[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 ความรู้สึกประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 7 ความรู้สึกประหลาด

 

 

จิลไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันยังไม่ตาย แถมยังไปเอาอาวุธชิ้นใหม่มาล่าเธอราวกับมีคลังอาวุธอยู่แถวนี้ให้มันเข้าไปหยิบออกมาได้ตลอดเวลา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ต้องขบคิด ตอนนี้เธอรีบวิ่งเข้าไปทางตรอกฝั่งตรงข้ามของถนน อีกทั้งยังต้องคอยระวังหลัง หลบจรวดที่มันยิงออกมาอย่างไม่รู้ทิศทาง

เสียงจรวด rocket launcher ถูกยิงออกมา แต่จิลหลบได้ทัน จรวดลูกนั้นพุ่งไปชนอาคารด้านข้างทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้นบอกให้รู้ว่ามีคนส่งสัญญาณติดต่อมาหาเธอ จิลหยิบมันขึ้นมากดรับอย่างทุกลักทุเลทั้งยังต้องวิ่งหนีมันที่ยิงจรวดตามหลังมา 

[จิลเป็นไงบ้าง?!] คาร์ลอสถามอย่างตื่นตระหนก เป็นเพราะเสียงระเบิดนั่นทำให้เขานึกเป็นห่วงหญิงสาวขึ้นมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอรึเปล่า จึงรีบติดต่อเธอทันที

“คาร์ลอส ไอ้บ้านั่นตามฉันมาอีกแล้ว!” 

[อะไรนะ?! นึกว่าฆ่าไปแล้วซะอีก]

“ก็นึกว่าฆ่าไปแล้วเหมือนกัน” จิลลดมือที่ถือวิทยุสื่อสารลง ตรงหน้าเธอเป็นถนนหลักที่ถูกบล็อกเส้นทางโดยรถยนต์ทำให้เธอไม่สามารถไปทางนั้นได้ ด้านขวามือเป็นนั่งร้านอยู่ข้างกับอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ เธอจึงรีบวิ่งขึ้นไป เส้นทางที่เธอมองเห็นจากด้านบนเป็นเส้นทางที่เธอคุ้นเคย มันคือทางไปสถานีรถไฟ อีกไม่กี่ช่วงถนนเธอก็จะถึงสถานีแล้ว แต่ไอ้บ้านั่นกำลังตามเธอมา เธอจะพามันไปที่สถานีอีกไม่ได้ 

ตู้มม!

เสียงจรวดที่ถูกยิงออกมาดังขึ้นตามหลังพร้อมกับวิทยุสื่อสารในมือที่ส่งเสียงออกมาอีกครั้ง จิลรับสายพลางคิดเส้นทางที่จะวิ่งหนีไปทางอื่นอีกครั้ง 

[จิลยังอยู่มั้ย?! ผมรู้แล้วว่าจะถ่วงมันได้ยังไง รีบกลับมาที่สถานีเร็ว!]

“ลากมันไปหานายน่ะนะ?!” จิลถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

[เชื่อใจผมเหอะน่า!] คาร์ลอสตัดสัญญาณไป จิลไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องวิ่งกลับไปที่สถานีตามที่คาร์ลอสบอก เธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่หวังว่าแผนของเขาจะได้ผลนะ

เส้นทางเส้นเดิมที่พาเธอไปยังสถานีรถไฟ รอบข้างเต็มไปด้วยเศษซากอาคาร รถยนต์ที่จอดทิ้งไว้เรียงราย และไฟที่ลุกท่วม สัตว์ประหลาดตัวนั้นยังตามเธอมาติดๆ เมื่อเธอเลี้ยวไปตามซอย ซึ่งเป็นซอยที่จะพาเธอไปยังทางออกข้างสถานีรถไฟ เธอก็เจอกับคาร์ลอสที่ยืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว

“จิล ทางนี้!” เขาตะโกนเรียกเธอก่อนจะออกวิ่งไปทางขวา หญิงสาวเร่งฝีเท้าวิ่งตามคาร์ลอสไปติด ๆ พร้อมกับสัตว์ประหลาดที่ตามหลังเธอเข้ามาใกล้ขึ้น 

ตู้มมม!

เสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อจิลวิ่งผ่านทางหัวมุมตึก เป็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นที่โดนกับดักระเบิดของคาร์ลอส  แรงระเบิดนั่นทำให้มันกระเด็นออกไปชนรถบรรทุกที่จอดชนกำแพงอยู่ จิลหันหลังกลับไปมองสถานการณ์ตรงหน้าให้ชัด เมื่อเห็นว่ามันแค่ซวนเซไปก็ยังไม่เบาใจ

“ไปเร็ว!” คาร์ลอสเข้ามาดึงแขนเธอให้ออกวิ่ง ทำให้เธอต้องหันกลับมายังเส้นทางหลัก ตรงหน้าเธอคือทางเข้าสถานีรถไฟ จึงรีบวิ่งเข้าไปในนั้น พร้อมกับกดปุ่มปิดประตูเหล็กม้วนลง คาร์ลอสใช้ไรเฟิลยิงใส่มันรัวเพื่อยื้อเวลา แล้ววิ่งตามจิลเข้าไปในสถานีก่อนที่ประตูเหล็กม้วนจะปิดลงสุด เขาไม่ลืมที่จะยิงปืนนัดสุดท้ายเข้าไปที่รถบรรทุกถังน้ำมันซึ่งจอดอยู่หน้าสถานี เสียงระเบิดลูกใหญ่ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้คาร์ลอสล้มลงพอดีกับที่ประตูเหล็กม้วนเลื่อนปิดจนสุด

ทุกอย่างเงียบลง จิลยื่นมือไปหาคาร์ลอสที่ล้มอยู่ เขาจับมือเธอแล้วลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งมุ่งหน้าไปยังทางลงสถานีรถไฟ

“รีบออกไปจากที่นี่กัน” เขาไม่รอช้าวิ่งเหยาะ ๆ ลงบันไดแคบเพื่อนำเธอ จิลตามเขาไป นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องบอกว่าเขาช่วยเธอไว้อีกแล้ว

“คาร์ลอส ฉันรู้ว่าเราอาจเริ่มต้นไม่ดีเท่าไหร่ แต่ขอบคุณนะที่ช่วยชีวิตฉันไว้” หญิงสาวแม้จะดูถือตัวแต่ไม่ใช่คนปากหนัก ถ้าไม่ได้เขามาช่วยไว้เธอคงคิดไม่ตกว่าจะสลัดมันออกไปยังไงดี รู้สึกผิดขึ้นมาที่ตอนแรกนึกอคติกับเขา แถมยังด่าเขาอีก

“เฮ้ คุณช่วยผมก่อนนี่ คุณกล้าหาญกว่าผมเยอะ” จิลทำหน้าไม่ถูกที่ถูกเขาชมกลับมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็พูดชมเธอออกบ่อยแต่ทุกครั้งเธอล้วนรู้สึกเหมือนเขาแอบกวนประสาทเธออยู่ น่าแปลกที่ครั้งนี้ดูเหมือนมีอะไรเปลี่ยนไป เธอรู้สึกไหววูบที่หัวใจขึ้นมา

“ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องรีบพาคนออกไปจากเมืองนี้” จิลกล่าวเมื่อคาร์ลอสวิ่งนำเธอไปถึงหน้าทางลงรถไฟที่เธอมุดออกมาจากประตูเหล็กเพื่อล่อสัตว์ประหลาดตัวนั้นในก่อนหน้านี้ ประโยคนี้ดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนเรื่องกลายๆ เป็นเพราะเธอไม่อยากรู้สึกแปลกๆขึ้นในใจอีกครั้งต่างหาก

“แน่นอน คุณต้องปลอดภัย” นี่เป็นอีกครั้งที่คาร์ลอสกล่าวออกมาน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความรู้สึกบางอย่าง จิลรู้สึกฉุกใจขึ้นมา เขาพูดราวกับว่าเป็นห่วงเธออีกแล้ว เธอคงไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยนะ

“แล้ว...นายจะเอายังไงต่อ?”

“ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้ไปด้วยนะ” หลังจากที่ชายหนุ่มกดปุ่มเปิดประตูเหล็กม้วนนั่นแล้วจึงหันกลับมาตอบเธอ ประตูเหล็กม้วนค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ

“ทำไมล่ะ?” 

“มีคำสั่งใหม่เข้ามาน่ะ แต่ถ้ามันช่วยเมืองนี้ได้ ผมทำได้หมดแหละ” ประตูเหล็กม้วนเปิดขึ้นแม้จะยังไม่เปิดจนสุด แต่ก็สูงพอที่คนจะเดินผ่านเข้าไปได้ คาร์ลอสรีบเข้าไปข้างนั้นอย่างไม่รอช้า ราวกับว่าไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีในการเตรียมตัวรับคำสั่งใหม่ที่ว่า

จิลมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่วิ่งนำหน้าเธอ เหมือนความรู้สึกบางอย่างที่ถูกจุดขึ้นมาแต่แล้วอยู่ๆก็ถูกดับลงไปอย่างรวดเร็วด้วยคำพูดของคนๆเดียวกัน เป็นความรู้สึกประหลาดที่เธอบอกไม่ถูก 

เธอรู้สึกดีที่เขาตั้งใจทำเพื่อเมืองนี้อย่างจริงใจ เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่นั่นก็หมายความว่าหลังจากนี้เธอคงจะไม่ได้เจอเขาแล้ว เธอออกจากเมืองนี้ไป เขาก็ไปทำตามหน้าที่ของเขา คนสองคนต่างแยกกันอยู่บนคนละเส้นทางอย่างเห็นได้ชัด 

ระยะทางจากข้างนอกมาถึงตัวรถไฟก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เธอรู้อยู่แล้วแต่ทำไมครั้งนี้ดูเหมือนระยะทางนั้นมันจะสั้นลงกว่าเดิม เมื่อใช้เวลาแค่ไม่นานเธอก็มาถึงบันไดที่ลงไปถึงตัวรถไฟ ทั้งที่เธอยังเรียบเรียงคำถามในใจที่อยากจะถามเขาไม่ได้เลย

จิลลงมาถึงชั้นล่างสุดตามหลังคาร์ลอสเห็นมิคาเอลที่กำลังยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ทั้งสองคนนั้นยืนหันหลังให้เธอ แต่เหมือนมิคาเอลรู้ถึงการมาถึงของเธอ เขาหันหน้ากลับมาใบหน้าเปื้อนยิ้มบาง ๆ เอ่ยทักทาย

“ไง ทำได้ดีมาก สมกับชื่อเสียงของคุณจริงๆ” ใบหน้าเขาดูชื่นชมเธอจากใจจริง 

“ขอบคุณ” จิลกล่าวรับเรียบๆ สายตามิคาเอลมองไปที่รถไฟที่จอดอยู่ข้างๆก่อนจะมองกลับมายังเธออีกครั้ง

“เข้าไปเลย รถไฟกำลังจะไปแล้ว” มิคาเอลกล่าวจบก็หันไปหานายทหารในสังกัดตัวเองอีกครั้ง เพื่อคุยเรื่องงาน จิลก้าวขาจะเข้าไปในรถไฟแต่แล้วก็ชะงักเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“คาร์ลอส ไทเรล คำสั่งใหม่คือกลับเข้าไปในเมืองแล้วตามหานาธาเนียล บาร์ด” มิคาเอลกล่าวคำสั่งใหม่กับคาร์ลอสและไทเรลที่ตั้งใจฟัง จิลจำหน้าคนที่ชื่อไรเทลขึ้นมาได้ เขาคือทหารคนที่เดินออกมากับนิโคไลน์ในตอนนั้นนั่นเอง 

“รถไฟนี้ไม่ใช่เที่ยวสุดท้ายใช่มั้ย?” จิลโพล่งถามขึ้นมา เรียกความสนใจจากทั้งสามคนให้หันมามองที่เธอ

“ไม่ต้องห่วง พอส่งทุกคนอย่างปลอดภัยแล้วรถไฟจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง” มิคาเอลตอบ เขาเข้าใจความหมายที่เธอพูดดี

“คุณล่วงหน้าไปก่อนเลย ผมไม่ปล่อยให้คุณอยู่ในโลกโหดร้ายที่ไม่มีคาร์ลอสหรอก” คาร์ลอสกล่าวติดตลก แต่อีกนัยน์ก็แอบหยอกเย้าคนถาม เมื่อเห็นว่าจิลไม่ได้มีท่าทีไม่ชอบใจเขาเหมือนก่อนหน้านี้ อีกทั้งประโยคที่เธอถามนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นห่วงเขาอยู่กลายๆ จึงทำให้กล้าที่จะหยอดด้วยมุขนี้

“โอเค” จิลแทบกลั้นใบหน้ายิ้มขำไว้ไม่มิด เธอรีบเข้ามาในรถไฟเพื่อไม่ให้เขาเห็นสีหน้า ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาเป็นหนุ่มเจ้าคารมจริงๆ ไม่ผิดกับที่คิดไว้ในตอนแรก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่เขาช่วยเธอไว้ น้ำเสียง หรือใบหน้าที่มีเสน่ห์นั่นทำให้เธอรู้สึกแอบใจเต้นกับประโยคนั้นขึ้นมาได้

เสียงปรบมือดังขึ้น หญิงสาวมัวแต่นึกถึงเจ้าของประโยคที่ทำให้เธอใจเต้นโดยไม่ได้สังเกตว่าบนตู้รถไฟคันนี้มีชายอีกคนอยู่ด้านในด้วย เมื่อหันไปยังต้นเสียงก็พบนิโคไลน์ที่ปรบมือให้เธอช้าๆ เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตูที่เปิดอยู่ด้วยท่าทีสบาย แต่สายตายังคงจิกกัดเธออยู่ไม่วาง

“เห็นมั้ย? เธอเรียนรู้แล้วนี่ว่าชีวิตเดียวที่สำคัญคือชีวิตตัวเอง” นิโคไลน์พูดขึ้น 

“ฉันไม่เหมือนนาย”  จิลกลอกตา ไม่ทันที่เธอและนิโคไลน์จะได้ต่อปากต่อคำกันอีก มิคาเอลก็เดินขึ้นขบวนรถไฟมา พร้อมกับส่งสัญญาณให้รถไฟออกตัวได้ ถือว่าดีที่เขาเข้ามาได้ทัน ไม่งั้นตอนนี้ทั้งสองคนคงทะเลาะกันไปมากกว่านี้แล้ว เธอน่ะไม่อยากจะพูดอะไรหรอก แต่อีกฝ่ายนี่สิเหมือนหมากัดไม่ปล่อย 

รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวออกช้าๆ ความรู้สึกหงุดหงิดใจจากนิโคไลน์หายไปเมื่อสายตาของหญิงสาวมองออกนอกรถไฟไปยังนายทหารหน้าคม พอดีกับสายตาของคนที่ถูกมองสบเข้ากับเธอพอดี สายตาสองคู่ประสานกัน ไม่มีคำพูดใดสื่อสารออกมา นอกจากความรู้สึกที่ส่งผ่านแววตาโดยมีกระจกใสของรถไฟกั้นไว้ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงดึงสายตาออกมาจากเขาไม่ได้เลย ราวกับว่าสายตาของเขาเป็นแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดสายตาของเธอ

ความรู้สึกประหลาดแผ่ซ่านอยู่บางเบาภายในใจ เธอเคยมองว่าเขาเป็นหนุ่มเจ้าคารม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเธอรู้ตัวว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบใครง่ายๆ เธอทำงานในแวดวงตำรวจ พบเจอคนมาก็หลายรูปแบบ เคยมีคนเข้ามาจีบอยู่ก็มากแต่เธอไม่สนใจเลย คงเป็นเพราะที่ผ่านมาเธอทุ่มเทให้กับงานในหน้าที่ตำรวจ และยิ่งมีเรื่องราวของอัมเบรลล่าทำให้เธอแทบไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น

แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอกำลังตกหลุมพรางของคนเจ้าคารมคนนี้เข้าซะแล้ว ตอนแรกเธอตั้งแง่กับเขาเพียงเพราะเขาเป็นคนของอัมเบรลล่า เธอตัดสินเขาตั้งแต่ยังไม่รู้จักเขาดีเลยด้วยซ้ำ เป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เธอต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้เธอได้เห็นมุมมองอีกด้านของเขา

ทั้งสองคนสบตากันจนสุดขอบเขตการมองเห็น หญิงสาวจมอยู่ในห้วงภวังค์ น่าแปลกในตอนแรกเธอไม่ชอบเขา อาจเป็นเพราะเธอตั้งแง่ว่าเขาเป็นคนของอัมเบรลล่า แต่ตอนนี้ล่ะ? เขาก็ยังเป็นคนของอัมเบรลล่าอยู่ ความรู้สึกไม่ชอบนั่นหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความรู้สึกสั่นไหวในใจ ใช้เวลาเพียงไม่นานภาพที่เคยมองกลับเปลี่ยนไปอย่างง่ายดาย

ถ้าเขาเป็นหนุ่มเจ้าคารม เสน่ห์คารมคมคายอย่างที่เธอมองไว้ไม่ผิดจริง เขาอาจจะแค่มาหยอดไว้ให้หัวใจปั่นป่วนเล่นแล้วจากไปเท่านั้นเอง ยิ่งนึกถึงตอนที่เขาพูดว่า ‘ฉันไม่ปล่อยให้เธออยู่ในโลกโหดร้ายที่ไม่มีคาร์ลอสนี่คนเดียวหรอก’  เจ้าของประโยคน่าจะหวังให้คนฟังขบขันหรือไม่ก็ทำหน้าเอียนมากกว่า แต่เธอกลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาแทนเสียได้ 

เธออยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้อีกหน่อย...แต่คิดไปก็เท่านั้น ยังไงซะต่อจากนี้เธอคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เธอแอบรู้สึกไหววูบในใจขึ้นมา เป็นความรู้สึก...เสียดายหรืออะไรที่เธอไม่อยากคิด มันเป็นไปได้จริงเหรอที่คนเราจะสามารถชอบคนๆนึงได้ภายในวันเดียว ถึงแม้จะเป็นหนึ่งวันที่ยาวนานก็ตาม

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #25 Mynun9412 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 09:15
    ชอบแหละดูออก5555
    #25
    0
  2. #9 ขุนนน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:20
    awwww หลงเขาแล้วล่ะสิๆๆๆๆ แหมๆๆๆ
    #9
    0