[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 เหยื่อล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 6 เหยื่อล่อ

 

 

 จิลหมายจะวิ่งล่อมันไปทางอื่นแล้วค่อยกลับมาที่สถานีรถไฟฟ้าอีกครั้ง ซึ่งเมื่อเธอกลับมาถึงรถไฟคงพร้อมใช้งานแล้ว ดังนั้นตอนนี้เธอต้องใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อดึงความสนใจจากมันออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ทุกคนที่นี่ได้รับอันตรายไปด้วย

เธอวิ่งเข้ามาในห้องเก็บเอกสาร มันเป็นห้องแคบ ๆ แต่มีชั้นวางเอกสารเรียงรายกลายเป็นเหมือนเขาวงกตเล็กๆ ที่สำคัญคือในนี้มีเครื่องปั่นไฟอยู่ จิลพยายามมองหาทางออกอื่นในห้อง เจอตะแกรงเหล็กที่อยู่ติดกับผนังด้านในสุด เป็นช่องระบายอากาศที่ใหญ่พอให้เธอลอดตัวเองเข้าไปในนั้นได้ เธอมั่นใจว่ามันต้องพาเธอไปสู่ทางออกอื่นได้แน่

เสียงฝีเท้าหนักๆของมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอยืนอยู่หน้าตะแกรงเหล็กนั่น ยกมือที่ถือปืนพกขึ้นเล็งไปที่เครื่องปั่นไฟ เมื่อมันมาถึงเธอจะช็อตมันด้วยไฟฟ้านี่ทันที 

มันมาแล้ว!

ร่างสูงใหญ่ของสัตว์ประหลาดตัวนั่นปรากฏขึ้น จิลยิงไปที่เครื่องปั่นไฟทันที ส่งผลให้มันโดนช็อตร่างใหญ่ของมันหยุดชะงักไป

จิลหันไปใช้เท้าถีบตะแกรงเหล็กนั่นเพื่อให้บุบลงและมีช่องวางให้เธอสอดมือเข้าไปดึงมันออกมาได้ โชคดีที่ตะแกรงนั่นมันเก่ามากแล้วเลยไม่แข็งแรงนัก เธอไม่แน่ใจว่ามันจะโดนช็อตอยู่แบบนี้นานแค่ไหน ดังนั้นตอนนี้เธอต้องแข่งกับเวลา

โครม!

เสียงตะแกรงเหล็กโดนดึงออกมา หญิงสาวไม่รอช้ารีบมุดตัวเข้าไปในท่อนั้นทันที เธอมุดเข้าไปในท่อนั่นโดยไม่มีอุปสรรค เมื่อออกมาจากปลายท่อแล้วจึงพบว่าในนี้คือทางเดินในอุโมงค์ใต้ดิน กลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยเข้ามาในโสตประสาทบอกให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่อุโมงค์ใต้ดินธรรมดา แต่มันคือแหล่งน้ำเสีย เธอวิ่งตามทาง เข้าไปในประตูใหญ่ซึ่งมีที่หมุนปิดประตูแบบแน่นหนา หญิงสาวปิดล็อคทันทีที่เข้ามาข้างในได้ 

จิลใช้สายตากวาดสำรวจทั่วบริเวณ ในนี้ค่อนข้างมืด แต่พอมองเห็นได้จากแสงไฟเล็กๆ ที่ติดอยู่ข้างผนัง จุดที่เธอยืนอยู่เป็นทางเดินเหล็ก มันเป็นทางยาวตรงไปข้างหน้า จิลเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง มีห้องที่เป็นกระจกใสอยู่ด้านข้าง มองเข้าไปภายในเหมือนเป็นห้องทำงานอะไรซักอย่าง แสดงว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ทำงานของช่างที่ทำงานเกี่ยวกับอุโมงค์น้ำเสียแห่งนี้ หญิงสาวลองเปิดประตูดูพบว่ามันล็อคอยู่ จึงเดินต่อไป เมื่อเจอประตูอีกบานเธอก็พยายามที่จะเปิดมันอีก คราวนี้เป็นประตูที่ไม่ได้ล็อก 

เธอเปิดประตูบานนั้นก่อนจะพบว่าเป็นบันไดลาดชั้นขึ้นไป  รอบๆไม่มีอะไรเลย นี่อาจจะเป็นทางขึ้นไปก็ได้ เธอจึงเดินไปตามทางเดินบันไดแคบๆ ในใจนึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่ได้ติดต่อคาร์ลอสเลย เขาอาจจะคิดว่าเธอโดนสัตว์ประหลาดตัวนั้นเก็บไปแล้วก็ได้ 

เธอหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา หวังว่าในนี้จะมีสัญญาณนะ

“คาร์ลอส ได้ยินฉันมั้ย?” เธอยกมันขึ้นแนบหูเมื่อส่งสัญญาณไปหาคาร์ลอส สองขายังก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ

[จิล! ขอบคุณพระเจ้า ทุกอย่างโอเคมั้ย?] คาร์ลอสที่ดูเหมือนจะรอให้เธอติดต่อกลับไปอยู่ พูดอย่างโล่งใจเมื่อได้รู้ว่าเธอยังปลอดภัยดี

“อืม ฉันยังไม่ตาย หนีมันมาได้แล้ว”

[เยี่ยม รถไฟพร้อมไปแล้วนะ เราจะรอคุณกลับมา]

“โอเค ฉันจะรีบไป” จิลตัดสัญญาณไป พลางคิดว่ารถไฟใช้งานได้เร็วกว่าที่คิด เธอเร่งฝีเท้าขึ้นไปยังสุดทางเดิน ตรงสุดทางมีบันไดเหล็กแบบสไลด์ติดอยู่กับกำแพง เธอมองขึ้นไปด้านบนเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืน นั่นหมายความว่าเธอมาถึงทางออกแล้ว 

จิลก้าวปีนขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆที่เธอคุ้นเคยก็ดังขึ้น ไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว เงาสิ่งมีชีวิตตะคุ่มอยู่เหนือตัวเธอ เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองได้ทัน มันจับหัวเธอแล้วยกเธอขึ้นมาจากบันไดอย่างง่ายดาย จิลพยายามดิ้นหลุดจากมือของมันเมื่อตัวเธอลอยขึ้นสูง แต่แล้วมันก็เหวี่ยงเธอออกไปอีกทาง

โครม!

เธอโดนมันเหวี่ยงไปบนพื้นอย่างแรง มันชูมืออีกข้างเผยให้เห็น Flamethrower ในมือขึ้น เล็งมาทางเธอ 

ไปเอามาจากไหนวะเนี่ย

ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวเธอ จิลรีบยันกายที่ปวดร้าวจากการโดนเหวี่ยงขึ้น คราวนี้จะหนีมันคงไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้วเมื่อเธอต้องหนีขอบเขตที่มันจะยิงไฟออกมาด้วย

จิลตั้งสติเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ในเขตก่อสร้างอะไรซักอย่าง มีอุปกรณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างที่ถูกวางไม่เป็นระเบียบตามทางทั้งถุงปูน เหล็กเส้น รถเครนคันใหญ่จอดนิ่ง ตรงหน้าเป็นอาคารสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จ และทางขวาเป็นทางเข้า เธอไม่รอช้าตัดสินใจวิ่งเข้าไปยังอาคารนั้น มีซอมบี้อยู่ข้างใน แต่เธอไม่มีเวลามาสนใจมัน ต้องพยายามวิ่งให้เร็ว และไม่เข้าใกล้ซอมบี้พวกนั้น ไม่งั้นจะโดนจับได้

ไอร้อนไล่หลังเธอมาติดๆ เธอไม่รู้เลยว่าเข้าไปในอาคารนี้จะมีทางออกให้เธอรึเปล่า แต่ตอนนี้เธอต้องวิ่งไปเรื่อย ๆ ก่อน 

สุดทางในอาคารเป็นบันได เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขึ้นไปเพราะไม่เห็นทางออกอื่นแล้ว เมื่อขึ้นไปเรื่อยๆยิ่งสูงขึ้นก็ยิ่งพบว่านี่เป็นอาคารที่ยังก่อสร้างไม่สมบูรณ์ ชั้นบนแทบไม่มีผนังกำแพงอะไรเลย พื้นก็โดนไฟไหม้บางส่วน มีแค่เศษซากและนั่งร้านที่ติดอยู่ข้างๆอาคาร และเธอต้องใช้มันปีนขึ้นไปชั้นบนแทนบันไดหลักที่โดนบล็อกทางไว้

STARSSS

สัตว์ประหลาดตัวนั้นคำราม มันกระโดดขึ้นมาจากพื้นที่มีช่องโหว่ ตอนนี้มันตามเธอมาติดๆแล้ว!

ไฟไหม้ลามไปทั่วทุกพื้นที่ในอาคารอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิความร้อนพุ่งขึ้นสูง  ไอร้อนลอยอยู่ในอากาศทำให้ภาพตรงหน้าเบลอเล็กน้อย แต่จิลยังคงวิ่งขึ้นบันไดต่อไป เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านบน ดูเหมือนว่าจะเป็นชั้นสุดท้ายแล้ว

เมื่อจิลมาถึงชั้นดาดฟ้า เธอใช้สายตากวาดดูรอบ ๆอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ นี่เป็นดาดฟ้าที่ไม่ค่อยกว้างนักแต่ก็พอจะมีพื้นที่ให้เธอได้ตอบโต้มันกลับอยู่บ้าง เธอไม่ชอบโดนวิ่งไล่ฝ่ายเดียว หากมีโอกาสจะสวนกลับทันที เหมือนในสถาการณ์นี้ซึ่งไม่มีที่ให้เธอหนีอีกแล้ว แผ่นเหล็กที่กองขึ้นสูงอยู่ตรงกลางดาดฟ้า เพียงพอจะให้เธอใช้หลบเปลวไฟที่มันพ่นออกมาได้ และที่สำคัญคือมีเครื่องปั่นไฟ อุปกรณ์ใช้สตั้นที่ทำให้เธอได้เปรียบมันอยู่บนนี้ด้วย

สัตว์ประหลาดกระโดดขึ้นข้างบนตามหลังเธอมา เธอวิ่งล่อมันไปทางที่มีเครื่องปั่นไฟ แต่มันกลับยิงเครื่องพ่นไฟออกมาตามหลังเธอ ทำให้เธอแทบไม่มีโอกาสหันหลังกลับไปยิงเครื่องปั่นไฟได้ทัน หญิงสาวต้องวิ่งเข้าไปหลบหลังกองเหล็กสูง หาจังหวะยิงสวนไปที่ถังเชื้อเพลิงที่ติดอยู่ข้างหลังมันแทน

เมื่อมันหยุดพ่นเปลวไฟ จิลจึงได้โอกาสยื่นหัวออกไปใช้ปืนช็อตกันยิงเข้าที่ถังเชื้อเพลิง เธอพยายามยิงรัวๆใส่ แม้จะเล็งลำบากเพราะตัวมันใหญ่มากทำให้มองจากตรงนี้แทบไม่เห็นก็ตาม อีกทั้งดูเหมือนถังเชื้อเพลิงก็แข็งแรงอยู่เหมือนกัน ทำให้ยิงไปได้ไม่นาน ถังเชื้อเพลิงก็โดนกระสุนไปแค่ไม่กี่นัด เธอก็ต้องกลับเข้าที่กำบังอีกครั้ง 

เสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้น มันเดินอ้อมมาหาเธอทางนึง ดังนั้นจิลจึงวิ่งไปอีกทางเพื่อเข้าไปด้านหลังของมัน เธอยิงเข้าใส่ถังเชื้อเพลิงของมันอย่างไม่ลังเล คราวนี้เล็งไม่ยาก

ตูมมม!

เสียงถังเชื้อเพลิงที่อยู่ด้านหลังมันระเบิด ส่งผลให้มันทรุดลงนั่งในท่าชันเข่า จิลได้โอกาสยิงสวนมันอีกครั้ง คราวนี้เธอสาดกระสุนช็อตกันใส่มันไม่ยั้งจนหมดแม็ก พร้อมกับที่มันล้มลงหน้าทิ่มกับพื้น 

ตายซักทีนะไอ้เวร

แต่ไม่ทันที่เธอจะได้โล่งอก ตัวอาคารเริ่มสั่นไหว เกิดเสียงระเบิดขึ้นตามมา โครงสร้างภายในคงโดนไฟไหม้ไปแล้วหลายจุด อีกไม่นานอาคารนี้จะต้องระเบิดและทรุดไปทั้งอาคาร เธอกลับทางเดิมไม่ได้อีกแล้ว จิลรีบวิ่งไปยังขอบดาดฟ้า ด้านล่างเป็นหลังคากระจกทรงชะลูดลงไป เธอไม่มีเวลาตัดสินใจอะไรมากเมื่อมีเสียงระเบิดดังขึ้นตามหลัง จึงรีบกระโดดสไลด์ไปกับหลังคากระจกจนตกลงไปบนเหล็กที่ใช้ขนของซึ่งห้อยอยู่กับตัวอาคารอย่างแรง

แรงกระแทกทำให้เหล็กที่ใช้ขนของนั่นสั่นโคลงเคลง ดูไร้ความมั่นคงทั้งที่ถูกตรึงไว้ทั้งสองด้าน มันสั่นไหวก่อนจะเริ่มนิ่ง แต่ทว่าแรงระเบิดจากด้านบน ทำให้สิ่งที่ยึดเหนี่ยวมันไว้เริ่มหลุดออกมา สายที่ใช้เหนี่ยวรั้งหลุดออกไปข้างหนึ่ง ส่งผลให้ จิลไถลลงไปจากเหล็กขนของตามแรงโน้มถ่วง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เธอพยายามคว้ามือหาที่ยึดเหนี่ยวแต่คว้าได้เพียงอากาศ ก่อนจะหล่นลงไปยังพื้นข้างล่างสุด

หลังของหญิงสาวกระแทกกับพื้นข้างล่างเข้าอย่างจัง จากความสูงประมาณสามชั้น เธอรู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวโดยเฉพาะแผ่นหลัง ได้แต่ร้องครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด สายตาเธอเหลือบไปเห็นแท่งเหล็กขนของด้านบนที่เธอตกลงมามันส่ายไปมาอย่างแรง เธอกลิ้งหลบไปอีกทางโดยสัญชาติญาณ ก่อนที่มันจะร่วงลงมา

โชคดีที่จิลกลิ้งหลบออกมาได้ก่อนอย่างหวุดหวิด ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว เธอหายใจหอบถี่โล่งใจที่ผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่มาได้ จิลนอนอยู่บนพื้นเพียงไม่นานก็ฝืนยันกายลุกขึ้นมาได้ ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วทุกอณู แต่เธอยังก้าวขาเดินไปข้างหน้า แม้จะออกเดินได้ไม่เร็วดั่งใจนัก

ต้องรีบไปที่สถานี

นั่นคือสิ่งที่เธอคิด สัตว์ประหลาดนั่นตายแล้ว ไม่มีอะไรน่ากังวลอีกต่อไป ทุกคนคงรอเธอเพื่อที่จะออกไปจากเมืองนี้โดยไว เธอจะมาอืดอาดอยู่ไม่ได้

เมื่อเดินออกมาจากเขตก่อสร้างได้ เบื้องหน้าของเธอก็คือถนนเส้นรอง เธอจำได้ว่าถนนเส้นนี้เชื่อมไปยังทางเข้าสถานีตำรวจของเธอเอง

หญิงสาวล้วงมือเข้าไปหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นกดส่งสัญญาณไปยังชายคนเดิมที่เธอติดต่อด้วยมาตลอด

“คาร์ลอส ได้ยินมั้ย?” 

[คุณโอเคมั้ย?] คาร์ลอสไม่ตอบคำถามเธอแต่กลับยิงอีกคำถามใส่แทน เมื่อได้ยินเสียงที่เหนื่อยล้าของเธอ

“อืม ไอ้เวรนั่นมันตายแล้ว”

[ดีเลย แต่คุณคิดอะไรอยู่ถึงได้ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อแบบนั้น คุณอาจจะโดนฆ่าก็ได้] คาร์ลอสถามอย่างไม่เข้าใจ น้ำเสียงของเขาแอบเหมือนจะดุเธอเล็กน้อย 

“ไม่เอาน่า ฉันแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ” จิลตอบกลับไปอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็อดรู้สึกตงิดในใจขึ้นมาไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงพูดเหมือนกับจะเป็นห่วงเธอ เธอใช้ตัวเองล่อมันออกไปจากสถานีให้ก็ดีแล้วนี่ 

[ผมรู้ แล้วก็ เอ่อ...ขอบใจนะ] คาร์ลอสพูดอย่างเก้อๆ ก่อนจะรีบพูดอีกประโยคต่อทันที [รถไฟพร้อมแล้ว รีบกลับมาเร็ว] 

“ได้” จิลตอบกลับง่ายๆก่อนจะเก็บวิทยุสื่อสารกลับ แม้จะยังติดใจกับคำพูดของคาร์ลอสอยู่แต่ก็พยายามจะไม่คิดอะไร เขาจะมาเป็นห่วงคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันได้ยังไง

บนถนนเส้นนี้มีซอมบี้อยู่เพียงไม่กี่ตัว พวกมันเดินล่องลอยอยู่ตามจุดต่างๆเพราะไม่เห็นเธอ จิลใช้มีดฆ่าซอมบี้ตัวหนึ่งที่ขวางทางอยู่  ก่อนจะเดินไปที่ร้านขายปืนที่เธอคุ้นเคย เธอพยายามทำทุกอย่างให้เบาที่สุด ตอนนี้ช็อตกันของเธอก็กระสุนหมด ปืนพกก็เหลือกระสุนไม่กี่นัด ดังนั้นต้องระวังทุกฝีก้าวให้มากที่สุด โดยเฉพาะการทำตัวไม่เป็นที่น่าสนใจจากพวกซอมบี้

ร้านขายปืนเคนโด้ชอป เป็นร้านขายปืนที่ทุกคนในกรมตำรวจรู้จักเป็นอย่างดี เคนโด้เจ้าของร้านที่อยู่ในวัยสี่สิบกว่าปีก็เป็นเพื่อนกับเธออยู่เช่นกัน ที่เธอแวะไปที่นั่นเพราะหวังว่าจะมีของที่เธอใช้งานได้เหลืออยู่บ้าง โดยเฉพาะกระสุนปืนช็อตกันที่เธอยิงใส่สัตว์ประหลาดจนหมดแม็ก ในใจนึกถึงหน้าเจ้าของร้านปืน หวังว่าเคนโด้จะหนีออกจากเมืองนี้ไปแล้วนะ 

จิลเปิดประตูเข้ามาในร้านสภาพข้าวของวางระเกะระกะไม่ต่างจากที่อื่นที่เธอเคยเข้าไปสำรวจดูของก่อนหน้านี้ทำให้เธอไม่แปลกใจเท่าไหร่ เธอเดินไปดูตามชั้นวางต่างๆ พบกล่องกระสุนปืนพก และกระสุนช็อตกันตกอยู่จึงเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า โดยไม่ลืมใส่กระสุนในปืนช็อตกันให้พร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ดูเหมือนว่ากระสุนในนี้จะเพียงพอในการเอาตัวรอดในอนาคตของเธออยู่ และเมื่อดูจนทั่วแล้วไม่พบอย่างอื่นจึงเดินไปสำรวจที่หลังเคาน์เตอร์ 

เสียงผลักประตูอย่างแรงเปิดขึ้น พร้อมกับใครบางคนโผล่ออกมาจากประตูหลังเคาน์เตอร์ยืนประจันหน้าเธอ

“อย่าขยับ!!” ชายคนนั้นตะโกะขึ้นพร้อมเล็งปืนมาทางเธอ จิลตกใจ ก่อนจะมองดูดีๆแล้วพบว่าเขาคือเพื่อนของเธอนี่เอง

“เคนโด้!?”

“จิล?” เคนโด้เรียกชื่อเธออย่างแปลกใจ เขาลดปืนลงถือไว้แนบลำตัว ก่อนจะเดินไปหาจิลใกล้ๆ

“ปลอดภัยใช่มั้ย?” จิลถามเขาอย่างเป็นห่วงปนกับแปลกใจที่เห็นเขายังอยู่ที่นี่

“ไม่เป็นไร ขอโทษนะที่หวาดระแวงไปหน่อย ไม่รู้ว่าต้องเจออะไรน่ะ” เคนโด้กล่าวขอโทษพร้อมมองออกไปนอกร้านอย่างระแวดระวัง

“ฟังนะ พวกเรากำลังใช้สถานีรถไฟใต้ดินเพื่อขนคนออกจากเมือง ไปด้วยกันมั้ย?” จิลไม่มีเวลาถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนมากนัก รีบเข้าประเด็นเชิญชวนเคนโด้ให้ออกไปจากเมืองนี้ด้วยกัน

“รถไฟใต้ดินเหรอ? เอ่อ...ก็เป็นความคิดที่ดีนะ...” เคนพูดอย่างนั้นแต่สายตาของเขาบอกว่ากังวลเรื่องบางอย่างอยู่ เขาหันไปมองทางหลังร้านอย่างเหม่อลอย

“พอออกไปได้แล้วเรามีเรื่องต้องทำเยอะเลย คนมีฝีมืออย่างนายคงช่วยเราได้มาก” จิลมองหน้าเคนโด้ที่สายตาจับจ้องไปทางหลังร้านราวกับคนไม่มีสติอยู่กับตัว เมื่อเขาไม่ตอบโต้เธอ เธอจึงใช้มือสะกิดที่ไหล่ของเขาเบาๆ “เป็นอะไรรึเปล่า?” 

“ไม่มีอะไร แต่...แค่มันไม่ใช่ตอนนี้น่ะ...” เคนโด้มองหน้าจิลสลับกับมองไปยังหลังร้าน “ฟังนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องของฉันหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เคนโด้พูดจบก็เดินไปทางหลังร้านเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

“เอางั้นเหรอ... นายเป็นช่างปืนที่เก่ง อย่าคิดทำอะไรโง่ๆล่ะ” ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเคนโด้คิดจะทำอะไร แต่ด้วยความที่สนิทกันมากเธอจึงอดที่จะกล่าวเตือนสติเขาไม่ได้

“นั่นหน้าที่เธอใช่มั้ยล่ะ?” เคนโด้พูดติดตลก “ดูแลตัวเองด้วยนะจิล” ทำไมเธอถึงคิดว่าประโยคสุดท้ายนั้นดูเหมือนเป็นประโยคบอกลายังไงก็ไม่รู้

จิลมองเคนโด้ที่เดินหายเข้าไปในห้องหลังร้านนั้นโดยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ เธอรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของเพื่อนตัวเอง 

“ถ้าจะไปที่สถานีจากที่นี่ ผ่านซอยข้างร้านได้เลยนะ กุญแจอยู่บนกำแพง” เคนโด้กะโกนบอกจิลจากในหลังร้าน 

“ขอบใจนะ” จิลได้แต่พูดขอบคุณเขาแค่นั้นก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจซึ่งแขวนอยู่บนผนังร้านตามที่เคนโด้บอก

เธอคิดอะไรมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของเคนโด้ที่ดูเหมือนเขาตัดสินใจจะไม่ออกไปจากเมืองนี้พร้อมกับเธอ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

จิลเดินออกมาจากร้านของเคนโด้ ข้างร้านมีประตูรั้วเหล็กที่ล็อกด้วยกุญแจอยู่ จึงเดินเข้าไปใกล้แล้วใช้กุญแจไขออก ด้านในมีซอมบี้หนึ่งตัว เธอใช้ปืนยิงเคลียร์ทางไม่กี่นัดเพราะแถวนี้ไม่มีซอมบี้ตัวอื่นอยู่ในระยะเสียงปืน จิลเดินตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางมีประตูเข้าบ้านหลังหนึ่งเปิดอยู่ เป็นประตูหลังบ้าน นอกจากตรงนี้แล้วก็ไม่มีทางออกอื่นให้เธออีก จึงต้องเข้าไปในบ้านทางประตูนี้เพื่อหาทางออกไปเจอกับถนนหลักและโชคดีที่เจ้าของบ้านไม่ได้ล็อคกระตูไว้

เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วเธอลองเดินสำรวจดู เป็นบ้านแบบตึกแถวจึงไม่กว้างนัก ด้านบนมีห้องอยู่ห้องเดียว ซึ่งเป็นห้องนอน แต่ในห้องนอนนั้นมีบางอย่างที่สะดุดตาเธอมาก ๆ นั่นคือตู้เก็บของกระจกใส ด้านในมี grenade launcher อยู่

นี่มันของดี!

แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมของแบบนี้มาอยู่ในบ้านธรรมดาได้ แต่ก็เข้าไปดูใกล้ๆตู้นั่นดู มันเป็นตู้ที่มีกุญแจล็อกอยู่ แต่เป็นตัวล็อกแบบธรรมดา ซึ่งก็เข้าทางเธอเต็มเปา ครอบครัวของเธอเชี่ยวชาญในเรื่องการสะเดาะกุญแจมาก ดังนั้นเธอจึงได้วิชานี้ติดตัวมาด้วยเช่นกัน จิลไม่รอช้ามองรอบๆห้องหาอุปกรณ์ที่พอจะใช้สะเดาะกุญแจได้

บนโต๊ะทำงานข้างเตียงมีกล่องเก็บลวดหนีบกระดาษอยู่ เธอเดินไปหยิบมันขึ้นมาแล้วจัดการดัดมันให้เป็นทรงง่ายๆ เพื่อสะเดาะกุญแจตู้เก็บอาวุธชั้นดี ใช้เวลางัดอยู่ไม่นานจากประสบการณ์และความชำนาญของเธอตัวล็อกก็ถูกปลดออก

จิลหยิบเครื่องยิงลูกระเบิดนั่นออกมาถือไว้ในมือ หัวใจเต้นรัวด้วยความเป็นปลื้มกับอาวุธชิ้นใหม่ grenade launcher ถือว่ามีประโยชน์กับเธอมากในสถานการณ์เช่นนี้ หากแต่ก็พกยากอยู่เช่นกันเพราะขนาดของมันที่ใหญ่พอสมควร นอกจากนั้นในกล่องเก็บอาวุธนี้ยังมีกระสุนระเบิดไฟอยู่ 6 นัดด้วย เธอจัดการบรรจุลูกกระสุนนั่นใส่เข้าไปในอาวุธชิ้นใหม่ เมื่อเสร็จแล้วจึงนำมันสะพายหลังด้วยสายรัดเก็บอาวุธที่เธอมีอยู่

เมื่อสำรวจและเก็บสิ่งจำเป็นมาได้แล้วเธอก็มุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟทันที แต่ทว่าเธอก้าวออกมาจากบ้านหลังนั้นได้เพียงไม่กี่ก้าว 

ตู้มมม!

เสียงวัตถุบางอย่างหล่นลงมากระทบพื้นอย่างแรงร่วงลงตรงหน้าจิล เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ยืนอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปมันคือสัตว์ประหลาดตัวเดิมที่เธอเพิ่งฆ่ามันไป ตัวมันลุกโชนไปด้วยไฟ แต่มันกลับดูเหมือนไม่เป็นอะไรเลย คราวนี้มันมาพร้อมกับอาวุธชิ้นใหม่ rocket launcher ในมือ และมันก็เล็งอาวุธชิ้นนี้มาทางเธอพร้อมจะยิงออกมาได้ทันที

 

 

-----------------------------------------------------------------------

เป็นตอนที่ยาวมากกกก 9 หน้า ปกติแต่ละตอนจะอยู่ที่ 5-7 หน้า แต่อันนี้ไม่รู้จะหั่นยังไงดี

เราพยายามทำให้จิลได้อาวุธหรือของแต่ละอย่างแบบมีเหตุผลที่สุด ถ้าเก็บกระสุนได้ตามทางหรืออยู่ๆมีคนทิ้งอาวุธดีๆไว้ให้โต้งๆเลยก็คงเป็นงงอยู่นะ  แต่ถ้าไม่ได้อาวุธใหม่ๆเลยก็สู้กับพี่เนยากอีก เลยออกมาเป็นเช่นนี้  ไม่ได้สู้กับซอมบี้ = ไม่เสียกระสุน เลยไม่ค่อยมีซอมบี้ยังไงล่ะ!  จิลอาจจะดูเก่งหน่อยที่ใช้มีดสู้กับซอมบี้ได้ แต่ในเกมก็มีคนใช้มีดฆ่าซอมบี้ได้นะ(โดยเฉพาะถ้าดูช่องพี่เบย์มีการใช้มีดสู้กับพี่เนด้วย) ไม่แปลกหรอกเนอะ 55555

ปล.จิลเริ่มตงิดใจแล้วว่ามีคนแอบเป็นห่วง ตอนดูในเกมก็แบบฮั่นแน่ คาร์ลอสแอบเป็นห่วงเขาล่ะซี้~ นี่ไม่ได้ชิปไปเองนะคะ----

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น