพากันหันมาถาม

"ไม่รู้สิ"

"ขอโทษที่ตอนนั้นทำแบบนั้น ขอโทษจริงๆ แม้ว่าเรื่องในตอนนั้นจะเป็นเรื่องหลอกลวง แต่ความรู้สึกและคำพูดของเรามันคือของจริง แต้ม ขอสักครั้งนะสักครั้งให้เราได้บอกเธอ เรายังคงรักเธอ รักเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยน ดอกทานตะวันดอกนี้ยังคงเป็นของเธอนะ ขอโอกาสให้ผู้ชายคนนี้ได้ไหม?" 

ฉันหยิบเอาดอกทานตะวันสีเหลืออ่อนขึ้นมาจากกระเป๋าผ้า ดอกไม้ที่เหมือนกันกับคนบนเวทีที่ถืออยู่ เขาเป็นเจ้าของดอกทานตะวันดอกนี้และดอกนั้นงันหรอ

 

"ตะวัน" เสียงรอบตัวเธอดังขึ้น คนหันมามองหญิงสาวนามว่าตะวันกันเป็นตาเดียว เมือทุกคนหันมามอง คนถือสปอร์ตไลท์เลยหันไปที่หญิงสาวที่ถือดอกทานตะวันอยู่

เสียงคนพูดกันไม่ได้เข้าหูของหญิงสาวเลยสักนิด เธอมองดอกทานตะวันในมือสลับกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนเวที

"ขอเชิญได้ไหมครับ" พิธีกรเอยเรียก เธอเหมือนจะยังไม่ทันได้ตั้งสติดีเท่าไรก็โดนเพื่อนชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆลากลงมาพร้อมกับดอกทานตะวันดอกนั้น ส่งตรงขึ้นมายังบนเวที

"คุณแต้มใช่มั้ยครับ" พิธีกรเอยถาม เธอเงยหน้าขึ้นมอง ถอนหายใจก่อนจะค่อยตอบ

"แต้ม นั้นเป็นชื่อที่น้อยคนจะเรียก ทุกวันนี้เพื่อนมักจะเรียกว่าตะวันมากกว่า" เธอตอบ

"งันคุณตะวันครับ ตอบคำถามของคุณเหนือได้มั้ยครับ"

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม เธอไม่รู้จะตอบเขายังไง หัวใจของเธอนั้นเต้นแรงเสียจะหลุดออกมา เช่นเดียวกันเขาเองก็ใจเต้นกับสิ่งที่จะได้ยินจากปากเธอ เขาทำเรื่องร้ายๆกับเธอไว้มากมาย ถ้าโดนปฏิเสธก็ไม่เสียใจอย่างน้อยๆ เธอก็ยอมพูดกับเขา และเขาได้ขอโทษแม้ว่าเธออาจจะไม่ยกโทษให้ก็ตาม

เขาเงยหน้าขึ้นสบตาของเธอ คนรอบข้างต่างลุ้นเสียว่าหญิงสาวจะตอบยังไง พอเจ้าของร่างขยับพร้อมยื่นดอกทานตะวันคืนให้กับเขา ชายหนุ่มถึงกับใจแป้ว และยิ้มเมือเธอเอยประโยคแรกหลังจากที่ไม่ได้คุยกันถึงเก้าปีมา

"เรา..."



By E'Nao

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ E'Nao จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น